แบกกล้อง สะพายเป้ ตะลุยดอย เชียงใหม่ในสายหมอก ทุ่งดอกไม้ ถนนสายสีชมพู

08 กุมภาพันธ์ 2560 | โดย หมียักษ์ในบ้านโพรงกระต่าย (17,900 เข้าชม)
แบ่งปัน:

สวัสดีครับ ผม หมียักษ์ในบ้านโพรงกระต่าย วันนี้จะพาทุกคนไปเที่ยวเชียงใหม่กัน เน้นเก็บภาพ ครับ ก่อนอื่นต้องเท้าความก่อน ผมจองตั๋วล่วงหน้าไว้ หกเดือน ได้ในราคา 1600 บาท ไปกลับ ตรัง - กรุงเทพ -  เชียงใหม่ และก็ลืมไปเลย จนมาถึงเดือน มกราคม พี่ชาย แต่งงาน อีก  และก็มีงานเข้ามามากมาย จึงตัดสินใจ ยกเลิกทริป ทิ้งตั๋วไปดีกว่า แต่คืนก่อนเดินทางนั่งเล่นเฟสบุ๊ค เลื่อนฟีดไปมา ก้เห็น ภาพดอกไม้ เชียงใหม่ ภาพคนท่องเที่ยว เลยตัดสินใจเก็บกระเป๋าคืนนั้นเลยครับ แล้วรุ่งขึ้น ก็ไปทำงาน เขียนใบลาฉุกเฉิน ตอนบ่ายก็ออกเดินทางไปสนามบิน เพื่อไปสัมผัสลมหนาวก่อนที่มันจะพัดผ่านไป การไปครั้งนี้ เตรียมกางเกง สอง ตัว เสื้อยืด ห้าตัว เสื้อกันหนาว หนึ่งตัว ไปแบบ แบกเป้ใบเดียว กับกล้อง หนึ่งตัว และแล้วการเดินทางก็ได้เริ่มขึ้น

ผมเดินทางโดยการสายบิน air asia  เที่ยวบิน ช้ากว่ากำหนด ทั้ง สองเที่ยวบินครับ ทั้งจากตรังไป กรุงเทพ และกรุงเทพ ไปเชียงใหม่

เมฆสวยเสมอครับ

ผมนั่งรอขึ้นเครื่องต่อ ประมาณ 2 ชั่วโมงครับ

และผมก็มาถึงเชียงใหม่สัมผัสอากาศหนาวยามค่ำคืนนั่งแท็กซี่จากสนามบิน 150 บาท  ไปยัง โฮสเทล ที่ผมหาข้อมูลไว้ คืนแรก อยากนอนโฮสเทลเพราะยังไม่เคยนอน และประหยัดเงินด้วยครับ และนี่ก็เป็น โฮสเทลที่ผมใช้หลับในคืนแรกครับ คืนละ 289 บาท สำหรับห้องรวมแปดเตียง ผมมีเพื่อนร่วมห้องเป็น ฝรั่ง และ คนจีน  เปิดประตูเข้าไปเจอกันก้ hi แล้วก็ตัวใครตัวมันครับ 555

เตียงนอนเป็นเหล็ก พลิกตัวทีนึงก็ดังทีนึง 5555

ห้องน้ำครับ ค่อยข้างดีเลยทีเดียว

ผมมาเดินตลาด ไนท์บาซ่า เพราะมันใกล้กับที่พักครับ ซึ่งตอนนั้นหิวมากกก แต่มองไปทางไหนก็เจอแต่อาหารฝรั่ง ซึ่งตอนนี้คิดถึงก๋วยเตี๋ยวเผ็ดๆ ร้อนๆ สักถ้วยนึงก็ยังดี

เดชะบุญ เจอร้านก๋วยเตี๋ยว กินสิครับ รออะไร และผมก็กลับมานอนครับ

รุ่งเช้า ตื่นตี 4.30 อาบน้ำ และเดินออกมาจากโฮสเทล เดินมาเรื่อยๆ กะจะหา ร้านเช่า มอไซค์สักคัน แต่เวลานั้น ยังไม่มีที่ไหนเปิดทำการ เดินไปเจอรถแดงเลยถามลุงเค้า ลุงบอกว่าต้องไปเช่าที่ อาเขต หรือขนส่ง ต้องเหมาไป 200 บาท ผมเลยขอบคุณลุง แล้วเดินต่อ ลุงบอก เอ้า 100 เดียวก็ได้ คนแรกของวัน ผมเลยตกลง นั่งรถแดงไปเช่ารถมอไวค์ที่อาเขต ค่าเช่ามอไวค์ที่อาเขต วันละ 250 บาท จุดหมายแรกของวันนี้คือ ดอยอินทนนท์ จุดสูงสุดของสยามประเทศ

ระหว่างางผมก็แวะถ่ายภาพไปเรื่อย พร้อมกับแวะ 7 -11 เพื่อซื้ออุปกรณ์กันหนาว หมวก ถุงมือ แว่นตา

และนี่คือชุดที่ใส่ขับมอไซค์ขึ้นดอย เพราะมันหนาวมากกกกกกกกก  มือชาไปหมด

ด่านที่ 1 จะต้องมาซื้อบัตรขึ้นดอย เพื่อไปยื่นตรงด่านที่ 2

ระยะทางใกล้ขึ้นเนรื่อยๆก็ทำให้ใจชื้น

กะว่าจะไปชมพระอาทิตย์บนดอยแต่ไม่ทันแล้วววว พระอาทิตย์มาแล้วววว เลยแวะถ่ายที่ทุ่งนาซะเลย ตอนนั้นมือไม้สั่นไปหมดแล้วครับ หนาวจับใจเลยจริงๆ

และแล้วก็มาถึงจุดแวะพักข้างทาง ตรง กิ่วแม่ปานนักท่องเที่ยวเยอะมากกกกก

ผมแวะกินโจ๊คร้อนๆ และไส้อั่วครับ อร่อยดีครับ เอามือจับ ถ้วยโจ๊กไว้เลยครับ เพราะมันหนาวมากกก

เสร็จก็ขับรถขึ้นไปต่อให้ถึงจุดสูงสุดครับ

ในที่สุด ก็มาถึงนี่เป็นครั้งแรกครับที่ผมมาที่นี่ตั้งใจว่าจะมาพักบนดอย แต่ที่ไหนได้ ไม่มีที่พัก ไม่มีดอกไม้ 555

เดินชมบรรยากาสสักพักผมก็ขับรถลงมาตรงจุดชมวิว กิ่วแม่ปานที่เดิมครับ เพื่อจะเดินเข้าไปศึกษาธรรมชาติ ค่าเข้า มีไกด์ไปด้วย 1 คน 200 บาท

ธรรมชาติ จริงๆครับ มีทั้งน้ำตก ต้นไม้ นานาชนิด แต่ยอมรับว่า เหนื่อยยยยยยยย หอบแฮ่กๆ สำหรับคนที่มีกำลังจะเดินไหวแนำนำให้เข้าชมครับ ผมไปได้แค่ครึ่งทางและกลับทางเดิม เพราะถ้าไปต่อ ทางจะชันและผมก็ไม่ไหวครับ 5555

ใสนที่สุดก็มาถึงครึ่งทางครับ บนยอดเขา เป็นจุดชมวิว สวยมากกกกกกก คุ้มค่าแก่การเดินมากครับ

ขาเริ่มล้าแล้วครับ น้ำก็ไม่ได้เตรียมมา ไกด์ใจดี ให้น้ำขวดนึงครับ

สุดลูกหูลูกตา เลยครับ ผมหยุดตรงนี้เพื่อถ่ายภาพและพักผ่อน นานมาก เพราะมันสวยจริงๆครับ และก็เหนื่อยจริงๆครับ เหอๆ

และก็กลับทางเดิม ผมขอให้พี่ไกด์ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกให้ ภาพนึง ก่อนจะเดินลงเขาต่อ

ป้ายครับ มาถ่ายทีหลัง

จากนั้นก้หิวอีกรอบ 5555 แวะที่เดิมแต่คนละร้านกัน สั่งหมุย่างข้าวเหนียว และมาม่า ร้อนๆ ครับ อร่อย อย่างที่ไม่เคยกินมาม่า ที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน  (อันนี้เว่อร์) แต่ซดน้ำจนหมดเกลี้ยงจริงๆครับ

และก็ขับรถลงดอยกันครับแวะเข้าไปสักการะพระธาตุ ก่อน ครับ จ่ายค่าเข้า น่าจะ 40 บาท

และก้แว้นมอไซค์ลงดอยกันครับ

ขับมาจะผ่านสามแยก บ้านขุนวาง มีดอกพญาเสือโคร่งบานค่อนข้างเยอะ เลยแวะครับ

ถ่ายมอไซค์สักหน่อย

ขับลงมาอีกเจอน้ำตกครับ แวะเอามือไปสัมผัสน้ำ อากาศไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่แล้ว แต่น้ำยังเย็นมากกกกกดึงมือกลับแทบไม่ทัน

ลงจากดอย มายังถนน จุดหมายตจ่อไปคือ สะเมิง หมุ่บ้านสตรอเบอรี่ ขับไปสักพักเจอร้านกาแฟ มีกระต่ายตัวโต แวะเติมพลังสักหน่อย

เค้กอร่อย น้ำ อร่อย

มุ่งหน้าไป สะเมิง กันเถอะ แว้นมอไซค์ไปสะเมิง ทางค่อยข้างลำบาก แต่บรรยากาศระหว่างทาง สวยงามน่าจดจำ ผมขับรถไปใช้เวลาพอสมควร ทุ่งนาระหว่างทาง สวยมากจริงๆครับ

ใกล้แล้วววว ดีใจๆ

ผมร้อง ว้าว หลายครั้งมาก ในการมาเที่ยวครั้งนี้

แต่พอขับรถไปถึงยัง สะเมิง อากาศไม่หนาว และ ที่พักค่อนข้างราคาสูง เหมาะสำหรับมาพักผ่อน แบบสันโดษ อิงธรรมชาติ และมาเป็นกลุ่ม มากกว่ามาคนเดียว ผมเลย ตัดสินใจ ขับรถกลับตอนนั้น สี่โมงกว่าๆแล้ว เปิด GPS หาที่ไปต่อ ตัดสินใจไป ม่อนแจ่ม

ขับพลางเปิด GPS พลาง ตลอดเส้นทาง พระอาทิตย์ก็กำลังจะจากไปแล้ว ต้องรีบครับ อากาศก็หนาวขึ้นเรื่อยๆ ต้องจอดรถใส่ถุงมือ และเสื้อกันหนาว ที่ถอดหมดตอนลงจากดอย

กว่าจะถึงม่อนแจ่มก็ค่ำมืดแล้ว หาที่พักไม่ยาก มีเยอะมากกกกก ผมตกลงพักที่ เพ็ญนภาแคมปิ้ง ในราคา 800 ตอนนั้นหิวมากกกก สั่งอาหารไม่ยั้ง อร่อย และราคาไม่แพงครับ ถือว่า ประทับใจ จากนั้นก็นอนสลบไปเลยครับ

ตื่นเช้า มา 6 โมง กว่าๆ จริงๆตั้งใจจะตื่นเช้ากว่านี้ แต่ มันตื่นไม่ไหว 555 ขับรถไปยังม่อนแจ่ม ไม่ไกลมาก

สั่งโอวัลติน และข้าวต้ม กินครับ ราคาตค่อนข้างแพง และไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ครับ

และก้ถ่ายรูปต่อ

และผมก็ขับรถลงจากม่อนแจ่มมาอีกทาง มาเจอม่อนอิงดาว มีที่พัก และลานกางเต้นท์บริการ ครับ

ป้ายม่อนอิงดาว ผมรอคิวถ่ายภาพอยู่นานเลย เพราะมี ชายหญิงคู่หนึ่งน่าจะเป็นแฟนกัน ยึดครองเอาไว้ คือ ถ่ายกันน่าจะยี่สิบรูป แล้วก็วิ่งมาเช็ค แล้วก็วิ่งกลับไปใหม่ บอกถ่ายไม่ตอดขา บ้าง โน้นนี่ อยากจะให้เช่ากลับไปไว้ที่บ้าน เหลือเกิน จะได้ถ่ายกัน ให้หนำใจ คือ เคืองมากตอนนั้นอยากจะโทรกลับใต้ มาเล่าให้ใครสักคนฟังเดี๋ยวนั้นเลย พอได้จังหวะ ผมก็ตะโกนไปว่า ขอถ่ายภาพด้วยคนครับ ทั้งก้ก็หันมาแล้วบอกเชิญครับ ๆ ผมกด 1 แชะ ได้รูปนี้มา แล้วก้เสร็จ

พักเรื่องคับแค้นใจไว้ก่อน มาต่อกันที่ไร่องุ่น อีเดน ครับ

หลังจากนั้น ผม ก็ขับรถเข้าเมืองเลยครับ เอามอไซค์ไปคืน และนั่งรถไปขนส่ง ช้างเผือก เพื่อนั่งรถไปยังดอยอ่างขาง รถประจำทางหรือรถรับส่งนักเรียนไม่แน่ใจ เบาะแคบเหลือเกิ๊นนนนนนขาผมเข้าไปไม่ได้ครับ และกว่าจะถึง ก็ใช้เวลา ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ถึงทางขึ้นดอย ซึ่งในรถมีผมคนเดียวที่จะไปดอยอ่างขาง

ลงรถที่หน้าวัด หาดสำราญ และเดินมารอรถขึ้นดอย เดินไปถามคุณลุงที่นั่งอยู่ แกบอก "ไม่เหมา ก็ รอนานหน่อยนะ " ด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร 5555 ผมนั่งรออยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ไม่มีวี่แวว คนจะร่วมทาง เลยตัดสินใจว่าจะเดินแล้วโบกรถเอา เดินถัดไปนิดนึงมีร้านขายส้มตำ เลยถาม พี่เค้าว่า มีมอไวค์ให้เช่าอะไรบ้างมั้ย พี่เค้าก็บอกว่า ไม่มีเลย แต่น้องในร้านจะขึ้นดอย เดี๋ยวพี่ไปถามให้ สรุปได้เรื่อง มี คนพาขึ้นดอยแระ ขอบคุณความความน้ำใจของ น้องๆ และพี่คนขายส้มตำด้วยครับ

จากนั้นก็ได้ขึ้นดอย โดยรถกระบะ บอกเลย ไม่ง่าย ถ้าสมาธิไม่มั่น จิต ไม่แข็ง กระเด็นออกจากรถนะจ้าาา 5555 ทางโหดมากกกกกกกก ผมต้องเอามือจับราวเหล็ก ที่กะบะรถตลอดเวลาและที่สำคัญ หนาวมากกกก

ก็ยังพอมีช่วงให้ถ่ายรูปบ้าง

และแล้วก็ขึ้นมาถึงดอย พอมาถึง จะมีเด็กๆ หาที่พักให้  จะเอาที่พักกับเด็กๆก็ได้ แต่ผมถามราคาแล้วไม่โอเค เลยเดินลงไปหาเอง ได้บ้านพัก นาหา 500 บาท

ด้วยความนั่งรถมานาน หิวมากกกกก เลยเดินขึ้นไปหน่อยนึง มีร้าน สุกี้ ยูนนาน จัดเลยครับ ชุดเล็ก 600 บาท พนักงานถามว่า กินกี่คน บอกคนเดียว เหวอกันทั้งร้าน ก็มาคนเดียวอ่า จะกินกับใครละ ชุดเล้กกว่านั้นก็ไม่มี แต่ด้วยความอยากกิน ยอม สุดท้ายก็กินไม่หมด

กินเสร็จก็เดินถนนคนเดินดอยอ่างขาง มีของกินพื้นบ้าน และเสื้อผ้าพื้นบ้านจำหน่าย

เดินได้สักพักผมก็กลับขึ้นห้องไปอาบน้ำ และนอนพักแปปนึง เกือบๆเที่ยงคืนก็ลงมาถ่ายภาพ ดวงดาว ครับ

รุ่งเช้า ตื่นขึ้นมา น้ำก็ไม่อาบครับ มันหนาวมากกก ไม่ได้ตั้งใจจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นเพราะไม่มีรถ เลยตื่น 6 โมงกว่าครับ เดินเข้าไปในอุทยาน ระยะทาง 3 กิโล ลุย ก่อนอื่นก้ซื้อตั๋ว 50 บาท

ถ่ายรูปกันเลยครับ ความโชคดีของการมาเช้าคือยังไม่มีคนพลุกพล่านทำให้เราเก็บภาพได้อย่างเต็มที่

เดินเข้ามาถึงตรงอุทยาน เข้ามาซื้อคูปองอาหารเช้า 150 บาท เป็นแบบบุฟเฟต์ ครับ

และก้เดินออกมาถ่ายภาพต่อ แสงอาทิตย์เริ่มมาแล้ว คนก้เช่นกัน

หลังจาก เดินวนกลับมา ผมก็มาหารถเพื่อจะลงดอย ปรากฏว่าก็หายากอีกเช่นเคย เลยเดินไปถามคนขับรถ น้าบอกว่า เค้าเหมามาต้องไปถามเอาว่าจะให้ไปด้วยมั้ย ผมยืนรอสักพักจนมีคนเดินมาชขึ้นรถ ผมก็เดินไปถามว่าผมขอติดรถไปด้วยได้มั้ย น้องเค้าก็ไปถามแม่ แล้วบอกว่าได้ ผมก้ได้ติดรถ นักท่องเที่ยวจากหาดใหญ่ไป แต่เค้าจะเข้าไปในอุทยานอีกรอบ ผมก็ไม่มีปัญหาอะไร ขอแค่ได้กลับลงไปก็พอ 5555

ผมเลยถ่ายภาพให้เป็นการตอบแทน ครอบครัว ที่ผมติดรถไปด้วย ต้องขอขอบคุณมากๆเลยจริงๆครับ

หลังจากนั้นผมก็มาลงรถที่วัดหาดสำราญเหมือนเดิม และนั่งรอรถเข้าเมือง ขากลับผมกลับรถสองแถว เป็นอะไรที่ทรมานมาก ตลอดการเดินทางในทริปนี้ การนั่งรถสองแถวเข้าเมืองเป็นอะไรที่ทรมานที่สุดแล้วครับ ใช้เวลานานมาก หลับไปหลายรอบ และก็มาหาที่พักแถวถนนคนเดินวัวลาย เพราะคืนนี้จะเดินที่นี่ เดินหายากสักหน่อย ส่วนใหญ่จะเต็ม เดินมาเจอ ที่พักที่นึง จำชื่อไม่ได้เป็นภาษาฝรั่งเศษ คืนละ 600 เลยเช่า สองคืน เลยครับ

ตอนค่ำก็มาเดินถนนคนเดินวัวลาย ตนเยอะม๊ากกกกก

อยากจะอยู่ในร้านนี้ นานๆ ผมเป็นคนชอบ Dream Catcher มากๆ ครับ ได้มา 3 อัน

เซรามิกปั้น ก็ชอบมาก น่ารักมากเลยครับ ซื้อเสร็จก็กลับที่พัก

รุ่งเช้า ตื่นนอนหารถเช่าใกล้ๆที่พัก ร้านนี้คิด 200 ผมเช่าวันนึงขับไปดอยสุเทพ และขุนช่างเคี่ยน เท้าเน่าเป็นที่เรียบร้อย เพราะใส้ผ้าใบมาหลายวัน วันนี้เลยต้องคีบรองเท้าแตะ

ขับมาถึงดอยสุเทพ ทางสะดวกสะบายมาก คนเยอะมากอีกเช่นเคย เลยรีบๆถ่ายรีบกลับจะได้ไปที่อื่นต่อ

20 บาท ให้น้องไป เป็นทุนการศึกษา

แค่มอง เข่าก็จะทรุดแล้วครับ

ขับรถขึ้นไปต่อครับ เพื่อไปชม พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ค่าเข้าชม 20 บาท

บ้านในฝันเลยครับ มีดอกไม้ ก้อนหิน ทางขึ้น

ข้างบนสุดก้จะเป็นอ่างเก็บน้ำ

ขับรถไปต่อกันที่ บ้านขุนช่างเคี่ยน ดินแดน ซากุระ เมืองไทย ทางค่อนข้างลำบากมีเลนเดียว สวนไม่ได้ ต้องหยุดตลอดทาง

แต่เมื่อมาถึง คุณจะได้เจอ ถนนสายสีชมพู ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยด้วยต้น พญาเสือโคร่งสวยงาม

เรียกได้ว่าชมพูเกือบทั้งดอยเลยครับ

ได้เวลาลงจากดอย มีความรู้สึกอยากกินอะไรหวานๆ เลยแวะร้านนี้

อร่อยมากกกกกก

จากนั้นก็กลับที่พัก นอนเล่นอาบน้ำ และเรียกสามล้อมาถนนคนเดินท่าแพ 100 บาท

มีเด็กๆมาทำกิจกรรมหาเงนแบ่งเบาภาระพ่อแม่

ข้าวคลุกน้ำพริก คือ ดี มาก จริงๆ

พอซื้อของเสร็จก็กลับที่พัก ขากลับ หารถยากมาก ส่วนใหย่เป็นรถให้เหมา และบางคันก็ไม่รับ ผู้โดยสาร ผมเดินออกมานิดหน่อย จากที่ที่รถเยอะๆ คนพลุกพล่าน แล้วมาถามสามล้อ เค้าคิด 80 บาท ก็ตกลงไป ซึ่งถ้าไปรถเหมา ที่คิวก็ 200 ประหยัดไปได้อีก ถึงห้องก็เก็บของใส่กระเป๋า แล้วก้นอน รุ่งเช้า ก็เดินทางกลับครับ จบทริป เชียงใหม่ ด้วยความอิ่มกับบรรยากาศ และดอกไม้ ถือเป็นการพักผ่อน รับสิ่งดีๆต้นปี ใครสนใจ แบกเป้หนึ่งใบพร้อมกล้อง หนึ่งตัว ไปถ่ายภาพ สถานที่ต่างๆ หลังไมค์ได้นะครับ เผื่อได้จัดทีมกัน สนุกๆ ผมหมียักษ์ในบ้านโพรงกระต่าย ก็ขอจบทริปเพียงเท่านี้นะครับ ค่าใช้จ่าย ก็บวกๆเอาเองนะครับ 5555 สวัสดีครับ ขอบคุณที่ติดตามครับ

เรื่องและภาพโดย หมียักษ์ในบ้านโพรงกระต่าย

แสดงความคิดเห็น