ที่เที่ยวยลธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ที่วังน้ำเขียว

26 มกราคม 2555 | โดย Janio (9,908 เข้าชม)
แบ่งปัน:

สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ประโยคคลาสสิกที่หล่นมาขนานให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ ดูจะไม่ได้เกินเลยจากความเป็นจริง เหตเพราะการตั้งตระหง่านของจุดชมวิวชิลล์บรรยากาศ ยังคงทำหน้าที่มอบความอัศจรรย์แด่ผู้มาเยี่ยมเยือนอย่างไม่บกพร่ิอง  และคงไม่เลวใช่ไหม หากคุณจะได้ไปสัมผัสเสน่ห์ของ "วังน้ำเขียว" ไปพร้อมๆ กับผม...

 

เที่ยวยลธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์

ผาเก็บตะวัน (อุทยานแห่งชาติทับลาน)(Photo : yakuzakorat)

ผาเก็บตะวัน ที่เที่ยวยลธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ที่วังน้ำเขียว ธรรมชาติ

          กิจกรรมหนึ่งที่ขาดไม่ได้ยามมาเที่ยวต่างจังหวัดในถิ่นภูเขา นั่นคือการควานหาที่ดูพระอาทิตย์ทิ้งดิ่ง แอนด์แลตะลึงกับทะเลหมอกอันงดงาม และที่วังน้ำเขียวก็มีสถานแห่งหนึ่งซึ่งได้ทำการรวมความประทับใจของทั้งสอง สิ่ง มากำนัลเป็นขวัญตาให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกันอย่างชื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นวิวสวยๆ หรือสายลมเย็นๆ และอากาศที่แสนบริสุทธิ์จนนึกอยากจะอัดกระป๋องกลับไปใช้ต่อในกรุงเทพ

          โลดแล่นมาตามถนนหมายเลข304 จากนั้นให้เมียงมองหาซอยไทยสามัคคี แล้วกลับรถเข้าไปในซอย โดยให้มุ่งหน้าไปประมาณ 2 กม.กว่าๆ ก็จะถึงแยกไปผาชมตะวัน หรือตรงไปอีกประมาณ 10 กม. ก็จะถึงผาเก็บตะวันกันแล้วล่ะครับ โดยทางก่อนขึ้นผาคุณจะได้พบบรรดาร้านรวงขายเสบียงสุดท้ายก่อนจะไปลุยบนยอด สูง ดังนั้นใครที่คิดจะไปหาเอาดาบหน้า ก็แนะนำให้ซื้อเสียตั้งแต่ตรงนี้เลยจะดีกว่าครับ

ผาเก็บตะวัน ที่เที่ยวยลธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ที่วังน้ำเขียว ธรรมชาติ

          เมื่อเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ก็ได้พบพานบริเวณผากว้างใหญ่ ที่คุณสามารถทอดอารมณ์ไปกับทิวทัศน์ได้สุดสายตา ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง สำหรับการเป็นสักขีพยานในแอ็คชั่นสุดท้ายก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า และสัมผัสความตระการตาจากทะเลหมอกสีขาวนวลในยามเช้า

          นอกจากไฮไลต์สองสิ่งที่ดึงดูดใจให้ใครๆ ต่างต้องการทะยานขึ้นมาจับต้อง สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าเวลานี้คือความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ จากสมาชิกอย่างต้นลานและต้นมะค่าโมง ซึ่งทางอุทยานก็มีกิจกรรมไอเดียแจ่มให้นักท่องเที่ยวมาช่วยกันอนุรักษ์ พันธุ์ไม้ ที่กลมกลืนไปกับกิจกรรมสนุกๆ นั่นคือการ “ยิงหนังสติ๊กเมล็ดพันธุ์พืช” เข้าไปในป่า เพื่อเป็นการช่วยกันเพาะปลูกสู่ความเจริญงอกงามไปในตัว หากใครสนใจจะไปหรืออยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม กริ๊งกร๊างไปได้ที่เบอร์ 037-219-408 หรือคลิ๊กเข้าไปอ่านรีวิวได้ที่ (http://www.painaidii.com//business/135690/pha-kep-tawan-30370/lang/th/)

 

 

เขาแผงม้า

(Photo : Chaleeyo, www.wnk.go.th)

ผาเก็บตะวัน ที่เที่ยวยลธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ที่ วังน้ำเขียว ธรรมชาติ(Photo : Chaleeyo)

          “เฮ้ย! นั่นไงเห็นแล้วๆ” เสียงป่าวประกาศปนอารมณ์ความสำเร็จถูกคายออกมาจากปากเพื่อนร่วมทริป “ไหนเอามาดูมั่งดิ๊” ผมเรียกร้องสิทธิบ้าง ก่อนจะหันลำกล้องส่องทางไกลมาขนาบคู่สายตาทั้งสองดวง “โหยย สุดยอดอ่ะ ชัดแจ๋ว มากันทั้งฝูงเลย” ถ้อยสารภาพจากความรู้สึกผ่านสิ่งที่เห็นในลำกล้อง เคล้าจังหวะหัวใจในท่วงทำนองสั่นระรัว ราวกับกำลังนั่งดูช่อง Discovery Channel ในระบบสามมิติ และเป็นรายการทัศนาชีวิตกลุ่มวัวกระทิงอย่างชิดใกล้

          นี่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ไคลแมกซ์ที่ใครต่อใครต่างเป้าตั้งเอ้ย! ตั้งเป้าเข้ามาชมอย่างใจจดใจจ่อ สำหรับการนั่งห้างส่องกล้องย่องดูกระทิงในกระต็อบไม้ไซส์กะทัดรัด ที่คุณจะได้พบการใช้ชีวิตตามธรรมชาติบนเขาแผงม้า เห็นความสวยงามของสัตว์ป่าหายากที่ปัจจุบันเริ่มลดน้อยลงไปทุกขณะ พร้อมยังได้สูดอากาศบริสุทธิ์เย็นๆ อย่างเต็มปอดกับธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ซึ่งกว่าจะเห็นความเขียวขจีขนาดนี้ ตามประวัติศาสตร์ใช่จะได้มากันง่ายดายซะที่ไหน

          พลิกหน้าปูมย้อนรอยประวัติศาสตร์เขาแผงม้า ครั้งหนึ่งความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ถูกลักพาตัวไปด้วยความเจริญก้าวหน้าทาง คมนาคม ไม่ว่าจะเป็นการตัดถนน การเข้ายึดพื้นที่สัมปทานและการเฮละโลของประชาชนที่อพยพมายึดทำเล ก่อให้เกิดการทำลายป่าไม้อย่างไม่มีชิ้นดี จนกลายเป็นภูเขาหัวโล้นที่เต็มไปด้วยความแห้งผาก อันเป็นสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ป่านับครั้งไม่ถ้วน และได้รับสมญาว่าเป็น “ภูเขาไฟ” ในที่สุด

ผาเก็บตะวัน ที่เที่ยวยลธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ที่วังน้ำเขียว ธรรมชาติ

          กระทั่งมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยฯ เสนอตัวเขาร่วมโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ บริเวณเขาแผงม้า ทำการพัฒนาพื้นที่บริเวณป่าเขาให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ ลดการตัดไม้ มีการระมัดระวังไฟป่าอย่างขันแข็ง จนที่สุดบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลาย เช่น หมูป่า เก้ง กวาง ชะมด อีเห็น เสือปลา หมี กระรอก กระต่าย รวมทั้งพี่ใหญ่อย่างกระทิงก็กลับมาพำนักอาศัยเช่นในปัจจุบัน

          อ่านแล้วใครอยากจะมาชมกระทิงที่เขาแผงม้า ขอให้เตรียมใจไว้นิดนึงว่าจะต้องเจอกับถนนหนทางในรูปแบบดินลูกรังเป็นหลุม บ่อ แต่ก็ไม่ได้เกินกำลังในการทะยานขึ้นสู่ยอดเขา โดยให้วิ่งตามทางหลวงหมายเลข 304 (กบินทร์บุรี- วังน้ำเขียว) ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ก่อนถึงตลาด 79 อำเภอวังน้ำเขียว ให้แยกซ้ายไปทางบริเวณศาลเจ้าพ่อหลวงราช จากนั้นก็ไปตามป้ายก็จะเจอแล้วล่ะครับ

           หากจะนึกหากิจกรรมผ่อนคลายสไตล์ชิลล์ในวังน้ำเขียว แนะให้เลี้ยวมายัง “ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ป่าเขาภูหลวง” ซึ่งมีทั้งภูมิอากาศที่แสนเย็นสบายและได้สัมผัสกับสายหมอกในรุ่งสาง รวมทั้งความรมรื่นจากขุนเขาและป่าไม้ อันแสนอุดมสมบูรณ์กว่า 170,000 ไร่ คอยโอบล้อมคุณอยู่ตลอดเวลา แถมยังได้เติมความสดชื่นให้ชีวากันอีกก็อกจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ อันเป็นแหล่งต้นน้ำให้กับเขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำตะคอง และอ่างเก็บน้ำลำสำลายอีกด้วย

          โดยกิจกรรมที่โปรยยิ้มกวักมือต้อนรับก็มีให้เลือกมากมาย ใครที่ชอบความผจญภัยท้าทายอาจจะลองมา “เดินป่าศึกษาธรรมชาติ” ชมสภาพป่าดิบแล้งกันแบบใกล้ชิด ตามติดด้วยการดื่มด่ำธรรมชาติสวยๆ ตลอดเส้นทาง หรือใครพิศมัย “การเข้าค่าย” เค้าก็มีเปิดให้บริการเข้าค่ายศึกษาธรรมชาติหลายรูปแบบ เช่น ค่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ, ค่ายลูกเสือ-เนตรนารี, ค่ายศึกษาท้องฟ้า, ค่ายภาษาอังกฤษ เป็นต้น

 

ได้ฤกษ์เวลา สันทนาการกันหน่อย

ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ป่าเขาภูหลวง

ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ป่าเขาภูหลวง วังน้ำเขียว ธรรมชาติ อุทยาน

           หากจะนึกหากิจกรรมผ่อนคลายสไตล์ชิลล์ในวังน้ำเขียว แนะให้เลี้ยวมายัง “ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ป่าเขาภูหลวง” ซึ่งมีทั้งภูมิอากาศที่แสนเย็นสบายและได้สัมผัสกับสายหมอกในรุ่งสาง รวมทั้งความรมรื่นจากขุนเขาและป่าไม้ อันแสนอุดมสมบูรณ์กว่า 170,000 ไร่ คอยโอบล้อมคุณอยู่ตลอดเวลา แถมยังได้เติมความสดชื่นให้ชีวากันอีกก็อกจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ อันเป็นแหล่งต้นน้ำให้กับเขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำตะคอง และอ่างเก็บน้ำลำสำลายอีกด้วย

          โดยกิจกรรมที่โปรยยิ้มกวักมือต้อนรับก็มีให้เลือกมากมาย ใครที่ชอบความผจญภัยท้าทายอาจจะลองมา “เดินป่าศึกษาธรรมชาติ” ชมสภาพป่าดิบแล้งกันแบบใกล้ชิด ตามติดด้วยการดื่มด่ำธรรมชาติสวยๆ ตลอดเส้นทาง หรือใครพิศมัย “การเข้าค่าย” เค้าก็มีเปิดให้บริการเข้าค่ายศึกษาธรรมชาติหลายรูปแบบ เช่น ค่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ, ค่ายลูกเสือ-เนตรนารี, ค่ายศึกษาท้องฟ้า, ค่ายภาษาอังกฤษ เป็นต้น


ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ป่าเขาภูหลวง วังน้ำเขียว ธรรมชาติ อุทยาน

          ส่วนใครที่อยากชิลล์แบบเย็นสบาย แนะนำให้ไป “พายเรือ / ตกปลา” ในอ่างเก็บน้ำเขาโซ่อันกว้างใหญ่ ที่เหมาะแก่การเนรมิตความเพลิดเพลินไปกับวิวภูเขาสวยๆ ป่าไม้อันงดงามที่จะสร้างความสราญให้ไม่น้อยกว่ากิจกรรมอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนุกๆอย่าง “ปั่นจักรยานเสือภูเขา” ตามเส้นทางสายธรรมชาติ และกิจกรรม “ดูนก / ดูผีเสื้อ” ที่คุณจะได้ชื่นชมวิถีชีวิตของนกนานาพันธุ์ และผีเสื้อแสนสวยที่กำลังสยายปีกกระจายความงามรอให้คุณมาชื่นชม

          การเดินทางใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 สายนครราชสีมา-ปักธงชัย-วังน้ำเขียว แล้วแยกเข้าถนนสาย 2072 ในเขต อำเภอปักธงชัย ผ่านไปยัง บ้านตะขบ ไปยังบ้านหนองปล้อง และ บ้านไทรงาม หรือจะเลยยังไปอำเภอวังน้ำเขียว แล้วแยกเข้าสู่ถนน 2235 บริเวณ ก่อนถึงที่ว่าการอำเภอวังน้ำเขียว โดยที่นี่เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.30 น – 16.30 น. โทร. 0-7256-7507 , 0-7869-0491 หรือ 0-4424-3008 ต่อ 135

แสดงความคิดเห็น