ททท. เชิญชวนคนไทยกลับมาเที่ยวเสม็ดอีกครั้ง

24 กันยายน 2556 | โดย social (17,225 เข้าชม)
แบ่งปัน:

 

สองครอบครัวคนดัง “ม.ล.รังษิธร - ม.ล.รังษิอาภา ภาณุพันธุ์” และ “วิไล- ขุนพล-ขุนพักตร์ อิสสระ”   ร่วมทริป  “ คืนรอยยิ้มสู่เกาะเสม็ด”  เชิญชวนคนไทยกลับมาเที่ยวเสม็ดอีกครั้ง 

 

(กรุงเทพฯ, 19 กันยายน 2556) – จังหวัดระยอง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง และบริษัท พีทีที  โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีทีจีซี จัดทริป “คืนรอยยิ้มสู่เกาะเสม็ด” ชวนครอบครัวเซเลบริตี้นักเดินทาง “ม.ล.รังษิธร - ม.ล.รังษิอาภา ภาณุพันธุ์” และ “วิไล- ขุนพล-ขุนพักตร์ อิสสระ”  พร้อมสื่อมวลชนร่วมทริปชมความสวยงามของเกาะเสม็ด และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดระยอง โดยได้รับเกียรติจาก นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ให้การต้อนรับ ก่อนนั่งเรือสปีดโบ๊ตข้ามฝั่งสู่อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด

 

ซึ่งสภาพอ่าวพร้าวในวันนี้ หาดทรายขาวและน้ำทะเลกลับมาใส หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้กอบกู้คราบน้ำมันแล้วเสร็จ  พอตกค่ำ ทุกคนก็ได้ลิ้มลองอาหารทะเลสด จาก จังหวัดระยอง ที่สด สะอาด ปลอดภัย ผ่านการรับรองแล้วจากกระทรวงสาธารณสุข โดยมี เชฟชื่อดังของเกาะเสม็ด จาก  เลอวิมาน คอตเทจ แอนด์ สปา มาปรุงเมนูพิเศษ ให้ทุกคนได้ลิ้มลองอย่างเอร็ดอร่อยเคล้าเสียงคลื่นสุดชิล ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวของอ่าวพร้าว

 

 

โดยดินเนอร์มื้อพิเศษ ได้รับการรังสรรค์ขึ้นโดย เชฟวินัย เรียงผา  ซึ่งเป็นเชฟมือหนึ่งของเลอวิมาน คอตเทจ แอนด์ สปา และที่ปรึกษาด้านการปรุงอาหารของกลุ่มโรงแรมในเครือทั้ง 6 แห่ง บนเกาะเสม็ด กับเมนูดินเนอร์สไตล์ซีฟู้ดฟิวชั่น 3 เมนู คือ “ปลาหมึกยัดไส้ผักขม ราดซอส 3 รส” ที่เสริมด้วยคุณค่าของอาหารจากผักขม และได้รสชาติของเครื่องแกงแบบไทยๆ “ปลากะพง 2 อ่าว” ที่มีถึง 2 รสชาติในปลา 1 ตัว คือ เปรี้ยวหวาน และรสพริกไทยดำ บวกกับคุณค่าของดีปลาหมึกในซอสที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลมะเร็งและเนื้องอก และ “กุ้งทอดวาซาบิ” ที่ผสมผสานรสชาติของวาซาบิแบบญี่ปุ่นเข้ากับซีฟู้ดอย่างแปลกใหม่แต่ลงตัว นอกจากนี้ ยังมีเมนูอาหารทะเลอื่นๆ และบาร์บีคิวจากวัตถุดิบสดๆ จากท้องทะเลให้ทุกคนได้อิ่มหนำสำราญ และเพลิดเพลินกับพระอาทิตย์ตกที่อ่าวพร้าว และเสียงคลื่นยามเย็น

 

ม.ล.รังษิธร ภาณุพันธุ์ และขุนพล อิสสระ 2 เซเลบริตี้หนุ่มที่ร่วมเดินทางไปกับทริปนี้ กล่าวถึงประสบการณ์การมาเยือนเกาะเสม็ดว่า “ประทับใจกับการเดินทางมาเกาะเสม็ด โดยเฉพาะที่อ่าวพร้าวซึ่งเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้  ได้ยินและเห็นข่าวน้ำมันรั่วก็รู้สึกใจหาย แต่เมื่อได้มาเห็นด้วยตาตนเองก็พบว่าสภาพไม่เป็นเหมือนอย่างที่ได้ยินมา คือ ในวันนี้หาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลใส และอาหารทะเลสด อร่อย ทุกอย่างดูเป็นปกติและไม่เป็นเหมือนที่หลายคนกังวลแล้ว อีกทั้งยังมีอ่าวอื่นๆ ที่สวยและท่องเที่ยวได้เพราะไม่ได้รับผลกระทบ ตนคิดว่าเกาะเสม็ดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์มาก ในแง่ความเป็นธรรมชาติจนอยากกลับมาเยือนอีกครั้ง”

 

นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้กล่าวทิ้งทายว่า “ระยองถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ทำรายได้จำนวนมากให้กับประเทศ โดยเฉพาะจากการท่องเที่ยว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากจุดแข็งของจังหวัดคือ ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีทั้งชายทะเล เกาะ ภูเขา ป่าไม้ ศิลปะวัฒนธรรมในหลายยุคสมัย วัดวาอาราม โลเคชั่นที่อยู่ไม่ไกลจากสนามบิน และการเดินทางสะดวก แม้เหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วในทะเลอ่าวไทยส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของเกาะเสม็ดเป็นอย่างมาก แต่ทีมงานทุกภาคส่วนที่ก็ได้พยายามสุดความสามารถในกำจัดคราบน้ำมันให้อ่าวพร้าวกลับมาขาวสะอาด ถึงแม้ วันนี้อ่าวพร้าวจะยังได้รับผลกระทบ แต่คิดเป็นพื้นที่ไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของเกาะเสม็ด และยังมีอ่าวและชายหาดอื่นๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบและรอให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวอีกครั้ง”

 

นายอัฒฑวุฒิ หิรัญบูรณะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “พีทีทีจีซี ตระหนักถึงผลกระทบของน้ำมันดิบรั่วที่มีต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม และเดินหน้าเยียวยาและฟื้นฟูในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างเต็มที่ร่วมกับจังหวัดระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมท่องเที่ยวต่างๆ ในการโปรโมทการท่องเที่ยวเสม็ดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติกลับคืนสู่เกาะเสม็ดโดยเร็ว”

 

 

นอกจากเกาะเสม็ดแล้ว จังหวัดระยองยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่เป็นไฮไลต์ อาทิ สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทาง บริษัท ปตท. จำกัด ( มหาชน ) สร้างขึ้นภายใต้แนวคิด มิติการเรียนรู้ด้านสมุนไพรอย่างสนุกสนาน เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์สมุนไพรมากกว่า 20,000 ต้น และตลาดบ้านเพ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่หลากหลายได้ในราคาย่อมเยา

 

ระยองและเกาะเสม็ดในวันนี้ งดงามกว่าที่คิด หากได้ไปเห็นและสัมผัสด้วยตาตนเอง ก็จะประจักษ์ว่าแหล่งท่องเที่ยวนี้ คือ “ไข่มุกแห่งภาคตะวันออก” อย่างแท้จริง

แสดงความคิดเห็น