ท่องคิตะคิวชู มนต์เสน่ห์แห่งเกาะคิวชูที่คุณไม่ควรพลาด

30 พฤศจิกายน 2558 | โดย Japan Guide Book (6,172 เข้าชม)
แบ่งปัน:

ช่วงหลังๆ คนไทยหลายคนก็เริ่มที่จะเบื่อพวกเมืองใหญ่ๆ อย่างโตเกียวหรือโอซาก้ากันแล้ว และหันมาเที่ยวแดนใต้อย่างเกาะคิวชูกันเยอะพอสมควรเลยล่ะ ซึ่งที่คิวชูนั้นก็มีที่เที่ยวอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นฟุกุโอกะ, โออิตะ, คุมะโมโตะ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่มีอยู่ที่หนึ่งที่คนไทยอาจจะไม่ค่อยได้ไปกันนัก หรือว่าแวะผ่านแค่แปปเดียวแล้วไปที่อื่นต่อ ซึ่งที่นี่ถือว่ามีความน่าสนใจน่าเที่ยวมากเลยทีเดียว นั่นก็คือคิตะคิวชูนั่นเองจ้า

คิตะคิวชูนั้นเป็นเมืองที่อยู่ทางเหนือของเกาะคิวชู (คิตะแปลว่าเหนือ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดฟุกุโอกะ ก่อตั้งเมื่อปี 1963 จากเมืองเล็กๆ ได้แก่ โคคุระ, โมจิ, ยาฮาตะ, โทบาตะและวากามัตสึมารวมตัวกัน เป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากเป็นเมืองที่มีทรัพยากรที่สมบูรณ์ แต่เดิมนั้นเคยเป็นเมืองที่ประสบปัญหาด้านมลภาวะเข้าขั้นยํ่าแย่ แต่ก็ได้รับการร่วมมือที่ดีที่จากทั้งภาครัฐและประชาชน เปลี่ยนให้เป็นเมืองที่สวยงามจนเรียกได้ว่าเป็น Green Zone เลยทีเดียว

ปัจจุบัน คิตะคิวชูถือว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์น่าหลงไหลและมีสถานที่ท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และยังเป็นเมืองแห่งภาพยนตร์อีกด้วย เพราะเขาสนับสนุนให้ผู้สร้างภาพยนตร์มาถ่ายทำที่คิตะคิวชู ซึ่งประเทศไทยนั้นเป็นประเทศนอกญี่ปุ่นแรกที่มาถ่ายทำละครที่เมืองคิตะคิวชู ได้แก่เรื่องกลกิโมโนที่ฉายไปทางช่อง 3 และ Devil Lover เผลอใจ....ให้นายปีศาจ ก็เพราะที่มีเสน่ห์ของความเป็นญี่ปุ่นนั่นเองจ้า เอาล่ะ เม้ามอยฝอยจนนํ้าลายฟุ้งไปทั่วทุ่งมาซะขนาดนี้แล้ว เราไปดูกันเลยดีกว่า ว่าที่นี่มีอะไรบ้าง

 

ปราสาทโคคุระ ประวัติศาสตร์แห่งซามุไรที่ยังหลงเหลืออยู่

เป็นสถานที่ๆ เรียกว่าถ้าคุณไม่ได้มาก็เหมือนกับมาไม่ถึงคิตะคิวชู สำหรับปราสาทโคคุระ ที่รวบรวมเรื่องราวในประวัตศาสตร์ประเทศญี่ปุ่นไว้ ปราสาทโคคุระเป็นปราสาทเก่าแก่ที่ถูกก่อตั้งขึ้นโดย โฮโซคาวะ ทาดะโอกิ ในปี ค.ศ.1602 เป็นทรัพย์สมบัติของกลุ่มโอกาซาวะระจนถึงปี ค.ศ.1860 แต่ว่าก็ถูกโจมตีถูกทำลายจนเสียหายและได้รับการซ่อมแซมจนสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1990

 

มาดูที่ส่วนแรกกันก่อนเลยกับส่วนที่เป็นสวนมีความสวยงามเป็นธรรมชาติกลางเมืองใหญ่ ตรงกลางนั้นจะเป็นเรือนเล็กๆ ที่ในอดีตเป็นห้องรับรองของผู้ปกครองแคว้นซึ่งยังคงความสวยงามตามสไตล์ญี่ปุ่นโบราณไว้

 

และที่ด้านนอกก็ยังมีร้านชาเล็กๆ ให้บริการอยู่ด้วย ซึ่งไม่ใช่ชาอาแปะห่วยๆ แต่อย่างใด แต่เป็นชาเขียวมัตฉะที่ผ่านการชงโดยท่านอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการชงชาอย่างพิถีพิถัน ซึ่งนอกจากจะได้ลิ้มรสชาติต้นตำหรับออริจินอลแล้วเรายังได้เรียนรู้ถึงขั้นตอนการชงชาที่เป็นศิลปะชั้นสูงของประเทศญี่ปุ่น รวมถึงมารยาทและวิธีที่ถูกต้องในการดื่มชาด้วยนะ และการดื่มชานั้นก็ต้องมีขนมญี่ปุ่นเคียงด้วย เนื่องจากชานั้นมีรสที่ขม การที่ทานขนมหวานไปก่อนแล้วตามด้วยการดื่มชาก็จะทำให้ออกมามีรสชาติที่พอดี

 

ต่อมาเราก็มาดูที่อาคารหลักของปราสาทกันต่อ ถึงแม้ว่าจะทำการบูรณะซ่อมแซมใหม่อันเนื่องมาจากความเสียหายแต่ก็ยังมีเค้าโครงที่สวยงามของตัวปราสาทแบบเก่าอยู่ ภายในได้ถูกทำเป็นพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์จัดแสดงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัตถุโบราณต่างๆ, งานศิลปะและอื่นๆ อีกมากมาย และที่ชั้นบนสุดก็มีจุดชมวิวที่สามารถชมความสวยงามของเมืองโคคุระได้อีกด้วย

 

ม็อคอัพจำลองปราสาทโคคุระในอดีต

 

 

ลิ้มรสอาหารรสเด็ดมากมายที่ตลาดทังกะ

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ดังนั้นเราก็ต้องมาหาอะไรทานกันกับที่นี่เลย ที่ตลาดทังกะ เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงในเมืองโคคุระตั้งแต่ยุคสมัยไทโช เรียกว่าเป็นครัวของคิตะคิวชูเลยล่ะ ขึ้นชื่อว่าเป็นตลาด แต่นอนว่าต้องมีอาหารมากมายไว้คอยให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นทั้งอาหารสด, อาหารแห้งและอาหารปรุงสำเร็จ มีอยู่มากมายหลายร้านสองฝั่งเป็นทางทอดยาวกว่า 120 ร้าน

 

จะว่าไปตลาดแต่ละตลาดมันก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ จะต่างก็ต่างกันไม่มาก ดังนั้นเราก็เลยต้องมาหาจุดแตกต่างของที่นี่ แล้วก็เจอจนได้กับร้านเล็กๆ ดูเก่าๆ นิดนึงมีโต๊ะอยู่ไม่กี่โต๊ะ ก็เลยตกลงทานกันที่นี่แหละ เขาบอกว่าเป็นของดีของตลาดนี้ อ๊ะ โอเค ก็เอากับเขาหน่อย กระโดดไปร่วมวงกันอย่างทันท่วงที

 

สักพักหนึ่งก็มีชามมาเสิร์ฟ ไอ้เราก็ลุ้นว่าข้างในจะมีอะไร แต่แต๊นนนนนน มันเป็นข้าวเปล่า..... ไอ้เราก็งงว่าเฮ้ย งานนี้โดนพี่ยุ่นหลอกให้กินข้าวเปล่าหรือเปล่าเนี้ยะ แล้วก็มารู้ความจริงอีกก็คือที่ร้านนี้ เขาจะขายข้าวเปล่าอย่างเดียว แล้วให้คุณลูกค้านั้นถือชามข้าวเดินไปในตลาดเพื่อซื้อกับข้าวและให้เขาใส่ลงมาในชามเลย ซื้อจนเต็มชมพอใจเสร็จแล้วค่อยเดินย้อนกลับมาทานที่ร้าน เป็นอะไรที่น่าสนุกและน่าอร่อยจริงๆ

 

ถือชามยืนเลือกซื้อกันได้เลย

เมนูขึ้นชื่อ ปลาซาบะและปลาอิวาชิย่างราดนุกะมิโสะ

จากนั้นก็ไม่รีรอชักช้า เดินดุ่มๆ เข้าไปหาซื้อกับข้าวทันที ซึ่งพอลองมองลึกๆ อีกทีก็มีอยู่หลายร้านมากๆ ที่ขายกับข้าวปรุงสำเร็จ ราวกับว่าพี่ร้านขายข้าวนี้ไปเจรจาต้าอ่วยกับร้านต่างๆ จะได้โปรโมทตลาดนี้ให้กับนักท่องเที่ยวไปในตัว แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะทานได้ไม่หลากหลาย เพราะแม้แต่ไก่คาราอาเกะชิ้นเล็กๆ ชิ้นเดียวเขาก็ขาย ไม่ต้องมานั่งซื้อให้ครบ 1 ขีด 2 ขีด และอาหารทีเด็ดของที่คิตะคิวชูที่จะพลาดไม่ได้เลยก็คือปลาซาบะราดนุกะมิโสะ ซึ่งเป็นมิโสะที่มีรสหวานกลมกล่อมเข้ากันกับข้าวได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

 

 

สัมผัสชาที่แท้จริง ชาที่เป็นชา

สัมผัสวัฒนธรรมความเป็นประเทศญี่ปุ่นอย่างแท้จริง สิ่งหนึ่งที่จะขาดเป็นมิได้เลยก็คือการได้ดื่มชาเนี้ยะแหละ ที่เมืองโคคุระนั้นก็มีร้านชาอยุ่ร้านหนึ่งที่มีชื่อเสียงอยู่ตรงย่านร้านค้า ดังนั้นก็เลยแวะปรี่เข้าไปเยี่ยมชมกันสักหน่อย ร้านนี้มีชื่อว่า Tsujiri เรียกว่าเป็นร้านชาครบวงจร มีจำหน่ายใบชามากมายหลายเกรดยันไปถึงชาชั้นยอดอย่างเกียวกุโระ ก็มีให้เลือกอยู่มากมาย

 

แสดงความคิดเห็น