เรื่องน่ารู้ คู่ ตรุษจีน - ตำนาน วิธีปฏิบัติ ข้อห้าม

18 มกราคม 2555 | โดย PauLLiE (22,884 เข้าชม)
แบ่งปัน:

เมื่อการเฉลิมฉลองคริสต์มาศ  25 ธันวาคมของฝรั่งผ่านพ้นไป  ปีใหม่แบบสากล 1 มกราคม ก็ย่างกรายมาถึง และ ไม่รอช้า ตรุษจีนก็ค่อยๆขยับเข้ามาเรื่อยๆ  พี่ไทยอย่างเราๆ ผู้พิสมัยงานรื่นเริง โดยมั่วไปกับเค้าได้ทุกงานก็ไม่รอช้า  รีบจัดงานใหญ่ รับขวัญ ชาวจีน กันอย่างเต็มที่  มาดูกันดีกว่าค่ะว่าวันตรุษจีนเนี่ย คนจีน หรือ คนไทยเชื้อสายจีน เค้าทำอะไรกันบ้าง และอะไรเป็นข้อห้ามที่ไม่ควรปฏิบัติไปจนถึง งานตรุษจีนในปีนี้ มีที่ไหนดี ที่ไหนเด็ด เผื่อว่า จะได้ไปเที่ยวให้สนุก สมกับความเป็นพี่ไทยของเราค่ะ

เรื่องน่ารู้ คู่ ตรุษจีน - ตำนาน วิธีปฏิบัติ ข้อห้าม และ สถานที่ท่องเที่ยว  ที่มาตรุษจีน ตำนานตรุษจีน พิธีการตรุษจีน ข้อห้ามตรุษจีน ว้ันตรุษจีน เหนียน สถานที่เที่ยวตรุษจีน สถานที่จัดงานตรุษจีน เที่ยวตรุษจีน

เรื่องน่ารู้ คู่ ตรุษจีน - ตำนาน วิธีปฏิบัติ ข้อห้าม และ สถานที่ท่องเที่ยว  ที่มาตรุษจีน ตำนานตรุษจีน พิธีการตรุษจีน ข้อห้ามตรุษจีน ว้ันตรุษจีน เหนียน สถานที่เที่ยวตรุษจีน สถานที่จัดงานตรุษจีน เที่ยวตรุษจีน

“ซินเจียยู่อี่ ซินนี่ฮวดไช้ อั่งเปาตั่วตั่วไก๊”   จู่ๆ เช้านี้ เมื่อเปิดคอมพิวเตอร์มา หันไปทางเว็บนั่น นี่ โน่น ก็พบกับคำอวยพรภาษาจีนที่เราได้ยินคุ้นหูกันมาเป็นเวลานานปรากฎอยู่ทั่วไป  PauLLiE เลยได้สดับว่า อ้อ!! เทศกาลปีใหม่ของชาวจีน หรือที่เราเรียกกันว่า “ตรุษจีน”  กำลังมาเยือนอีกหนแล้วสินะ  คราวนี้หลากคำถามในความทรงจำที่อยากรู้มานานของวันตรุษจีนก็พรั่งพรูออกมา เหมือนท่อประปาแตก จำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหากูรูผู้มีความรู้มาตอบคำถามที่ค้างคาใจ ซึ่ง PauLLiE เชื่อว่า คนไทย แบบไทยแท้ (ที่ไม่ต้องกระแดะมีชื่อฝรั่งอย่าง PauLLiE ) น่าจะอยากรู้เหมือนกัน ถามเพื่อนหรือรุ่นพี่รุ่นน้องวัยใกล้เคียงกัน ก็ยากที่จะหาคนมาช่วยตอบได้  และสุดท้ายกูรูผู้โชคดีของเราก็หนีไม่พ้น กูรู GooGle ที่ถามอะไรตอบได้ มาช่วยไขความลับของเทศกาลนี้ มาดูกันค่ะว่า หลากคำถามของตรุษจีน ที่น่ารู้มีอะไรบ้าง

 

“ตรุษจีน” มีที่มาอย่างไร (ตำนานวันตรุษจีน) ?

เรื่องน่ารู้ คู่ ตรุษจีน - ตำนาน วิธีปฏิบัติ ข้อห้าม และ สถานที่ท่องเที่ยว  ที่มาตรุษจีน ตำนานตรุษจีน พิธีการตรุษจีน ข้อห้ามตรุษจีน ว้ันตรุษจีน เหนียน สถานที่เที่ยวตรุษจีน สถานที่จัดงานตรุษจีน เที่ยวตรุษจีน

อันว่าวันตรุษจีนนั้น ไม่ใช่เพียงแค่เป็นวันปีใหม่ของชาวจีนเท่านั้นนะคะ จริงๆแล้ว เค้ามีตำนานเล่าขานถึงที่มาของวันนี้กันค่ะ โดยเล่าสืบต่อกันมาว่า ในสมัยโบราณ มีสัตว์ป่าดุร้ายน่ากลัว ชื่อว่า “เหนียน” อาศัยอยู่ในป่าทึบ มันจะออกอาละวาดกัดกินและทำร้ายผู้คนอยู่เสมอ ทำให้พระเจ้าไม่พอใจและลงโทษด้วยการ อนุญาตให้ลงจากเขาได้เพียง 1 ครั้ง ในรอบ 365 วัน โดยจะอยู่ในช่วงปลายฤดูหนาว  ต้นฤดูใบไม้ผลิ (วันที่ 30 เดือน 12)  บรรดาผู้คนจึงต้องสะสมเสบียงในช่วงเวลาดังกล่าว และไม่ออกจากบ้าน พร้อมปิดประตูอย่างแน่นหนา เพื่อไม่ให้ “เหนียน”เข้ามาทำร้ายได้ และเมื่อถึงรุ่งเช้า วันแรม 1 ค่ำ เดือน 1 “เหนียน” กลับไป ผู้คนก็จะเปิดประตูออกมา แสดงความยินดี ที่ไม่ถูกทำร้าย

ต่อมา ผู้คนพบว่า “เหนียน” ที่น่ากลัว มีจุดอ่อน อยู่ 3 ประการคือ กลัวเสียงดัง ( เคยมาเจอเด็กเล่นหวดแส้ เสียงดัง แล้ววิ่งหนีไป) , กลัวสีแดง (เคยมาเจอชาวบ้านตากเสื้อผ้าสีแดงสด แล้วตกใจ วิ่งหนีไป) และ กลัวไฟ ( เคยมาเจอกองไฟกองใหญ่ แล้วตกใจวิ่งหนีไป ) จึงคิดหาวิธีกำหราบ “เหนียน” โดย เมื่อวันสุดท้ายปลายฤดูหนาว  ต้นฤดูใบไม้ผลิ (วันที่ 30 เดือน 12)  มาถึง ทุกๆบ้าน จะนำกระดาษสีแดงมาติดที่ประตูบ้าน แขวนโคมไฟสีแดง จุดไฟสว่างรอบบ้าน พร้อมจุดประทัดและตีฆ้องรัวกลองเสียงดัง อย่างต่อเนื่อง เมื่อ “เหนียน” มาเจอก็ตกใจ ไม่กล้าเข้ามาทำร้ายผู้คนอีก รุ่งเช้าผู้คนต่างพากันยินดี กล่าวคำอวยพรให้แก่กัน และรับประทานอาหารร่วมกันอย่างมีความสุข ต่อมาจึงได้นับเอาวันแรกของปี และเป็นวันเฉลิมฉลองที่มีแต่ความสุข นี้ว่า “วันตรุษจีน” ค่ะ ( เรื่องเล่าตำนานของเค้าน่ารักดีนะคะ)

 

วันตรุษจีนแต่ละปีไม่เคยตรงกัน เร็วบ้าง ช้าบ้าง เอ...เค้านับวันกันยังไงนะ ?

เรื่องน่ารู้ คู่ ตรุษจีน - ตำนาน วิธีปฏิบัติ ข้อห้าม และ สถานที่ท่องเที่ยว  ที่มาตรุษจีน ตำนานตรุษจีน พิธีการตรุษจีน ข้อห้ามตรุษจีน ว้ันตรุษจีน เหนียน สถานที่เที่ยวตรุษจีน สถานที่จัดงานตรุษจีน เที่ยวตรุษจีน

เคยสงสัยกันมั้ยคะว่า วันตรุษจีนเนี่ย เค้านับกันยังไง ทำไมบางปีมาเดือน กุมภาพันธ์ แต่บางปีมาเร็วจัง ควันหลงปีใหม่ยังไม่ทันจาง ตรุษจีนก็เข้ามาเยือนกันตั้งแต่เดือนมกราคม กันซะแล้ว ( เช่นปีนี้เป็นต้น) ซึ่งจากการหาข้อมูลพบว่า การกำหนดวันตรุษจีนของจีนนั้น เค้าจะนับตั้งแต่วันที่ 23 เดือน 12 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้าย ( ตามปฏิทินจันทรคติของชาวจีน) โดยจะถือว่า คืนวันที่ 30 เดือน 12 จะเป็นวันส่งท้ายปีเก่า และวันที่ 1 เดือน 1 คือวัน “ชิวอิก” หมายถึงวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ ( เพราะฉะนั้นหากใครอยากรู้วันตรุษจีนล่วงหน้านานๆ  ต้องดูปฏิทินตามจันทรคติของจีนเป็นนะคะ แต่สำหรับ PauLLiE ขอรอดูปฏิทินปกติดีกว่าค่ะ  ไม่ยุ่งยากด้วย อิอิ)

 

ของไหว้ วันตรุษจีน มีอะไรบ้าง มีความหมายว่าอย่างไร

เรื่องน่ารู้ คู่ ตรุษจีน - ตำนาน วิธีปฏิบัติ ข้อห้าม และ สถานที่ท่องเที่ยว  ที่มาตรุษจีน ตำนานตรุษจีน พิธีการตรุษจีน ข้อห้ามตรุษจีน ว้ันตรุษจีน เหนียน สถานที่เที่ยวตรุษจีน สถานที่จัดงานตรุษจีน เที่ยวตรุษจีน

เรื่องน่ารู้ คู่ ตรุษจีน - ตำนาน วิธีปฏิบัติ ข้อห้าม และ สถานที่ท่องเที่ยว  ที่มาตรุษจีน ตำนานตรุษจีน พิธีการตรุษจีน ข้อห้ามตรุษจีน ว้ันตรุษจีน เหนียน สถานที่เที่ยวตรุษจีน สถานที่จัดงานตรุษจีน เที่ยวตรุษจีน

เรื่องน่ารู้ คู่ ตรุษจีน - ตำนาน วิธีปฏิบัติ ข้อห้าม และ สถานที่ท่องเที่ยว  ที่มาตรุษจีน ตำนานตรุษจีน พิธีการตรุษจีน ข้อห้ามตรุษจีน ว้ันตรุษจีน เหนียน สถานที่เที่ยวตรุษจีน สถานที่จัดงานตรุษจีน เที่ยวตรุษจีน

เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าคะว่า เค้าไหว้เจ้าด้วยอะไรบ้าง แล้วแต่ล่ะอย่างที่เตรียมมาเนี่ย หากขาดไปสัก 1 อย่างจะได้หรือไม่ PaiNaiDii Diary มีคำตอบค่ะ

กระบวนของไหว้ในช่วงตรุษจีน จะประกอบไปด้วย 5 กลุ่มด้วยกัน คือ อาหารไหว้  , ผลไม้ไหว้ , ขนมไหว้ ,ของมงคลต่าง ๆ และสุดท้าย กระดาษไหว้เจ้าค่ะ  ซึ่งหากจะจัดให้ถูกต้องครบถ้วน จะประกอบไปด้วย

          1.อาหารไหว้  เน้นอาหารคาว ประกอบไปด้วย

               1. ไก่ หมายถึง ความสง่างาม ขุนนาง ยศ และ ความขยันขันแข็ง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
               2. เป็ด หมายถึง สิ่งที่บริสุทธิ์ ความสะอาด ความสามารถอันหลากหลาย
               3. ปลา หมายถึง เหลือกินเหลือใช้ อุดมสมบูรณ์
               4. หมู หมายถึง ความอุดมสมบรูณ์ มีกินมีใช้
               5. ปลาหมึก หมายถึง เหลือกินเหลือใช้(เหมือนปลา)
               6. ตับ เพื่อให้ก้าวหน้าในงานเพราะคนจีนแต้จิ๋วเรียกตับว่า “กัว”
               7. ปลาหมึกแห้ง เพื่อให้มีหมึก หรือความรู้ เป็นการอวยพรให้เป็นบัณฑิต หรือผู้มีความรู้
               8. ซาลาเปา เพื่อ “เปาไช้” แปลว่า “ห่อโชค”

          2.ผลไม้ไหว้ ประกอบด้วย

               1. กล้วย หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และขอให้มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง
               2. แอปเปิ้ล หมายถึง ความสันติสุข สันติภาพ
               3. สาลี่ หมายถึง โชคลาภมาถึง ( ควรระวัง ไม่นิยมไหว้บรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติ )
               4. ส้มสีทอง หมายถึง ความสวัสดีมหามงคล
               5. องุ่น หมายถึง ความเพิ่มพูน

          3.ขนมไหว้ ประกอบด้วย

               1. ขนมเข่ง  หมาย ถึง ความหวานชื่น ชีวิตมีความราบรื่น เมื่อมาประกอบกับ รูปลักษณ์ที่เหมือนชะลอมสำหรับเก็บของ จึงหมายถึงความหวานชื่นอันสมบูรณ์
               2. ขนมถ้วยฟู หมายถึง ความเพิ่มพูน เฟื่องฟู
               3. สาลี่(ขนม) หมายถึง ความเพิ่มพูน เฟื่องฟู (เหมือนขนมถ้วยฟู)
               4. ขนมไข่ หมายถึง เพื่อให้เจริญเติบโต
               5. ขนมเทียน หมายถึง เพื่อให้สว่างรุ่งเรือง ( ปกติ ขนมเทียนไม่ใช่ขนมของชาวจีนดั้งเดิม แต่เป็นขนมที่ถูกปรับปรุงขึ้นจากชาวจีนโพ้นแผ่นดินโดยดัดแปลงจากขนมท้องถิ่น(ของไทย) จากขนมใส่ไส้ เปลี่ยนจากแป้งข้าวเจ้าผสมกะทิมาเป็นแป้งข้าวเหนียวแทน ความหมายขอขนมเทียนจึงใช้ความหมายเดียวกับขนมเข่ง คือความหวานชื่น ราบรื่น ส่วนรูปลักษณ์ที่เป็นสามเหลี่ยมกรวยแหลม มีลักษณะมงคลในทางศาสนา คือ(เจดีย์)
               6. จันอับ (จั๋งอั๊บ)หมาย ถึง “ ปิ่นโต” ( “จั๊ง” หมายถึงชั้น, “อั๊บ” หมายถึงกล่อง) ความหมายรวมของ “จั๋งอั๊บ” จึงหมายถึงความหวานที่เพิ่มพูน มีความสุขตลอดไป

          4.ของมงคลอื่นๆ ประกอบด้วย

               1. เม็ดบัว  หมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย
               2. เกาลัด   หมายถึง เงิน
               3. ถั่วตัด   หมายถึง แท่งเงิน
               4. สาหร่ายดำ ออกเสียงคล้าย ความร่ำรวย
               5. เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง  ออกเสียงคล้าย เต็มไปด้วยความร่ำรวย และ ความสุข
               6. หน่อไม้  ออกเสียงคล้าย คำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข

          5.กระดาษไหว้  เป็นสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อให้เกิดสิริมงคล มีความสุขความเจริญ ประกอบด้วย

               1. กอจี๊ , จี๊จุ้ย , เง็งเตี๋ย เป็นกระดาษเงิน กระดาษทอง ชิ้นใหญ่ มีกระดาษสีแดงตัดเป็นลายตัวอักษรแปะบน เขียนว่า “เผ่งอัน”ซึ่งมีความหมายว่า โชคดี ส่วนนี้ใช้สำหรับไหว้เจ้าที่ เทวดา ฟ้าดิน
               2. กิมเต้า หรือ งิ้งเต้า หรือ ถังเงินถังทอง ใช้สำหรับไหว้เจ้าที่ เทวดาฟ้าดิน เช่นกัน
               3. ตั่วกิม เป็นกระดาษเงิน กระดาษทอง ที่นำมาพับเป็นดอกไม้ มีกระดาษสีแดงอยู่ตรงกลาง คล้ายเกสรดอกไม้ ส่วนนี้ ใช้สำหรับไหว้เจ้าค่ะห้ามนำไปไหว้บรรพบุรุษเด็ดขาด

 

พิธีการ ช่วงตรุษจีน ทำอะไร วันไหนบ้าง

เรื่องน่ารู้ คู่ ตรุษจีน - ตำนาน วิธีปฏิบัติ ข้อห้าม และ สถานที่ท่องเที่ยว  ที่มาตรุษจีน ตำนานตรุษจีน พิธีการตรุษจีน ข้อห้ามตรุษจีน ว้ันตรุษจีน เหนียน สถานที่เที่ยวตรุษจีน สถานที่จัดงานตรุษจีน เที่ยวตรุษจีน

เดิม เทศกาลตรุษจีน ถือเป็นการฉลองปีใหม่ ฉลองปีแห่งการเพาะปลูก มีการจัดฉลองนานถึง 15 วัน แต่ปัจจุบัน ด้วยสภาพความเป็นอยู่ และอิทธิพลของโลกปัจจุบัน ได้ลดจำนวนวันลงเหลือเพียง 3 วัน คือ

          1. วันจ่าย  อันว่าวันจ่ายนี้ จริงๆสามารถจ่ายล่วงหน้าได้หลายวัน แต่จะจ่ายวันสุดท้ายก็คือวันก่อนวันตรุษจีนประมาณ 2 วัน การจ่ายนี้จะมีเพื่อให้จับจ่ายซื้อเครื่องเซ่นไหว้ ของไหว้ อาหารไหว้ ของสด ผลไม้ เพื่อเตรียมการไหว้ล่วงหน้าค่ะ หากมาซื้อในวันไหว้ อาจจะไม่มีของขาย เพราะร้านค้าต่างๆก็พากันหยุดเช่นกัน ที่สำคัญ การเตรียมของไหว้ต้องพิถีพิถัน เพราะฉะนั้น จึงต้องเตรียมการณ์ล่วงหน้าค่ะ

          2.วันไหว้  สำหรับวันไหว้นี้ จะมาถึงก่อนวันตรุษ 1 วันค่ะ การไหว้จะเริ่มจาก ช่วงเช้าจะมีการไหว้เจ้า ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของแต่ล่ะบ้าน ของที่ใช้ไหว้ ก็จะเป็นของหลักๆ นั่นคือ เนื้อสัตว์ ซึ่งจะใช้แค่ชุดเล็ก ที่เรียกว่า “ซาแซ” (หมู เป็ด ไก่) หรือชุดใหญ่ “โหงวแซ” ( หมู เป็ด ไก่ ตับ ปลา ) หรือ เต็มสตรีม ( หมู เป็ด ไก่ ปลา ตับ ปลาหมึก ปลากหมึกแห้ง ) ก็ไม่ว่ากัน ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ของแต่ละบ้านค่ะ  ตามมาด้วย ผลไม้ไหว้ , ขนมไหว้ ของมงคล ไปจนถึง กระดาษไหว้ และ สุดท้ายลืมไม่ได้ น้ำชา ค่ะ  ไหว้เจ้าช่วงเช้าเสร็จแล้ว ช่วงสายๆประมาณ 10-11 โมง ก็จะเข้าสู่การไหว้บรรพบุรุษค่ะ งานนี้ ของไหว้ ใช้เหมือนช่วงเช้าที่ไหว้เจ้าเลยค่ะ แต่จะเพิ่มกับข้าวคาวหวานและ ผัดหมี่ เข้ามา ในบางบ้านช่วงบ่าย จะมีการไหว้ห่อเฮียตี๋ ซึ่งถือเป็นการไหว้วิญญาณผีญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือวิญญาณอื่นๆ ที่อยู่ ณ บริเวณใกล้เคียง สำหรับวันไหว้นี้ ผู้ใหญ่ในบ้านจะต้องเตรียมอั่งเปาใส่ซองกระดาษสีแดง สีชมพู สำหรับแจกเด็ก หรือ ผู้น้อยกันค่ะ บางกิจการของชาวจีนจะใช้วันนี้เป็นวันสำหรับการจ่ายโบนัส ด้วยค่ะ

          3.วันถือ หรือ วันตรุษจีน วันตรุษนี้ จะเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ ให้ทุกคนประกอบแต่สิ่งดีดี ทำแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคล เพื่อให้ 1 ปี นับจากนี้ ได้พบเจอแต่สิ่งดีดี วันนี้เป็นวันที่ชาวจีนถือว่า ห้ามทำงานโดยเด็ดขาด ต้องไปเที่ยวกันค่ะ ( วันนี้บริษัท ห้างร้านต่างๆ ที่เป็นกิจการของชาวจีน มักจะหยุดงานกันค่ะ )

 

พิธีการไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (เทพไฉ่ ซิ่งเอี๊ย) ในวันตรุษจีน

เรื่องน่ารู้ คู่ ตรุษจีน - ตำนาน วิธีปฏิบัติ ข้อห้าม และ สถานที่ท่องเที่ยว  ที่มาตรุษจีน ตำนานตรุษจีน พิธีการตรุษจีน ข้อห้ามตรุษจีน ว้ันตรุษจีน เหนียน สถานที่เที่ยวตรุษจีน สถานที่จัดงานตรุษจีน เที่ยวตรุษจีน

การแต่งกายในการไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ นั้น ชาวจีนนิยมแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายสีแดง เพราะเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี ความเป็นสิริมงคล หรือหากไม่มีสีแดง จะใส่เป็นสีสันสดใสก็ได้

          ของที่ใช้ในการไหว้บูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ประกอบด้วย

          1. รูปภาพ หรือ รูปปั้น องค์ไท้ส่วย หากไม่มีรูปภาพ หรือ รูปปั้น เวลาที่ทำพิธีให้ระลึกถึงองค์เทพแทนก็ได้ค่ะ
          2. แจกันดอกไม้สด 1 คู่
          3. เทียนแดง 1 คู่
          4. กระถางธูป 1 ใบ ( กระถางนี้ ให้ใช้แยกออกมาต่างหากจากกระถางอื่นๆ เพราะเมื่อไหว้เสร็จแล้ว จะอัญเชิญเข้าบ้านและตั้งไว้เพื่อบูชาตลอดปี)
          5. ธูป 3 ดอก : คน
          6. หงิ่งเตี๋ย 12 ชุด
          7. กิมหงิ่งเต้า 1 คู่
          8. เทียงเถ้าจี้ 1 ชุด
          9. ผลไม้มงคล 5 อย่าง
         10. สาคูแดงต้มสุก 5 ถ้วย ( ใช้สาคูต้มใส่น้ำแดงเฮลบลูบอยก็ได้)
         11. น้ำชา 5 ถ้วย
         12. ข้าวสวย 5 ถ้วย
         13. เทียบเชิญแดง 1 แผ่น ( อันนี้สำคัญมาก ขาดไม่ได้)
         14. ขนมจันอับ 1 จาน
         15. กระดาษสีเขียวใช้แทน เทียบเชิญสีเขียว 1 แผ่น
         16. เจไฉ่ 5 อย่าง ( เห็ดหอม , เห็ดหูหนู , ดอกไม้จีน , วุ้นเส้น , เต้าหู้ เป็นต้น)

          ของไหว้ต่างๆนี้ หาซื้อได้ตามศาลเจ้าจีนทั่วไปค่ะ ก่อนซื้อให้แจ้งว่าจะมาไหว้ “ไฉ่ซิ่งเอี้ย” แต่ก่อนไหว้อย่าลืมนำมาเช็คก่อนนะคะว่ามีครบหรือไม่ เพราะบางร้านอาจจะจัดให้ไม่ครบค่ะ และของบางอย่างอาจจะต้องเตรียมเอง จะได้เตรียมการแต่เนิ่นๆ เช่น ข้าวสาร ผลไม้ สาคูแดง เจไฉ่ เป็นต้น  ที่สำคัญที่ห้ามขาดเลยคือ กระดาษเทียบเชิญ แดง และ เขียว เพื่อใช้ในการเขียนชื่อที่อยู่ของเราลงไป และ เขียนเชิญ องค์ไท้ส่วย ให้เสด็จมา

ข้อห้าม ในช่วงวันตรุษจีน

เรื่องน่ารู้ คู่ ตรุษจีน - ตำนาน วิธีปฏิบัติ ข้อห้าม และ สถานที่ท่องเที่ยว  ที่มาตรุษจีน ตำนานตรุษจีน พิธีการตรุษจีน ข้อห้ามตรุษจีน ว้ันตรุษจีน เหนียน สถานที่เที่ยวตรุษจีน สถานที่จัดงานตรุษจีน เที่ยวตรุษจีน

ช่วงวันตรุษจีนนี้ มีข้อห้ามหลายข้อที่ชาวจีนเชื่อว่า ต้อง งด ละเลิก ห้ามปฏิบัติโดยเด็ดขาด เพื่อให้ชีวิตนับแต่วันปีใหม่นี้ เจริญรุ่งเรือง มาดูกันค่ะว่า ความเชื่อเหล่านั้น มีอะไรบ้าง

          1.ห้ามทำความสะอาดบ้าน เชื่อกันว่า การทำความสะอาดและทิ้งขยะในวันตรุษจีนนี้ จะเป็นการ กวาดเอา โชคลาภ เงินทอง สิ่งดีดี ออกไปจากบ้าน ทั้งนี้ บ้านส่วนใหญ่ จะทำความสะอาดชุดใหญ่ไปแล้วก่อนถึงวันตรุษจีน เพราะฉะนั้น จึงไม่ต้องห่วงเรื่องความสกปรกในบ้าน แต่หากบ้านใด มีขยะเยอะ ต้องทำความสะอาดจริงๆ ก็มีวิธีการ คือ ให้กวาดขยะไว้ที่มุมบ้านก่อน แล้วค่อยเก็บไปทิ้งในวันถัดไป

          2.ห้ามสระผม หรือตัดผม การสระผม หรือ ตัดผมนั้น ในภาษาจีน ออกเสียงคล้ายกับคำว่า “มั่งคั่ง” ในวันตรุษจีนนี้ จึงไม่นิยมตัดผม หรือ สระผม เพราะเชื่อว่า จะตัดเอาความมั่งคั่ง ทิ้งไป

          3.ห้ามพูดคำหยาบ และ ห้ามทะเลาะเบาะแว้งกัน ในวันตรุษจีนนี้ การพูดคำหยาบ การทะเลาะเบาะแว้ง รวมไปจนถึงการพูดเกี่ยวกับความตาย ถือว่าเป็นสิ่งไม่เหมาะสม ห้ามทำโดยเด็ดขาด เพราะถือว่าจะนำความโชคร้ายมาให้ตลอดปี ทั้งนี้ การพูดอะไรก็ตามเกี่ยวกับเลข 4 ก็ไม่สมควรเช่นเดียวกัน เพราะเลข 4 ออกเสียงคล้ายกับคำว่า “ซี้” ซึ่งหมายถึงความตาย ค่ะ

          4.ห้ามกินโจ๊ก และ เนื้อสัตว์ เชื่อกันว่า ในอดีตอาหารของคนจนคือ โจ๊ก เพราะฉะนั้น ในวันตรุษจีน ชาวจีนจะไม่ทานโจ๊กโดยเด็ดขาด เพราะจะเป็นการขัดขวางโชคลาภ ทำให้ตนเองไม่ร่ำรวย ทำตัวเหมือนคนจน ทั้งนี้ สำหรับเนื้อสัตว์ที่ห้ามทานในวันตรุษจีนนั้น เชื่อ กันว่า เทพเจ้า ที่ลงมาในวันตรุษจีนนั้นเป็นมังสวิรัติ เพราะฉะนั้น เราๆจึงไม่ควรทานเนื้อสัตว์ด้วย

          5.ห้ามซักผ้า  สำหรับความเชื่อนี้มีที่มาจาก  การที่ชาวจีนเชื่อว่า “เทพเจ้าแห่งน้ำ” เกิดในวันตรุษจีน หากมีการซักผ้า นำน้ำมาทำให้สกปรก จะเป็นการลบหลู่เทพเจ้า  จึงห้ามซักผ้าในวันนี้เด็ดขาด

          6.ห้ามใส่ชุดขาว – ดำ ในวันนี้ชาวจีนส่วนใหญ่จะนิยมใส่เสื้อผ้าสีแดง ซึ่งเป็นสีที่เชื่อว่าจะนำความโชคดีมาให้ ส่วนสีขาว และ สีดำนั้น ห้ามใส่โดยเด็ดขาด เพราะ ถือว่า เป็นสีแห่งความตาย ใครใส่ ก็จะถือเป็นลางร้าย จะพบเจอแต่สิ่งไม่ดี เป็นอัปมงคล

          7.ห้ามให้ผู้อื่นยืมเงิน การให้ยืมเงินในวันนี้ ขาวจีนเชื่อว่าจะทำให้ทั้งปี มีคนเข้ามายืมเงินตลอด การยืมนี้ หมายรวมถึงการยืม ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆด้วย และ หากใครมีหนี้สินอะไร ก็ต้องชำระคืนให้แล้วเสร็จก่อนวันตรุษจีน เพื่อที่จะได้ไม่มีหนี้สินตลอดปี

          8.ห้ามทำของแตก การทำของแตกในวันตรุษจีนนั้น ชาวจีนเชื่อว่าจะนำพาความโชคร้ายมาให้ ครอบครัวจะแตกแยก หรือ มีคนในครอบครัวเสียชีวิต ในวันนี้ ชาวจีนจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่หากมีการทำของแตกจริง ก็มีวิธีการแก้เคล็ดคือ ให้พูดว่า “luo di ka hua” ซึ่งแปลว่า “ดอกไม้จะเบ่งบานเมื่อตกสู่พื้น”

          9.ห้ามซื้อรองเท้าใหม่ คำว่ารองเท้า ในภาษาจีน ออกเสียงว่า Hai ซึ่งมีสำเนียงคล้ายการถอนหายใจ ชาวจีนเชื่อว่าเป็นสัญญาณการเริ่มต้นปีที่ไม่ดี จึงไม่นิยมการซื้อรองเท้าใหม่ในตลอดเดือนแรกของปีค่ะ

แสดงความคิดเห็น