เย็นสุขบ่มีแผ่ว...เมื่อมาแอ่วเชียงใหม่ ตอน 2

21 ตุลาคม 2554 | โดย Janio (11,129 เข้าชม)
แบ่งปัน:

"หลังจากหาที่พักผ่อนหย่อนกาย และมลายหิวในมื้อเช้ากันไปแล้ว งั้นเรามาต่อกันด้วยอาหารมื้อกลางวันและมื้อเย็น จากนั้นไปเที่ยวกันต่อกับสถานที่เด่นๆ รวมทั้งจะพาไปตื้ดตระเวนราตรีกับผับเจ๋งๆ กันอีกด้วย..."


เย็นสุขบ่มีแผ่ว...เมื่อมาแอ่วเชียงใหม

 กลับไปอ่าน ตอน 1                                                                                                  บรรเลงความม่วน โดย..Janio
                                                                                                                                         www.PaiNaiDii.com

        

มื้อกลางวัน

ข้าวซอยเสมอใจ ฟ้าฮ่าม

          ไหนๆ ก็มาเชียงใหม่หากไม่ได้กินอาหารขึ้นชื่อของภาคเหนือก็ดูจะเสียที ว่าแล้วจึงขอไปลองชิม “ข้าวซอยเสมอใจ ฟ้าฮ่าม” อ้าว! ขนาดฟ้าเค้ายังห้ามเลย แล้วเอ็งยังจะกล้าไปกินอีกเรอะ? บ้าแล้ว! อันนั้นเค้าเป็นชื่อร้านต่างหากล่ะพ่อคู๊ณณ!

          ก่อนเรื่องราวจะเลอะเทอะไปกันใหญ่ เรามาดูที่ตั้งของร้านกันหน่อยดีกว่า ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญราษฎร์ สังเกตง่ายๆ คือติดกับวัดฟ้าฮ่ามเลยครับ ใครขับรถมาก็เอารถมาจอดไว้ที่วัด แล้วชวนเท้าตัวเองมายังร้านได้ใกล้แค่เอื้อม

          ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าร้านนี้คนเยอะมากนะครับ ต้องอาศัยศิลปะการช่วงชิงจอมนางแห่งวังโต๊ะกันมากพอดู ยิ่งใครมาช่วงเทศกาลก็ทำใจไว้ก่อนเลย ว่าโอกาสจะต้องรอคิวมีสูง(ของเค้าดีจริงๆ)

          ข้าวซอยเสมอใจ ฟ้าฮ่าม เป็นร้านแบบโอเพ่นมีแต่พัดลม ไร้เงาแอร์สักตัว ด้านในจะแบ่งร้านเป็นหลายๆ ร้าน อารมณ์ประมาณเหมือนพวกฟู้ดคอร์ท ตามห้าง แต่ละร้านก็จะมีขายข้าวซอย หมูสะเต๊ะ ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ อาหารพื้นเมือง ของทานเล่น และอีกจิปาถะ เรียกว่าแล้วเลือกโซ้ยกันไม่ถูก

          พินิจจานเด็ดของร้านที่สั่งมาระรื่นชิวหา “ข้าวซอยหมู” โอ้ว เยส! รสชาติแบบนี้แหละที่ตามหามานาน เพราะในจานอุดมไปด้วยความเข้มข้นเข้าเนื้อ เคล้ากับบะหมี่เส้นแบนหอมๆ และเนื้อหมูสุดนุ่มขนาดพอดีคำ ทำเอาต้องกดมาโดนกันอีกหลายชาม

          อีกหนึ่งเมนูซึ่งไปเชียงใหม่มักจะป๊ะกันได้บ่อยๆ คือ "หมูสะเต๊ะ" รสเตะปากกระชากทุกโสตความอร่อย ด้วยเนื้อหมูที่หมักมาได้อย่างเข้มข้น ทากะทิจนชุ่มฉ่ำ แล้วปาดด้วยอาจาดสูตรเด็ด ก่อนจะจิกจิ้มพริก กดหอมแดง แทงแตงกวา อ้ามม! อร่อยได้อีกคร้าบบพี่น้อง...

          ส่วนบรรดาก๋วยเตี๋ยว หรือส้มตำ และอาหารพื้นเมืองก็ไว้ลายความยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ใครมาเชียงใหม่นะนำว่าไม่ควรพลาด ร้านเปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 08.00 น. - 18.00 น. โทร. 081-764-8723, 053-242-928

เฮือนเพ็ญ 

          “พี่ครับ อาหารพื้นเมืองแนะนำของที่นี่ต้องไปร้านไหนครับ” “เฮือนเพ็ญเลยเจ้า” คำตอบยอดนิยมที่หากไปถามคนเชียงใหม่ก็มักจะได้ยินแบบนี้เสมอ ว่าร้านเฮือนเพ็ญมีทุกสิ่งให้เลือกสรร ว่าแล้วก็จัดไปชิมไปซักหนึ่งดอก

          ล่องตามถนนมรรคาไปทางไนท์บาร์ซาร์ แล้วเลี้ยวซ้ายมาซัก 200 เมตร ก็จะเจอร้านเฮือนเพ็ญอยู่ซ้ายมือ (ตรงข้ามอนุบาลเชียงใหม่)

          การตกแต่งภายในร้านบ่งบอกความเป็นล้านนาสุดฤทธิ์ หวังบิ้วต์อารมณ์ชาวเหนือให้พุงพล่านเต็มที่ ในส่วนของที่นั่งจะมี 2 โซน คือโซนโอเพ่นโนแอร์ซึ่งมีที่นั่งไว้รองรับจำนวนมากมาย หรือใครพิศมัยความเย็นก็มีที่นั่งโซนห้องแอร์ไว้คอยบริการ

          มาว่ากันถึงอาหารส่วนใหญ่นั้นรสชาติโอเคซิกกาแร็ต อร่อยโดดเด่นกว่าหลายๆ เจ้าที่เคยหม่ำมา อย่างข้าวซอยไก่ก็ปรุงรสได้จัดจ้านถึงใจพระเดชพระคุณ เส้นหมี่นุ่มๆ โรยด้วยเครื่องเคียงเต็มพิกัดทั้งหอมแดง ผักกาดดองของโปรด

          แคปหมู น้ำพริกหนุ่ม ปรุงรสมากำลังดี เผ็ดจี๊ดฉบับต้นตำรับ เอาแคปหมูกรอบๆ จิ้มลงไป เคี้ยวคู่กันทั้งกรอบทั้งมันส์พัลวันความซี๊ด เด็ดจริงๆ ต้องยกนิ้วให้

          ทีเด็ดที่คงคงตราตรึงใจ ซึ่งเล่นเอาน้ำลายสอทุกครั้งยามนึกถึงต้อง “ซี่โครงหมูทอด” เนื้อฉ่ำกรอบ ปนมันนิดๆ อร่อยเข้มข้นจนอยากตีตั๋วกลับไปกินโดยฉับพลัน

          ใครอยากมาพิสูจน์อย่ารอช้า แวะมาได้ 2 ช่วงเวลา คือช่วงเช้าเวลา 8.30 น.- 16.00 น. และช่วงเย็น เวลา 17.00 น. - 22.00 น. เปิดบริการทุกวัน โทร.053-814-548, 053-277-103

วีที แหนมเนือง

          แตะเบรคกับอาหารพื้นเมืองแล้วลองมาสัมผัสร้านขึ้นชื่ออีกที่ของเชียงใหม่ กับอาหารเวียดนามรสเอร็ดที่หลายคนชิมแล้วต้องติดใจยกนิ้วให้ “วีที แหนมเนือง”

 เวทีแหนมเนือง อาหาร เชียงใหม่ อำเภอเมือง เวียดนาม

         ร้านอาหารเวียดนามชื่อพ้องตัวย่อของพิธีกรตีสิบเจ้านี้ ตั้งไม่ห่างจากสะพานนวรัฐ เมื่อลงสะพานให้ไปทางเส้นถนนเชียงใหม่-ลำพูน ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือติดกับภัตตาคารศรีประกาศ ซึ่งขอบอกว่าวิวที่นี่แหล่มจริงๆ ครับ เพราะตั้งติดกับแม่น้ำปิงเลย ยิ่งถ้ามาตอนเย็นๆ นั่งทอดสายตากับวิวแม่น้ำปิงสวยๆ แหม! ช่างได้อารมณ์ดีซะเหลือเกิน

          การตกแต่งภายในร้านมาในแนวหรูหรา สะอาดสะอ้าน เป็นร้าน 2 ชั้นติดแอร์เย็นสบาย เดินเข้ามาปั๊บตรงด้านซ้ายมือนี่เจอก่อนเลย ตู้แช่ขนาดใหญ่แล้วมีกล่องแพคแหนมเนืองสำหรับห่อกลับบ้านไว้เสร็จสรรพ ดูแล้วน่าหิ้วน้องแหนมกลับไปดูเล่นสักชุด


          มาพูดกันถึงจานแรกกับ "แหนมเนือง" พระเอกของร้าน จัดมาชุดใหญ่ ซึ่งแป้งของที่นี่จะเหนียวนุ่มแถมแช่น้ำมาให้เฮียบฮ้อยพร้อมสะเวิ๊บ ตัวเนื้อหมูก็อัดแน่นปรุงรสได้เข้าเนื้อ สอดผสานกับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของทางร้าน ก็ทำให้สอบผ่านอย่างไม่ต้องสงสัย

          เมนูน่าลองอื่นๆ อย่างก๋วยจั๊บญวณอร่อยสะเด็ดยาด เส้นก๋วยจั๊บหนุบหนับเคี้ยวงับๆ ได้ความเพลิน ตามด้วยการซดน้ำซุปกลมกล่อมคล่องคอชื่นฤทัยดีแต๊ หรือจะเป็นเมนูกุ้งพันอ้อยตัวอิ่ม คัดสรรเนื้อกุ้งล้วนนำมาทอดให้หอมกรอบ เนื้อกุ้งสดเด้งดึ๋งดั๋ง และเมนูที่มีเจ้าหมูยอเอ็นแก้วก็ลำขนาดอย่าพลาดเชียว

          ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งเวลา 9.00 น. - 22.00 น. โทร. 053-266-111, 053-266-780 - 2, 053-246-433 - 5  (www.painaidii.com/วีที แหนมเนือง) (http://vtnamnueng.net)

มื้อเย็น

ผาลาด ตะวันรอน

          หากมีการมอบรางวัลร้านอาหาร “วิวเทพอวอร์ด” ร้านนี้คงจะลิ่วมาในฐานะตัวเก็งอย่างไร้ข้อกังขา เพราะเมื่อไปถึงร้านคุณจะได้สัมผัสวิวเมืองเชียงใหม่อันสวยงามในมุมกว้างสุดสายตา เติมความชุ่มชื่นด้วยเสียงเพราะๆ ของธารน้ำตกไหลเย็น ท่ามกลางการโอบล้อมด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์แห่งป่าเขา จนผมรู้สึกว่าถูกความไฉไลของสถานแห่งนี้สะกดให้อยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะ

          การตกแต่งภายในเน้นความเป็นธรรมชาติใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก เน้นโทนสีแดงๆ ส้มอ่อนสบายตา ผนวกกลิ่นอายความเป็นล้านนาเข้าไปได้อย่างกลมกลืน พร้อมการตกแต่งอย่างมีศิลปะ สะท้อนความร่มรื่นในทุกรายละเอียด

          ส่วนของที่นั่งจะมีทั้งด้านในตัวร้าน และด้านนอกเพื่อชมทิวทัศน์สวยๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีแอร์ให้เปลืองค่าไฟ เพราะอากาศสดชื่นยิ่งกว่าแห่งไหนๆ เสียอีก เนื่องด้วยทำเลที่อยู่บนเนินเขาดอยสุเทพ ส่งผลให้มวลความเย็นแผ่ซ่านมาทักทายคุณได้อย่างแน่นอน

          มาถกกันเรื่องอาหารมั่งดีกว่า กับเมนูแรก “ขาหมูตะวันรอน” หน้าขาน้อง Pig ชิ้นเขื่องผ่านการทอดมาจนกรอบเหลืองอร่าม เสิร์ฟพร้อมมันบดและผักต้มตัดความเลี่ยน ทันใดที่ได้ชิมก็ไม่อยากเปลี่ยนใจหันไปจานอื่น เพราะความกรอบเหลือกำลังของหนังหมู เมื่อเอามีดค่อยๆ ตัดเข้าไปถึงเนื้อในก็จะพบความนุ่มชุ่มฉ่ำ อร่อยได้ฟิวส์กันแบบสุดๆ

          อีกรายการที่อยากชวนชิมต้อง “ปลากระพงทอดน้ำปลา” พลันที่สัมผัสเข้าไปคำแรก ไม่อยากจะเชื่อว่าทำไมบนป่าเขาถึงหาปลามาได้สดขนาดนี้ ทอดกรอบมากจนสามารถกินได้ทั้งตัว แล้วราดน้ำปลารสเค็มหน่อยๆ กลมกล่อมดีแท้

          รวมถึงยังมีเมนูอื่นๆ ชวนให้ชิมอีกมากมาย ตั้งแต่ ออเดิร์ฟเมือง, แกงโฮ๊ะ, ต้มยำกุ้งแม่น้ำ, ยำเห็ดออรินจิ เป็นต้น

          ใครอยากมาลิ้มลอง ให้ขับมาทางถนนสุเทพ (ด้านหลัง มช.) ขับตรงไปเรื่อยๆ ซึ่งจะเป็นทางไปขึ้นเขา (อ่างเกษตร) แล้วให้เลี้ยวขวาไป ตรงประตูด้านหลังสวนสัตว์เชียงใหม่ จากนั้นก็จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ ก็ขับตามมาได้เลย

          แนะนำอย่างยิ่งยวดว่าให้โทรไปจองคิวก่อนก็จะดี เพราะคนเยอะมว๊ากกก โดยร้าน “ผาลาด ตะวันรอน” เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. - 24.00 น. โทร. 053-217-073, 053-216-039, 053-216-576


สวนอาหาร กาแล

          อีกหนึ่งร้านแจ่มแหล่มชะมัด ขอมอบให้กับร้าน “กาแล” แห่งนครพิงค์ ร้านนี้ก็อยู่บนเนินเขาเช่นกัน ส่งผลให้อุณหภูมิช่วงค่ำจะดำดิ่งลงหลายองศา ใครจะมาอย่าลืมพกเสื้อกันหนาวติดตัวมาด้วยก็จะดี

          การเดินทางก็ให้ขับมาทางถนนสุเทพ (หลัง มช.) แล้วให้ตรงมาเรื่อยๆ จะเจอกับเนินสูงก็ให้ตรงขึ้นมา จากนั้นเลี้ยวโค้งไปทางซ้าย แล้วตรงมาประมาณ 10 เมตร ก็เลี้ยวขึ้นไปบนเนินสูงทางขวามืออีกครั้ง เพียงเท่านี้ก็จะเจอกับร้านกาแลแล้วล่ะครับ

          จุดเด่นของร้านไม่น้อยหน้าเรื่องอาหารคือ เหล่าบรรดาดอกไม้เมืองเหนือหลายพันธุ์  หลากสีสัน บานสะพรั่งแป้นแล้นกันอยู่เต็มร้าน ถูกใจบรรดาสาวๆ ที่ต่างต้องคันไม้คันมือหยิบกล้องคู่ใจมาลั่นชัตเตอร์ เคียงท่าแอ๊บแบ๊วโพสลง Social Network กันครื้นเครง

          ทิวทัศน์สวยๆ ที่คุณจะได้ดื่มด่ำ ก็เป็นวิวเมืองเชียงใหม่อันงดงาม และหากมาตอนเย็นก็จะได้ยลความชื่มฉ่ำของอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเหมาะแก่การมาผ่อนคลายเป็นที่สุด

          เมนูไม่ควรพลาดต้องแนะนำเป็น “ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง” อร่อยจนอยากกด Like ให้หลายดอก เพราะเนื้อหมูที่หมักจนนุ่มละลายในปาก เคล้าด้วยน้ำผึ้งที่ราดมาก็หวานกำลังดี เสิร์ฟพร้อมผักกาดแก้วระงับความเลี่ยน ยิ่งชูรสให้เมนูจานนี้ถูกใจขนาดเลยเจ้า

          “ไก่กาแล” ไก่ชิ้นใหญ่หมักด้วยซอสแบบเหล้าแดง โรยด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ จานนี้ก็อร่อยได้เรื่องอีกเช่นกัน เพราะเนื้อไก่หอมนุ่มรู้เลยว่าใช้ของสด ราดด้วยซอสรสเปรี้ยวอมหวาน เด็ดปรู๊ดปร๊าดจนต้องสั่งมาเบิ้ลอีกสักที

          สนใจแล้วใช่ไหม ยังไงลองแวะกันมาชิมกันได้ โดยร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 21.00 น. (วันศุกร์-อาทิตย์ เปิดถึง 22.00 น.) โทร. 053-328-455


ข้าวเม่า ข้าวฟ่าง

          ร้านนี้ก็มาในแนวธรรมชาติอีกแล้วครับ อารมณ์แบบรับประทานอาหารอยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร จนนั่งไปนั่งมารู้สึกอยากจะแก้ผ้าโหนเถาวัลย์ แหกปากร้อง “โห่ ฮี้ โห่” ประหนึ่งทาซานให้มันรู้แล้วรู้รอด

ข้าวเม่าข้าวฟ่าง เชียงใหม่ หางดง อาหาร อาหารไทย อาหารตามสั่ง อำเภอเมือง
          พอเข้าไปสัมผัสบรรยากาศภายในแล้วก็รู้สึกเย็นๆ ดีนะครับ ไม่ใช่เพราะเค้าเปิดแอร์ แต่น่าจะมาจากความร่มรื่นของธรรมชาติที่สร้างขึ้นมาจนเขียวชอุ่มรอบทิศทาง แถมยังมีน้ำตกใสๆ ไหลสะท้อนเสียงเพราะๆ ให้เราฟังกันระรื่นหู

          ว่ากันถึงอาหารเริ่มด้วยเมนูแนะนำ “ปลาเขื่อนทอดสมุนไพร” ปลาแม่น้ำสดตัวใหญ่ นำมาหั่นเป็นชิ้นไม่มีก้าง ลงทอดในน้ำมันจนได้สีเหลืองขมิ้น กรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นเครื่องสมุนไพร

ข้าวเม่าข้าวฟ่าง เชียงใหม่ หางดง อาหาร อาหารไทย อาหารตามสั่ง อำเภอเมือง ปลาเขื่อนทอดสมุนไพร

         “ปลาเขื่อนนึ่งซีอิ๊ว” ปลาแม่น้ำเนื้อนุ่มสดใหม่ แล่เป็นชิ้นนึ่งในน้ำซีอิ๊วสูตรเข้มข้น เป็นอาหารจานปลารสชาติกลมกล่อมที่ไม่ควรพลาด

          อาหารทานเล่นคู่โต๊ะอย่าง “เมี่ยงไก่กรอบ”  ก็โดดเด่นด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของพืชผักสมุนไพรสด กับไก่กรอบ ทานคู่กับใบชะพลู ผักสลัด หรือใบทองหลาง ครบรสชาติทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็มแบบไทยแท้

          ดับกระหายในแบบธรรมชาติด้วย “น้ำมะพร้าวหอม” เย็นฉ่ำชื่นใจ เสิร์ฟทั้งลูก เพิ่มดีกรีความเป็นธรรมชาติให้ทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก

          นอกจากนี้ยังมีเมนูอีกมากมายให้คุณเลือกอร่อย ทั้งอาหารพื้นเมืองและอาหารแบบไทยๆ เดินทางมาก็ไม่ยาก หากมาจากตัวเมืองเชียงใหม่ ให้ตรงมาทางโลตัส หางดง ซึ่งระหว่างทางจะผ่านบิ๊กซีหางดง และห้างแม็คโคร แล้วพอเห็นปั๊มน้ำมันเจ็ท ให้ชิดขวาเลี้ยวกลับรถมาประมาณ 500 เมตร ร้านข้าวเม่าข้าวฟ่างจะตั้งอยู่ทางขวามือครับ

          ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. - 22.00 น. (http://www.khaomaokhaofang.com) โทร. 053-838-444, 053-441-908

ไป ไปเต๊อะ ไปแอ่ว!

ดอยสุเทพ

ดอยสุเทพ เชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยว ดอย วัด อำเภอเมือง
          ส่งสายตามองผ่านสวนสัตว์เชียงใหม่นัยว่าเป็นการทักทายเพียงผ่านๆ ขณะกำลังนั่งอยู่ในรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่มุ่งหน้าสู่ยอดเขา "ดอยสุเทพ" จากนั้นมหกรรม “ซ้าย ขวา ซ้าย” ก็จะเริ่มบรรเลงไปตามเส้นทางที่โย้ไป เอนมา ในทิศทางดังกล่าว จึงขอเตือนว่าหากใครเพิ่งรับประทานอาหารขึ้นมาอิ่มๆ กรุณานั่งพักเสียก่อนจะขึ้นมาดีกว่าครับ ไม่งั้นอาจจะมีลูกขย้อนเอาของเก่าออกมาทักทายชาวโลกได้ง่ายๆ

          เมื่อมาถึงบริเวณดอยสุเทพที่ให้รถจอดแล้ว ใช่ว่าจะได้สักการะพระธาตุกันเลย เพราะคุณต้องขึ้นไปอีกไกลโข ซึ่งก็มีการเดินทางให้เลือกอยู่ 2 แบบ แบบที่ 1 โชว์อึด ออกกำลังกายเต็มสูบเดินขึ้นบันไดนาคกว่า 300 ขั้น อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญแห่งหนึ่งของวัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งมีความงดงามทางด้านศิลปะที่ทรงคุณค่า และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ถ้าหากคุณมั่นใจในกำลังขาว่าจะไม่สั่นพั่บๆ ก่อนจะถึง ก็เชิญชวนเท้าตัวเองก้าวขึ้นไปได้เลย

          แบบที่ 2 ล้ำสมัยกับการเดินทางในรูปแบบรถรางไฟฟ้าทะยานขึ้นดอย โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 - 18.00 น. ในราคาขึ้น-ลง คนละ 20 บาท(สำหรับคนไทย) และ 50 บาท (สำหรับชาวต่างชาติ)

          เมื่อมาถึงก็จะพบพระธาตุสีเหลืองทองอร่ามงดงามตา ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า โดยความสำคัญของวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ นับเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ที่เค้าเชื่อกันว่าใครที่เดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ สมควรจะแวะมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเป็นสถาปัตยกรรมอันสวยงามซึ่งสะท้อนศิลปะแห่งความเป็นล้านนาออกมาได้อย่างโดดเด่น

          วิธีเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ให้ขับมาทางถนนห้วยแก้วผ่านหน้าสวนสัตว์เชียงใหม่, ครูบาศรีวิชัย แล้วขึ้นไปประมาณ 14 กิโลเมตรก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ

          หากใครที่ไม่ได้เอารถส่วนตัวขึ้นไป ก็สามารถโดยสารรถแดงขึ้นไปได้เหมือนกัน โดยคิดค่าโดยสารคนละ 40 บาท (ไป-กลับ = 80 บาท) (www.painaidii.com/ดอยสุเทพ)

 ดอยปุย

ดอยปุย เชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยว ดอย หางดง แม่ริม อุทยานแห่งชาติ

         จะมีดอยใดเล่าที่จะทำให้ผมยิ้มได้แทบจะตลอดเวลาเท่า “ดอยปุย” แห่งนี้ เพียงถัดมาจากดอยสุเทพไปประมาณ 10 กิโลเมตรผ่านเส้นทางคดเคี้ยว เสียวไส้ ลาดชัน และเล็กแคบ อันตรายสำหรับมือใหม่อย่างยิ่งยวด

          ก็มาถึงหมู่บ้านชาวม้งที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ความใสซื่ออันยากจะพบได้ที่ไหน ทันทีที่เท้าลงแตะพื้นสัมผัสดอยปุย จะมีเด็กดอยหลายคนพุ่งเข้าชาร์จคุณ ก่อนจะพ่นสำเนียงชาวเขาใส่อย่างน่าเอ็นดู “เดาะไม้มั๊ยคะพี่ เดาะไม้มั๊ยคะ” เจ้าหนูยื่นขายดอกไม้ให้แก่ผม แต่ผมขอไม่สนใจ เธอก็บอกกลับมาว่า “มะเปไรค่ะ งั้นหนูให้ฟรี” อุ๊บร๊ะ! เด็กดอยน้ำใจงาม มอบดอกไม้ให้เราฟรีๆ อันเป็นความประทับใจแรกที่ผมได้สัมผัส
 
          ตอนนี้ในมือมีดอกไม้ พร้อมจิตใจที่เต็มอิ่มในไมตรีที่น้องมอบให้ ทันใดก็หันไปเห็นพุ่มดอกไม้ช่อหนึ่ง “อ้าว เฮ้ย! นี่มันดอกเดียวกับที่เอามาให้เรานิน่า” โถไอ้เราก็นึกว่าตั้งใจหอบมาขายจากบ้าน ที่ไหนได้เด็ดกันสดๆ คงเผื่อฟลุ๊ค แต่ไม่เป็นไรถือว่าเป็นความน่ารักไปอีกแบบ

          หลังจากโดนขายดอกไม้แล้ว สิ่งที่คุณจะเจอต่อมาก็จะเป็นเด็กดอยอีกนั่นแหละ แต่คราวนี้ไม่ได้เด็ดอะไรมาขาย แต่เสนอตัวเป็นไกด์พาเที่ยวให้เราครับ ไกด์ที่ผมเจอเป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณ 10 ขวบ มีนามว่า “เซ่อ” ส่วนเรื่องสนนราคาก็แล้วแต่เราจะให้

          ซึ่งอย่าคิดว่าเด็กดอยจะใสซื่อ ไร้เดียงสาไปซะทีเดียว เพราะเจ้าไกด์ของผมคนนี้บอกได้เลยว่าจี๊ดมาก กวนสุดๆ แกล้งอำเรื่องในกรุงเทพฯ หรืออะไรหน่อยนี่เค้ารู้ทันหมดนะครับ และการตอบคำถามหลายๆ อย่างของเค้ามันดูใสๆ ไม่เสแสร้ง ทำให้ผมยิ้มไปกับมุมมองของเจ้าเซ่อได้ตลอดเวลา

ดอยปุย เชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยว ดอย หางดง แม่ริม อุทยานแห่งชาติ

          พูดถึงไฮไลท์ในสถานที่แห่งนี้กันบ้าง โดยหมู่บ้านดอยปุยนั้นเป็นหมู่บ้านของชาวม้งจริงๆ เลยนะครับ ไม่ได้มีการเซ็ทขึ้นมา แบบเราไปเดินดูบ้านเรือนเค้า บางทีเค้ากินข้าวทำอะไรอยู่ เราก็ไปจ๊ะเอ๋เอาดื้อๆ ซึ่งก็จะมีร้านรวงขายของอยู่เป็นส่วนใหญ่จะเป็นแบบเสื้อผ้าชาวม้ง เครื่องเงิน กำไล และอีกจิปาถะอารมณ์ประมาณของแฮนด์เมด ช้อปกันได้เพลินๆ

          สิ่งที่ได้รับน่าจะเป็นการได้เห็นและเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวม้ง ได้ดูวิธีการใช้ชีวิต กิจกรรมการละเล่นในยามว่าง ข้าวของเครื่องใช้แปลกๆ เหมือนกับได้เป็นการเปิดหูเปิดตาที่ยอดเยี่ยม

          ทีเด็ดจะอยู่มีบริการให้เช่าชุดชาวเขา ให้ราแต่งตัวไปถ่ายรูปเก๋ๆ ถ้าอยากให้เหมือนสุดๆ แนะนำให้ทำขี้มูกกรังๆ อันเป็นโลโก้ประจำตัวของเด็กดอย และซดเหล้าไปเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าแดงฝาดระเรื่อ เป็นอันเสร็จพิธี อิอิ

          ที่ประทับใจที่สุดน่าจะเป็นในส่วนสวนดอกไม้ อากาศดีมว๊ากกก มันเย็นเจี๊ยบๆ ลองหาที่นั่งสูดอากาศสดชื่น รับรองว่าจะเพลิดเพลินแอบเคลิ้มหลับกันได้เลยทีเดียว

          วิธีเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ให้ขับมาทางถนนห้วยแก้วผ่านหน้าสวนสัตว์เชียงใหม่, ครูบาศรีวิชัย แล้วขึ้นมาถึงดอยสุเทพ ก็ให้ขับต่อมาอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ก็จะถึงที่หมาย

          หรือใครจะโดยสารรถแดงไปก็ได้ครับ อัตราค่าโดยสารจะอยู่ที่ 90 บาท ต่อคน (ไป-กลับ = 180 บาท)(www.painaidii.com/ดอยปุย)


หมู่บ้านหัตถกรรมบ้านถวาย

หมู่บ้านหัตถกรรมบ้านถวาย หางดง เชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง เฟอร์นิเจอร์  ของชำร่วย ของตกแต่งบ้าน
         สอยลงจากดอยสู่การแอ่วบนพื้นราบ มาชื่นชมความวิจิตรงดงามของงานหัตถกรรมไม้แกะสลัก แห่ง “หมู่บ้านหัตถกรรมบ้านถวาย” ที่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของทางจังหวัดไปโดยปริยาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงานแกะสลักสิ่งของไว้ใช้ตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ ของชำร่วย ของกระจุกกระจิก ที่ล้วนสร้างขึ้นจากงานไม้โดยฝีมือชาวบ้าน ผ่านไอเดียสุดสร้างสรรค์ เต็มเปี่ยมด้วยความปราณีตในทุกรายละเอียดของชิ้นงาน จนได้รับการยอมรับจากชาวต่างประเทศถึงคุณภาพและความสวยงาม ซึ่งรับรองว่าไปเดินจะต้องอดใจไม่ไหว ได้หิ้วอะไรกลับไปบ้านอย่างแน่นอน

          การเดินทางมายัง “หมู่บ้านหัตถกรรมบ้านถวาย” เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ให้มาตามเส้นเชียงใหม่-หางดง (หมายเลข 108) ประมาณ กม.15 จะเห็นตลาดหางดงทางขวามือ อีกไม่ไกลจะมีทางสามแยก สังเกตป้ายบอกทางแล้วเลี้ยวเข้าซ้ายไปตามทาง ระยะทางประมาณ 3 กิโลครึ่ง ก็จะถึงบ้านถวาย (สองฝั่งคลอง)

          เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 081-882-4882 (www.painaidii.com/บ้านถวาย)


ทักทายแพนด้า ที่สวนสัตว์เชียงใหม่

          อย่าเพิ่งคิดว่ามันโหลหรือเกร่อกันไปหน่อย กับเจ้าหมีแพนด้าตัวอ้วนกลมตุ้ยนุ้ย ที่ทุกวันนี้ก็มานอนดุ๊กดิ๊กให้เรารับชมกันแบบเรียลลิตี้ทีวี ทั้งเจ้าหนูหลินปิง และแม่หลินฮุ่ย หรือดูความจ้ำม่ำของตัวพ่ออย่างเจ้า ช่วง ช่วง

สวนสัตว์เชียงใหม่ แพนด้า หลินฮุ้ย ช่วงช่วง เชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยว สวนสัตว์ อำเภอเมือง
          เพราะอยากจะบอกว่าเมื่อได้มาดูของจริงแล้วน่ารักกว่าเยอะเลยครับ ได้เห็นธรรมชาติของหมีอย่างใกล้ชิด แถมเร็วๆ นี้เดี๋ยวประเทศไทยของเราก็ต้องส่งกลับคืนเจ้าของสู่ประเทศจีนกันแล้ว เพราะฉะนั้นใครที่ยังลังเลอย่ามัวรอ มาเร็วมาจะพาไปดูหมีกัน

          อัตรค่าเข้าสวนสัตว์เชียงใหม่ ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็กสูงไม่เกิน 135 ซม. 10 บาท /  ค่าจอดรถยนต์ 50 บาท, รถจักรยานยนต์ 10 บาท, รถจักรยาน 1 บาท (ก็ยังจะเก็บเนาะ) / อัตราค่าเข้าชมหมีแพนด้าผู้ใหญ่ 50 บาท  เด็กสูงไม่เกิน 135 ซม. 20 บาท

          การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ให้มาทางถนนห้วยแก้ว ซึ่งเป็นเส้นทางขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพวรมหาวิหาร โดยสวนสัตว์เชียงใหม่ตั้งอยู่ด้านซ้ายมือห่างจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพียง 800 เมตร เท่านั้น

          และสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 053-221-179 (www.painaidii.com/สวนสัตว์เชียงใหม่) http://www.chiangmaizoo.com/

ม่วนคักๆ จัดหนักยามราตรี

Warm Up

          จะตื้ดที่เมืองเหนือทั้งที ก็ต้องมาที่สุดของจังหวัดมิให้เสียชื่อสิจริงมั๊ย? โดยสถานแรกที่หนุ่มสาวชาวเชียงใหม่ต่างทิ่มนิ้วไปในทิศทางเดียวกัน คงจะหนีไม่พ้น “Warm Up” ร้านสุดฮอตเนเวอร์ดาย ย่านหรูนิมมานเหมินทร์ (อีกแล้วครับท่าน) นั่นแน่! คุ้นตากันอยู่ใช่ไหมล่ะร้านนี้ แต่ไม่รู้ว่าหลายคนยังจำได้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วเค้าเป็น ผับแอนด์เรสเตอรองนะครับ ไม่ใช่เปิดให้ดิ้นปลิ้นสเต็ปกันลูกเดียว

          การตกแต่งร้านก็จะอารมณ์ประมาณโมเดิร์นอาร์ท มีกลิ่นอายความคลาสสิกนิดๆ ดูเก๋ไก๋ ในส่วนของที่นั่งก็จะมีตั้งแต่โซนนอกร้านที่จะให้คุณได้สดับกับเพลงสากลหลากสไตล์ พร้อมที่นั่งสบายๆ เหมาะอย่างยิ่งกับการนั่งชิลล์เล็งแม่หญิงแหล่มๆ หรือสนทนาภาษาฮาเฮกับผองเพื่อน

          สำหรับใครที่เหงาขา หงอยแขน ต้องการแดนซ์แบบสะบัด ก็เชิญก้าวเข้าสู่โซนด้านใน ที่คุณจะได้เพิ่มดีกรีความมันส์สุดตลิ่ง จากวงดนตรีฝีมือเจ๋งขนกันมาชนิดจัดเต็มทั้งร้อง-เล่นแบบสดๆ  แถมยังเพลินกับเสียงอ็อดๆ แจ๊กจิ้งแกร๊ด (เสียงสแคลชแผ่น) ของดีเจหัตถ์พระกาฬมาวาดลวดลายแห่งความสนุกกันอย่างถึงใจ

          ทีเด็ดของที่นี่คือถูกยกให้เป็นแหล่งรวมชายหญิงหน้าตาพริ้งพราวราวซุปเปอร์สตาร์ โดยเฉพาะสาวๆ โอ้ว! แม่เจ้า ทั้งขาว ทั้งจิ้มลิ้ม ทิ่มแทงใจ และยิ่งใครชอบเลดี้จาก ม.เชียงใหม่ ที่เสียงเล่าอ้างว่างามกันแทบทุกอนงค์ ก็ขอให้เจาะจงไปวันอังคาร (เด็กมช. มักจะมาเยอะ เพราะวันพุธเป็นวันหยุดของมหาวิทยาลัย เที่ยวได้เต็มที่ อิอิ) ส่วนใครอยากเจอเกิร์ลแบบรวมทุกเวอร์ชั่น ก็มาวันศุกร์เด็ดแท้แน่นอน

          ข้อแนะนำเนื่องจากที่นี่ฮฮตฮิตติดลมบน ดังนั้นผู้คนจึงเนืองแน่นมาก หากคุณอยากได้โต๊ะนั่งเป็นของตัวเอง แนะนำให้มากันก่อน 2 ทุ่ม (คนเชียงใหม่มักจะมาเที่ยวกันเร็ว) ถ้ามาหลังจากนั้นก็เตรียมใจเลยว่า ได้ยืนกันมันส์พ่ะย่ะค่ะแหงมๆ

          อ้อ! เกือบลืมแนะนำอาหารไม่ควรพลาด ตีนไก่ตุ๋นวอร์มอัพ, ปีกไก่ทอดน้ำปลา, กระเพาะปลาผัดแห้ง  เป็นต้น

          ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. - 01.00 น. หรือลองโทรไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 053-400-677, 08 1-783-9077


Monkey Club

monkey club เชียงใหม่ นิมมานเหมินทร์ อาหาร ไนท์คลับ

          อีกหนึ่ง Land Mark แหล่งสังสรรค์ห้วงรัตติกาลสไตล์โมเดิร์นฮิป ของวัยทีนถิ่นเจียงใหม่ (เจ้า) ความฮอตฮิตจัดว่าตีคู่กับร้าน Warm Up มาอย่างสูสี ชนิดที่หากเป็นการวิ่งแข่งคงต้องตัดสินกันด้วยภาพถ่าย อีกหนึ่งสิ่งที่ดูจะเหมือนกันก็อัตราแจ่มขั้นหล่อเท่ห์-สวยเซ็กซี่ ของบรรดาลูกค้าที่แห่แหนกันมาไม่ขาดสาย

          โซนหย่อนตะโพก (ที่นั่ง) ของร้านก็แบ่งออกเป็น 2 ส่วนเช่นกัน คือโซนนั่งชิลล์พลิ้วอารมณ์ และโซนผับเต้นตับกระจาย ซึ่งความโดดเด่นของชมรมลิงค่าง เห็นจะเป็น Level สุดเหวี่ยงจากวงดนตรีสดที่หมุนเวียนมาโชว์ลีลาให้ยลทุกวี่วัน และยังมีศิลปินนักร้องชื่อดังหลากหลายค่ายมาเล่นให้ฟังกันอีกด้วย

          ความอร่อยของเมนูอาหารก็ทำได้ดีใช่เล่น รวมทั้งยังเฟ้นชื่อแต่ละรายการมาซะเก๋กู้ด เช่น ลิงร้ายหมายจันทร์, 18 มงกุฎ, วานรคลุกฝุ่น, วานรสวรรค์ เป็นต้น

          หากใครสนใจมาม่วน ก็ต้องรีบมาเหมือนเคยเพราะคนเยอะยุ่บยั่บอย่างรวดเร็ว แผนผังของสมาคมตั้งอยู่ที่นิมมาเหมินทร์ซอย 9 (เข้ามาประมาณ 50 เมตร ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือ) เปิดมอบความหฤหรรษ์ตั้งแต่เวลา  17.00 น. - 01.00 น. หรือกริ๊งกร๊างถามเพิ่มเติมที่ 053 – 226-997-8

          ตามไปม่วนกับแหล่งช้อปปิ้งสุดเจ๋ง กิจกรรมมันส์ๆ และผ่อนคลายสบ๊าย สบาย กันต่อในตอน 3 (จบ)

แสดงความคิดเห็น