ตามหานาคี กับ 5 ที่เที่ยวเมืองบาดาล โลกเร้นลับใต้พิภพ

28 กันยายน 2564 | โดย PauLLie (575,305 เข้าชม)
แบ่งปัน:

นาคี

เมืองบาดาล เมืองแห่งพญานาคและดินแดนแห่งความเชื่อทางพุทธศาสนา ที่รอวันหาคำตอบว่ามีอยู่จริงหรือไม่ แม้จะยังพิสูจน์ไม่ได้ แต่ความเชื่อนี้ก็อยู่คู่คนไทยมาช้านาน จนก่อเกิดเป็นตำนานสถานที่มากมาย PaiNaiDii ชวนคุณๆ ท่องเที่ยวไปยังจุดต่างๆ ที่มีร่อยรอยความเชื่อของเมืองบาดาลและโลกเร้นลับใต้พิภพอยู่ ไปดูกันว่า จริงหรือไม่!!! ที่เค้าเล่าว่า “เมืองใต้น้ำ” เหล่านี้ มีสิ่งมีชีวิตนามว่า “พญานาค” อาศัยอยู่  

 

 

1. “ถ้ำดินเพียง”  เส้นทางสู่เมืองพญานาค จ.หนองคาย

ที่เที่ยว เที่ยวเมืองบาดาล โลกเร้นลับใต้พิภพ เที่ยวเมืองพญานาค เที่ยวถ้ำพญานาค ความเชื่อเรื่องพญานาค ตำนานพญานาค พญานาคริมแม่น้ำโขง บั้งไฟพญานาค ถ้ำดินเพียง หนองคาย ที่เที่ยวหนองคาย

ที่เที่ยว เที่ยวเมืองบาดาล โลกเร้นลับใต้พิภพ เที่ยวเมืองพญานาค เที่ยวถ้ำพญานาค ความเชื่อเรื่องพญานาค ตำนานพญานาค พญานาคริมแม่น้ำโขง บั้งไฟพญานาค ถ้ำดินเพียง หนองคาย ที่เที่ยวหนองคาย

ที่เที่ยว เที่ยวเมืองบาดาล โลกเร้นลับใต้พิภพ เที่ยวเมืองพญานาค เที่ยวถ้ำพญานาค ความเชื่อเรื่องพญานาค ตำนานพญานาค พญานาคริมแม่น้ำโขง บั้งไฟพญานาค ถ้ำดินเพียง หนองคาย ที่เที่ยวหนองคาย

ที่เที่ยว เที่ยวเมืองบาดาล โลกเร้นลับใต้พิภพ เที่ยวเมืองพญานาค เที่ยวถ้ำพญานาค ความเชื่อเรื่องพญานาค ตำนานพญานาค พญานาคริมแม่น้ำโขง บั้งไฟพญานาค ถ้ำดินเพียง หนองคาย ที่เที่ยวหนองคาย

 

โลกเร้นลับที่แรก ที่ PaiNaiDii พาคุณๆ ไปชมนั้น เป็นถ้ำคดเคี้ยว ที่มีห้อง โพรง ช่อง ซอก รู มากมายเป็นพันๆ ช่องทาง นามว่า  “ถ้ำดินเพียง” หรืออีกชื่อคือ “ถ้ำพญานาค” ในอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่บอกเล่าความเร้นลับของเมืองบาดาล จากปากต่อปาก รุ่นสู่รุ่น มาช้านาน โดยถ้ำแห่งนี้ถูกค้นพบโดยชาวบ้านที่ออกล่าสัตว์ป่าและไปพบถ้ำนี้โดยบังเอิญ ความน่าอัศจรรย์อันเกิดจากปรากฎการณ์การกัดเซาะของดินคือ ช่องทางคดเคี้ยวเหล่านี้สามารถเชื่อมทะลุถึงกันได้  ขนาดของรูใหญ่กว่าคนเพียงเล็กน้อย  ชาวบ้านจึงเชื่อกันว่าเส้นทางนี้คล้ายกับการเลื้อยของพญานาค อาจจะเป็นเส้นทางที่พญานาคใช้สัญจรไปมาใต้ลำน้ำโขงระหว่างหนองคายกับเวียงจันทร์  บ้างเชื่อว่าในถ้ำแห่งนี้มีเส้นทางไปสู่เมืองพญานาคได้ แต่ผู้ที่จะเดินทางไปได้นั้น ต้องเป็นผู้ทรงศีลที่แก่กล้าวิชาเท่านั้นจึงจะมองเห็น

ตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับ "ถ้ำดินเพียง"

เรื่องเล่าในอดีต : เชื่อว่า ณ ถ้ำแห่งนี้ แต่เดิมเป็นเส้นทางเข้าออกของธิดาพญานาคซึ่งมาหลงรักเจ้าชายของเมืองนี้บนโลกมนุษย์ แต่ครั้นพอถึงวันออกพรรษา ธิดาพญานาคต้องกลับสู่เมืองบาดาล เพื่อไปเล่นน้ำกับพญานาคด้วยกัน เมื่อเจ้าชายตามมาพบและรู้ว่าคนรักของตนเป็นพญานาค จึงขอตัดขาดจากกันที่ถ้ำแห่งนี้

เรื่องเล่าปัจจุบัน : ลุงคำสิงห์ เกศศิริ ผู้ค้นพบถ้ำแห่งนี้ เล่าว่าหลังจากพบถ้ำไม่นาน ก็ฝันว่ามีพญานาคตัวสีเหลืองใหญ่ ยาว ขึ้นมาจากแม่น้ำโขง บอกให้ลุงช่วยเฝ้าดูแลรักษาถ้ำ เพราะเคยเป็นคนเฝ้าถ้ำแห่งนี้มาก่อนเมื่อชาติที่แล้ว แต่ลุงไม่เชื่อ ปรากฎว่าหลังจากนั้นก็ป่วยเป็นไข้ป่า รักษายังไงก็ไม่หาย จนต้องพึ่งหมอดูทางใน พบว่าทำผิดต่อพญานาคต้องไปขอขมา เมื่อขอขมาแล้วก็หายเป็นปกติ จึงได้ดูแลรักษาถ้ำแห่งนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 


(Thanks : พญานาค)

 

ดูต่ออีก 3 ที่เที่ยว...คลิก

 

2. เมืองบาดาลคำชะโนด กับตำนาน “พญานาค” จ.อุดรธานี

ที่เที่ยว เที่ยวเมืองบาดาล โลกเร้นลับใต้พิภพ เที่ยวเมืองพญานาค เที่ยวถ้ำพญานาค ความเชื่อเรื่องพญานาค ตำนานพญานาค พญานาคริมแม่น้ำโขง บั้งไฟพญานาค ป่าคำชะโนด ผีจ้างหนัง อุดรธานี ที่เที่ยวอุดรธานี

ที่เที่ยว เที่ยวเมืองบาดาล โลกเร้นลับใต้พิภพ เที่ยวเมืองพญานาค เที่ยวถ้ำพญานาค ความเชื่อเรื่องพญานาค ตำนานพญานาค พญานาคริมแม่น้ำโขง บั้งไฟพญานาค ป่าคำชะโนด ผีจ้างหนัง อุดรธานี ที่เที่ยวอุดรธานี

ที่เที่ยว เที่ยวเมืองบาดาล โลกเร้นลับใต้พิภพ เที่ยวเมืองพญานาค เที่ยวถ้ำพญานาค ความเชื่อเรื่องพญานาค ตำนานพญานาค พญานาคริมแม่น้ำโขง บั้งไฟพญานาค ป่าคำชะโนด ผีจ้างหนัง อุดรธานี ที่เที่ยวอุดรธานี

ที่เที่ยว เที่ยวเมืองบาดาล โลกเร้นลับใต้พิภพ เที่ยวเมืองพญานาค เที่ยวถ้ำพญานาค ความเชื่อเรื่องพญานาค ตำนานพญานาค พญานาคริมแม่น้ำโขง บั้งไฟพญานาค ป่าคำชะโนด ผีจ้างหนัง อุดรธานี ที่เที่ยวอุดรธานี

 

 “ผีจ้างหนัง” ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของทีมงานหนังเร่ที่ได้รับการว่าจ้างจากผู้จ้างปริศนา ให้มาฉายหนังในหมู่บ้านวังทอง จ.อุดรธานี โดยมีข้อแม้ว่าฉายได้ถึงแค่ตี 4 และให้ออกจากพื้นที่ไปก่อนฟ้าสาง และห้ามหันกลับมาดู  แต่เมื่อทีมงานหนังเร่ ขับรถกลับมาอีกครั้ง ณ บริเวณเดิมในระยะเวลาไม่นาน ก็ไม่ปรากฎพื้นที่ที่ฉายหนังเลย คงพบแต่ป่าคำชะโนดขึ้นรกครึ้มแทน เมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉาย ก็ทำให้ “ป่าคำชะโนด” ดังขึ้นในชั่วข้ามคืน โดยเชื่อกันว่าชาวเมืองบาดาล หรือ เมืองพญานาคที่อยู่ใน “ป่าคำชะโนด” แห่งนี้เป็นผู้จ้างหนังมาดู  ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อของผู้คนละแวกนั้นที่เชื่อว่า “ป่าคำชะโนด” เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง โลกมนุษย์กับเมืองบาดาล  ทั้งนี้ พื้นที่ “ป่าคำชะโนด” มีลักษณะเป็นเกาะ มีน้ำล้อมรอบ ทั้งเกาะมีต้นชะโนดขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก  บริเวณกลางเกาะ มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เรียกว่า “บ่อคำชะโนด” ซึ่งจะมีน้ำจากใต้ดินผุดขึ้นมาตลอดเวลา ซึ่งน้ำจากบ่อนี้ได้มีการอัญเชิญไปประกอบพิธีทางศาสนามากมาย  สิ่งอัศจรรย์อีกอย่างที่ค้นพบ และทำให้เชื่อว่าป่าคำชะโนด แห่งนี้มีความพิเศษซ่อนอยู่คือ ที่นี่ไม่เคยถูกน้ำท่วมและที่สำคัญ  แม้จะพบต้นชะโนดในป่าคำชะโนดมากเพียงไร แต่ระยะห่างจากป่าออกไปไม่เกิน 300 เมตร ก็ไม่ปรากฎต้นชะโนดให้เห็นอีกเลย

ตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับ ป่าคำชะโนด

เรื่องเล่าในอดีต :  มีพญานาค 2ตนได้ปกครองเมืองหนองกระแส โดยครึ่งหนึ่งเป็นของ สุทโธนาค (พญาศรีสุทโธ) ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นของ สุวรรณนาค ทั้งสองปกครองเมืองอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่มีข้อตกลงกันอยู่ว่า ถ้าเมื่อฝ่ายใดออกไปล่าสัตว์หาอาหาร อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องไม่ไป เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการกระทบกระทั่งกัน และเมื่อฝ่ายที่ออกไปล่าสัตว์หาอาหารมาได้นั้น ให้นำมาแบ่งกันอย่างละครึ่ง

เมื่อถึงคราวสุวรรณนาคได้ออกไปล่าสัตว์หาอาหารได้เนื้อช้างมา จึงนำเนื้อช้างที่ได้แบ่งให้สุทโธนาค พร้อมทั้งนำขนของช้างไปยืนยันว่าเป็นเนื้อช้างจริง อีกครั้งที่สุวรรณนาคออกไปล่าสัตว์หาอาหารอีก ครั้งนี้ได้เม่นมาเป็นอาหาร จึงได้นำเนื้อเม่น และขนของเม่นไปมอบให้แก่สุทโธนาคเหมือนเช่นเคย แต่สุทโธนาคกลับแสดงความไม่พอใจ เพราะเมื่อดูจากขนของเม่นที่มีขนาดใหญ่กว่าขนของช้าง ปริมาณเนื้อที่ได้ก็ควรมีมากกว่าเนื้อของช้าง แต่ปริมาณเนื้อนั้นกลับมีน้อยกว่ามากนัก จึงคิดว่าสุวรรณนาคไม่มีความซื่อสัตย์ ฝ่ายสุวรรณนาคพยายามอธิบายอย่างไรก็ไม่เป็นผล จึงเกิดสงครามระหว่างสุทโธนาค และสุวรรณนาค

พระอินทร์ได้ทราบเรื่อง จึงหาวิธีการที่จะทำให้พญานาคทั้งสองนั้นหยุดทำสงครามกัน โดยให้พญานาคทั้งสองสร้างแม่น้ำขึ้นคนละสาย ถ้าใครสร้างได้ถึงทะเลก่อนจะให้ปลาบึกขึ้นอยู่ในแม่น้ำนั้น เมื่อได้ยินเช่นนั้น สุทโธนาคก็ได้สร้างแม่น้ำมุ่งไปทางทิศตะวันออกของหนองกระแส และด้วยความที่สุทโธนาคมีนิสัยใจร้อน เมื่อพบเจอภูเขากั้นทางแม่น้ำก็จะทำการหลบหลีก โค้งไปโค้งมา จึงเกิดเป็น แม่น้ำโขง (โค้ง) ส่วนทางฝ่ายสุวรรณนาคนั้น ได้ทำการสร้างแม่น้ำขึ้นทางทิศใต้ของหนองกระแส สุวรรณนาคมีความละเอียด และใจเย็น แม่น้ำที่สร้างขึ้นจึงมีความตรงกว่าแม่น้ำทุกสาย ได้แก่ แม่น้ำน่าน

สุทโธนาคเป็นผู้ที่สร้างแม่น้ำได้เสร็จก่อน จึงมีปลาบึกขึ้นอยู่ในแม่น้ำโขงเพียงแห่งเดียว และเมื่อชนะ สุทโธนาคก็ได้ขอทางขึ้น-ลง ระหว่างเมืองบาดาล กับเมืองมนุษย์ไว้อีก 3 แห่ง หนึ่งในนั้นก็คือ คำชะโนด ซึ่งมีต้นชะโนดขึ้นเป็นสัญลักษณ์ นอกจากนี้ สุทโธนาคยังได้ขอให้ทุก 15 วันที่เป็นข้างขึ้น ให้สุทโธนาคพร้อมบริวารสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ และตั้งบ้านเมืองปกครองอยู่ที่คำชะโนดได้  และอีก 15 วันข้างแรม ให้กลายเป็นนาคลงไปอาศัยอยู่ที่เมืองบาดาล คำชะโนดจึงกลายเป็นศูนย์กลางของเมืองมนุษย์และเมืองบาดาล ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


 (Thanks : noominee NuFcTH)

 

ดูต่ออีก 3 ที่เที่ยว...คลิก

แสดงความคิดเห็น