เที่ยวจันทบุรี (Chanthaburi)

39735 เข้าชม | แบ่งปัน:
เที่ยวจันทบุรี - Chanthaburi | ข้อมูลที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก ในจันทบุรี

น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบรูณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี

ข้อมูลจังหวัด

จังหวัดจันทบุรีมีเนื้อที่ประมาณ 6,338 ตารางกิโลเมตร หรือ 3,961,250 ไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 34 ของประเทศ สภาพพื้นที่ทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกโดยทั่วไปเป็นป่าไม้ ภูเขา และที่ราบสูง มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 30-190 เมตร เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดที่ไหลลงสู่อ่าวไทยทางทิศใต้ ส่วนทางทิศใต้เป็นที่ราบลุ่มริมฝั่งทะเล และบริเวณชายฝั่งมีลักษณะเป็นอ่าว แหลม และหาดทราย

จันทบุรีเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของภูมิภาค เคยมีมนุษย์อาศัยอยู่ตั้งแต่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ดังหลักฐานการค้นพบเครื่องมือเครื่องใช้ยุคหินขัดอายุประมาณ 2,000 ปี ในเขตอำเภอมะขาม อำเภอท่าใหม่ และที่ราบเชิงเขาที่บ้านคลองบอน อำเภอโป่งน้ำร้อน โดยสันนิษฐานว่าเริ่มมีการตั้งเป็นชุมชนเมืองขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 ที่บริเวณหน้าเขาสระบาป โดยชนพื้นเมืองกลุ่มแรกเป็นชนเผ่าในตระกูลมอญ-เขมร หรือเรียกว่า “ชาวชอง” ดำรงชีพด้วยการเก็บของป่าขาย แต่ปัจจุบันพื้นที่ป่าลดน้อยลงไปมาก เพราะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นพื้นที่ทางการเกษตร และที่ดินส่วนมากถูกจับจองโดยคนไทยและคนจีน อีกทั้งการเก็บของป่ากลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย นายพรานชาวชองจึงต้องเปลี่ยนวิถีการดำรงชีพไปเป็นแรงงานต่างๆ ในเมือง และมีบางส่วนที่ยังคงยึดอาชีพทำสวนทำนาอยู่ ปัจจุบันชาวชองรวมตัวกันอยู่ที่บ้านคลองพลู กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏในปี พ.ศ. 2200 ได้มีการย้ายเมืองมาอยู่ที่บ้านลุ่ม ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี

ต่อมาเมื่อกรุงศรีอยุธยาพ่ายสงครามและตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งเป็นพระยาวชิรปราการ ก็ได้นำกำลังพลประมาณ 500 คน ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกมาทางทิศตะวันออก และจัดตั้งเมืองจันทบุรีเป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหารและกำลังพลเป็นเวลาถึง 5 เดือน ก่อนนำทัพที่ประกอบด้วยไพร่พลทั้งชาวไทยและจีนจำนวนราว 5,000 คน กลับไปกอบกู้กรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2310 ซึ่งการมีบทบาทในการช่วยกอบกู้เอกราชของชาติในครั้งนั้น นับเป็นเหตุการณ์ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวจันทบุรี

ปัจจุบันจึงมีโบราณสถานและอนุสรณ์สถานหลายแห่งที่เกี่ยวข้องหรือจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในครั้งนั้นต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้โปรดให้ย้ายเมืองจันทบุรีไปตั้งบนพื้นที่สูงที่บ้านเนินวง เพื่อให้เป็นที่มั่นในการป้องกันการถูกรุกรานจากชาวญวน จนกระทั่งสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 5 โปรดให้ย้ายหัวเมืองจันทบุรีกลับมาตั้งที่บ้านลุ่มตามเดิม เนื่องจากบ้านเนินวงนั้นอยู่ไกลจากแหล่งน้ำในปี พ.ศ. 2436 เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับประเทศฝรั่งเศส ชาวฝรั่งเศสได้เข้ามายึดครองเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 11 ปี จนไทยต้องยอมยกดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศสไป เพื่อแลกเอาเมืองจันทบุรีกลับคืนมา ต่อมาในปี พ.ศ. 2476 มีการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินขึ้นใหม่ เมืองจันทบุรีจึงมีฐานะเป็นจังหวัดมาจนถึงปัจจุบันชื่อเมืองจันทบุรี หรือ “เมืองจันท์” นั้น มีความหมายว่า “เมืองที่สงบร่มเย็น เช่นเดียวกับเมื่ออยู่ใต้แสงจันทร์” โดยมีตราประจำจังหวัดเป็นดวงจันทร์กำลังส่องแสง มีกระต่ายน้อยอยู่ตรงกลางจังหวัดจันทบุรีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 9 อำเภอ และ 1 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองจันทบุรี อำเภอท่าใหม่ อำเภอขลุง อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอมะขาม อำเภอสอยดาว อำเภอนายายอาม อำเภอแก่งหางแมว และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ  

ข้อมูลอาณาเขต

ทิศเหนือ ติดจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสระแก้ว
ทิศตะวันออก ติดจังหวัดตราดและราชอาณาจักรกัมพูชา
ทิศใต้ ติดอ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดจังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี

การเดินทาง

การเดินทางสู่จังหวัดจันทบุรีมีเส้นทางดังนี้
เส้นทางสายกรุงเทพฯ–ชลบุรี–พัทยา–บ้านฉาง–ระยอง–จันทบุรี โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ระยะทางประมาณ 315 กิโลเมตร

เส้นทางสายกรุงเทพฯ–ชลบุรี–ศรีราชา–บ้านฉาง–ระยอง–จันทบุรี โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 (ถนนเมืองพัทยา-ระยอง) ระยะทางประมาณ 289 กิโลเมตร

เส้นทางสายกรุงเทพฯ–ชลบุรี–แกลง–จันทบุรี โดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 344 (ถนนชลบุรี-แกลง) ระยะทางประมาณ 249 กิโลเมตร

เส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ่านปราจีนบุรี ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 (ถนนสุวรรณศร) เข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 317 (ถนนจันทบุรี-สระแก้ว) ผ่านอำเภอสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอมะขาม เข้าสู่จังหวัดจันทบุรี

ข้อมูลควรรู้

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏเปิดให้ท่องเที่ยวยอดเขาพระบาทได้เพียงปีละ 2 เดือน ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม และมีกำหนดการเปิด-ปิดแตกต่างกันไปในแต่ละปี นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบเวลาก่อนออกเดินทาง   

การขึ้นยอดเขาคิชฌกูฏควรสวมใส่รองเท้าผ้าใบ และไม่ควรพกสิ่งของมีค่าหรือของที่ไม่จำเป็นไป เนื่องจากทางเดินขึ้นเขาสูงชันและมีนักท่องเที่ยวไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาล จึงอาจทำให้ไม่สะดวก และควรไปช่วงวันธรรมดาดีกว่าวันเสาร์และอาทิตย์ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

การชมหิ่งห้อยในป่าชายเลนที่บ้านท่าสอน อำเภอขลุง นั้นไม่ต้องลงเรือ เพราะมีถนนคนเดินยาว 2 กิโลเมตรครึ่ง ลดเลี้ยวเข้าไปในป่าชายเลน มีหิ่งห้อยนับแสนตัวเปล่งแสงระยิบระยับตลอดสองข้างทาง มีที่จอดรถกว้างขวางก่อนจะเข้าป่าชายเลน

ทีเที่ยว จันทบุรี

ที่กิน จันทบุรี

ก๋วยเตี๋ยวชากังราว

7,997 เข้าชม | 2 รีวิว

ไทม์เลส

11,799 เข้าชม | 3 รีวิว

ฟาร์มปูนิ่ม

8,912 เข้าชม | 3 รีวิว

กาลครั้งหนึ่ง

10,396 เข้าชม | 1 รีวิว

สเต็ก 49

12,241 เข้าชม | 1 รีวิว

ข้าวเลือดหมูตราด

8,011 เข้าชม | 1 รีวิว

ครัวลุงเชย

13,670 เข้าชม | 1 รีวิว

ลิ้มหมูสเต๊ะ

5,216 เข้าชม | 1 รีวิว

ท่าแฉลบอาหารทะเล

12,410 เข้าชม | 1 รีวิว

ที่พัก จันทบุรี

อะโลฮา โฮมสเตย์

36,957 เข้าชม | 2 รีวิว

มณีจันท์ รีสอร์ท

6,888 เข้าชม | 3 รีวิว

บ้านอิ่มสุข รีสอร์ท

13,196 เข้าชม | 3 รีวิว

หาดทรายทอง รีสอร์ท

17,262 เข้าชม | 3 รีวิว

ชวนชม บีช รีสอร์ท

18,510 เข้าชม | 1 รีวิว

บ้านทะเลดาว โฮมสเตย์

43,832 เข้าชม | 2 รีวิว

เดอะเพียร์รีสอร์ท

17,531 เข้าชม | 1 รีวิว

ทะเลเดียว รีสอร์ท

33,713 เข้าชม | 1 รีวิว

บทความที่เกี่ยวข้อง - จันทบุรี

ที่เที่ยว (8)

ที่กิน (5)

ที่พัก (7)

แสดงความคิดเห็น