Full Moon Create Your Journey : บ้านขุนสมุทรจีน นอนโฮมสเตย์ใกล้กรุง + อาหารอร่อย 3 มื้อ ด้วยงบ 600 บาท ชิวๆ

31 พฤษภาคม 2560 | โดย เก็บกระเป๋า (30,692 เข้าชม)
แบ่งปัน:

มีเงินไม่ถึงพัน อยากเที่ยวใกล้ๆ กทม. ควรเก็บกระเป๋าไปที่ไหนดี นี่ก็นั่งคิดอยู่นานสองนานค่ะ อ่านรีวิวไป หาข้อมูล ถามเพื่อน โดยมีเวลาว่างเพียง 1 คืน 2  วัน บางกระเจ้าก็ไปมาแล้ว สุดท้ายมาจบที่นี่จ้าาา “บ้านขุนสมุทรจีน”โฮมสเตย์แบบบ้านๆ ที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งที่พัก รวมอาหาร 3 มื้อ ราคาเพียง 600 บาท/คน เท่านั้น ราคามันช่างยั่วยวน คือถูกมากๆ ด้วยความที่อยากรู้อยากลองอยากเที่ยว ใหม่เลยตัดสินใจมาที่นี่ค่ะ ขอบอกว่ารีวิวนี้เขียนไว้อย่างละเอียด คงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ให้ได้เก็บข้อมูล แล้วตัดสินใจไปเที่ยวได้ไม่ยากค่ะ

ป่ะ...ออกมาเติมให้เต็มทุกประสบการณ์การเดินทางกัน^O^

เริ่มต้นรีวิวด้วยการเดินทางก่อนละกันนะคะ การเดินทาง : เราต้องไป “ท่าเรือป้าสาลี่” ค่ะ พิกัด 13.550093, 100.531041

โดยให้ขับรถมาทางสามแยกพระสมุทรเจดีย์ เลี้ยวขวาไปทางป้อมพระจุล ขับตรงมาเรื่อยๆ จะเห็นป้าย ให้เลี้ยวขวาเข้าวัดขุนสมุทรจีน ท่าเรือบ้านป้าสาลี่จะอยู่ตรงสะพานปูนเลยค่ะ มีที่รับฝากรถยนต์วันละ 100 บาท/คัน จอดไว้ข้างถนนก็แอบเสียวอยู่เหมือนกันค่ะ

ควรจองที่พักก่อนมานะคะ จะหาดูในเน็ตแล้วโทรจองโดยตรงหรือจะโทรผ่านศูนย์ประสานงานบ้านขุนสมุทรจีนที่เบอร์ 086-567-5296 ก็ได้ เพราะที่พักเต็มเร็วมาก มาถึงท่าเรือก็โทรหาที่พักค่ะ แต่วันนั้นเราลืมโทรไง ห้าาาาาา มัวนั่งเฉิ่มรอเฉพาะเรือที่ผ่านมาตรงนี้ แล้วกะจะขอไปส่งที่ท่าเรือขุนสมุทรจีน

สองข้างทางจะมีร้านขายก๋วยเตี๋ยว ร้านขายของชำ ขนม ของใช้ ใครลืมเอาอะไรมาแวะซื้อได้ที่ตรงนี้เลยค่ะ

ตอนที่ไปช่วงนั้นประมาณเที่ยงกว่าๆ แล้วค่ะ น้ำยังลดอยู่เลย เรือจะแล่นไม่ได้ต้องรอน้ำขึ้น เราเลยกินก๋วยเตี๋ยวรอแล้วก็ได้คุยกับชาวบ้านแถวนั้น เขาบอกว่ามันจะเป็นช่วงๆ บอกไม่ได้เลยว่าน้ำจะขึ้นจะลดกี่โมง มาดูบรรยากาศตรงท่าน้ำกันค่ะ ว่าน้ำลดจนแห้งขนาดไหน

รอได้สักพักก็มีคนจะไปบ้านขุนสมุทรจีนค่ะ เป็นคนในพื้นที่ เขาโทรเรียกเรือมารับเลยได้ไปพร้อมกันๆ โดยค่าเรือจะคิดแบบนี้นะ คนแรก 100 บาท คนต่อไปคนละ 10 บาท 1 ลำนั่งได้ 4-10 คน ก็หารกันค่ะ ไปเยอะก็ได้หารกันถูกๆ

ระหว่างนี้นั่งเรือ 10 นาทีก็จะถึงท่าเรือวัดขุนสมุทรจีน เรามาชมวิวระหว่างทางกัน เราจะเจอชาวบ้านมาหากุ้งปูปลา เจอเรือนักท่องเที่ยวสวนกัน เจอต้นจากและนกสองข้างทางค่ะ เพลินดี

ถึงแล้ววววว

ขึ้นมาด้านบนศาลาจะมีป้ายบอกอัตราค่าโดยสารเรือเหมาในช่วงเวลา 06.00-17.00 น. และ 17.00-21.00 น. ด้วยนะคะ เมมเบอร์กันไว้ได้เลย

พี่ที่มาด้วยกันบอกว่าจากตรงนี้เราจะต้องไปตรงศาลเจ้าสีแดงๆ คือไกลมากกกกกกก ตายๆๆๆ เดินไปนี่ไหม้พอดี พี่เขาก็ขำเรา บอกว่าจะมีรถตุ๊กๆ ของวัดคอยให้บริการอยู่ คนละ 10 บาท ไปกลับ 20 บาท

เบอร์นี้เลยค่ะเมมไว้ลย ติดไว้ที่ศาลานี่แหละ ที่ให้บริการ 08.30-17.00 น. เท่านั้นนะคะ

ไม่ถึง 10 นาทีตุ๊กๆ ก็มารับแล้วจ้าาาาา

พี่คนขับจะจอดให้เราลงกลางทางค่ะ เอาเงินหยอดไว้ที่ตู้รับเงินเล็กๆ น่ารักได้เลย ต่อไปเราต้องเดินไปตามสะพานไม้นี้ค่ะ ไปตรงศาลเจ้าสีแดงๆ ห้าาาาาาาา โชคดีที่ถึงอากาศจะร้อน แต่ก็มีลมพัดมาตลอด

ลุย!!!

ใกล้ถึงแล้วอีกนิดๆๆ

ระหว่างทางเราจะเจอกับต้นไม้ดอกสีม่วงๆ คล้ายดอกมะเขือ สอบถามจากชาวบ้านว่ามันคือต้นมะแว้ง เป็นพืชสมุนไพรใช้ทำยาแก้ไอค่ะ คือเริ่ดอ่าาาา ขึ้นเองตามธรรมชาติด้วย เก๋ๆ

เดินมาไม่นานก็มาถึงอีกฝั่งแล้วจ้า อากาศจะครึ้มฟ้าครึ้มฝน คาดว่าน่าจะตกในอีกไม่ช้า

เดินมาไม่นานก็มาถึงอีกฝั่งแล้วจ้า อากาศจะครึ้มฟ้าครึ้มฝน คาดว่าน่าจะตกในอีกไม่ช้า เข้ามาจะเจอศาลเจ้าค่ะ ไปไหว้กันได้

ขวามือจะเป็นโรงลิเก และสนามบอลเล็กๆ ให้เด็กๆที่นี่ได้เล่นได้ออกกำลังกายกัน

มีจักรยานให้ยืมปั่นด้วย

และมีถังขยะแยกประเภทต่างๆ ค่ะ

มาถึงให้โทรไปถามเจ้าหน้าที่จากศูนย์ประสานงานค่ะว่าได้บ้านที่ไหน เพราะตอนจองเลือกบ้านไม่ได้ เขาจะเลือกให้เอง ปเ็นการกระจายรายได้ให้ชาวบ้านค่ะ จะได้ไม่มีบ้านหลังไหนได้แขกมากแขกน้อย เขาจะส่งเรือมารับไปบ้าน และนี่เรือเรานั่งไปชิวๆ

เห็นหลังสุดท้ายไกลๆ มั้ย เราได้บ้านพี่พอเพียงน้องเพียงพอค่ะ บ้านหลังที่ 5 ท้ายสุดเลย

บนบ้านจะไม่มีห้องน้ำนะคะ ต้องลงมาใช้ห้องน้ำรวมด้านล่าง มีไฟฟ้าให้ใช้ ห้องแบบพัดลมทุกหลัง ไม่มี wifi ค่ะ

ห้องนอนจะเป็นแบบนี้ค่ะ เป็นฟูกประมาณ  3.5 ฟุต มีผ้าห่มไหมพร้อม พร้อมมุ้ง แนะนำว่าไปถึงแล้วให้เอาไม้กวาดทำความสะอาดหน่อยนะคะ มีฝุ่นค่ะ เอาผ้าห่มกับมุ้งไปสลัดด้านนอกด้วยก็ดี แต่พอทำความสะอาดแล้วก็โอเคนอนได้นะ

วิวตรงหน้าบ้าน หน้าทางขึ้น เราว่าสวยสุดละ ห้าาาา ข้างๆ จะเป็นบ่อเลี้ยงเลี้ยงหอยเลี้ยงปลา

อันนี้เป็นแผนที่เที่ยวในหมู่บ้านค่ะ เดินลัดเลาะไปตามคันคลอง เราเรียกตรงนี้ไม่ถูกจะเรียกคันนาก็ไม่ใช่ เรียกคันดินก็แล้วกัน เดินไปก็จะไปเจอที่เที่ยวต่างๆ ค่ะ เช่น วัด บ้านแกะหอย บ้านทำกะปิ ตากเคย พิพิธภัณฑ์ ศาลเจ้า ป่าชายเลน

บางช่วงจะมีฝนตกปรอยๆ กว่าจะหยุดตกก็นานพอสมควร แต่พอแดดออกเท่านั้นแหละ แสงมาก็รีบออกไปถ่ายรูปรัวๆ แล้วก็กลับมานอนเล่น สั่งข้าวกลางวันมากินตอนบ่ายสาม ห้าาาา กินกันเกือบเย็นเลย

แท่แด้...น่ากินมั้ย มื้อแรกของเรา ณ ขุนสมุทรจีน แกงส้มชะอมกุ้ง น้ำพริกกะปิ ปลาทู ปลาสลิดทอด และหอยตลับผัดฉ่า

กินเสร็จอก็นอนเล่นซักพักค่ะ

ป่ะ ออกไปย่อยอาหารกัน มุมนี้ถ่ายรูปสวย คือเราไปนั่งหน้าห้องน้ำจ้าาาาา ห้าาา

ห้องน้ำและห้องอาบน้ำจะเป็นห้องเดียวกัน ตรงนี้มี 2 ห้อง และมีกระจายอยู่ตามบ้านแต่ละหลังค่ะ

ออกไปเดินเล่นสำรวจบริเวณใกล้ๆ กันค่ะ

เดินออกมาไกลจากบ้านนิดนึงละ

ด้านหลังมันคือทะเล ตอนนี้น้ำลดค่ะ อันซีนมากๆ ใกล้ๆ กันก็จะเป็นป่าชายเลน

มีนกบินมาหาอาหารกันตรงนี้เป็นฝูงเลยค่ะ

ที่พื้นจะมีซากเปลือกหอยที่โดนคลื่นซัดมากองไว้ ทับถมอยู่บนฝั่งเต็มไปหมด

ตรงนี้จะเป็นที่ให้ปลูกป่าชายเลน

อีกฝั่งเราไปเจอชาวบ้านมานอนชิวกลางน้ำ ห้าาาา ท่าทางจะฟินเอามากๆ ค่ะ

เดินสำรวจไปเรื่อยๆ ค่ะ ที่นี่ส่วนใหญ่จะใช้คันดินและสะพานไม้หรือสะพานปูนเล็กๆ เป็นทางเชื่อมให้สัญจรกัน เดินด้วยความระมัดระวังกันด้วยนะคะ

ที่นี่น้องหมาจะเยอะมาก ไม่ดุ แถมน่ารักด้วย

เดินไปโซนที่เขาเลี้ยงหอย ก็เจอฝูงนกกำลังหาอาหารค่ะ

พอเดินไปไกล้ๆ เท่านั้นแหละ บินหนีสิคะ ห้าาา

ขากลับเจอคุณป้าคนนึงหิ้วตะกร้าเดินมาขายข้าวต้มมัดชิ้นละ 5 บาท ทำจากใบจาก มีไส้กล้วยและไส้ถั่วดำ หากินยากมาก เพราะปกติเราจะเห็นว่าใช้ใบตองห่อ ป้าบอกว่าแม่ป้าเป็นคนห่อ ตอนนี้อายุเยอะมากแล้ว ถ้าแม่ไม่อยู่แล้วป้าคงไมไ่ด้ขายเพราะห่อให้เหมือนแม่ไม่ได้ เราก็เลยช่วยซื้อไป 1 ชิ้นจะมีขนาดเล็กกว่าข้าวต้มมัดทั่วไปตามภาพค่ะ รสชาติหวานไปหน่อยแต่ก็โอเคค่ะ

หลังจากนั้นก็ได้เวลาทานมื้อเย็น หน้าตาหน้าทานมากๆ โดยทุกมื้อการนำอาหารมาส่งจะขนมาทางเรือค่ะ มีปูนึ่ง หอยแครง ปลาทอด และต้มยำทะเล

ตอนกลางคืนที่นี่จะติดหลอดไฟเล็กๆ ไว้ตามทางเดินเพื่อให้แสงสว่างค่ะ ยังไงพกไฟฉายมาด้วยก็ดีค่ะ คนที่นี่เขาจะถอดรองเท้าเดินกันค่ะ เราถามว่าไม่กลัวเปลือกหอยบาดหรอ เขาตอบมาว่าไม่กลัว เพราะไม่เคยโดนบาดเลย เดินเท้าเปล่ากันมาตั้งแต่เกิด เวลาเดินอย่าเดินแบบแขยงให้เดินเอาฝ่าเท้าสัมผัสพื้นแบบเต็มเท้าค่ะ

วันนี้ไม่ได้เที่ยวไหนเลย แค่เดินชิวๆ รอบที่พักก็เพลินดี แบบบ้านๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปไหนกันบ้างติดตามกันนะคะ

สวัสดีเช้าวันใหม่ วันนี้ฟ้าเปิด สดใสจริงๆ

มื้อเช้าของเราพร้อมเสิร์ฟแล้ว...ข้าวต้มกุ้งแบบง่ายๆค่ะ กินไม่หมดด้วยเพราะให้มาเยอะเลย

สรุปอาหาร 3 มื้อ เราว่ารสชาติใช้ได้ บางเมนูจะติดหวานไปนิดนึงค่ะ เราชอบกุ้งนะ สดและหวาน แต่เนื่องจากเขาอาจจะทำกับข้าวทีเดียวพร้อมๆ กัน หลายๆ บ้าน เลยทำให้อาหารเย็น ไม่ร้อน และปลาทอดกรอบอาจจะไม่กรอบค่ะ  

วันนี้เราออกเช้าเลย เพราะเดี๋ยวจะมีคนเข้ามาพักสายๆ เลยไปเก็บที่เที่ยวตามแผนที่ที่เขาติดไว้ในบ้าน เราจะไป บ้านทำกะปิ บ้านแกะหอยนางรม วัดขุนสมุทราวาส แล้วกลับมาเอาของไปขึ้นเรือด้านหน้าตรงนั้นจะมีพิพิธภัณฑ์ค่ะ มาๆๆๆ เริ่มออกเดินทางด้วยการเดินกันค่ะ เราเดินผ่านป่าชายเลน ตรงนี้เขาจะมาปลูกป่ากัน

ที่ขุนสมุทรจีนจะมีต้นเขียวๆ แบบนี้ขึ้นตลอดทาง คือเยอะมาก ชาวบ้านบอกว่ามันคือต้นผักขม แต่รสชาติไม่ขม ใช้ทำแกง หรือจิ้มน้ำพริกค่ะ แหมะ ได้ความรู้เลย

ระหว่างทาง

เราชอบดอกหางนกยูงนะ ที่นี่ต้นจะเล็กๆ หน่อย แต่ว่าดอกสีแดงสดออกดอกบานสะพรั่งเลย สวยมาก ที่เห็นบ้านคนเรียงกันตรงนั้น จริงๆ คือโฮมสเตย์ค่ะ ชื่อ “วังใหญ่โฮมสเตย์” ที่นี่จะมีหลายที่มากๆ

มองไปไกลๆ ก็เจอน้องหมาอีกละ

ใช้เวลาเดินนานเหมือนกันค่ะ มาได้ครึ่งทาง ก็จะเจออุโมงค์ต้นไม้ เป็นป่าโกงกางที่เชื่อมไปวัดค่ะ เราชอบตรงนี้ที่สุดแล้ว เขียวดี สวยดี

มาถึงทางเข้าวัดขุนสมุทราวาสแล้วจ้า

เดินเข้ามาด้านขวามือเราจะเห็นเสาหลายต้นถูกนำมาวางเรียงกันในทะเล จริงๆ มันคือ “เขื่อนทลายกำลังคลื่น” ค่ะ ช่วยป้องกันคลื่นจากทะเลที่พัดเข้าฝั่งแบบแรงๆ ป่าหรือบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างจะได้รับความเสียหายจากกำลังคลื่นน้อยลง

สองฝั่งจะเจอกับดินเลนพร้อมปลาตีนค่ะ ที่เป็นหลุมๆ มันคือ “หลุมปลาตีน”ค่ะ เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ปลาตีนตัวผู้ จะสร้างหลุมขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ผสมพันธุ์  มันจะใช้ปากขุดโคลนมากองบนปากหลุม และมีพฤติกรรมหวงเขตแดนเมื่อมีปลาตีนตัวอื่นรุกล้ำ โดยจะแสดงการกางครีบหลังขู่ และเคลื่อนที่เข้าหาผู้รุกล้ำทันทีค่ะ

ถึงวัดแล้วค่ะ เดินมานานพอสมควร

ด้านในวัดค่อนข้างเงียบ มีต้นไม้ปลูกขึ้นให้ร่วมเงาเย็นสบายดีค่ะ

ด้านในวัดจะมีการเก็บรวบรวมของเก่า ชิ้นส่วนถ้วยชามโบราณไว้ด้วยค่ะ เหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมๆ

ตอนนี้ทางวัดขุนสมุทราวาสกำลังสร้างอุโบสถไม้สักหลังใหม่แทนหลังเก่าที่จมน้ำอยู่ค่ะ เพื่อนๆ ที่มีจิตศรัทธาสามรถร่วมบริจาคเงินทำบุญได้ที่ ธนาคารทหารไทย สาขาป้อมพระจุลจอมเกล้า/ออมทรัพย์ เลขบัญชี 044-285523-5 ติดต่อสอบถาม โทร. 089-788-7334ค่ะ อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ ^^

ภาพนี้คือโบสถ์หลังเก่าค่ะ

เดินออกไปด้านที่เป็นทะเลจะมีเก้าอี้ให้นั่งพัก รับลมทะเลเย็นๆ ด้วยนะคะ

มีรูปปั้นราชการต่างๆ มาประดิษสถานไว้ที่นี่ด้วยค่ะ สังเกตดีๆ สีจะออกเขียวๆ เราว่าเป็นเพราะลมทะเลที่พัดมามีความเค็มและทำปฏิกิริยากับเนื้อรูปปั้นแน่ๆ เลยค่ะ สีเลยเปลี่ยนเป็นแบบนี้ อันนี้เดาเอานะ แฮร่ๆ

ยังมีพระเจ้า  5 พระองค์ที่ยังสร้างไม่เสร็จด้วยค่ะ

ด้านหน้าจะมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ค่ะ

มีสะพานปูนให้เดินชิวชมทะเล ชมวิถีชาวประมง

หันกลับมาจะเป็นศาลเจ้าแม่กวนอิมค่ะ เข้าไปไหว้ได้

ขากลับเรากลับทางเดิม ก่อนออกจากวัดก็ซื้อน้ำ ซื้อเครป ที่ด้านหน้าเพิ่มพลังก่อนกลับค่ะ ระหว่างทางกลับเจอคุณลุงกำลังเก็บหอยด้วย เห็นในทีวีมานาน มาเจอของจริงคือวิถีชาวบ้านมากๆ

เดินมาไกลจากวัด แต่เจ้าน้องหมาสี่ตัวก็ยังเดินมาส่งเป็นเพื่อน ไม่ยอมกลับซักที จริงๆ คือเดินมาตามกินเครปไส้หมูหยองปูอัด ห้าา

เลี้ยวซ้ายค่ะ กลับทางเดิม

เห็นดอกหางนกยูงก็อดคิดถึงตอนเด็กๆ ไม่ได้ ทีเอามาเล่นกัน ว่าแล้วต้องรำลึกความหลังกันหน่อยยย

แท่แด้....ผีฟ้าเอย พวกเราเต้นรำ แทบฟ้อนนนนน

สารภาพมาซะดีๆ ใครเคยเล่นแบบนี้บ้าง คิคิ

วันนี้เรามาเช้าไป ตรงนี้จะเป็นที่ตากเคย เป็นบ้านทำกะปิ เขาออกไปหาเคยที่ทะเล จะกลับมาอีกทีก็ตอนบ่ายๆ อดจ้าาาาา อด บ้านแกะหอยนางรมก็เช่นกัน ไปหาหอยที่ทะเลกันอยู่จ้า แนะนำให้เพื่อนๆ มาถึงแล้วเที่ยวช่วงบ่ายนะคะ ร้อนหน่อย แต่จะได้เห็นการตากเคย และแกะหอยนางรมด้วย

เรากลับบ้านพัก แล้วเก็บข้าวของพร้อมโทรไปบอกเจ้าของบ้านว่าเราจะกลับแล้ว พี่เขาจะคนมารับเราค่ะ แล้วนั่งเรือไปกัน เขาจะมาส่งเราที่นี่ ตรงนี้จะมี "พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านขุนสมุทรจีน"ให้เราได้เข้าชมโดยไม่เสียค่าเข้าค่ะ

มาดูกันค่ะ ข้างในมีอะไรบ้าง

ระหว่างรอเรืออีกลำมารับไปส่งท่าน้ำเพื่อเดินทางกลับเข้าฝั่ง เรายังมีเวลาเหลือใช้เป็นประโยชน์ค่ะ ไปเก็บภาพบรรยากาศกัน

ฝนก็ตกลงมาเปอะแปะๆ ตรงนี้เป็นหลักกิโล แลนด์มาร์กของที่นี่มาถ่ายภาพเช็คอินได้เลยนะคะ

ใกล้ๆ กันทางบ้านขุนสมุทรจีนเขาจะจัดโซนให้ถ่ายภาพน่ารักๆ ค่ะ

และทั้งหมดนี้ก็เป็นการมาเที่ยวโฮมสเตย์บ้านขุนสมุทรจีน เป็นเวลา 1 คืน 2 วัน พร้อมอาหาร 3 มื้อ ในราคา 600 บาท ไม่รวมค่าเรือรับส่ง และค่ารถที่ใช้ในการเดินทางค่ะ ส่วนตัวเราว่าโอเคนะ กับเงิน 600 บาท ที่เอาไปช็อปปิ้งไม่ถึง 10 นาทีก็หมด แต่ได้มาเอาใช้ในการท่องเที่ยวพักผ่อนได้ตั้ง 1 คืน 2 วัน แถมอิ่มด้วย ที่สำคัญได้ใช้ชีวิตแบบบ้านๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ได้เห็นวิถีผู้คนที่ขุนสมุทรจีน นอนเล่นให้ลมเย็นๆ พัดมา ถึงบางคราฝนจะตกลงมาก็ไม่เป็นไร ก็แค่ทิ้งตัวไปนอนให้ได้กลิ่นไอดินไอฝน

ขอบคุณ Full Moon Create Your Journey ที่สนับสนุนให้เราออกเดินทาง ออกไปเติมให้เต็มทุกประสบการณ์ใหม่ๆ แล้วเอากลับมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังกันค่ะ ครั้งหน้าจะเป็น Blogger ท่านไหน เพจไหน ที่จะมาแชร์มาเล่าเรื่องราวต่อไปให้ได้ฟังกัน สามารถติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/winefullmoon.official/

 

สุดท้ายนี้อยากฝากเพื่อนๆ ทุกคนที่ไปเที่ยว ไม่ว่าจะที่ไหนๆ อยากให้ช่วยกันรักษาความสะอาดค่ะ เอาอะไรเข้าไปกินไปใช้ ก็ทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง เพราะที่ขุนสมุทรจีนจะมีบางมุมที่ขยะค่อนข้างเยอะ เช่น ระหว่างทางไปวัดขุนสมุทราวาสจะมีกองขยะและขวดพลาสติกที่ถูกคลื่นซัดเข้าฝั่ง เราว่าถ้าทำธนาคารขยะ ให้คนในชุมชนมีบทบาทและร่วมมือกัน หรือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือและดำเนินการ สามารถเก็บขยะพวกนี้เอามาคัดแยก และขายสร้างรายได้ให้เข้าชุมชนได้ไม่น้อยเลยนะคะ

ขยะเหล่านี้มาจากที่ไหน หลักๆ มาจากคนนี่แหละค่ะ สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย หากเราทุกคนร่วมมือกัน เราว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่นะ แค่เริ่มต้นง่ายๆ จากตัวเอง บอกคนข้างๆ รอบตัว อยากฝากไว้เพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณที่ติดตามทริปนี้จนจบนะคะ :")

 

เรื่องและภาพ โดย เก็บกระเป๋า
Patip : https://pantip.com/topic/36470446
FB เก็บกระเป๋า : www.facebook.com/kepkrapao
IG เก็บกระเป๋า : www.instagram.com/kepkrapao

แสดงความคิดเห็น