ตะลอนทัวร์ เที่ยวทั่วอัมพวา -โดย PauLliE -

25 มกราคม 2555 | โดย PauLLie (4,920 เข้าชม)
แบ่งปัน:

อัมพวาแม้ว่าจะเป็นอำเภอเล็กๆแต่ภายในตัวอำเภอนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวมาก มาย ทั้งที่เที่ยวทางประวัติศาสตร์, ตามรอยพระพุทธศาสนา, บ้านเรือนโบราณ หรือแอบอิงธรรมชาติ  ก็มีให้เราได้เพลิดเพลินพร้อมเชยชมความงาม และอิ่มเอมใจไปกับประวัติศาสตร์อันงดงาม  แทบทุกอณูของพื้นที่ค่ะ

ตะลอนทัวร์ เที่ยวทั่วอัมพวา

นำตะลอนโดย PauLLiE

www.PaiNaiDii.com


โครงการอัมพวา - ชัยพัฒนานุรักษ์

ตะลอนทัวร์เที่ยวทั่วอัมพวา ที่เที่ยวอัมพวา แนะนำที่เที่ยวอัมพวา ตลาดน้ำอัมพวา โครงการอัมพวา - ชัยพัฒนานุรักษ์
โครงการอัมพวา - ชัยพัฒนานุรักษ์ เป็นโครงการของสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ทรงมีพระราชดำริ ให้นำที่ดินที่คุณ ประยงค์ นาคะวะรังค์ น้อมเกล้าฯ ถวาย มาตั้งเป็นสถานที่สืบสานภูมิปัญญาชาวบ้านและอนุรักษ์วิถีการดำเนินชีวิตของ ชาวอัมพวาให้คงอยู่สืบไป  สืบเนื่องจากอัมพวามีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ที่น่าสนใจและควรอนุรักษ์ไว้ เพื่อคนรุ่นหลังจะได้ศึกษาและทราบถึงความเป็นมา และร่วมกันดูแล ภายในโครงการยังแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ ประกอบด้วย ภูมิสังคมและพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง สวนสาธิตการเกษตรเพื่อการเรียนรู้ เช่น สวนมะพร้าว ร้านค้าชุมชน ลานวัฒนธรรม สำหรับจัดกิจกรรมและจำหน่ายของที่ระลึกของชาวอัมพวา พร้อมทั้งมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชาวอัมพวา แสดงสิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงมีสวนเศรษฐกิจพอพียง ที่ให้ความร่มรื่น ร้านขายอาหาร และสินค้าที่ผลิตในชุมชน เป็นต้น เสมือนโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ ได้จำลองวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของอัมพวา มารวมไว้ที่นี่

 

พิพิธภัณฑ์บ้านครูเอื้อ สุนทรสนาน

ตะลอนทัวร์เที่ยวทั่วอัมพวา ที่เที่ยวอัมพวา แนะนำที่เที่ยวอัมพวา ตลาดน้ำอัมพวา พิพิธภัณฑ์บ้านครูเอื้อ สุนทรสนาน
พิพิธภัณฑ์บ้านครูเอื้อ สุนทรสนาน  เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอัมพวา - ชัยพัฒนานุรักษ์  ตั้งอยู่เลขที่ 193-195 บริเวณริมคลองอัมพวา ใกล้กับร้านชานชาลา ค่ะ  ที่นี่ได้ใช้อาคารไม้โบราณริมคลองอัมพวา อันเป็นที่เกิดของครูเอื้อ สุนทรสนาน เมื่อเกือบ 100 ปีที่ผ่านมา มาจัดเป็น พิพิธภัณฑ์ เพื่อแสดงผลงาน และประวัติของครูเอื้อ ผู้เป็นผู้บุกเบิกวงดนตรี สุนทราภรณ์ให้เป็นที่รู้จัก โดยได้รวมเอาข้าวของเครื่องใช้ของครูเอื้อ ตั้งแต่เครื่องเล่นดนตรีโบราณ โต๊ะทำงาน ตัวอย่างงานเขียนและผลงานการแต่งเพลงของครูเอื้อ รวมไปจนถึงการรวมรวมข้อมูลสำหรับบุคคลทั่วไป ที่สนใจค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องราวของเพลงสุนทราภรณ์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน  มาให้นักท่องเที่ยวได้ชม พร้อมกันนี้ที่นี่จะมีแผ่นซีดีของวงสุนทราภรณ์เพื่อจำหน่ายแก่ผู้ที่สนใจ ด้วยค่ะ  หากเดินเล่นในตลาดน้ำอัมพวาแล้วรู้สึกเหน็ดเหนื่อย เราก็สามารถเข้ามานั่งเล่น นั่งพัก ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ ถ้าใครได้เข้ามานั่งเล่นที่นี้แล้วจะทำให้รู้สึกเย็นสบาย และได้ดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงคลอเบาๆ สุขและสงบจริงๆค่ะ

 

ล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ำ

ตะลอนทัวร์เที่ยวทั่วอัมพวา ที่เที่ยวอัมพวา แนะนำที่เที่ยวอัมพวา ตลาดน้ำอัมพวา ล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ำ
ล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ำ  มาตลาดน้ำกันทั้งที  สิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่จะได้สัมผัส คือประสบการณ์การท่องเที่ยวทางน้ำ  โดยในช่วงกลางวันจะเป็นการล่องเรือไปตามลำน้ำแม่กลองเพื่อไปไหว้พระ ตามวัดต่างๆ ที่อยู่ริมน้ำพร้อมชมวิถีชีวิตอันเรียบง่าย 2 ฝากฝั่งคลองของผู้คนในท้องถิ่น หรือหากเป็นช่วงเย็นย่ำ ที่พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงฤดูฝน ประมาณเดือน พฤษภาคม – เดือนตุลาคม ในช่วงวันข้างแรม ที่เดือนดับ กิจกรรมการล่องเรือเพื่อชมความงามของแสงหิ่งห้อยตัวน้อย ที่รวมตัวอยู่ตามต้นลำพูใหญ่ 2  ฝากฝั่งริมน้ำแม่กลอง ก็เป็นอีก 1 การท่องเที่ยวที่น่าสนใจ  ใครจะไปเชื่อคะว่า ท่านกลางความมืดของท้องน้ำ และเสียงระงมของหรีดหริ่งเรไร จะมีแสงสีสดใส ของเหล่าหิ่งห้อยตัวน้อยนับร้อยพัน เกาะกลุ่มส่องแสงสว่างอยู่ตามต้นลำพู ให้เราๆท่านๆ นักผจญภัยได้ชื่นชมความงามอย่างเต็มที่

การบริการเช่าเรือเพื่อท่องเที่ยวลำน้ำนี้  ก็จะมีอยู่ที่ตลาดน้ำอัมพวาเลยค่ะ ถ้ามากลุ่มใหญ่จะเหมาเรือทั้งลำ หรือจะนั่งร่วมไปกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ก็ได้ตามความสะดวก และ กำลังทรัพย์ค่ะ  การนั่งเรือเที่ยวแบบนี้เราจะเห็นความเป็นอัมพวาแบบดั้งเดิม เห็นคุณตาคุณยาย พายเรือเข้าสวนไปเก็บผลไม้มาขาย เห็นรอยยิ้มของชาวบ้านที่ชอบการดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย เห็นเด็กตัวเล็กตัวน้อย แหวกว่ายน้ำอยู่ตามริมตลิ่ง บ้างก็ว่ายแข่งกับเรือที่พายผ่านไปมา หรือบางคนก็อาศัยคลื่นน้ำที่เกิดจากเรือหางยาวประหนึ่งคลื่นของทะเล เป็นตัวช่วยในขณะว่ายน้ำเล่น  ระหว่างทางมีแอบคุยกับคนขับเรือ ถามว่าเบื่อมั้ยขับเรือแบบนี้ตลอด  พี่คนขับตอบว่า “เค้าชอบเพราะว่ารถไม่ติดไม่เหมือนบนถนน” เราก็แอบยิ้มในใจ และแอบตั้งคำถามถามตัวเองว่า  บางสิ่งบางอย่างบนความเรียบง่ายก็สามารถทำให้ชีวิตมีความสุขได้ แล้วเราจะดิ้นรนให้เหนื่อยยากบนความสับสนวุ่นวาย ไปทำไมกัน???

นอกจากการท่องเที่ยวในส่วนของตลาดน้ำอัมพวาแล้ว บริเวณใกล้เคียงตลาดน้ำแห่งนี้ ยังมีสถานที่ที่ที่น่าสนใจ ให้เราได้ไปสัมผัสและเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ หลากหลายรูปแบบด้วยกันค่ะ และบางที่เที่ยวเราเชื่อว่า ถ้าคุณได้สัมผัสแล้วจะต้องทึ่งว่า เราอยู่ใกล้โดยไม่รู้ว่ามีสิ่งต่างๆเหล่านี้ มีอยู่ในผืนแผ่นดินใกล้ตัวขนาดนี้ได้อย่างไรกัน

 

อุทยานพระบรมราชานุสรณ์  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2)

ตะลอนทัวร์เที่ยวทั่วอัมพวา ที่เที่ยวอัมพวา แนะนำที่เที่ยวอัมพวา ตลาดน้ำอัมพวา อุทยาน ร.2
อุทยานพระบรมราชานุสรณ์  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2)  เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพื่อเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณ ที่ท่านได้พระราชทานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามไว้เป็นมรดกแก่ชาติ บริเวณที่ก่อสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์นี้ยังคงความสำคัญอีกระดับด้วยการ เป็นสถานที่พระราชสมภพของรัชกาลที่ 2  อีกด้วย  ภายในอุทยานร.2 มีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นอาคารเรือนไม้ทรงไทย จำนวน 4 หลัง จัดแสดงศิลปวัตถุในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ และแสดงความเป็นอยู่ของชาวไทยในสมัย ร.2 นอกจากนี้ยังมีโรงละครกลางแจ้ง สวนพฤกษชาติ เป็นพรรณไม้ในวรรณคดีนานาชนิด น่าดู น่าชม และน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่งค่ะ  ที่นี่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 18.00 น. ค่ะ (เฉพาะส่วนพิพิธภัณฑ์  ปิด 17.00 น.) การเดินทางมาที่นี่ไม่ยากค่ะ  ตั้งเด่นเป็นสง่า ด้านหน้าตลาดอัมพวานี่เอง มาเที่ยวอัมพวาแล้ว เดินมาเพียงนิดก็จะได้ สัมผัสกับ ความงามอีกแบบทันทีค่ะ  สอบถามเพิ่มเติมที่  0-3475- 1666

 

ค่ายบางกุ้ง  วัดบางกุ้ง(วัดโบสถ์ปรกคลุม)

ตะลอนทัวร์เที่ยวทั่วอัมพวา ที่เที่ยวอัมพวา แนะนำที่เที่ยวอัมพวา ตลาดน้ำอัมพวา ค่ายบางกุ้ง วัดบางกุ้ง โบสถ์ปรกโพธิ์
ค่ายบางกุ้ง  วัดบางกุ้ง(วัดโบสถ์ปรกคลุม) เดิมเป็นค่ายทหารเรือไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ภายในบริเวณค่ายก็มีวัด ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเช่นเดียวกัน โดยอยู่คนละฝั่งกัน ซึ่งมีถนนตัดผ่าน และบริเวณที่ติดกับแม่น้ำแม่กลอง ด้านหน้าวัดจะมีปลาน้ำจืดอาศัยอยู่มาก เรียกว่า วังมัจฉา ส่วนไฮไลท์ของที่นี่ คือโบสถ์วัดถูกปรกคลุมไปด้วยต้นโพธิ์ แฝงด้วยความงาม ได้รับการยกย่องเป็น Unseen Thailand  และภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา บริเวณด้านข้าง ของตัวโบสถ์ จะมีอนุสาวรีย์ ของ สมเด็จพระเจ้าตากสิน เพื่อเป็นอนุสรณ์ครั้นตั้งค่ายสู้รบกับพม่า และตีพม่าจนแตกพ่ายไปในบริเวณนี้

 

วัดบางแคใหญ่

ตะลอนทัวร์เที่ยวทั่วอัมพวา ที่เที่ยวอัมพวา แนะนำที่เที่ยวอัมพวา ตลาดน้ำอัมพวา วัดบางแคใหญ่
วัดบางแคใหญ่  ตั้งอยู่บริเวณปากคลองบางแค ตำบลแควอ้อม อำเภอ อัมพวาค่ะ เป็นวัดที่สร้างขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2357 มีลักษณะพิเศษที่น่าสนใจ คือ เป็นวัดที่มีอุโบสถหลังใหญ่ อายุกว่า 150 ปี บริเวณด้านหน้ามีเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมสิบสอง ศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยา องค์พระประธานสร้างจากศิลาแลง ปางมารวิชัย บริเวณโดยรอบพระอุโบสถ จะมีวิหารพระอรหันต์ ซึ่งประกอบไปด้วย พระอรหันต์จำนวนรวมทั้งสิ้น 56 องค์ โดยพระพุทธรูปที่อยู่บริเวณด้านหน้า และ ด้านหลังอุโบสถ จำนวนรวมทั้งสิ้น 3 องค์ จะเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง เครื่องทรงสมัยสุโขทัย  ส่วนองค์ที่เหลือ จะทรงเครื่องแบบอู่ทอง วิจิตรสวยงามมากจริงๆค่ะ สิ่งที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างเมื่อมาเที่ยวชนวัดบางแคใหญ่แห่งนี้ คือ ภายในกุฏิสงฆ์ จะมีรูปภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาว ทราบคร่าวๆ ว่า เขียนในปลายสมัยรัชกาลที่ ๒ โดยบอกเล่าเรื่องราวการทำสงครามไทย-พม่า ในยุคสมัยนั้น ซึ่งภาพจิตรกรรมดังกล่าวนั้น ท่านเจ้าพระยาวงศาสุรศักดิ์ ( แสง  วงศาโรจน์ ) เดิมดำรงตำแหน่ง สมุหกลาโหม ครองเมืองราชบุรี ได้รับราชโองการจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย นำทัพเข้าขับไล่พม่า จนแตกพ่าย และได้ให้ช่างฝีมือเขียนภาพเพื่อบอกเล่าเรื่องราวไว้ ณ กุฏิ แห่งนี้  ปัจจุบันภาพเขียนดังกล่าวได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม พร้อมสักการะปูนปั้นของเจ้าพระยาวงศา (บริเวณภาพเขียนงดเว้นการถ่ายภาพค่ะ เลยไม่มีมาให้ชมกัน) ถ้าสนใจเชิญได้นะคะ หากไปเที่ยววันเสาร์-อาทิตย์ จะมีเจ้าหน้าที่คอยบรรยายให้ความรู้ด้วยค่ะ

 

วัดเกษมสรณาราม หรือ วัดบางจาก

ตะลอนทัวร์เที่ยวทั่วอัมพวา ที่เที่ยวอัมพวา แนะนำที่เที่ยวอัมพวา ตลาดน้ำอัมพวา วัดเกษมสรณาราม วัดบางจาก
ที่เที่ยวสุดท้าย ที่จะแนะนำในวันนี้ คือ วัด เกษมสรณาราม หรือ วัดบางจาก ค่ะ  ตั้งอยู่ เลขที่ 40 ตำบล อัมพวา ค่ะ วัดเกษมสรณารามแห่งนี้ มีดีที่ไม่ควรมองข้าม อยู่ภายในอุโบสถค่ะ  นั่นคือ ภาพจิตรกรรมภาพผนัง สมัยรัชกาลที่ 5 ค่ะ ภาพจิตรกรรมฝาผนังเหล่านี้ เป็นภาพเขียนสีเขียนด้วยสีฝุ่นผสมยางไม้ บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและพระเจ้าสิบชาติไว้อย่างน่าสนใจ แต่ด้วยอายุที่ยาวนานและไร้การทำนุบำรุงอย่างถูกวิธี ทำให้สภาพที่คงอยู่ไม่สมบูรณ์เท่าไรนัก แต่ควรค่าแก่การรักษาเป็นอย่างยิ่งค่ะ นอกจากภายในอุโบสถแล้ว บริเวณบานประตูก็ยังคงมีภาพเขียนด้วยเช่นเดียวกัน แต่ด้วยกาลเวลาและการรักษาที่ไม่ถูกวิธี ทำให้ภาพเขียนต่างๆ ลบเลือนไปจนแทบจะมองไม่เห็นค่ะ หากใครมาเที่ยวที่นี่ ณ ขณะนี้ ยังคงถ่ายภาพได้ค่ะ แต่นานไปภาพอาจจะค่อยๆลบเลือนไปนะคะ ยังไงก็แนะนำว่าไม่ควรใช้แฟลชในการถ่ายรูปค่ะ จะได้มีรูปสวยๆ เก็บไว้ในรุ่นลูกหลานได้สืบสานงานศิลป์กันต่อไปค่ะ  

แสดงความคิดเห็น