ไปลองเที่ยววังตีระฆังให้ดังระเบิด

15 สิงหาคม 2559 | โดย Chanissada Sriboonruang (3,487 เข้าชม)
แบ่งปัน:

“ไปลองเที่ยววังตีระฆังให้ดังระเบิด”
ชื่อแคมเปญนี้อาจยังไม่คุ้นหูสำหรับคนทั่วไปนัก ในครั้งแรกที่ได้ยินอาจจะสงสัยว่าเที่ยววังอะไร เจ้านาย กษัตริย์องค์ไหน ราชวงศ์ใด และทำไมต้องตีระฆังให้ดังระเบิด เราไปค้นหาคำตอบกันเลยกับ ”กิจกรรมไปลองเที่ยววัง ตีระฆังให้ดังระเบิด” เที่ยวที่จังหวัดแพร่ จัดโดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.แพร่ ร่วมกับสถานีวิทยุ จส.100 ในช่วงวันที่ 4-6 ส.ค.2559 ที่ผ่านมาค่ะ


ช่วงเช้าวันที่ 4 ส.ค. นัดกันเวลาตี 5 เมื่อสมาชิกพร้อมเพรียงกันรถตู้ออกเดินทางจากกรุงเทพเมืองฟ้าอมรตั้งแต่ยังไม่ถึง 6 โมงเช้า ซึ่งเริ่มสว่างแล้ว เหมาะที่จะเป็นเวลาพักสายตาก่อนและหวังว่าเมื่อลืมตาตื่นอีกครั้งจะได้เห็นขุนเขาเขียวขจี รถตู้ใช้เวลาประมาณ 5 ชม. ก็พาชาวคณะเดินทางมาถึง จ.อุตรดิตถ์ เพื่อพักรับประทานอาหารกลางวัน บรรยากาศเป็นเรือนไม้แบบโบราณ ต้นไม้ร่มครึ้ม อาหารหน้าตาดูดีแล้วยังมีมุมกาแฟสด และ เบเกอรี่น่าทานไว้คอยบริการอีกด้วย อิ่มแล้วออกเดินทางกันต่อ เพลิดเพลินกับการมองเนินเขาเล็กบ้างใหญ่บ้าง พอให้ได้รับรู้ว่าเราได้มาถึงประตูสู่ภาคเหนือแล้ว  2 ชม.ที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วรถตู้ก็พาชาวคณะมาถึงยังจุดหมายแรก หมู่บ้านกะเหรี่ยง ปกาเกอะญอ บ้านค้างใจ ต.แม่เกิ๋ง อ.วังชิ้น ที่นี่มีสายฝนมาคอยต้อนรับชาวคณะอย่างอบอุ่น ฝนหนาเม็ดสลับเบา เมื่อฝนจางลงความสวยงามของสายหมอกบนขุนเขาที่อยู่ไม่ไกลนักก็ปรากฎขึ้น คุณครูกัลยา ทำหน้าที่วิทยากรท้องถิ่นพาพี่ๆน้องๆในหมู่บ้านมาต้อนรับชาวคณะ พร้อมแนะนำกิจกรรมไฮไลท์ของหมู่บ้านแห่งนี้ ตามไปชมกันเลยค่ะ…


ชาวบ้านแถบนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากระเหรี่ยง ปกาเกอะญอ ผลิตภัณฑ์ที่ชาวบ้านอยากจะอวดให้เราได้สัมผัสกันในวันนี้เป็นผ้าทอตีนจกปักเม็ดเดือยรูปแบบประจำชนเผ่า ที่ชาวบ้านผลิตกันเป็นรายได้เสริมเมื่อว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา แน่นอนว่ามีเพื่อนๆ เราได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านกันตามระเบียบ

 



จากที่นี่รถตู้ขับย้อนมาเล็กน้อยถึงสถานีถัดไป บ่อน้ำร้อนแม่จอก บ่อน้ำร้อนที่นี่เป็นบ่อน้ำแร่ที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินตามธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมแช่เท้า แช่ตัว รวมถึงลวกไข่สุดฮอต ในวันที่คณะเราไปเยี่ยมชมนั้นอากาศค่อนข้างเย็นเพราะฝนตกตลอด ทำให้ไข่ลวกของพวกเราต้องใช้เวลานานสักเล็กน้อย รวมถึงการแช่เท้า ไม่สามารถทำได้ในบริเวณรอบๆ บ่อน้ำร้อน  แต่นอกจากกิจกรรมแช่น้ำร้อนแล้วที่นี่ยังมีห้องนวดไทยไว้บริการด้วยค่ะ

 


ไข่ลวกเสร็จแล้ว ไปชิมกันค่ะ

 



ก่อนกลับแวะเก็บบรรยากาศ ทุ่งนา และสายหมอกรอบๆ บ่อน้ำร้อน ดูแล้วสดชื่นจัง!

 

 

จุดหมายสุดท้ายของชาวคณะเย็นนี้ เราจะไปค้างคืนกันที่ อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย ในเขตอ.ลอง ที่อยู่ไม่ไกลจากบ่อน้ำร้อนแม่จอก เนื่องจากวันนี้มีฝนตกทั้งวันทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยสายหมอกทำให้บริเวณรอบระเบียงที่เรานั่งทานอาหารเย็นนั้นสุดแสนโรแมนติก และจากตรงระเบียงนี้เราสามารถมองเห็นทิวเขาแนวเขต จ.สุโขทัย และ จ.ลำปางได้อีกด้วย บ้านพักของเราในคืนนี้ดูร่มครึ้มภายใต้แนวต้นไม้ใหญ่และสดชื่นไปด้วยเสียงน้ำตกจากน้ำตกแม่เกิ๋งหลวง ที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ แม้ว่าในบ้านพักที่นี่จะไม่มีแอร์ไว้คอยบริการ แต่พวกเราก็ได้ซึมซับกับความเป็นธรรมชาติอย่างเต็มที่และหลับสบายกับอุณหภูมิ 25องศา



 

เช้าวันต่อมา 5 ส.ค. พวกเราตื่นกันแต่เช้ามาเดินชมธรรมชาติและสายหมอกรอบๆ บริเวณบ้านพัก ทางอุทยานมีบริการอาหารเช้าด้วยข้าวต้มร้อนๆ ชา กาแฟ ขนมปังปิ้ง หอมกรุ่นชวนให้หิว เมื่ออิ่มกันแล้วเราก็พร้อมออกเดินทางไปยังจุดหมายแรกของวันนี้ จากอุทยานฯมาไม่ไกลเราก็มาถึง วัดสะแล่ง อ.ลอง บรรยากาศยามเช้ารอบๆ วัดแห่งนี้ห้อมล้อมไปด้วยทุ่งนาเขียวขจี ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น วัดแห่งนี้เดิมทีเป็นวัดร้าง จนกระทั่งพระครูวิจิตรนวการโกศล หรือ ครูบาสมจิต ติตฺตคุตฺโต เข้ามาบูรณะปฏิสังขรโบราณสถานและอนุรักษ์โบราณวัตถุที่มีความเก่าแก่ตั้งแต่สมัยสมัยทวาราวดีจนถึงสมัยอยุธยาตอนปลายให้เราได้เข้ามาชื่นชมกันในวันนี้ ไปชมบรรยากาศรอบๆ วัดกันเลยค่ะ

 




พวกเราใช้เวลาที่วัดนี้กันอยู่นานพอควร เพราะมีมุมถ่ายรูปมากมายเหลือเกิน มุมไหนๆ ก็สวยจนเราไม่อยากกลับ แต่จุดหมายถัดไปนี่เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ของทริปนี้ก็ว่าได้ เราจะได้ไปหาคำตอบกันว่าทำไมต้องตีระฆังให้ดังระเบิด ระหว่างทางจากวัดสะแล่งจนมาถึงวัดศรีดอนคำ ในตัวอำเภอลองนั้น เราได้เห็นวิถีชีวิตชุมชน ธรรมชาติสวยงามตลอดเส้นทางถนนชนบทเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีรถราผ่านมากนักมองเพลินตาจนกระทั่งเราเริ่มรู้สึกได้ถึงบ้านเรือนที่หนาแน่นขึ้น ร้านค้า โรงเรียน นั่นไงจุดหมายถัดไปของเรา วัดห้วยอ้อ หรือ วัดพระธาตุศรีดอนคำ ที่วัดแห่งนี้มีประวัติให้น่าศึกษามากมาย ไม่ว่าจะเป็นระเบิดสมัยสงครามโลก การบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระเจดีย์ พระเจ้าพร้าโต้


มาเริ่มกันที่ “ตีระฆังให้ดังระเบิด” ตามที่ได้เกริ่นไว้ว่าเราจะมาหาคำตอบของประโยคนี้กัน ว่ากันว่า ระฆังที่วัดแห่งนี้ทำมาจากระเบิดตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ไม่ระเบิด ต่อมาถูกพบโดยชาวบ้านแถบนั้นและมีการกู้ระเบิดขึ้นมา ประกอบกับในสมัยนั้นวัดแห่งนี้ยังไม่มีระฆังเพล ท่านเจ้าอาวาสจึงมีแนวคิดที่จะนำซากระเบิดนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ชาวบ้านจึงช่วยกันบูรณะตกแต่งให้สวยงามและแห่มาถวายวัดจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของที่วัดนี้จนถึงปัจจุบัน โดยมีความเชื่อว่า ใครที่ได้มาเยือนจะต้องตีระฆังนี้ 3 ครั้ง แล้วจะมีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนระเบิด ….. พอได้ลองตีแล้วเสียงดังจริงๆ ด้วยค่ะ สาธุ สาธุ

 




อีกด้านของวัดเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระอุระพระพุทธเจ้า วัดนี้เชื่อกันว่าสร้างขึ้นราวปี พ.ศ.1078  ในสมัยพระนางจามเทวี เมื่อคราวพระนางเสด็จกลับจากเมืองละโว้ไปยังเมืองหริภุญชัย

 


ตำนานพระเจ้าพร้าโต้ ชื่อที่ดูเป็นภาษาพื้นเมืองนี้มีตำนานเล่ากันว่าในสมัยโบราณชาวบ้านอยากจะร่วมกันสร้างพระเจ้าทันใจถวายวัด ในพื้นที่แถบนี้มีไม้สักอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านจึงช่วยกันนำพร้า (มีด) และ อีโต้ มาช่วยกันสร้างพระที่ทำจากไม้สักและคิดว่าถ้าจะให้ชื่อพระเจ้าทันใจก็จะซ้ำกับหลายวัดที่มีอยู่แล้ว จึงตั้งชื่อ พระเจ้าพร้าโต้ แทน ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 3 องค์จากเดิม 5 องค์

 



ภายในวัดเองยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงของโบราณและของใช้ของผู้คนในชุมชนในยุคสมัยต่างๆ มากมาย อาทิเช่น ฆ้องกบ (กลองมโหระทึก) ที่เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกสถานะทางสังคม




มื้อกลางวันใน อ.ลอง มีอาหารชนิดหนึ่งที่เราสังเกตุได้ว่าชื่อของอาหารนั้นมีความแปลกและน่าสนใจ คือ ขนมจีนน้ำย้อย คณะเราได้มีโอกาสลองชิมและพบว่า คำว่าน้ำย้อยนั้นมาจากตัวขนมจีนซึ่งทำจากเส้นสดเมื่อบีบเส้นแล้วจะมีน้ำหยดออกมา รับประทานคู่กับน้ำเงี้ยวที่มีทั้งแบบจืดและเผ็ด หากมีโอกาสมาเยือนเมืองลองแล้วต้องไม่พลาดค่ะ


หลังจากอิ่มหนำกับเมนูขนมจีนน้ำย้อย ก็ถึงเวลาเดินทางกันต่อมุ่งหน้าสู่ อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง ในพื้นที่อ.ลอง ที่นี่ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.2550 ในลำดับที่ 107 บรรยากาศโดยรอบเป็นที่ราบบนภูเขาสูง มีโขดหินใหญ่น้อยอยู่ในแม่น้ำยม และมีส่วนป่าไม้สักให้บรรยากาศร่มครึ้ม ที่นี่จึงเหมาะกับกิจกรรมล่องแก่งในช่วงฤดูร้อน แต่ในช่วงฤดูฝนเช่นนี้น้ำป่าไหลหลาก คณะเราจึงได้ไปทำกิจกรรมอื่นแทนที่เปียกไม่แพ้การล่องแก่ง โดยในช่วงบ่ายวันนี้ทีมงานหน่วยพิทักษ์จะพาเราไปเดินสำรวจถ้ำเอราวัณ-แก่งหลวง ปากถ้ำอยู่ไม่สูงนักแต่ทางเดินขึ้นไปนั้นเป็นบันไดหินที่ยังหมาดๆ น้ำฝนอยู่ทำให้เราเดินได้ไม่เร็วนักเพราะต้องระมัดระวังไม่ให้ลื่นตกลงไป บรรยากาศของป่าร้อนชื้นปกคลุมไปด้วยมอส ตะไคร่ และเฟิร์นนานาชนิดสร้างความสวยงามแปลกตา

 


ถ้ำเอราวัณยังเป็นถ้ำเป็น   ไฮไลท์ภายในถ้ำแห่งนี้จะเป็นหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่มีสีขาวนวลลักษณะคล้ายเศรียรช้างเอราวัณ มีน้ำหยดจากหลังคาและผนังถ้ำหลายจุด น่าเสียดายที่ไม่ได้นำแฟลชกล้องถ่ายรูปเข้าไปด้วยจึงไม่ได้เก็บภาพบรรยากาศมาฝากกัน

การมาเยือนที่นี่ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากอีกอย่างหนึ่งคือ โชว์การโรยตัวริมหน้าผาของเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่า ไปดูกันเลยค่ะ…

 

เผลอแป๊บเดียวก็บ่ายคล้อย เราเดินทางกลับเข้าตัวเมืองแพร่ เพราะคืนนี้เราจะค้างกันในตัวเมือง ทำให้คืนนี้เราได้มีโอกาสรับประทานอาหารพื้นเมืองมื้อใหญ่ในร้านอาหารประจำจังหวัดพร้อมชมการแสดงกระเหรี่ยงกระทบไม้จากกลุ่มน้องๆปกาเกอะญอที่เราได้พบกันเมื่อวาน คืนนี้ขอนอนพักร่างให้สบายหลังจากชุ่มโชกไปกับกิจกรรมปีนถ้ำเมื่อช่วงบ่าย


วันสุดท้ายของทริปในครั้งนี้ ตื่นเช้ามารับประทานอาหารเช้าเป็นข้าวต้มร้อนๆ กาแฟ และขนมปังปิ้งหอมกรุ่นเช่นเดิม จุดหมายแรกของเช้าวันนี้เราจะไปนมัสการพระธาตุช่อแฮ วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจ.แพร่ และยังเป็นวัดประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล หากใครมาเยือนแพร่แล้วไม่ได้มาสักการะก็เหมือนมาไม่ถึงเมืองแพร่



วัดสุดท้ายที่เราต้องผ่านก่อนเดินทางกลับ มีพระนอนองค์ใหญ่เป็นสัญลักษณ์ วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีสามัคคีธรรม อ.เด่นชัย ริมถนนสายแพร่-ลำปาง จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่รูปแบบศิลปกรรมล้านนาประยุกต์ที่สวยงามแปลกตามากที่สุดแห่งหนึ่ง มีเจดีย์ทรงล้านนามากกว่า 30 องค์ พิพิธภัณฑ์ทรงล้านนาที่รวบรวมตำนานเมืองแพร่และเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในล้านนา

 


สุดท้ายก่อนกลับแวะไปเก็บภาพกิจกรรมปลูกป่าบริเวณสวนป่าสักแห่งแรกของประเทศไทย ริมทางรถไฟ สถานีรถไฟแม่พวก อ.เด่นชัย ความพิเศษของที่นี่นอกจากอาคารสถานีรถไฟที่ยังคงรูปแบบดั้งเดิมไว้ ยังมีทุ่งดอกกระเจียวสีส้มแข่งกันอวดโฉมท่ามกลางสวนป่าไม้สัก

 


ได้เวลาเดินทางกลับสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง ครบแล้วสำหรับทริปนี้ ไปลอง คือ อ.ลอง เที่ยววัง คือ อ.วังชิ้น และที่ขาดไม่ได้ตีระฆังกันดังระเบิด สนุกครบรสจริงๆ สมกับสโลแกนเที่ยวแพร่ไม่ต้องแคร์ฝน!

แสดงความคิดเห็น