เที่ยวแม่ฮ่องสอน ตะลอนไหนดี?

25 มกราคม 2555 | โดย Janio (14,626 เข้าชม)
แบ่งปัน:

สถานที่เที่ยวท่องมากมาย ที่คุณจะได้สัมผัสในเมืองสามหมอกแห่งนี้ ทั้งวัดวาอารามอันศักดิ์สิทธิ์ หรือจะเป็นแหล่งสุดฮอตชื่อดังอย่างอำเภอปาย และปางอุ๋ง แถมยังจะพาไปทุ่งดอกบัวตองด้วยนะขอบอก...

เที่ยวแม่ฮ่องสอน ตะลอนไหนดี?

> แห่งเที่ยวเด็ดขนาด พลาดไม่ได้! <

น้ำตกผาเสื่อ-ถ้ำปลา

น้ำตกผาเสื่อ

น้ำตกผาเสื่อ ถ้ำปลา เที่ยวแม่ฮ่องสอน ตะลอนไหนดี

เสน่ห์กังวานในความไพเราะของสายน้ำที่สาดกระเซ็นหลังกระทบฝูงก้อนหิน บวกกับท่าทีแห่งความอลังการและลึกลับของกระแสธาราแห่งนี้ กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้ใครต่อใครซึ่งได้มาเที่ยวเมืองสามหมอก ต้องร้องเรียกให้แวะยลความงดงามกันอยู่ร่ำไป

น้ำตกผาเสื่อ เป็นน้ำตกขนาดกะทัดรัดทำให้สามารถพินิจความสวยกันได้อย่างเต็มสายตา คลื่นน้ำพรั่งพรูกันลงมาอย่างชุ่มฉ่ำ เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความไม่ธรรมดาเพราะมีด้วยกันถึง 6 ชั้น ซึ่งแต่ละฟลอร์จะถูกขนานสมญาขึ้นต้นด้วยผาทั้งสิ้น เช่น ผาลาด ผาตั้ง ผาฮ่อม แต่ที่โดดเด้งเกินหน้าเกินตาผองเพื่อนคงไม่มีใครเกิน ผาเสื่อ ที่ตรง 2 ข้างของน้ำตกดันมีก้อนหินวางตัวแป้นแล้นทำท่าทีเหมือนเสื่อกำลังปูลาดอยู่ หลายผืน กระทั่งผู้คนเห็นจึงก่อเกิดเป็นจินตนาการและเอามาตั้งเป็นชื่อในที่สุด

หลังจากที่ได้สัมผัส ผมว่าเหมาะเป็นอย่างยิ่งหากคุณกำลังเหนื่อยๆ มากับการเดินทาง หรือแผดเผากับอุณหภูมิที่ทะลึ่งพุ่งขึ้นสูงในยามเที่ยง เพราะน้ำตกแห่งนี้จะช่วยเติมความสดชื่นให้คุณได้เป็นอย่างดี

ที่นี่เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 น. - 17.00 น.

 

ถ้ำปลา (Photo : tom_anuwat)

ถ้ำปลา แม่ฮ่องสอน อ.ปางมะผ้า ธรรมชาติ ท่องเที่ยว

ถ้ำปลา แม่ฮ่องสอน อ.ปางมะผ้า ธรรมชาติ ท่องเที่ยว

ปักหมุดอยู่ใกล้กับน้ำตกผาเสื่อเยี่ยงแฝดอิน-จัน   สำหรับความหรรษาที่ใครจะมาชื่นชมความงามของฝูงปลาพรรณหายากและแปลกตาแห่งนี้

บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างจะชุกชมไปด้วยความร่มรื่น จากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดของเหล่าต้นไม้ที่ยืนค้ำคอยให้ร่มเงา ตลอดทิวทาง เคียงบ่ามากับลำธารใสแจ๋วในพื้นที่ ช่างได้อารมณ์เหมือนกำลังมาเดินป่าลำเนาไพรแต่ไม่ได้ลำบากอะไรแบบนั้นเลย

เมื่อแกว่งน่องไปได้สักพัก คุณจะต้องป๊ะกันแหม! กับแอ่งน้ำขนาดใหญ่ริมเชิงเขา ที่คะเนด้วยสายตาขนาดน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 เมตร สภาพหนังน้ำของที่นี่คุณภาพเวรี่กู้ดเพราะใสแจ่มแจ๋ว จนน่าจะคุ้มค่าเสียเวลาในการทอดสายตา

และเมื่อคุณสังเกตให้ดีภายในแอ่งก็จะพบกับถ้ำที่มีสายน้ำไหลผ่านอยู่ตลอด เวลา และแล้วแม่งานของสถานที่ก็ปรากฏตัว นั่นก็คือฝูงปลาขนาดอวบอ้วนปริมาณเพียบพูน  แหวกว่ายกันอย่างเริงร่า กลุ่มมัจฉาเหล่านี้ถูกเรียกว่าปลาคังหรือปลาพลวง ซึ่งเป็นปลาประเภทเดียวกับปลาคาร์พ แต่สีสันมิอาจจี๊ดจ๊าดเทียมเท่า

 

ที่ถ้ำแห่งนี้มีเรื่องซุบซิบที่น่าสนใจ เค้าว่ากันว่าเหตุที่พลพรรคฟิชชี่เหล่านี้ยังคงหนุกหนานได้จวบจนปัจจุบัน โดยสามารถรอดจากการล่าไปประทับบนจานอาหารได้เพราะพี่เค้าเป็น "ปลาของเจ้า" ซึ่งเชื่อกันว่าหากใครซีซั๊วจับไปงาบ จะมีอันเป็นไป (โห! แรงแฮะ) ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไรยังไม่มีใครอาจพิสูจน์ได้ เอาเป็นว่าไม่เชื่ออย่าลบลู่

ซึ่งที่นี่เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 น. - 19.00 น. (ไม่เสียค่าเข้าชม) ส่วนการเดินทางมาที่ "น้ำตกผาเสื่อ" และ "ถ้ำปลา" จะอยู่ริมทางหลวงของจังหวัดหมายเลข 1095 สายแม่ฮ่องสอน-แม่มาลัย ระหว่าง กม. 191-192 (ห่างจากเมืองแม่ฮ่องสอนเพียง 17 กิโลเมตร เท่านั้นเอง)

 

หมู่บ้านกะเหรี่ยง ห้วยเสือเฒ่า (Photo : Visuvat)

การได้มาดูหมู่บ้านสาวยัดห่วง (ที่คอ) ถือเป็นส่วนประกอบหนึ่งในทริปแอ่วเมืองสามหมอก ที่ใครๆ ต่างก็ต้องมาเยี่ยมชม เมื่อเป็นเช่นนั้นไอ้เราก็ไม่อยากจะเสียโอกาส จึงล่องไปที่ตำบลผาบ่อง ผ่านทิวทัศน์ขนาบข้างอันแสนร่มรื่นที่คอยขับกล่อมอยู่ตลอดการเดินทาง

เมื่อถึงเส้นถนนเข้าหมู่บ้าน ฝายทดน้ำที่มีน้ำล้นหลายฝายทำหน้าที่ประหนึ่งประชาสัมพันธ์คอยต้อนรับแขกผู้ มาเยือนเป็นด่านแรก ขับต่อไปอีกนิดก็จะไปถึงทางเข้า (จริงๆ) สำหรับคนไทยที่นี่เค้าจะไม่เก็บเงินครับ แต่หากเป็นชาวต่างชาติ ก็เตรียมปลิ้นธนบัตรจำนวน 250 บาท ยื่นให้เค้าไปได้เลย

มวลอารมณ์ภายในนี้ก็จะเป็นบ้านเรือนของชาวกะเหรี่ยงในแบบ Original เวอร์ชั่น บ้านจะทำจากไม้ใช้ใบอะไรสักอย่างมุงหลังคา เป็นเหมือนกันแทบจะทุกบ้าน ซึ่งแต่ละหลังจะมีชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่กันจริงๆ ไม่ได้มีเฟคจัดฉากแต่ประการใด พื้นดินก็จะเป็นแบบดินแดงๆ ธรรมชาติ สะท้อนความรู้สึกเข้าถึงแก่นอย่างแท้จริง

หมู่บ้านกะเหรี่ยง ห้วยเสือเฒ่า แม่ฮ่องสอน ท่องเที่ยว

และแน่นอนว่าภายในก็จะมีการขายของให้คุณได้ละลายทรัพย์กันหลากหลาย เช่น ผ้าทอ กำไลเงิน สร้อยคอ เครื่องประดับของชนเผากระเหรี่ยงคอยาวในแบบต่างๆ รวมทั้งยังมีสินค้าที่รับจากที่อื่นมาขายด้วย เช่น เสื้อผ้าแบบต่างๆ ผ้าคลุมเตียง กระเป๋า ที่เสียบปากกา ตุ๊กตาชาวเขา

แต่ทีเด็ดที่มาแล้วต้องถ่ายภาพกับแทบจะทุกรายคือ “คายาน” นักร้องดังประจำหมู่บ้าน จนถึงขนาดต้องออกเดินสายไปแสดงที่โน่นที่นี่อยู่บ่อยครั้ง เท่านั้นไม่พอยังมีการปั๊มซีดีเพลงของเธอเอามาขายให้นักท่องเที่ยวได้จับ จ่ายไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

การเดินทางจากตัวเมืองให้ไปทางอำเภอขุนยวม ผ่านหน้าศาลากลาง พอถึงแยกไฟแดงซ้ายมือ (ที่มีป้อมตำรวจเล็ก ๆ ตรงมุมถนน) ให้เลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 12 กม. ก็จะถึงบ้านห้วยเสือเฒ่า แล้วล่ะครับ

 

หมู่บ้านรักไทย

หมู่บ้านรักไทย ยา แม่ฮ่องสอน ท่องเที่ยว

ชื่อว่ารักไทยแต่พอเข้าไปไหงเป็นชาวจีนซะอย่างนั้น? อันนี้ก็ไม่ทราบต้นสายปลายเหตุที่แน่ชัดของนามแห่งหมู่บ้าน เอาเป็นว่ามาคุยกันเลยก็แล้วกัน

ดินแดนนี้เป็นการรวมตัวกันของชาวจีนยูนนาน ที่มาพำนักกันอยู่ในบ้านดินกลิ่นอาร์ทตามแบบฉบับบรรพบุรุษ ความโดดเด่นของที่นี่จะขึ้นชื่อในเรื่อง “ชา” ซึ่งจะนิยมปลูกและนำมาบรรจุขายให้กับนักท่องเที่ยวได้ซดร้อนๆ ดับหนาวกันอย่างชื่นใจ แถมยังมีบริการให้ชิมชากันฟรีๆ อีกด้วยแฮะ

ของฟรีแบบนี้มีรึจะรอช้า รีเควสทดลองชิมสักหนึ่งจอกนะใต้เท้า (เฮ้ย! นี่มันหนังจีนแล้ว) ชาที่ผมเลือกละเลียดเป็นชามะลิ ขอบอกว่ากลิ่นรัญจวนถึงทรวงใน หอมได้ใจมากๆๆ ก่อนจะดื่มลงคอโล่งสบาย กลมกล่อมดีแท้ ซึ่งนอกจากชามะลิแล้วก็ยังมีชาอู่หลง ชาเขียว ฯลฯ แถมยังมีไวน์ผลไม้รสเข้มข้นให้เลือกโซ้ยได้อีกด้วย

อีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นต้องโดนเลยคือร้านอาหารจีนยูนนาน เมนูแนะนำคือ "หมั่นโถว" ความห่อเจี๊ยะอยู่ที่หมั่นโถวแป้งหนานุ่ม เนื้อฟูในทุกการขบเคี้ยว ที่คุณจะเลือกทานแบบนึ่งร้อนๆ หรือออเดอร์แบบทอดเหลืองอร่าม ได้ความกรอบนอกนุ่มใน จิ้มกับซอสพริกรสจัดจ้านสะท้านอารมณ์ สมปราถนาแห่งความสุขกันเลยทีเดียว

เมนูที่อยากจะแนะนำอีกจานได้แก่ "ขาหมูยูนนาน" ไซส์พี่เบิ้มสะใจ น้ำซุปเข้มข้น เนื้อหมูผ่านการต้มมาจนเนื้อนุ่มชุ่มปาก อร่อยได้ไม่มีท่าทีจะเบื่อ ขอให้เชื่อไปทดลองดูแล้วคุณจะต้องติดใจอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ก็ยังมีพวกขนม ผลไม้ เสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ สไตล์จีนยูนนานให้คุณเลือกซื้อหากันตามอำเภอใจ เคล้ากับทัศนียภาพริมน้ำแผ้วผ่านสายลมเย็นๆ ช่างเป็นอะไรที่สำราญบานหทัยดีจริงๆ

การเดินทางออกจากตัวแม่ฮ่องสอนไปประมาณ 15 กม. จะมีทางแยกซ้ายมือมีป้ายบอกทางไปภูโคลน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไป (เส้นทางเดียวกับภูโคลน)  แล้วขับตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึงบ้านรักไทยแล้วล่ะครับ

หมู่บ้านรักไทยเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. - 18.00  น.

 

พระตำหนักปางตอง (Photo : tsarawut)

“ร่มรื่น&ร่มเย็น” คือบรรยากาศของสถานแห่งนี้ ณ ตำบลหมอกจำแป่ ซึ่งถูกปกคลุมด้วยเงาของแมกไม้ เติมความงดงามและสีสันด้วยดอกไม้นานาพรรณ ซึ่งจะคอยประโลมความรู้สึกของคุณให้เบาสบาย เหมาะแก่การมาผ่อนคลายอย่างแท้จริง

ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่โซน “น้องแกะ”  ที่พร้อมจะให้คุณได้เพลิดเพลินอย่างใกล้ชิดกับกิจกรรมในคอก ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยง, การให้อาหาร, การตัดขน และการทอผ้าขนแกะด้วยมือ ซึ่งคุณสามารถอุ้ม “เจ้าขนหยิก” มาแชะภาพน่ารักๆ ได้อีกด้วยนะครับขอบอก

พระตำหนักปางตอง แกะ แม่ฮ่องสอน ท่องเที่ยว

หรือใครที่ติดใจในความน่าเลิฟ ที่นี่เค้าก็มีมีผลิตภัณฑ์จากขนแกะ อย่างผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่เก๋ๆ ให้เลือกเป็นเจ้าของได้ในราคาสมน้ำสมเนื้อ

หลังฉ่ำปอดกับน้องแกะ ลองแวะไปยลจุดอื่นกันบ้างอย่างสถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า ซึ่งเค้าจะดูแลสรรพสัตว์พันธุ์หายากเอาไว้เป็นอย่างดี อาทิ เสือลายเมฆ, ไก่ฟ้า, นกยูงไทย, ชะนี, บิตุรงค์, หมีควาย, นกเงือก, ละอง, ละมั่ง เป็นต้น เห็นแล้วก็อดดีใจไม่ไหว ที่อย่างน้อยยังมีแหล่งดีๆ ที่คอยดูแลสัตว์โลกน่ารักเหล่านี้อยู่

จากนั้นก็ต้องไปดื่มด่ำความสวยของสถานีแปลงพันธุ์ไม้ดอกต่างๆ ซึ่งเค้ามีเรือนเพาะชำกล้าไม้เมืองหนาว ที่จะเบ่งบานสราญความงามกันอย่างพร้อมเพรียง พลันที่ได้ชื่นชมบอกได้คำเดียวว่า “งามแต๊ๆ” แถมยังมีหลากหลายพันธุ์ทั้งพันธุ์ไทย หรือจะอิมพอร์ทมาจากเมืองนอกก็ยังมี

การเดินทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนใช้ถนนหมายเลข 1095 เส้นที่จะไปปายได้ ซึ่งทางแยกเข้าบ้างหมอกจำแป่จะอยู่ก่อนถึงอำเภอเมือง (เป็นเส้นทางเดียวกันกับที่จะไปปางอุ๋ง) โดยจากทางเข้าไปตามป้ายบอกทางบ้านรักไทย ผ่านทางแยกบ้านแม่สอยและผ่านน้ำตกผาเสื่อขึ้นไปอีกประมาณ 5 กม. ก็จะถึงปากทางเข้าพระตำหนักปางตองนั่นเองครับ

พระตำหนักปางตองเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 น. - 16.30 น. โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด

 

> ถึงถิ่นแล้วนะ สักการะกันหน่อย <

พระธาตุดอยกองมู (Photo : tom_anuwat)

พระธาตุดอยกองมู สถานีวิจัย แม่ฮ่องสอน ท่องเที่ยว

สิ่งศักดิ์คู่บ้านคู่เมืองสามหมอก ซึ่งหากใครได้มาเยือนจังหวัดแม่ฮ่องสอน แนะนำอย่างยิ่งครับว่าควรมาสักการะ ซึ่งสถานที่ก็ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับตัวเมืองแม่ฮ่องสอนแค่ 3 กม.โดยใช้เส้นทางหลวงสาย 108 เมื่อถึงแยกตรงบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชาให้ขึ้นไปทางซ้ายมือ ซึ่งเป็นทางลาดยางขึ้นภูเขาไปอีก ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณวัด

ขอเตือนเรื่องเส้นทางสักนิดนึง เฉพาะอย่างยิ่งมือใหม่หัดหมุนพวงมาลัย เพราะมีอัตราความคดเคี้ยวและชันในระดับสูงจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการ ขับขี่ หรือถ้าอยากเอาแบบสบายใจก็แนะนำให้นั่ง “พี่สองแถว” ขึ้นไปแอ่วดีกว่านะครับ สนนราคาเที่ยวละ 10 บาท ต่อคนเท่านั้น

สีขาวโพลนโดดเด่นสะดุดตาคือเอกลักษณ์ของวัดแห่งนี้ สำหรับคนที่เข้าวัดวาอารามอยู่บ่อยครั้ง ลองสังเกตดีๆ ก็จะรู้สึกว่าวัดนี้ดูจะมีอะไรที่แปลกแตกต่างจากวัดทั่วไปในด้านสถาปัตยกรรม นั่นคืออะไรน่ะเหรอ? ก็เป็นเพราะไม่ใช่วัดแบบไทยๆ น่ะสิครับ หากเป็นศิลปะแบบมอญและพม่าไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปรวมทั้งภาพวาดฝาผนังของ วัด  ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า 

พระธาตุดอยกองมู สถานีวิจัย แม่ฮ่องสอน ท่องเที่ยว

โดยด้านหน้าวัดมีสิงห์คู่และระฆังเก่าตั้งตระหง่าน ซึ่งระฆังอันนี้เค้ามีความเชื่อกันว่า  หากบุคคลใดตีระฆังแล้วจะได้กลับมายังแม่ฮ่องสอนอีกครั้งหนึ่ง (เลยรีบตีทันที เพราะอยากมาเที่ยวอีก อิอิ) และจุดสำคัญที่ต้องกล่าวถึงก็คือพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่ ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญ ประดับลวดลายปูนปั้น มีฐานแปดเหลี่ยมซ้อนสามชั้น บริเวณฐานด้านล่างประดับด้วยซุ้มพระตามทิศทั้งแปด

และพระธาตุเจดีย์องค์เล็ก ก็เป็นเจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญเช่นเดียวกัน แต่ตรงมุมทั้งสี่ของฐานจะมีปูนปั้นรูปสิงห์ประดับอยู่ และบริเวณฐานด้านล่างประดับด้วยซุ้มพระแบบศิลปะมอญ ซุ้มประธานมีหลังคาประดับเรือนยอดสามยอด โดยแต่ละยอดเป็นทรงประสาทซ้อนสามชั้น ประดับลวดลายปูนปั้นสวยงาม


พระธาตุดอยกองมู สถานีวิจัย แม่ฮ่องสอน ท่องเที่ยว

นอกจากนี้อีกหนึ่งแรงดึงดูดที่ทำให้คนแห่แหนกันมา เพราะมีจุดชมวิวสวยๆ ที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสถานชมวิวขั้นเทพแห่งจังหวัด เนื่องเพราะโลเคชั่นที่ฝังตัวบนระนาบเขา ทำให้สามารถทอดสายตาชมทัศนียภาพของตัวเมืองได้อย่างชัดเจน หากเลือกมาในห้วงอรุณเบิกฟ้าคุณก็จะได้ดื่มดำไอหมอกเย็นๆ เคล้าทิวทัศน์อันงดงาม ตามด้วยการเปิดตัวของดวงตะวัน หรือเลือกมาในช่วงเย็นก็สามารถอิ่มเอมกับภาพตัวเมืองสวยๆ ตบท้ายด้วยโบกมือลาดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลับขอบฟ้า

 

วัดจองคำ วัดจองกลาง (Photo: tsarawut)

เป็นวัดคู่อยู่ในรั้วเดียวกันหรือถูกเรียกอีกนัยหนึ่งว่าเป็น “วัดแฝด” ใจกลางเมืองแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ติดริมหนองน้ำจองคำ ซึ่งหากคุณอยากรู้ว่าวัดไหนเป็นวัดอะไร มีวิธีสังเกตได้ไม่ยากคือหันหลังให้หนองน้ำ แล้วหันหน้าเข้าวัด วัดที่อยู่ด้านซ้ายมือจะเป็นวัดจองคำ วัดที่อยู่ทางขวามือจะเป็นวัดจองกลาง

ซึ่งสองวัดนี้รังสรรค์ขึ้นด้วยศิลปะแบบไทยใหญ่อันเต็มไปด้วยความงดงาม โดยเฉพาะศิลปะการสร้างอาคารแบบหลังคาซ้อนชั้นที่เรียกว่า “จอง”  นอกจากนี้ภายในวัดยังมีเจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญที่สวยงามประดิษฐานอยู่อีกด้วย

มาเริ่มกันที่วัดจองคำ นับเป็นวัดแรกที่ถูกสร้างขึ้นในจังหวัดแม่ฮ่องสอน สิ่งที่โดดเด่นเห็นจะเป็นหลังคาทรงประสาท 9 ชั้น และไม่ควรลืมไปกราบกราน หลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ด้วยขนาดหน้าตักกว้างถึง 4.85 เมตร

วัดจองคำ วัดจองกลาง แม่ฮ่องสอน ท่องเที่ยว วัด

ต่อด้วยวัดจองกลาง ที่ภายในวิหารมีแท่นบูชาตั้งพระพุทธสิหิงค์จำลอง ซึ่งปิดทองเหลืองอร่ามไปทั้งองค์ รวมถึงพิพิธภัณฑ์จัดแสดงตุ๊กตาไม้ ที่ถูกแกะสลักเป็นรูปคนและสัตว์ นอกจากนี้ยังมีภาพจิตรกรรมบนแผ่นกระจกเรื่องพระเวสสันดรชาดกและภาพพุทธ ประวัติ ตลอดจนภาพแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของคนสมัยนั้นมากมายหลายภาพ ให้คนรุ่นเราๆ ได้ศึกษา

วัดจองคำ วัดจองกลาง แม่ฮ่องสอน ท่องเที่ยว วัด

เสน่ห์สำคัญอีกสิ่งของวัดคู่นี้ ให้คุณลองมายลในยามค่ำคืนก็จะเห็นว่าเจดีย์ทั้งสองวัดถูกประดับประดาด้วยไฟ อย่างสวยสดงดงาม สะท้อนรัศมีสีทองอันเปล่งประกาย ซึ่งนอกจากจะได้ศิริมงคลในการมาวัดแล้ว ยังได้ดื่มด่ำทัศนียภาพสุดตระการเป็นบุญตาอีกด้วย

การเดินทางให้ไปทางถนนขุนลุมประพาส เมื่อผ่านสี่แยกไฟแดงแล้วก็ตรงมาประมาณ 200 ม.จากนั้นเลี้ยวซ้ายบริเวณที่ทำการไปรษณีย์ ขับเข้าไปเล็กน้อยจะเห็นหนองจองคำ และวัดทั้ง 2 แห่ง แล้วล่ะครับ โดยจะเปิดให้เข้าทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-น.-18.00 น. (www.painaidii.com/วัดจองคำ จองกลาง)

 

> แหล่งสุดฮิต สนิทความฮอต <

ปางอุ๋ง (Photo : tsarawut)

ปางอุ๋ง อ่างเก็บน้ำ แม่ฮ่องสอน ท่องเที่ยว พักแรม

หลายขวบปีหลังกระแสความฮิตติดลมบนของสถานท่องเที่ยวแห่งนี้นับว่าดังกระฉูดแตก ซึ่งหลายคนยกย่องให้เป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย” และแม้ตัวกระผมจะยังไม่เคยไปย่ำในแดนนาฬิกา (สวิตฯ) แต่หลังได้สัมผัสกับ “ปางอุ๋ง” ก็เนรมิตความประทับใจจนไม่จำเป็นต้องทำวีซ่าออกไปต่างประเทศให้เมื่อยตุ้ม

ปางอุ๋ง มีรูปพรรณสัณฐานเป็นอ่างเก็บน้ำไซส์พี่บิ๊กบนเขาสูง โดยริมฝั่งมีทิวต้นสนยืนโดดเด่นเรียงรายกันอย่างสวยงาม จนแทบทุกผู้นามอดใจไม่ไหวที่จะหยิบกล้องตัวโปรดขึ้นมาลั่นชัตเตอร์เก็บภาพ สวยๆ อันสะท้อนบรรยากาศแห่งความรื่นรมย์อุดมสมบูรณ์ได้อย่างไร้ที่ติ แถมยังมีพระเอกประจำถิ่นที่มักจะออกมาเฉิดฉายอยู่เป็นระยะ คือหงส์ 2 ตัวสีขาว&สีดำ แสนน่ารักคอยเติมสีสันอีกซะด้วย

ปางอุ๋ง อ่างเก็บน้ำ แม่ฮ่องสอน ท่องเที่ยว พักแรม

ฤกษ์งามยามดีที่สุดสำหรับการแลปางอุ๋ง ขอแนะนำว่าต้องมาตอน “เช้ามืด” คุณจะได้เห็นกลุ่มไอหมอกตัวแทนแห่งความหนาวเย็น โรยตัวอยู่บนผิวน้ำชนิดหนาตา ตัดสลับกับเทือกเขาเขียวชอุ่ม เพิ่มความกระชุ่มกระช่วยให้จิตใจได้เป็นอย่างดี จบฉากด้วยภาพดวงอาทิตย์โผล่จรัสแสงปลุกเรี่ยวแรงให้กับวันใหม่

การเดินทางจากเมืองแม่ฮ่องสอนให้ไปตามทางไปปางมะผ้า-ปาย จากนั้นขับไปเรื่อยๆ ผ่านน้ำตก ผาเสื่อ ผ่านพระตำหนักปางตอง เข้าสู่บ้านหมอกจำแป๋ ให้สังเกตหมู่บ้านใหญ่เป็นจุดแยก แล้วเลี้ยวซ้ายไปปางอุ๋ง  จากนั้นก็ขับไปตามป้ายบอกทาง ไม่นานนักก็จะถึงปางอุ๋งครับ (www.painaidii.com/ปางอุ๋ง)

ปาย (Photo : tsarawut)

แชมป์เปี้ยนดีกรีอำเภอแห่งความชิลล์สุดตลิ่ง ที่ยังความนิยมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น กับหมู่บ้านเมฆหมอกขนาดพอดีคำ อันเป็นแหล่งรวมตัวของหนุ่มสาวที่ถวิลความฮิปจากทุกซอกมุมของประเทศ

ปาย ชิล แม่ฮ่องสอน ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว

เสน่ห์ของเมืองย่อมๆ แห่งนี้น่าจะอยู่ที่การแฝงตัวของกลิ่นอายความเป็นศิลปะ หรือที่หลายคนเรียกกันจนเคยปากว่า “อาร์ท” กระจายตัวอยู่แทบจะทุกอณู ไม่ว่าจะเป็นสินค้าต่างๆ ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก ธนาคาร กระทั่งบอร์ดรวมแผ่นป้ายโฆษณาก็ยังไม่วายเอากะเค้าด้วย ซึ่งนั่นก็ทำให้ในเกือบทุกพื้นที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะชักภาพไว้เป็นที่ระลึก

ปาย ชิล อาร์ท แม่ฮ่องสอน ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว

บวกกับความมีมิตรไมตรีของผู้คนท้องถิ่นที่ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่าง เต็มใจ และที่สำคัญใครที่เครซี่การกิน ขอบอกเลยว่าที่นี่อุดมด้วยอาหารรสแจ่มแหล่มบรรเจิดมากมาย ให้คุณได้เลือกลำเลียงลงกระเพาะได้ตามใจชอบ

ปาย ชิล อาร์ท แม่ฮ่องสอน ที่กิน ที่พัก ที่เที่ยว

นอกจากสิ่งที่เอ่ยมาเบื้องต้น บรรยากาศชิลล์ที่หลายคนไขว่คว้า คุณก็สามารถสัมผัสได้ตั้งแต่รุ่งสางที่ไอหมอกห่อหุ้มเมืองแห่งนี้ให้เป็นภาพ สลัวๆ ไม่นานนักลำแสงทอประกายก็ทอดมาจากฟากฟ้า ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้บรรยากาศ คล้อยจนช่วงค่ำที่ความหนาวเหน็บเริ่มกลับมาประจำการอีกครั้ง ให้คุณได้ซุกตัวอยู่ในผ้าห่มหนาๆ, เสื้อตัวปึ้ก หรือใครจะกอดกับหวานใจก็ไม่ผิดกติกา ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายสุดแสนจะโรแมนติก

การเดินทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนให้ใช้เส้นทาง 1095 ผ่านมายัง อ.ปางมะผ้า และต่อไปจนถึงอ.ปาย  ซึ่งรวมระยะทางประมาณ 110 กม.

 

> อะเมซิ่ง! งามจริง อะไรจริง อินแม่ฮ่องสอน <

ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ (ช่วงเดือนพฤศจิกายน - ต้นเดือนธันวาคม) (Photo : tom_ anuwat)

ด้วยความสัตย์ก่อนหน้าจะมาตะลุยทริปแม่ฮ่องสอน ชื่อ “ดอกบัวตอง” ไม่เคยกระทบผ่านเยื่อแก้วหูเลยสักครา กระทั่งเตรียมมาท่องเที่ยว จึงถูกกูรูหลายคนผู้เคยผ่านสังเวียนความงามของดอกไม้ชนิดนี้ ย้ำนักย้ำหนาว่ายังไงก็ต้องไปดูให้ได้ “อ่ะๆ เอาซะหน่อย” คือความรู้สึกที่สะกิดขึ้นมาในตอนนั้นอย่างไม่ได้คาดหวังอะไร

ขับรถคู่ใจไปทิศของอำเภอขุนยวม โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1263 เส้น อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ประมาณ 12 กม. เจอป้อมตำรวจทางซ้ายมือ แล้วก็จะพบทางแยกซ้ายไปยังทุ่งบัวตองสุดครั่นคร้าม

ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ ดอกบัวตอง แม่ฮ่องสอน ธรรมชาติ ท่องเที่ยว

พลันที่ได้พบหน้ากับเจ้าดอกไม้ชี่อไทย “โอ้ว!แม่เจ้า” ผมอดจะหล่นคำอุทานชนิดตกใจหลายแรงม้าเสียไม่ได้ ทิวทัศน์ของทุ่งดอกไม้สุดจะอุดมสมบูรณ์ฉายอยู่เต็มเลนส์คู่สายตา เจ้าดอกบัวตอง (ที่หน้าตาคล้ายดอกทานตะวัน แต่ขนาดเล็กกว่า) เปล่งประกายความเหลืองอร่ามโชว์ตัวอยู่เต็มพื้นที่ นาทีนั้นได้แต่ตกตะลึงในความงามเกินคาดหมาย ราวกับกำลังชมวอลล์เปเปอร์ในจอแมคบุ๊คยังไงหยั่งงั้น

ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ ดอกบัวตอง แม่ฮ่องสอน ธรรมชาติ ท่องเที่ยว

แต่กว่าจะมาเป็นทุ่งงามหยดย้อยได้เพียงนี้ เชื่อหรือไม่ว่าในอดีตที่ดอยแม่อูคอเคยเป็นเพียงภูเขาหัวโล้นไร้ค่าธรรมด๊า ธรรมดา แห่งหนึ่ง กระทั่งมิชชันารีซึ่งกำลังมาเผยแพร่ศาสนาอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย  ได้ทำการโปรยเมล็ดดอกบัวตองให้กระจายเต็มท้องทุ่ง จนที่สุดแล้วก็บานสะพรั่งเฉกปัจจุบัน

จุดชมวิวหลักๆ ของที่นี่มี 2 จุด ที่แรกคือศาลาบริเวณตีนดอยที่คุณสามารถเหวี่ยงสายตาขึ้นไปชื่นชมดอกบัวตอง ได้สุดสายตา และในห้วงโพล้เพล้ให้คุณชวนเท้าตัวเองขึ้นไปยังบริเวณยอดดอย เพื่อกวาดสายตาดูดอกไม้พร้อมชมพระอาทย์ตกดินไปในเวลาเดียวกัน

แต่น่าเสียดายที่ทุ่งนี้ไม่มีที่บ้านพักให้อาศัย ซึ่งหากใครติดใจในความงามอยากจะแนบชิดข้ามคืน ก็มีบริการเช่าเต้นท์นอนสำหรับ 2 คน คืนละ 40 บาท /หลัง รวมทั้งมีห้องน้ำไว้คอยบริการ

สำหรับช่วงเวลาที่จะมาเยี่ยมเยือนก็ต้องประมาณวันที่ 1 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม เท่านั้น หากมาหลังจากนี้แล้วพบแต่ความเหี่ยวเฉา จะมาโทษกระผมไม่ได้นะครับ

ท่ามกลางความชิลล์กับจังหวะชีวิตที่เนิบช้า ณ เมืองสามหมอกยังมีกิจกรรมสนุกๆ รอให้คุณมาสัมผัส ทั้งความตื่นเต้นกับถ้ำลอดสุดลึกลับ หรือจะเลือกใกล้ชิดกับธรรมชาติด้วยการนั่งบนหลังช้าง ส่วนใครอยากละเลียดบรรยากาศดีๆ ด้วยการปั่นจักรยานก็ดูจะเข้าที ตบท้ายด้วยการพอกโคลนผ่อนคลายได้ทั้งความงามและความสบายกลับบ้านไป อีกระลอก...

ท่ามกลางความชิลล์กับจังหวะชีวิตที่เนิบช้า ณ เมืองสามหมอกยังมีกิจกรรมสนุกๆ รอให้คุณมาสัมผัส ทั้งความตื่นเต้นกับถ้ำลอดสุดลึกลับ หรือจะเลือกใกล้ชิดกับธรรมชาติด้วยการนั่งบนหลังช้าง ส่วนใครอยากละเลียดบรรยากาศดีๆ ด้วยการปั่นจักรยานก็ดูจะเข้าที ตบท้ายด้วยการพอกโคลนผ่อนคลายได้ทั้งความงามและความสบายกลับบ้านไป อีกระลอก...


เที่ยวแม่ฮ่องสอน ทำกิจกรรมอะไรดี?

> กิจกรรมเพลิน สนุกเกินห้ามใจ <

ถ้ำลอด (อ.ปางมะผ้า)

ค่อยๆ วางตะโพกลงบนแพไม้ พร้อมถือตะเกียงอยู่ในมือ ก่อนที่ไกด์ท้องถิ่นจะค่อยๆ นำทางพาผมและผู้โดยสารอีกหลายชีวิต ล่องไปตามกระแสธาราลอดถ้ำหินขนาดใหญ่ เพื่อไปสัมผัสความงดงามที่ลี้ตัวอยู่ด้านใน

เล่ากันว่าถ้ำหินแห่งนี้ถูกน้ำกัดเซาะมาแล้วหลายล้านปี จนก่อให้เกิดเป็นโพรงลอดไซส์มหึมา ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ถ้ำ ได้แก่ ถ้ำเสาหิน ถ้ำตุ๊กตา ถ้ำผีแมน ที่มีความน่าสนใจแตกต่างกันออกไป

พาหนะทำจากไม้พามาถึงสถานีแรก “ถ้ำเสาหิน” ประกายระยิบระยับส่องแวววับกระทบสายตา จากหินรูปร่างคล้ายม่าน หรือเหมือนสายน้ำตกที่ถูกสตาฟฟ์แช่งแข็งเอาไว้ จนถูกเรียกว่าเป็น “ม่านหินย้อย” หรือ “หินกากเพชร”  แต่ไฮไลท์ของถ้ำหัวขบวนอยู่ตรงเสากลางถ้ำ ที่บังเอิญมาบรรจบกันอย่างลงตัวสวยงาม มองดูแล้วเหมือนเสาหินที่คอยค้ำยันเพดานเอาไว้อย่างมั่นคง

ถ้ำลอด แม่ฮ่องสอน อ.ปางมะผ้า ธรรมชาติ ท่องเที่ยว

เคลื่อนต่อไปราว 80 เมตร หินลักษณะนูนตะปุ่มตะปั่ม มองแล้วคล้ายกับฝูงตุ๊กตาหลายตัวตั้งเรียงรายอยู่บนพื้นแถมยังมีภาพวาดในยุค ก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏอยู่บนผนังจำนวน 3 ภาพ ซึ่งเป็นภาพของคน สัตว์ และพืช โดย “ถ้ำตุ๊กตา” แห่งนี้ นับเป็นถ้ำที่กว้างและยาวที่สุดในถ้ำลอด

ปิดท้ายด้วยความลึกลับดูน่าสะพรึง “ถ้ำผีแมน” ซึ่งนอกจากคุณจะได้ชมความงามของหินย้อย ก็ยังจะได้พบเศษภาชนะดินเผา เมล็ดพืช เครื่องมือหิน ซีกฟันและกระดูกของมนุษย์ รวมทั้งสิ่งสำคัญที่สุดคือโลงศพไม้สัก ที่เอาไว้ฝังมนุษย์โบราณ เรียกกันว่า โลงผีแมน

การเดินทางให้ใช้เส้นทางหลวง 1095 (ปางมะผ้า-ปาย) ขับไปจนถึงประมาณหลักกิโลเมตรที่ 138-139 ก็จะมีทางแยกซ้ายจากอำเภอปางมะผ้า ที่จะเข้าไปตามทางบ้านถ้ำลอดอีกประมาณ 9 กิโลเมตร โดยจะให้เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. -16.00 น.

หากใครสนใจจะซีซั๊วเข้าไปเองไม่ได้นะครับ! ต้องมีผู้นำทางลองติดต่อเข้าไปที่ www.cavelodge.com โทร. 053-617-203

ขี่ช้าง (ไม่ต้องจับตั๊กแตน)

    ...แปร๋นๆ ตัวใย๊ ใหญ่  โดดขี่ไหว โยกไปเอนมา  ท่องไพรชมพฤกษา  สนุกเฮฮา ลั้ลลาแสนสบาย...

ขี่ช้าง ปางช้างบ้านห้วยต่อ แม่ฮ่องสอน อ.ปางมะผ้า ธรรมชาติ ท่องเที่ยว

อีกหนึ่งกิจกรรมอันขึ้นชื่อกับการ “นั่งช้าง” สัมผัสความเพลิดเพลินบนหลังเจ้างวงยักษ์ ที่จะพาคุณตะลอนทัวร์ผ่านป่าเขาอันรื่นรมย์ ชมดอกไม้นานาพันธุ์อันสวยสดงดงาม พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติได้อย่างเต็มปอด ซึ่งหลังจากที่ผมได้โคงเคลงเบาๆ มาหนึ่งทริปบอกเลยว่าได้ทั้งความสนุก สอดไส้ความตื่นเต้นเล็กๆ อยู่เป็นระยะ

สนนอัตราค่าบริการความหรรษาสำหรับช้าง 1 เชือก โดยประมาณ 600 บาท นั่งได้ 2 คน (เด็กเล็กนั่งเสริมได้) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง (โปรดตรวจสอบราคาอีกครั้ง)

สำหรับใครสนใจมาใช้บริการ ลองแวะมาที่ “ปางช้างบ้านห้วยต่อ”  จะอยู่ระหว่างทางไปบ้านห้วยเสือเฒ่า โดยเดินทางจากตัวเมืองข้ามแม่น้ำปาย แล้วไปทางพระตำหนักท่าโป่งแดง จากนั้นก็ลัดเลาะไปตามถนนลาดยางเล็กๆ ประมาณ 20 นาที ก็จะถึงที่หมาย

ปั่นจักรยาน สำราญหทัย

สัมผัสเสน่ห์ของแม่ฮ่องสอนอย่างเต็มพิกัด ด้วยการ “ปั่นจักรยาน” ดื่มด่ำวิถีอันเนิบช้าในการใช้ชีวิตของผู้คน ผ่อนคลายกับบรรยากาศสบายๆ แสนสงบสุขในตัวเมือง ชื่นชมวัดวาอารามสถานที่สำคัญของจังหวัด ดื่มด่ำทัศนียภาพสุดงดงามท่ามกลางไอหมอกในยามเช้า หรือปั่นตีคู่กับแสงแดดอ่อนๆ อารมณ์ชิลล์ในยามเย็น ทั้งหมดนี้น่าจะสร้างความสุขให้กับคุณได้เป็นอย่างดี

เหมาะสุดกำลังสำหรับผู้ที่ชอบพักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติ แถมยังได้ออกกำลังกายไปในตัว หากใครสนใจที่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนก็มีบริการให้เช่าจักรยานอยู่หลายแห่ง ซึ่งแต่ละร้านส่วนใหญ่ก็จะใจดี พร้อมแนะนำเส้นทางที่เหมาะสมในการปั่น หรือไม่ก็ในโรงแรม, รีสอร์ทที่คุณไปพัก อาจจะมีบริการให้ยืมจักรยานไปถีบได้ด้วย

> สะอาดเอี่ยมล้ำลึก ตกผลึกแห่งความงาม <

ภูโคลน

ใช่จะมีดีแค่เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ เรื่องความสวยความงามเมืองสามหมอกเค้าก็ไม่เบา เพราะมีซุปเปอร์ฮีโร่ตัวชูโรงอย่าง “ภูโคลน” ที่ชื่อเสียงกระหึ่มไกลขจรไปถึงต่างประเทศ

พลิกปูมดูความเป็นมาโปรไฟล์ก็ไม่ธรรมดาจริงๆ แฮะ เพราะบันทึกไว้ว่าเป็นโคลนบริสุทธิ์จากสายน้ำแร่ใต้พื้นดิน Level ลึกสุดใจ ระอุปุดๆ ในความร้อนระดับ 60-140องศาเซลเซียส ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผิวพรรณผุดผ่องเป็นยองใย พร้อมกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตให้ดูมีเลือดฝาดเปล่งปลั่ง ว้าว!ดูน่าสนใจดีแท้

ภูโคลน แม่ฮ่องสอน อ.ปางมะผ้า ธรรมชาติ ท่องเที่ยว

แถมพ่วงดีกรีแห่งความภาคภูมิใจ เนื่องด้วยทั้งปฐพีมีโคลนเช่นนี้อยู่เพียง 3 แห่งในโลก!!! ซึ่งภูโคลนของจังหวัดแม่ฮ่องสอนก็คือหนึ่งในนั้น บวกกับยังถูกบรรจุให้อยู่ใน Unseen Thailand ไปแล้วเรียบร้อย

มัวฝอยแต่ความจรัสของดินดำมหัศจรรย์ มาเล่าถึงภูโคลนที่ผมได้ไปสัมผัสมาบ้างดีกว่า บรรยากาศที่ผายมือต้อนรับคือมวลแห่งความร่มรื่น ดูเป็นธรรมชาติ แถมพนักงานแต่ละผู้นามก็บริการอย่างล้นในมิตรไมตรี เลยไม่รีรอที่จะพิสูจน์ผลลัพธ์สุดอะเมซิ่ง

เดินไปล้างหน้าล้างตาให้สะอาด ก้าวอาดๆ เข้าไปนอนแผ่หราบนเตียง ยินยอมให้อนงค์มือพอกแปดป้ายโคลนบนใบหน้าจนดำปิดปี๋ยิ่งกว่าเปาบุ้นจิ้น พร้อมปลิ้นธนบัตรค่าเสียหายไป 60 บาท สำหรับการให้โคลนเริงร่าบนเบ้าหน้าจำนวน 20 นาที แล้วพอเดินออกมานอกห้องพอก ก็เจอคนหน้าดำมะเมื่อมเยี่ยงเราเดินกันให้ว่อน จนแอบสะดุ้งในกันและกันเป็นบางจังหวะ

ภูโคลน แม่ฮ่องสอน อ.ปางมะผ้า ธรรมชาติ ท่องเที่ยว

ระหว่างรอโคลนแห้งที่นี่ก็มีบริการบ่อน้ำร้อน ให้คุณจุ่มเท้าลงไปเพื่อความผ่อนคลายสบายบาทา เพิ่มความสุนทรีย์ในอารมณ์ได้อีกหลายขั้น นอกจากนี้ยังมีบริการนวดแผนโบราณ ขัดผิว พอกตัว นวดฝ่าเท้า ฯลฯ รวมทั้งใครที่ติดใจในตัวโคลนก็สามารถซื้อกลับไปใช้ที่บ้านได้อีกด้วย

เหวี่ยงสายตาแลนาฬิกาครบ 20 นาทีพอดีเป๊ะ จัดการล้างหน้าล้างตาให้สะอาดเอี่ยม ผลปรากฏบนกระจกสะท้อนเล่นเอาอึ้งไปชั่วขณะ เพราะทั้งขาวใส เนียนเด้ง ดูผิวผ่องๆ เจ๋งชะมัดยาด

การเดินทางให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 (สายแม่ฮ่องสอน - ปาย)โดยขับมาจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนระยะทางประมาณ 10 กม.ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหมู่บ้านกุงไม้สัก -บ้านห้วยขานไปประมาณ  4 กม.ก็จะพบภูโคลนอยู่ทางขวามือ โดยจะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 น. -18.00 น. โทร.053-282-579 (สำนักงานขายจังหวัดเชียงใหม่) หรือคลิ๊กไปดูที่ (www.phuklon.co.th)

แสดงความคิดเห็น