พากิน พาเที่ยว ลัดเลี้ยวสยามสแควร์

31 ตุลาคม 2554 | โดย PauLLiE (78,428 เข้าชม)
แบ่งปัน:

พากิน พาเที่ยว ลัดเลี้ยวสยามสแควร์

นำขบวนเที่ยว โดย PauLLiE

www.PaiNaiDii.com

          ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยเป็นวัยรุ่น ปัจจุบันเป็นวัยรุ่น หรือกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นวัยรุ่น หากพูดถึง แหล่งบันเทิง แหล่งศูนย์รวมการศึกษา ที่นัดพบ ที่ช็อปปิ้ง  ร้านอาหาร  ที่ที่คนทุกคนโดยเฉพาะเด็กแนวสายเดี่ยวชาวกรุง ไม่พลาดที่จะแวะเวียน เยี่ยมชม คงหนีไม่พ้น “สยามสแควร์”

          “สยามสแควร์” ตั้งอยู่บนพื้นที่บริเวณสี่แยกปทุมวัน โดยก่อตั้งตั้งแต่ปี 2508 จวบจนปัจจุบัน แม้จะมีการผันเปลี่ยนรูปแบบไปหลากหลาย มีร้านค้าหรือธุรกิจมากมายที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไป  แต่มนต์เสน่ห์แห่งการเป็นศูนย์รวมวัยรุ่นทุกยุคสมัย ยังคงไม่สร่างซา ยิ่งการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วในปัจจุบัน มีรถไฟฟ้าบีทีเอสวิ่งผ่าน เดินทางได้ทั้งจากด้านฝั่งสุขุมวิท และ ด้านสีสม แค่เพียงก้าวลงจากสถานีสยาม ก็สามารถทะลุเข้าสู่โลกแห่งวัยรุ่น วัยทำงานได้ทันที ยิ่งทำให้ วันนี้ “สยามสแควร์” ไม่ได้เป็นแค่ศูนย์รวมแหล่งบันเทิง แหล่งนัดพบเพียงอย่างเดียว แต่ “สยามสแควร์” ยังได้กลายเป็น ชุมชนโลกเศรษฐกิจใหม่ที่ทุกหมวดธุรกิจ ไม่พลาดที่จะก้าวเข้ามาจับจองพื้นที่รวมไปจนถึงจัดกิจกรรมทางการตลาดแบบแปลก ใหม่มากขึ้นทุกวัน เหตุใดที่นี่จึงมีผู้คนหลากหลาย เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป เด็กเก๋ารุ่นเก่าโตขึ้น แต่ทำไมเด็กแนวรุ่นใหม่ยังคงเดินเข้าสู่ถนนสายนี้ อย่างต่อเนื่อง  PaiNaiDii Diary จะนำคุณร่วมค้นหาคำตอบว่า เด็กแนวสายเดี่ยว นุ่งสั้น เค้ามาทำอะไรกันที่นี่  “สยามสแควร์”

สารบัญความเพลิน

กินเรื่องหลัก....รักเรื่องรอง

          เรื่องการกินถ้าถามเด็กวัยรุ่นยุคใหม่ จะแค่อร่อยอย่างเดียว แต่บรรยากาศไม่ดี จัดร้านไม่แนว ไม่มีเอกลักษณ์ คงยืนหยัดในสยามสแควร์ไม่ได้แน่ เพราะที่นี่ นอกจากจะเป็นศูนย์รวมของหลายสิ่งหลายอย่างแล้ว เรื่องของอาหารการกิน ยังได้ชื่อว่า เป็นแหล่งรวมร้านอาหารหลากสไตล์ ให้เลือกสรร ตามความชอบ กำลังทรัพย์  กันอีกด้วย

เช้ายันเยํน อาหาร ข้าวแกง ตามสั่ง กรุงเทพ สยามสแควร์ ปทุมวัน

          ร้านแรกที่จะแนะนำในวันนี้ ชื่อว่าร้าน “เช้ายันเย็น” ตั้งอยู่บนพื้นที่ชั้น 2 ของตึกฝั่งตรงข้าม ธนาคารไทยพาณิชย์ บริเวณ สยามสแควร์ ซอย 1 เป็นร้านอาหารตามสั่ง ที่มีสไตล์โดดเด่นคือ ต้อนรับลูกค้าทุกระดับ ใส่ใจการบริการ แต่ไม่เอาใจลูกค้าจนขาดความเป็นส่วนตัว ถ้าเป็นลูกค้าเข้ามาทานอาหาร เรายินดีต้อนรับ แต่ถ้าไม่ใช่ มาแนวคาดหวังธุรกิจแอบแฝง ที่นี่ ไม่ต้อนรับค่ะ ( บรรดาครูสอนพิเศษทั้งหลายที่ยึดร้านอาหารเป็นสถานที่สอนพิเศษ สั่งน้ำ 1 แก้ว สอนนานเป็นชั่วโมง ต้องขอบอกว่า ที่นี่ Say No!!! ) บรรยากาศการจัดร้าน เน้นโทนสีเขียวเหลือง สว่างไสว ประดับตกแต่งร้านด้วยของเล่นและขนมแบบโบราณ ซึ่งเป็นของสะสมของเจ้าของร้าน แต่ถ้าใครไปทานอาหารแล้วสนใจ อยากจะย้อนอดีตวันวานกับของหวานหลากสี ไปจนถึงของเล่นวัยเยาว์ก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้นะคะ เค้ามีบางส่วนที่จัดแสดงไว้สำหรับจำหน่ายแก่ลูกค้าที่สนใจค่ะ

เช้ายันเยํน อาหาร ข้าวแกง ตามสั่ง กรุงเทพ สยามสแควร์ ปทุมวัน

          อาหารภายในร้านจะเป็นลักษณะของอาหารตามสั่ง อาหารแนะนำของที่ร้าน ที่ทางร้านภูมิใจเสนอ  ก็ คือ  ข้าวหยกสเต๊กหมูฮ่องกง ซึ่งทางร้านจะใช้หมูสันนอกอย่างดี หมักเครื่องเทศ สูตรเด็ดของทางร้าน จนชุ่มเข้าเนื้อ ทานคู่กับข้าวผัดหยก ที่ใช้ข้าวสวยผัดกับถั่วลันเตาและไข่ ให้สีสันและรสชาติที่ถูกปาก หรือถ้าไม่ชอบแนวหมูหมัก ก็ขอแนะนำเป็นเมนู “ข้าวหมูอบเช้ายันเย็น”  ซึ่งที่นี่เค้าจะเลือกหมูสันนอกอย่างดี ชิ้นโต มาหมักเครื่องแล้วทอดในน้ำมันจนเหลืองสุกกรอบ ราดซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน เมนูนี้ขอบอกว่า หมูทอดจนกรอบอร่อยได้รสดีมากค่ะ แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบรสจัดจ้าน สามารถปรุงรสเพิ่มด้วย ซอสปรุงรส ซอสมะเขือเทศ หรือ ซอสพริกได้ตามใจชอบค่ะ  แต่ถ้ามาช่วงที่ผู้คนล้นหลาม อยากจะทานเร็วๆล่ะก็ แนะนำกับข้าวสำเร็จรูปค่ะ ที่นี่เค้าจะทำไว้ให้เลือกสำหรับตักราดข้าว หรือ เป็นสั่งเป็นกับข้าวสำเร็จก็ได้ โดยแต่ละวัน จะมีให้เลือกอยู่ที่ประมาณ 13-15 รายการทีเดียวค่ะ

เช้ายันเยํน อาหาร ข้าวแกง ตามสั่ง กรุงเทพ สยามสแควร์ ปทุมวัน

          เมนูของหวานของที่นี่ ที่เป็นทีเด็ดที่ต้องขอแนะนำเลยคือ “นมสดละมุน” ที่ใช้นมสดอย่างดีมาผสมเจลาติน เป็นลักษณะพุดดิ้ง ราดด้วยนมสดและ ข้าวโพด เมื่อทานเข้าไป พุดดิ้งจะหอมหวาน และละลายในปาก ให้ความรู้สึกละมุนลิ้น สมชื่อค่ะ  หรือถ้าไม่ชอบแนวนมสด ก็ขอแนะนำเป็น ขนมปังสังขยาเบตง ที่เข้ากันได้ดีกับชาซีลอนค่ะ สำหรับเครื่องดื่มที่นี่ ไม่เน้นแอลกอฮอล์ค่ะ จะเป็นลักษณะน้ำหวานซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร ต้องยกให้ 2 เมนูนี้ค่ะ “หน่อเค้า” ที่เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของโอเลี้ยงกับชาดำ และ  “กุ๊กกิ๊ก” การผสมกันอย่างลงตัวของโอเลี้ยงกับเก็กฮวย หวาน หอม ชื่นใจค่ะ

          ร้านนี้เปิดบริการ ทุกวัน จันทร์ - เสาร์ ตั้งแต่  7.00 -  21.00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์ และ วันนักขัตฤกษ์ ค่ะ ถ้าสนใจจัดเลี้ยงภายในไม่เกิน 75 คน สามารถติดต่อได้ค่ะ อ้อ ที่นี่ มีบริการอาหารเช้า ตลอดวันด้วยค่ะ

          ผ่านของคาวแบบหนักท้องค่อนไปทางไทยกึ่งฝรั่งกันไปแล้ว ฉีกแนวดับเลี่ยนด้วยของคาวแนวบ้านๆ ที่หลายคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นคือเมนูพื้นบ้าน “ส้มตำ” ค่ะ แต่ร้านที่จะแนะนำในวันนี้ไม่ใช่ส้มตำปูปลาร้าบ้านๆทั่วไป แต่เป็นส้มตำเด็กแนว ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในย่านนี้  เค้ามีดีอย่างไรไปดูกัน

ส้มตำนัว อาหาร อาหารไทย ตามสั่ง กรุงเทพ สยามสแควร์ ปทุมวัน

          “ส้มตำนัว” ร้านส้มตำแนวใหม่ ขวัญใจวัยฮิป เจ้าของคอนเซ็ปต์ “กินสนุก ลุกนั่งสบาย” ตั้งอยู่ในสยามสแควร์ ซอย 5 เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.45 – 21.30 น. มีพื้นที่ 2 ชั้น โดยชั้นล่าง จะเปิดตลอด แต่ชั้น 2 จะปิดพักเบรคในช่วง 14.00 – 17.00 น. ใครจะไปเชื่อว่าร้านแห่งนี้อยู่คู่สยามสแควร์มาเป็นเวลานานถึง 10 ปี เต็ม โดยในช่วงแรก เปิดที่ ซอย 9 ต่อมาพื้นที่คับแคบ จึงได้ย้ายมาที่ตั้งในปัจจุบัน จุดเด่นของร้านส้มตำนัว นอกจากเมนูรสชาติจัดจ้านถึงใจแล้ว ที่นี่ยังเน้นเรื่องของการบริการ ให้ผู้ที่เข้ามาทาน รู้สึกสบายเป็นกันเอง เหมือนอยู่ที่บ้าน วัตถุดิบที่ใช้ ก็จะใช้ของดีมีคุณภาพ บวกกับฝีมือของแม่ครัวที่ไม่เป็น 2 รองใครและมีสูตรมาตรฐานที่ชัดเจน คนครัวคนไหนทำ ก็รสชาติจัดจ้านเช่นเดิม

ส้มตำนัว อาหาร อาหารไทย ตามสั่ง กรุงเทพ สยามสแควร์ ปทุมวัน

          เมนูเด็ดที่ทางร้านแนะนำเราในวันนี้ มีหลายเมนูด้วยกัน เริ่มที่ “ส้มตำมั่ว” ที่นี่เค้าจะใช้เส้นขนมจีนตำผสมกับมะละกอคลุกเคล้ากับหมูยอและแคปหมู ปรุงรสเปรี้ยวหวาน รสชาติถึงใจ ชิมมาชิมไปไม่น่าเชื่อว่า 4 สิ่งนี้ จะเข้ากั้นเข้ากันได้อย่างดีหมดไปตอนไหนไม่รู้ตัวเลยค่ะ  เมนูที่ 2 ขอแนะนำ ไก่ทอด หรือ ไก่ตะกร้า ที่หมักเครื่องแล้วนำไปทอดจนกรอบ ใส่ลงมาในตะกร้า จัดจนดูดี ให้รสชาติ หวานของเนื้อไก่ แทรกความเค็ม มันนิดหน่อย กรอบนอกนุ่มใน ลงตัวจนหยุดไม่ได้ ต้องสั่งตะกร้าที่ 2 , 3 ตามมาทันทีค่ะ  ตามมาติดๆด้วยเมนูที่ 3 ที่มาแล้วต้องสั่ง  “ต้มแซ่บกระดูกอ่อน” น้ำต้มแซ่บที่นี่รสชาติจัดจ้านจริงๆค่ะ ออกเปรี้ยวนำ ตามด้วยเผ็ดและเค็มหวานกำลังดี หมูที่ใช้ก็ตุ๋นมาสักระยะหนึ่ง ทำให้เนื้อเปื่อยกำลังพอกิน เคี้ยวกรุบกรอบด้วยกระดูกอ่อน จานนี้ชดได้ทั้งน้ำ ทานได้ทั้งเนื้อ คุ้มสุดๆค่ะ  และสำหรับคนที่ชอบทานอาหารแนวสปาเก็ตตี้ แต่ชอบรสแบบไทยๆ เราขอแนะนำเมนูกึ่งฟิวชั่น อีก 1 เมนู นั่นคือ “ผัดขนมจีน” ใช้เส้นขนมจีนมาผัดกับหมูยอ โรยหน้าด้วยหมูหยอง ปรุงรสหวาน เค็ม มัน ดับความเผ็ดและความเปรี้ยวของเมนูก่อนหน้าได้อย่างดีเลยค่ะ

          ร้านนี้คนค่อนข้างแน่น เพราะฉะนั้นแนะนำเลยค่ะว่า ถ้าไปช่วงเที่ยงอาจจะต้องทำใจนิดนึง แต่ถ้าไปช่วงอื่น รับรองได้ว่าจะอิ่มหนำแน่นอนค่ะ สนนราคาค่าอาหารที่ร้านนี้ จะอยู่ที่ 50-120 บาท/รายการโดยประมาณค่ะ ( ไม่รวมเมนูปลา อันนี้ต้องดูที่ขนาด) 

          ผ่านของกินมา 2 แนวแล้ว มาถึงสยามสแควร์ทั้งที  ถ้าไม่พูดถึงของกินแนวปิ้งย่าง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในหมู่เด็กแนวหน้าใสกันแล้ว คงถือว่ามาไม่ถึงสยามสแควร์ ซึ่งร้านแนวปิ้งย่างที่กำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในขณะนี้ คงหนีไม่พ้น “ร้านมิยาบิ”

มิยาบิ อาหาร อาหารญี่ปุ่น บุพเฟ่ต์ ปิ้งย่าง กรุงเทพ สยามสแควร์ ปทุมวัน

          “มิยาบิ” ร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ ซ.4 เป็นร้าน 3 ชั้น 1 คูหา การตกแต่งเน้นสไตล์โมเดิร์นเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศคงามเป็นสยาม  ส่วนเรื่องของอาหารก็เอาใจคนรักอาหารสไตล์ปิ้งย่างด้วยเมนูคุณภาพดี สดใหม่  ภายใต้สโลแกนของทางร้านที่ว่า “สดเนื้อๆ สุขเน้นๆ” ที่นี่เค้าจะคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากทุกมุมโลกมาให้บริการโดยไม่ทำให้นักชิมทุกท่านผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็น เนื้อคุณภาพเยี่ยมจากออสเตรเลียและอเมริกา (ขอบอกว่าปิ้งดีดี ละลายในปากเลยเชียวค่ะ) ปลาแซลมอลจากนอร์เวย์  ปลาซาบะจากเดนมาร์ก ปลาไข่จากญี่ปุ่น ยังไม่หมดแค่นั้น ที่นี่ยังมีพาเหรดอาหารญี่ปุ่นหลากหลาย ทั้ง ซูชิ เทมปุระ ทาโกะยากิ  มาเอาใจคนรักอาหารแดนปลาดิบกันอย่างไม่อั้นเลยทีเดียว เตาปิ้งของที่นี่มีระบบดูดควัน เพราะฉะนั้น ทานเสร็จไม่ต้องกลัวกลิ่นติดตัว ไปลั้นลาต่อทั้งดูหนัง ฟังเพลงแบบชิลล์ ๆ ได้เลยค่ะ

          สำหรับเมนูเด็ดของที่นี่ ขอยกนิ้วให้เมนูปิ้งย่าง โดยเฉพาะพวกเนื้อค่ะ เนื้อของเค้าจะหั่นมาชิ้นบางๆ พอเจอะกับไฟร้อนๆ จิ้มน้ำจิ้มเข้าไป อร่อยเด็ด จนปิ้งกันแทบไม่ทันเลยค่ะ หรือใครที่ไม่ทานเนื้อ ที่สาขาสยามสแควร์เค้ามีทีเด็ดที่อาหารพวกซีฟู้ดด้วยค่ะ ทั้ง กุ้ง ปูนิ่ม หอยเชลล์ สดใหม่ ตัวใหญ่ ถึงใจจริงๆ

          อิ่มอร่อยมื้อนี้ ค่าเสียหายอยู่ที่คนละ 459 บาท สำหรับเมนูย่าง และ 290 บาทสำหรับเมนูสุกี้ ค่ะ ชอบแบบไหนรักแบบไหน จัดไปเลยค่ะ  ร้านเปิด 11.00 – 23.00 น. ทุกวันค่ะ  เกือบลืมเรื่องสำคัญ หลังวันที่ 15 มิถุนายน เป็นต้นไป ร้านจะย้ายไปอยู่ที่ ซ.6 ด้วยโฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม หากมีโอกาส  PaiNaiDii Diary  จะไปเก็บภาพมาฝากทุกท่านอีกครั้งแน่นอนค่ะ

อิ่มพุงสบายใจ ...ได้เวลาช็อปบำบัดความเครียด

          ร้านค้าในสยามสแควร์ ถ้าไม่มีความโดดเด่นหรือมีเอกลักษณ์ที่เป็นของตัวเองแล้ว คงยากที่จะฝ่าวิกฤติการแข่งขันไปได้  วันนี้เรามีร้านค้าที่น่าสนใจมาแนะนำค่ะ

บานเสื่อ  ชอปิ้ง รองเท้า เสื้อผ้า กรุงเทพ สยามสแควร์ ปทุมวัน

          “บานเสื่อ” ร้านรองเท้าเอาใจคนมีสไตล์หรือเด็กแนวโดยเฉพาะ และด้วยรูปลักษณ์ที่เก๋ไก๋ แปลกตาด้วยสีสันที่ฉูดฉาดจัดจ้าน การตัดเย็บที่ปราณีต ที่สามารถสั่งตัดตามขนาดเท้า หรือสั่งตัดตามดีไซส์ของตัวเองได้ ส่งผลให้ร้าน “บานเสื่อ” อยู่คู่กับสยามสแควร์มานาน โดยร้านนี้จะตั้งอยู่บริเวณใต้โรงหนังลิโด้  เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.30 – 21.00 น. ปัจจุบันที่ร้านไม่มีป้ายร้านนะคะ แต่หาไม่ยากค่ะ ถามร้านค้าแถวนั้นได้ว่า ร้านรองเท้าแฮนด์เมดสีสดตั้งอยู่ตรงไหน ไม่มีใครไม่รู้จักค่ะ

          นอกจากรูปลักษณ์และสีสันของรองเท้าที่เป็นจุดขายของที่นี้แล้ว จุดเด่นที่สำคัญคือ ที่นี่เค้ามีตั้งแต่รองเท้าเด็กเล็ก ตั้งแต่ 6-7 เดือน ไปจนถึงรองเท้าผู้ใหญ่ที่หาไซส์ยาก ชูคอนเซ็ปท์จุดขาย  แม่-ลูกใส่คู่กัน ทำให้ที่ร้านนี้มีผู้คนแวะเวียนมาไม่ขาดสาย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จะนิยมรองเท้าร้านนี้เป็นพิเศษ บางคนถึงขนาดสั่งไปขายต่อที่ต่างประเทศกันเลยทีเดียว  สนนราคารองเท้าผ้าแฮนด์เมดของที่นี่ จะอยู่ที่ 380 – 450 บาทค่ะ เด็กแนวมีสไตล์คนใดสนใจอยากได้มาเป็นเจ้าของ เชิญจับจองได้เลยค่ะ ช้าไปตก  เทรนด์ไม่รู้ด้วยนะเออ

merry go round stained glass ชอปปิ้ง โคมไฟ ของตกแต่งบ้าน กรุงเทพ สยามสแควร์ ปทุมวัน

          เดินมาเดินไปสักระยะ เราก็มาเจอะกับร้านเล็กๆ ร้านหนึ่งแถวๆ สยามสแควร์ ซอย 2  มองดูจากหน้าร้าน จะโดดเด่นด้วยกระจกสีมากมาย ส่องกระทบกันไปมา ให้ความงดงาม ลองเข้าไปดูจึงได้รู้ว่าร้านนี้ชื่อ  “ Merry go Round Stained Glass”  ภายในร้านมี 2 ชั้น ประดับตกแต่งร้านด้วยโคมไฟ และ กระจกสี เมื่อส่องกระมบกัน ให้ความมันวาวและสดใส  โดยเฉพาะอย่างยิ่งโคมไฟที่ทำจาก  “Stain Glass”  ซึ่งเป็นกระจกสีผ่านกรรมวิธีผสมกับตะกั่ว ให้ความคงทนถาวร และสีสันสดใสกว่ากระจกสีทั้วไป (ถ้าใครนึกไม่ออก ให้นึกถึงโคมไฟสีสวยๆ ของร้านสเวนเซ่น ค่ะ นั่นล่ะฝีมือร้านนี้เค้าล่ะ) หรือถ้าใครสนใจพวกกล่องดนตรี แนวดิสนีย์ หรือ กล่องดนตรีลิขสิทธิ์ของแท้นำเข้า ที่นี่เค้าก็มีบริการหลากแบบ หลายราคาด้วยกันค่ะ รับประกันความแท้ ไม่มีก็อปปี้จากที่อื่นมาขายแน่นอนค่ะ ร้านเปิดทุกวันจันทร์ - เสาร์ ตั้งแต่เวลา 13.00 – 20.00 น. ใครที่กำลังจะแต่งบ้าน ลองไปดูนะคะ อ้อ!! นอกจากจะเลือกของในร้านไปได้แล้ว ถ้ามีแบบในใจสั่งทำได้นะคะ ที่นี่เค้ารับงาน Made to Order ค่ะ

          มาถึงสยามสแควร์ถ้าไม่แวะช็อปปิ้งเสื้อผ้า คงเรียกได้ว่ามาไม่ถึง ก็เลยต้องมองหาร้านค้าที่น่าสนใจ ลองเดินๆดูก็ไปสะดุดตากับร้านๆหนึ่ง อยู่ในซอย สยามสแควร์ ซอย 1 หลังธนาคารไทยพาณิชย์  เลี้ยวเข้าซอยจะอยู่ห้องที่ 3 ขวามือ ชื่อร้าน Two M Shop. ที่มาของชื่อร้านมาจาก ชื่อเจ้าของร้านที่ชื่อว่า เมย์ ทั้ง 2 คนค่ะ เลยเอามาตั้งชื่อร้านว่า Two M Shop  โดยสินค้าภายในร้านจะเน้นไปที่เสื้อผ้าแฟชั่น ใส่เที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืน (แอบกระซิบนิดนึง  ร้านนี้นอกจากจะมีเสื้อผ้าแฟชั่น ที่เน้นการตัดเองแล้ว เจ้าของร้านยังสวยและอัธยาศัยดีมากๆ ด้วยค่ะ) เวลาเปิดปิดร้านจะอยู่ในช่วง 12.00 – 21.00 น. ค่ะ แต่ถ้าใครชอบมาเดินสยามเวลาค่ำคืนที่ดึกกว่านั้น ร้านนี้เค้ามีสาขา 2 ตั้งอยู่หน้าร้าน paper lunch บริเวณ ตลาดนัดสยามสแควร์ ค่ะ โดยร้านสาขา 2 จะเปิดตั้งแต่ 18.00 – 23.00 น. ทุกวัน สะดวกเวลาไหนเชิญได้ค่ะ เจ้าของร้านสาวสวย ยินดีต้อนรับค่ะ

เที่ยวผ่อนคลายใต้ปีกสยามสแควร์และย่านใกล้เคียง

          นอกจากจะเป็นแหล่งรวมที่กิน ที่ช็อปปิ้งแล้ว ที่เที่ยวหย่อนใจให้ความรู้สึกชิลล์ ๆ สบาย ๆ ผ่อนคลายแต่ไม่ไร้สาระในสยามสแควร์ ยังมีมาให้พลพรรค์รักสนุกได้ดื่มด่ำกันในสไตล์ที่หลากหลาย ทั้งความรู้ ความสนุกสนาน รวมไปจนถึงการผ่อนคลายจากกีฬาการละเล่นต่างๆ ก็มีให้เลือกสรรกันมากมาย

เรือนไทยจิม ทอมป็สัน  ท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ กรุงเทพ  พระราม1 ปทุมวัน

          เรือนไทยจิม ทอมป์สัน ที่เรียกกันว่า “จิม ทอมป์สัน เฮ้าส์” เป็นเรือนหมู่สร้างด้วยไม้สัก ประกอบด้วยเรือนไทย 6 หลัง  ตั้งอยู่ในซอยเกษมสันต์ 2 บนถนนพระราม 1 ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ เดิมเป็นบ้านของ เจมส์ เอช ดับเบิ้ลยู ทอมป์สัน ผู้พิสมัยความงามของผ้าทอไทย โดยเฉพาะผ้าไหม จนได้ก่อตั้งและพัฒนา บริษัท อุตสาหกรรมผ้าไหม จำกัด ขึ้นในปี 2491 และเค้าผู้นี้ยังเป็นผู้ที่พาไหมไทย ออกสู่ประชาคมโลกได้เป็นคนแรกอีกด้วย  ซึ่งต่อมาราวปี 2510 จิมป์ ทอมป์สัน ได้ออกไปเดินทางท่องเที่ยวและหายสาปสูญไป มูลนิธิเจมส์ เอช ดับบลิว ทอมป์สัน จึงได้เข้ามาดูแลและคงสภาพบ้านไทย ของจิม ทอมป์สัน ให้คงอยู่ และบูรณะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีมนต์เสน่ห์แห่งความงามแบบไทย แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ อย่างไม่รู้คลาย

          ภายในบ้านหมู่เรือนไทยแห่งนี้ จะประกอบไปด้วยเรือนไทย 6 หลัง ตั้งเรียงราย โดยแบ่งแยกออกเป็นส่วนๆ ประกอบด้วยเรือนที่พัก เรือนห้องอาหาร เป็นต้น  พร้อมกันนี้ภายในยังมีร้านขายของที่ระลึกของ  “จิม ทอมป์สัน เฮ้าส์”  ซึ่งทำมาจากผ้าไหม อันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ รวมไปถึงสินค้าอื่นๆ ให้เลือกซื้อเลือกชม

          การเดินทางมาที่นี่ สามารถเดินทางได้หลายทางทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว แท็กซี่ สามล้อเครื่อง หรือจะนั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ลงบันไดฝั่งตรงข้ามสนามกีฬา เดินไปทางซ้าย จะเจอซอยเกษมสันต์ 2 เข้าซอยไปประมาณ 300 ม. จะอยู่เกือบสุดซอย ซ้ายมือ  เวลาเปิดปิดบ้านจะอยู่ที่ 9.00- 17.00 น. ของทุกวัน โดยที่นี่จะมีมัคคุเทศน์นำชมสถานที่ แบ่งออกเป็นรอบๆ รอบสุดท้ายของวันจะอยู่ที่เวลา 17.00 น.  อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 100 บาท นักเรียน นักศึกษา 50 บาทชอปปิ้ง ท่องเที่ยว แกลลอรี่ รูปภาพ ภาพวาด  หอศิลป์กรุงเทพ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ กรุงเทพ  ปทุมวัน

          ออกจากบ้านจิม ทอมป์สัน จากปากซอยเกษมสันต์ 2 เดินย้อนออกมาทางรถไฟฟ้า เดินตรงไปประมาณ 500 เมตร คุณจะเจอกับ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ หรือจะเรียกสั้นๆว่า “หอศิลป์กรุงเทพ” ก็ได้ค่ะ  บริเวณด้านหน้าอาคาร คุณจะพบกับ รูปปั้นคนขนาดใหญ่ทาสีขาว และถังขยะบรรจุความคิดและไอเดีย ตั้งเด่นตระหง่านอยู่  ภายในจะเป็นอาคารอาร์ตแกลอรี่สมัยใหม่ ที่รวมรวมงานแสดงเกี่ยวกับศิลปะต่างๆ ที่น่าสนใจ ทั้งศิลปะสมัยใหม่ไปจนถึงศิลปะร่วมสมัย ภายในตัวอาคารประกอบด้วยชั้นต่างๆ รวมทั้งสิ้น 10 ชั้นด้วยกัน โดย ชั้น L จัดเป็นห้องสมุดศิลปะ เอาใจเด็กแนวรักงานอาร์ตอย่างเต็มที่ ภายในเต็มไปด้วยหนังสือและบริการทางด้านศิลปะมากกว่า 6,000 รายการ  ตามมาด้วยห้องอเนกประสงค์ชั้น 1 ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับจัดงานนิทรรศการต่างๆ รวมไปจนถึงงานแถลงข่าว การบรรยาย เป็นต้น ต่อมา ชั้น 1-4 จะเป็นโซนของร้านค้า หรือ มูลนิธิต่างๆ ตลอดจนห้องสตูดิโอที่ใช้ในการจัดพื้นที่งานทดลองทางศิลปะ รวมไปจนถึง กิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ที่น่าสนใจ  ซึ่งสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะเป็นสินค้าแนวอาร์ตๆ มากมาย ตั้งแต่ หนังสือทำมือ ไปจนถึง การสเก็ตภาพเหมือน โดยศิลปินต่างๆ รวมไปจนถึงการเผยแพร่ข้อมูลของมูลนิธิแนวศิลปะให้เป็นที่แพร่หลายต่อไป ในชั้น 5 จะแบ่งเป็นห้องต่างๆ ที่ใช้ในการเรียนรู้ศิลปะ ไปจนถึงการฉายภาพยนตร์ มีบริการโต๊ะ-เก้าอี้สำหรับนั่งพัก พูดคุยแลกเปลี่ยน ไปจนถึงนั่งทำการบ้านกันเลยทีเดียว

          บริเวณ ชั้น 7-9 จะเป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงงานศิลปะงานทัศนศิลป์ โดยสามารถจัดกิจกรรมต่างๆ บนพื้นที่ 3,000 ตารางเมตรได้อย่างเต็มที่ ซึ่งบริเวณ 3 ชั้นดังกล่าวนี้ จะมีกลุ่มกิจกรรมต่างๆ วนเวียนมาจัดแสดงงานศิลป์ที่น่าสนใจ ให้เราได้ชื่นชมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีเลยทีเดียว ซึ่ง 3 ชั้น นี้ จะเรียกว่าไฮไลท์ของ “หอศิลป์กรุงเทพ” เลยก็ว่าได้ค่ะ 

          หอศิลป์กรุงเทพ เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 0-2  214 – 6630-8

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง มาดามทุสโซ กรุงเทพ ปทุมวัน สยามเซ็นเตอร์ พิพิธภัณฑ์ ท่องเที่ยว

          ดื่มด่ำโลกแห่งศิลปะจนชุ่มปอดแล้ว แค่ก้าวข้ามถนนมายังฝั่งตรงข้าม คุณก็จะได้พบกับ สยามดิสคัฟเวอรี่ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่แห่งแรกของกรุงเทพมหานคร และที่นี่ ก็ไม่ได้เป็นแค่ ศูนย์รวมสรรพสินค้าชั้นนำเท่านั้น แต่บริเวณชั้น 6 ของ สยามดิสคัฟเวอรี่ ยังเป็นสถานที่ใช้ในการจัด โชว์ “พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง  มาดามทุสโซ” พิพิธภัณฑ์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นตำนานแห่งหุ่นขี้ผึ้ง มายาวนานถึง 200 ปี โดยจัดแสดงที่สยามดิสคัฟเวรี่ เป็นแหล่งที่ 10 ของโลก

          ภายในพิพิธภัณฑ์ คุณสามารถที่จะกระทบไหล่คนดังทั้งในระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เคน ธีรเดช , แอน ทองประสม , บี้ สุกฤษณ์ , ทาทา ยัง หรือ แม้แต่คนดังระดับโลก ที่พร้อมให้คุณสัมผัสประสบการณ์ แบบ exclusive ไม่ว่าจะเป็น บารัคและมิเชล โอบามา , แบรด พิทท์และแองเจลิน่า โจลี่ , บริทนีย์ สเปียร์ , หรือแม้แต่ กัปตัน แจ็ค สแปร์โรว์ ที่ขึ้นฝั่งมาให้คุณได้สัมผัสความตื่นเต้นก่อนใคร นอกจากนี้ ยังมีหุ่นขี้ผึ้งอื่นๆ อีกกว่า 70 ตัว ที่รอคุณมาสัมผัสได้แล้วในวันนี้

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง มาดามทุสโซ กรุงเทพ ปทุมวัน สยามเซ็นเตอร์ พิพิธภัณฑ์ ท่องเที่ยว

          นอกจากการกระทบไหล่คนดังแล้ว คุณยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดเตรียมไว้สำหรับคนพิเศษเช่นคุณ อาทิ เช่น การวาดลวดลายแด๊นซ์สนั่นเวที เคียงคู่นักร้องระดับตำนาน ไมเคิล แจ็คสัน , การท้านับแต้มสแลมดังค์กับเหยาหมิง , การฟาดแข้งในนัดพิเศษระดับบอลโลก , การประลองฝีมือเปียนโนกับอัจฉริยะบีโธเฟน เป็นต้น หรือถ้าคุณสนใจที่จะเรียนรู้เบื้องหลัง งานปั้นหุ่นขี้ผึ้งอันอลังการก็สามารถรับชมได้ที่นี่ ค่ะ

          “พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง  มาดามทุสโซ” พร้อมเปิดให้คุณสัมผัสทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น. ในช่วงวันหยุดหรือเทศกาลพิเศษ เวลาเปิดปิดอาจมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อความเหมาะสม ราคาบัตรเข้าชม ผู้ใหญ่ราคา คนละ 350 บาท เด็กอายุ 5-12 ปี คนละ 250 บาท และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เข้าชมฟรี สอบถามเพิ่มเติม 0-2658-0060 ค่ะ

สยามโอเชียนเวิร์ด ปทุมวัน กรุงเทพ ท่องเที่ยว อควาเรียม สยามพารากอน

          หากยังมีแรงเหลือ เราขอเชิญคุณเดินต่อมาอีกนิด ที่ ชั้น B1-B2 สยามพารากอน ที่นี่คุณจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่แห่งโลกใต้ท้องทะเลขนาดใหญ่ ใจกลางเมืองที่ “สยามโอเชี่ยนเวิร์ล”  ที่ที่จะพาคุณดำดิ่งลงสู่โลกใต้ท้องทะเล ไปสัมผัสกับนานาสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ ที่สุดตระการตา ภายใต้อุโมงค์ยักษ์ 360 องศา โดยจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนต่างๆ ตามภูมิอากาศที่สัตว์เหล่านั้นอาศัยอยู่ ถึง 7 โซนด้วยกัน  เช่น Weird and Wonderful  เป็นโซนจัดแสดงความพิศวงของโลกใต้ท้องทะเล  , Deep Reef  จัดแสดง ความสวยงามของพืชพรรณใต้ท้องทะเล ไม่ว่าจะเป็นเหล่าประการัง ไปจนถึง ดอกไม้ทะเลต่างๆ , Living Ocean โซนดูการกำรงชีวิตของสัตว์น้ำ ที่ที่จะพาคุณตามติดชีวิตของสัตว์น้ำอย่างไม่มีพลาดทุกช็อต ฯลฯ

สยามโอเชียนเวิร์ด ปทุมวัน กรุงเทพ ท่องเที่ยว อควาเรียม สยามพารากอน

          นอกจากการแบ่งโซนต่างๆแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมสัมผัสการใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์อย่างใกล้ชิด เช่นการให้อาหารปลา ที่เราจะสามารถลงไปป้อนอาหารปลาตัวเป็นๆ ในตู้ปลาขนาดใหญ่ ที่ขอบอกว่าคุณจะต้องลุ้นระทึกไปกับทุกจังหวะชีวิตอย่างแน่นอน  , การนั่งเรือท้องกระจก ที่จะทำให้คุณๆ ที่ไม่กล้าลงน้ำได้เข้าใกล้สิ่งมีชีวิตใต้น้ำอย่างใกล้ชิดที่สุด เท่าที่คุณเคยสัมผัสมา , การดำน้ำและแหวกว่ายไปพร้อมๆกับปลาฉลาม ที่ได้ชื่อว่าดุสุดๆ และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

          สยามโอเชี่ยนเวิร์ล  เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. (รอบสุดท้ายเวลา 20.00 น.)  อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ คนละ 380 บาท เด็กความสูงระหว่าง 80-120 ซม. คนละ 280 บาท สอบถามเพิ่มเติม 0-2687-2000

 

เที่ยวกันเพลินเลย แต่ยังไม่หมดแค่นี้นะคะ Painaidii Diary ยังมีกิจกรรมอื่นๆที่ไม่ควรพลาด รวมถึงที่พักดีๆมาแนะนำกันด้วยค่ะ อ่านต่อได้ที่ พากิน พาเที่ยว ลัดเลี้ยวสยามสแควร์ (End)

แสดงความคิดเห็น