พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ... เรื่องของพ่อในบ้านของเรา

28 ตุลาคม 2559 | โดย Forzanu (5,028 เข้าชม)
แบ่งปัน:

…หากถามถึงจุดประสงค์ของการตั้งโพสตั้งกระทู้ขึ้นมาสักกระทู้หนึ่ง เพื่อให้คนที่เห็นได้รับรู้ ได้เข้าใจ ได้เห็นภาพ ได้รู้สึกถึงอะไรก็ตามที่เราอยากให้คนอื่นมีส่วนร่วมกับเรา ไม่ว่าจะกระทู้ชวนเที่ยว ถามข้อมูลคอมพิวเตอร์ ปรึกษาเรื่องวัสดุตกแต่งบ้าน หรือแม้กระทั่งเรื่องของน้ำใจการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ผมว่าทุกคนย่อมมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป...

...ผมเองก็เช่นกันสำหรับกระทู้นี้ที่ต้องการผลลัพธ์เดียวคือ “ให้ทุกคนได้เห็นถึงสถานที่แห่งนี้ และชวน และพาคนที่เรารักไม่ว่าจะเด็ก หรือผู้ใหญ่ หรือเพื่อน... ไปที่แห่งนี้กันให้มาก ๆ”... แม้จบจากกระทู้นี้ไป จะมีคนไปที่แห่งนี้เพิ่มขึ้นแค่คนเดียวผมก็มีความสุข...

...สวัสดีครับเพื่อน ๆ พันทิปทุกคน .. เวลาผ่านไป พันทิปหน้าตาเปลี่ยนไปมีอะไรแปลกไปก็เยอะ ก็เรียนรู้กันไป.. แต่ผมกับการเดินทางยังคงเป็นของคู่กันเสมอตามสภาพหน้าที่การงาน แต่งานนี้ไม่ได้เดินทางไปไกลเลยอยู่แค่ใกล้ ๆ กรุงเทพฯ เรา หรือเรียกว่ากรุงเทพฯ ก็ได้กับ “พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ... กระทู้นี้ภาพดูสบาย ๆ ครับ ดูแล้วอ่านข้อความในภาพบางภาพอาจทำให้เราเห็นอะไรมากขึ้น หรืออาจคิดอะไรได้ดีขึ้นกับตัวเราเองก็เป็นได้...

...เพราะต่อไปนี้คือ “เรื่องราวแห่งการเกษตรเรื่องของพ่อในบ้านของเรา”...

...“พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

...เริ่มต้นที่รังสิต จากฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต มุ่งหน้าตรงผ่านด้านซ้ายมือ ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ขับตรงมาจนถึงโรงพยาบาลนวนคร ... มองไปฝั่งขวาตรงข้ามคือที่ตั้งของ ...“พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” หากสังเกตุตามทางที่ผ่านมาจะเห็นป้ายสีน้ำเงินขนาดใหญ่อยู่ฝั่งขวาบอกเส้นทาง ...ขับเลยผ่านโรงพยาบาลนวนครจนถึงเทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี จากนั้นให้เตรียมกลับรถยูเทิร์นเพื่อเลี้ยวกลับเข้าสู่ทางเข้าก็จะถึงที่พิพิธภัณฑ์...

...(ตัวแผนที่ผมจะแนบไว้ให้ท้ายกระทู้ครับ)


..ที่เห็นในภาพคือรถนำเที่ยวสำหรับผู้ที่เดินทางมานั่งชมบรรยากาศรอบ ๆ ที่มีทั้งทุ่งนา ไร่สวน แปลงผัก ฯลฯ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เดินเล่น เข้าชม สัมผัสกับกิจกรรมต่าง ๆ .. แต่เนื่องจากวันที่ผมเดินทางมาล่าช้าไปสักหน่อย ทำให้มีเวลาน้อยเลยตัดสินใจที่จะเดินเข้าชมนิทรรศการด้านในอาคารก่อนเป็นอันดับแรก

...เมื่อถึงด้านหน้าทางเข้าจะเห็นป้ายขนาดใหญ่มีพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแสดงไว้เห็นได้ชัดเจน ลองคิดตามพระราชดำรัสของท่านแล้วถ้าหากเป็นจริงขึ้นมาบนผืนแผ่นดินนี้ผมเชื่อว่า “ประเทศของเราคงเป็นประเทศที่มีความสุขไม่แพ้ที่ใดในโลกนี้แน่นอน”...

...จากตามเส้นทางที่เดินมาสู่ตัวอาคารด้านใน ก็จะมีพระราชดำรัสมากมายติดอยู่ตามเสาบ้าง ตามกำแพงบ้าง ให้เราได้เดินอ่านกันเยอะแยะ จนที่สุดก็ถึงตัวอาคารด้านใน ...

...วันที่ผมเดินทางมาตรงกับวันเสาร์แต่ไม่พบกับนักท่องเที่ยวเลยสักคน จะพบเห็นก็มีเพียงกลุ่มนักศึกษาที่เดินทางมาจากมหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่งเพียงเท่านั้น

...ด้านในอาคารจะมีมุมเล็ก ๆ สำหรับนั่งจิบกาแฟ เครื่องดื่ม ขนมปัง พร้อมทั้งมีร้านขายของที่ระลึกสำหรับผู้ที่สนใจ แต่ในวันนี้ว่างเปล่า... มีเพียงคนขายกับพนักงานเจ้าหน้าที่บริเวณนี้เท่านั้น

...แผนที่ปิดอยู่ข้างกำแพง คนอื่นอาจไม่อะไรสักเท่าไหร่แค่แผนที่ แต่สำหรับผมบอกได้คำเดียวว่า “ตะลึง”...

...จากแผนที่จุดที่ผมและเพื่อนที่มาด้วยกันยืนอยู่คือบริเวณโดมใหญ่สุดตรงกลาง จะเห็นได้ว่ารอบ ๆ นั้นมีอะไรมากมายให้เลือกเดิน หรือจะนั่งรถชมกันก็คงต้องใช้เวลากันสักระยะใหญ่ ๆ ... พื้นที่ทั้งหมดสอบถามจากเจ้าหน้าที่ประมาณ 500 กว่าไร่... กว้างใหญ่มากครับ มากเกินกว่าที่จะคิดได้ว่าเกิดขึ้นจากคนเพียงคนเดียว...

...จากนั้นก็เดินไปตามซุ้มต่าง ๆ ที่ได้จัดแสดงไว้ ภาพบางภาพเป็นภาพที่คุ้นเคย เห็นบ่อย ๆ ชินตา .. แต่เมื่อมาอยู่ในสถานที่แบบนี้แล้วบอกได้คำเดียวว่า “มีพลังมาก”... สังเกตุจากการตกแต่ง การใช้วัสดุประกอบต่าง ๆ ผมว่าทางสถานที่สร้างและดูแลไว้ดีมากจริง ๆ

...การจัดแสดงภายในอาคาร จะแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ใช้เวลาเดินไปเรื่อย ๆ ย้ายมุมนั้นมามุมนี้ .. ก็เต็มไปด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ของท่านต่าง ๆ มากมาย ...

...ยิ่งเห็นภาพยิ่งรู้สึกได้ว่าท่านทำงาน ทรงงานต่าง ๆ เพียงเพื่อให้เราทุกคนได้อยู่กันอย่างมีความสุข โดยใช้หลักธรรมต่าง ๆ มาเป็นแง่คิด แง่ปฏิบัติ .. เหมือนพระราชดำรัสตามในภาพ

...“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”...

...เดินไปเดินมาสักพักก็ถึงบริเวณจุดแสดงภาพยนตร์ 3 มิติ .. เจ้าหน้าที่พนักงานก็รีบกวักมือเรียกให้เข้าไปด้านในโดยเร็ว เพื่อเตรียมตัวฟังถึงที่มาที่ไปต่าง ๆ ก่อนจะได้ชมภาพยนตร์อนิเมชั่น

...ไม่รอช้าก็รีบเดินเข้าไปภายในห้องพลางคิดในใจไปว่าจะทำออกมาในรูปแบบไหน

...ขนาดห้องไม่กว้างใหญ่มากนัก แต่พอนั่งไปสักพักเดา ๆ เอาว่าน่าจะจุคนได้ประมาณ 100 คน.. ซึ่งผมว่าเพียงพอต่อการดูหนังสั้น ๆ เรื่องหนึ่ง เวลาประมาณ 10-15 นาที .. ส่วนภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ได้ดูนั้น ตอนนี้เป็นตอน “เรื่องของพ่อในบ้านของเรา” ยังไม่มีการเผยแพร่สื่อนี้ที่ไหน เพราะฉะนั้นจะมีเพียงที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องขอความกรุณางดบันทึกภาพทุกอย่างทั้งภาพนิ่ง และเคลื่อนไหว..

...แต่สำหรับภาพนี้ผมได้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่เพียงแค่เก็บภาพบรรยากาศในห้อง เพื่อจะนำมาประชาสัมพันธ์ให้คนที่สนใจได้พอเห็นภาพว่าเป็นอย่างไร...

...ระหว่างที่ดูไปก็คิดไปพลางว่าที่แบบนี้แหละ คือที่ที่พวกเราต้องพาเด็ก ๆ มาดู มารับรู้ ปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ...

...หากได้มาต้องไปดูให้ได้นะครับ... การ์ตูนน่ารัก เด็กดูเข้าใจได้ หรือผู้ใหญ่ดูแล้วอาจมีน้ำตาคลอ.. อย่างผมก็เช่นกัน

...เสร็จสิ้นจากภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่นเรื่องของพ่อในบ้านของเราเรียบร้อย .. ก็ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเดินไปตามจุดต่าง ๆ โดยทางสถานที่ก็ได้มีการแบ่งโซน บอกรายละเอียด บอกข้อมูลต่าง ๆ ไว้เพื่อความเข้าใจของผู้ที่เดินทางมาเข้าชม

...บริเวณนี้เป็นผลงานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของท่าน ทั้งเป็นภาพราษฏรที่ท่านได้บันทึกไว้ หรือจะเป็นภาพพื้นที่งานต่าง ๆ เพื่อนำไปประกอบการทรงงานแก้ไขปัญหา

...ในมุมมองของผม ผมว่าการนำเสนอถึงเรื่องราวต่าง ๆ ข้อมูล หลักการทรงงาน พระราชกรณียกิจต่าง ๆ ..ทางพิพิธภัณฑ์ได้ออกแบบสร้างสรรค์ไว้น่าสนใจมาก .. ถ้าจะมองในแง่ของการดึงดูดให้คนสนใจผมว่าการออกแบบดีไซน์ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้ของสิ่งนั้นน่าสนใจ...

...ผมว่าพิพิธภัณฑ์ทำในจุดนี้ได้ดีมาก...

...อย่างที่เห็นตั้งแต่บริเวณทางเข้า ด้านในเราก็ยังพบเห็นได้ตลอดถึงพระราชดำรัสที่พิพิธภัณฑ์ได้จัดวาง สอดแทรกไว้ตามมุมต่าง ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ ..

...สิ่งเหล่านี้แหละครับที่ผมรู้สึกว่าบางทีเรามองข้ามไปกันเยอะ ตัวผมเองก็เช่นกัน... ครั้นพอได้หยุดยืน หยุดมอง อ่านแล้วคิดตามยิ่งทำให้รับรู้ได้ถึงพระอัจฉริยภาพที่ท่านมองเห็นมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ทุกอย่างก็ยังเป็นความจริงตามที่ท่านว่าไว้...

...ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นิทรรศการก็จะเป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณ พระอัจฉริยภาพด้านการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมไปถึงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ หลักการทรงงาน และต่าง ๆ มากมายให้เราได้ใช้เวลาค่อย ๆ อ่าน ค่อย ๆ ซึมซับ .. เชื่อว่าต้องมีบ้างที่กลับไปแล้วรู้สึกอยากกลับมาใหม่

...บริเวณนี้เป็นบริเวณจัดนำเสนอภาพการลงพื้นที่ เวลาที่ท่านทรงงานปฏิบัติพระราชกรณียกิจ จากทั่วทุกพื้นที่แบ่งไว้เป็นเป็นภูมิภาค.. โดยจะมีภาพบางส่วนติดขึ้นข้างฝาผนัง และมีที่อยู่ในอัลบั้มเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เปิดอ่าน .. บอกได้คำเดียวว่าแค่เห็นภาพที่ปิดอยู่ข้างฝาก็รู้สึกว่า ..

...จะหนาว จะอยู่เหนือสุด จะลงใต้สุด จะร้อนสุด หรือทุรกันดารแค่ไหน... ท่านได้เสียสละเพื่อพวกเรามาโดยตลอด

...ภาพบางภาพแทนถ้อยคำนับร้อยนับพัน.. แต่ภาพบางภาพคำเป็นล้านคำก็ไม่สามารถบรรยายได้

...ในมุมกว้าง ๆ อีกครั้งที่เราจะเห็นถึงรูปแบบการวางตำแหน่ง ดีไซน์ออกแบบตามข้างฝาผนังที่ทำไว้ให้ดูแล้วไม่เบื่อ รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุประดับตกแต่ง ยิ่งทำให้น่าสนใจน่าเดินมากยิ่ง ๆ ขึ้น.. ดีใจมากครับที่ได้เห็นความสวยงาม ความตั้งใจในการออกแบบให้กับสถานที่แบบนี้

...มุมเล็กมุมน้อย นอกเหนือไปจากที่เราได้อ่านพระราชดำรัส ได้เห็นภาพพระราชกรณียกิจ .. ผมว่าคนที่ชอบถ่ายรูปก็น่าจะชอบเหมือนกัน เพราะดีไซน์เหล่านี้แหละที่เราเลือกให้จากตัวอักษรธรรมดา ๆ นั้นดูสวยดูเด่นขึ้น ..

...แต่จะว่าไปทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องชื่นชมผู้ออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียดไว้อย่างดี

...ที่นั่งที่ว่างเปล่า...

...ด้วยความที่ไร้ซึ่งนักท่องเที่ยว หรือผู้ปกครองที่พาลูก ๆ เด็ก ๆ มา.. ภาพอาจดูขาดชีวิตชีวาไปสักหน่อย.. จึงขอไปยืนเป็นแบบให้เพื่อนที่มาด้วยกันเก็บภาพบ้าง...

...อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนได้อ่านพระราชดำรัสนี้กันครับ...

...ผมเองดีใจนะที่อย่างน้อยก็ยังมีหลายเรื่องที่ผมรู้จัก “พอ” ตามรอยที่พ่อสอนไว้ .. นอกเรื่องอย่างกล้องตัวเก่งของผมที่ปัจจุบันใช้อยู่ เป็นธรรมดาที่กล้องรุ่นใหม่กว่านั้นน่าสนใจและน่าครอบครองกว่า.. แต่อาจด้วยเพราะปัจจัยทางการเงินผมไม่มีเพียงพอที่จะซื้อ ความอยากได้กิเลสก็เกาะกินเป็นธรรมดา.. จนในที่สุดก็กลับมาคิดว่า “มีอะไรก็ใช้ไป เราใช้กล้องหาเงิน ก็ใช้ให้ถึงวันที่กล้องพัง หรือใช้เพราะกล้องมันไม่อยู่ให้ใช้แล้ว” ดีกว่ากล้องยังใช้ได้อยู่แต่เราก็เปลี่ยนเพียงเพราะแค่ “ความอยาก”...

...อาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ ครับ แต่ภูมิใจ...

...นิทรรศการจัดไว้อย่างสวยงาม มีสาระให้ชื่นมีของให้ชม.. เดินทางมากันเถอะครับ ขนาดถ่ายกว้าง ๆ แล้วก็ยังไม่มีใครอยู่เลย...

...ผลงานต่าง ๆ ความตั้งใจต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่ ที่ผู้ดูแลพนักงานทุกคนที่นี่ผมเชื่อครับว่าทุกคนย่อมมีความสุข และจะดีใจมากที่ได้เห็นคนมากันเยอะ ๆ .. “บ้านจะอบอุ่นได้ถ้ามีคนอยู่อาศัย” ที่นี่ก็เช่นกันครับ... เปรียบเสมือนบ้านเหมือนที่แสดงผลงานต่าง ๆ ของพ่อ เรามาดูสิ่งที่พ่อทำให้พวกเราด้วยกันนะครับ..

...มุมนี้จะเป็นมุมแสดงผลงานต่าง ๆ ที่ในหลวงของเราได้ทรงสร้างสรรค์เอาไว้ มองผ่านทะลุไปจะเห็นเป็นแผงไม้มีแผ่นป้ายขาว ๆ “ทำนองเพลงพระราชนิพนธ์”... กดฟังได้ครับมีอยู่หลายเพลง

...ผมแบ่งเวลาให้กับมุมนี้ ประมาณ 3 นาทีน่าจะได้.. กับบทเพลงที่ในหลวงทรงแต่งทำนองไว้

...ลำดับที่ 19 กับบทเพลง “ลมหนาว” ...คือเพลงที่ผมเลือกฟัง .. จากทั้งหมด 48 เพลง โดยเรียงตามช่วงเวลาที่ในหลวงเราได้ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ตามลำดับแต่ละปี...

...ปิดท้ายกับพื้นที่บริเวณนี้ที่ถ้อยคำคำนี้ “พระเกียรติคุณขจรไกล”.. บอกอะไรได้ดี รวมไปถึงรายละเอียดโดยรอบที่ให้เห็นถึงนานาประเทศสากล

..จากนั้นเดินเข้าสู่อีกบริเวณหนึ่ง...

...แต่ละบริเวณก็จะมีการวางพื้นที่ รวมไปถึงรูปแบบในการจัดแสดงนำเสนอแตกต่างกันไป โดยโซนนี้จะเน้นไปด้านของ ดิน น้ำ ป่า และคน ... ถึงการดูแลพัฒนาพื้นที่โดยยึดหลักให้สอดคล้องกับสภาพสังคมเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

...และแล้วสิ่งที่ผมปรารถนาว่าจะได้เห็นมาตลอดตั้งแต่เข้ามายังที่นี่ก็ได้พบจนได้...

...พ่อแม่ และลูก 2 คน .. มาเดินชม เดินเล่นกัน .. แน่นอนครับว่าน้องที่คุณแม่อุ้มอยู่ในตอนนี้คงยังไม่รู้เรื่องประสีประสาเรื่องราวอะไร แต่ที่แน่ ๆ พี่ชายอีกคนนั้นกำลังเล่น กำลังมีความสุขกับสิ่งตรงหน้า...

...นี่แหละครับคือสิ่งที่ผมอยากเห็นเยอะ ๆ ในสถานที่แบบนี้...

...ในห้องนี้ออกจะมืดไปสักหน่อย แต่ยังพอเก็บภาพได้อยู่...

...จะเป็นห้องที่จัดแสดงเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ของในหลวง ทั้งโครงการหลวงตามเขาตามดอย หรือโครงการส่วนพระองค์ก็ถูกนำมาเผยแพร่ให้ประชาชนได้เห็นได้ทราบกัน

...ในภาพด้านซ้ายเป็นภาพการเสด็จเยี่ยมชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอร์ บ้านผาหมี จ.เชียงราย .. วันที่ 23 ธันวาคม 2514...

...เห็นแล้วรู้สึกตื้นตันและนึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่านี่คือ “พระราชาของคนไทย”... ผู้ที่ไปยังเส้นทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะลำบากทุรกันดารขนาดไหน... แต่ท่านก็ยังเลือกเดินทางไปเพื่อพบพสกนิกรชาวไทยอย่างไม่ลดละ

...จากพระราชดำรัสในภาพนี้...

...คำว่า “สามัคคี” นั้นแสดงออกได้มากมายหลายร้อยหนทาง และตามที่ท่านว่าไว้นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านชี้ให้เห็นถึงความสามัคคีในด้านการเกษตร...

...ยังอยู่ที่บริเวณเดิมครับโดยมุมนี้จะเน้นให้เห็นถึงระบบนิเวศ ศูนย์ศึกษาพัฒนาต่าง ๆ ...

...ยิ่งเดินยิ่งมีความรู้สึกทึ่ง และคิดต่อไปไกลว่าแค่เฉพาะในด้านการเกษตรด้านเดียวก็มีเรื่องราวที่ท่านทรงสร้าง ปลูกฝังพื้นฐาน ชี้แนวทางต่าง ๆ ไว้ให้พวกเรานั้นเยอะแยะมากมายเหลือเกิน.. ไหนจะเป็นนักดนตรี นักกีฬา ฯลฯ ผมว่าพวกเราโชคดีเหลือเกินที่ได้เดินตามรอยทางต่าง ๆ ของท่าน

...จากนั้นจึงเดินสู่บริเวณชั้น 2 วันที่เดินทางมานั้นตรงกับวันที่ทางพิพิธภัณฑ์ได้เปิดให้เข้าชมเป็นวันแรกพอดี...

...ที่เห็นคนเยอะในภาพอย่างที่บอกไปตอนต้นคือกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่เดินทางมาเพื่อเข้าชมนิทรรศการ ในใจลึก ๆ ผมเชื่อว่านักศึกษาเหล่านี้น่าจะเป็นอีกส่วนที่ช่วยผลักดันให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจ และแบ่งเวลาเดินทางมาที่นี่กันเยอะขึ้น...

...ยังคงอยู่บริเวณชั้น 2 .. โดยโซนนี้ได้จำลองถึงสภาพการเป็นอยู่ในสมัยก่อนที่มีเรือขายข้าวปลาอาหารในลำคลอง มีร้านขายของต่าง ๆ .. ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงมีหลงเหลือให้พบเห็นบ้างตามตลาดเก่า ๆ

...ยังใหม่อยู่มากครับเนื่องจากยังไม่ได้เปิดให้เข้าชม แต่นับจากวันนี้ไปทุกคนที่มาได้มาเดินเล่นเข้าชมที่นี่กันแน่นอนครับ

...ร้านกาแฟจำลองก็ยังมีภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถอยู่ให้เห็นถึงความเป็นไทยมาแต่ไหนแต่ไร

...รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทางพิพิธภัณฑ์เก็บหมดครับ.. กระป๋องกาแฟ กลักไม้ขีด บุหรี่แมวหมากฝรั่ง .. มีอะไรเยอะแยะให้เลือกถ่ายเล่นได้ ... จริง ๆ ถ้ามีเวลาเยอะพื้นที่บริเวณชั้น 2 ยังมีมุมมีโซนที่น่าสนใจอยู่อีก แต่เนื่องจากมองนาฬิกาตอนนี้ก็บ่ายสามโมงกว่าแล้ว ดังนั้นเวลาจึงเหลืออยู่อีกแค่ราวครึ่งชั่วโมงเลยทำให้ตัดสินใจเดินลงเก็บภาพชั้นล่างต่อจากเดิมดีกว่า.. เพราะยังมีบางโซนที่ข้ามไป

...”น้ำคือชีวิต ขาดน้ำ ... ขาดชีวิต”...

...บริเวณนี้ทางพิพิธภัณฑ์ได้นำเสนอถึงความสำคัญของ “น้ำ” ที่เป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของสิ่งมีชีวิตก็ว่าได้...

...โดยยังคงบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านไอเดียสวย ๆ อย่างภาพเงาดำนี้ก็อยู่ติดกับกำแพงทางเดิน... เจาะวัสดุให้เป็นช่องเห็นเป็นภาพของวิถีชีวิตชาวบ้านที่ทอดแหจับปลา .. มองให้ลึกต่อไปก็อาจสอดคล้องกับที่ได้ยินบ่อย ๆ ว่าพระราชาสอนวิธีให้เราจับปลาก็เป็นได้

...อันนี้ก็สุดแท้แต่ใครจะตีความกันไป

...ห้องนี้สวยงามแบบนุ่ม ๆ เพราะมีการสร้างมุมนำเสนอเป็นรูปหยดน้ำน่ารัก ๆ ล้อมรอบด้วยกำแพงการ์ตูนรูปเรื่องราวความสำคัญของน้ำที่มีต่อทั้งผู้คน สัตว์ และผืนป่า ..

...ก่อนจะเดินออกจากห้องด้วยพระราชดำรัสของพระองค์อีกครั้ง

...เป็นพระราชดำรัสที่เปรียบเทียบให้เราได้เห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำว่าอย่างไรเสียแล้ว มนุษย์ทุกคนนั้นขาดน้ำไม่ได้...

...และแล้วเวลาของวันนี้ก็หมดลง แสงไฟตามห้องแสดงต่าง ๆ ค่อย ๆ ดับลงทีละดวง ...

...ก่อนที่ห้องนี้ที่ผมยืนอยู่จะดับลงไปตามลำดับ...

...จากนั้นผมและเพื่อนก็จึงเริ่มเดินหาประตูทางกลับ...

...ก่อนจะพบกับมุมอีกมุมหนึ่งที่นำรถยนต์ของสมเด็จย่าที่เคยใช้งาน นำมาจัดแสดงประดับด้วยดอกไม้ล้อมรอบอย่างสวยงาม...

...และอีกมุมเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ที่เป็นลักษณะเหมือนโดมเล็ก ๆ โดยที่ภายในนั้นมีภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์

...โดยนอกจากจะมีภาพมีข้อมูลให้อ่านกันแล้ว ยังมีโทรทัศน์เพื่อฉายเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ ไว้ด้วย .. แต่เนื่องจากตอนนี้ไฟปิดหมดแล้วจึงได้เพียงแค่เก็บภาพบรรยากาศมาฝาก

...บอกตรง ๆ ว่าพยายามเดินออกให้ช้าที่สุด

...คิดในใจเพื่อประวิงเวลาถ่ายภาพไปได้อีกสักนิดหน่อยก็ยังดี จนได้เก็บภาพมุมสุดท้ายภายในห้องแสดงนิทรรศการ .. วันนี้เดินทางมาช้าไปเวลาแค่เพียงชั่วโมงครึ่งนั้นน้อยมากที่จะมีเวลาอ่าน หรือรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ที่พระองค์ท่านได้สร้างไว้เพื่อเรามากมาย

...ในใจหวังว่าในวันนี้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ “เผยแพร่เรื่องราวสถานที่แห่งนี้” ให้มีคนเดินทางไปเยี่ยมชมกันเยอะ ๆ ...

...หากความตั้งใจหนึ่ง ปณิธานหนึ่งที่คนเราจะมีได้..

...ผมเองคงไม่หวังอะไรมากกับภาพชุดนี้ขอแค่เพียงมีสักคนที่ได้เห็นภาพ ได้เห็นเรื่องราวต่าง ๆ แม้จะแค่บางส่วนเพียงน้อยนิดจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ตัดสินใจชวนคนที่คุณรักไม่ว่าจะเป็นลูกหลาน พี่น้อง เพื่อนฝูง พ่อแม่ สุดแท้แต่... ได้ลองหาเวลาหาโอกาสไปสัมผัสเรื่องราวต่าง ๆ ในด้านการเกษตรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรากตรำทำงานหนัก ... นอกเหนือไปกว่านั้นเราจะยังได้เห็นพระราชประวัติ หลักการทรงงาน พระราชกรณียกิจ ภูมิปัญญา และการพัฒนาต่าง ๆ ที่เรายังใช้กันมาจนถึงปัจจุบันนี้...

...สถานที่นั้นได้รับการดูแลเอาใจใส่สร้างสรรค์ไว้สวยงามมากมายเพียงพอแล้วครับในมุมมองของผม... แต่ขาดเพียงแค่ผู้คนเข้าไปเดินชมแค่นี้จริง ๆ ... ลองนึกว่าถ้าที่แห่งนี้มีคนเข้าไปดูกันเยอะ ๆ ไปนั่งรถชมทุ่งนาแปลงสาธิตต่าง ๆ ไปให้อาหารปลาในบึง ไปทำกิจกรรมเบา ๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ฯลฯ ... คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่ใช่ใครนอกจากตัวเราที่ได้ไปรู้ ไปเห็นว่าพ่อทำอะไรให้เรามากมายขนาดไหน ...

...ฝากไว้ด้วยนะครับ..

...ภาพเส้นทางการเดินทางครับ... หรือใครสนใจข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.wisdomking.or.th

...ขอบคุณทุกคนครับ...

ที่มา : Forzanu

แสดงความคิดเห็น