เมื่อผู้ชายนวลๆ ชวนไปตะลุยสามภูสองเขา

07 มิถุนายน 2560 | โดย ผู้ชายนวลๆ (5,670 เข้าชม)
แบ่งปัน:

ฮาโหลวววววววววววววววววววววว

สิบนิ้วน้อยๆของนวลขอกราบสวัสดีมิตรหมอแคน แฟนนักร้อง พี่น้องหมอลำ ลุง ป้า น้า อา พ้องเพื่อน ทั้งผู้สาว ผู้เฒ่า ทั้งทอม และกะเทยนะคะ....

มาแล้วจ้า นวลกลับมาแล้ว จำเสียงแจ๋วๆของนวลได้ไหมมมมมมมม.....

หายไปนานมากคิดถึงจังเลยนะครับ นวลกลับมาครั้งนี้พร้อมกับภาระอิจฟิชโช่วใหม่ๆ ที่อยากนำมาแชร์มาเล่าให้ฟังกัน กับการตามหามุมลับๆ บนภูทับเบิกที่บอกเลยว่าสวยไม่แพ้คลื่นทะเลหมอกแสนอลังการเลยละครับ

ภาระกิจเที่ยวสวย ๆ แบบฉบับนวลๆในครั้งนี้ กับการเดินทางเที่ยว “สามภู สองเขา”
(สามภู – ภูทับเบิก – ภูแผงม้า – ภูหินร่องกล้า , สองเขา – เขาค้อ – เขาพระยาเดินธง)
ส่วนจะสวยบาดจิต ฟินบาดใจแค่ไหน ตามนวลมาได้เลยค้าบ...........

โปรดอ่านคำเตือนบนฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง
รีวิวนี้ไม่มีสาระใดๆเลยนะครับ แต่นวลแค่อยากหยิบการเดินทางเล็กๆของนวล (ตามประสาหนุ่มออฟฟิตที่ทำงาน จ-ศ ) ที่มีเวลาออกไปสัมผัสโลกกว้างแค่สองวัน มาเล่าสู่ฟังกัน และเพียงหวังเล็กๆวาามันจะเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆคนอยากออกเดินทางหนีความวุ่นวายของเมืองหลวงไปสัมผัสกับธรรมชาติ และชาร์ตพลังงานเหมือนนวล
หากมีข้อผิดพลาดประการ นวลต้องขอกราบอภัยมา ณ ที่นี้ดวยนะครับ ^^

 

ตอนที่ 1 เพราะรูปถ่ายใบเดียว

ในบ่ายวันศุกร์ต้นเดือนที่หลายๆคนเงินเดือนเพิ่งออกไปเมื่อวันสองวันที่แล้ว (นวลเองก็เช่นกัน) ทำให้ตลอดทั้งบ่ายนั้นนวลไล่เปิดเน็ตหาที่เที่ยวใกล้ๆกรุงเทพฯ ตอนแรกก็กะว่าจะหนีไปนอนโง่ๆ มี่โฮมสเตย์แถวบางเลน

แต่พอไล่เปิดไปเปิดมา ดันไปเจอภาพหนึ่งที่แปลกตา พร้อมแคปชั่นที่โพสว่า "มุมลับๆที่ทับเบิก" ภาพนี้ครับ
(ขอบคุณภาพสวยๆจากเพจ Time Machine มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ)

เหยดโด้ววววววววววววววว

ทำไมมุมนี้สวยเวอร์  นวลเองก็ไปภูทับเบิกมาหลายครั้งแต่ไม่เคยเห็นมุมนี้มาก่อนเลย ด้วยความแรดจึงinboxไปถามเจ้าของเพจที่นวลไปเจอรูปว่ามันอยู่ส่วนไหนของภูทับเบิกกัน

แล้วนวลก็ได้ก็ได้ตำแหน่งของมุมสวยๆมุมนี้มา หลังจากเลิกงานนวลก็รีบกลับห้องไปจัดกระเป๋า พร้อมออกเดินทางล้าววววววว..........

แต่ด้วยการเดินทางในครั้งนี้ จะพาไปเที่ยวแค่บนภูทับเบิกที่เดียว ก็คงจะไม่น่าสนใจเท่าไหร่เนอะ นวลเลยจัดเป็นเดอะรูท “เที่ยวเพชรบูรณ์” สองวันหนึ่งคืนแบบใสๆ ชิวๆ ไม่รีบเร่ง ไปตามหามุมถ่ายรูปสวยๆกัน
พร้อมหรือยังจ๊ะ.....นวลพร้อมแล้วนะ....ไปกันเลย

 

ตอนที่ 2 จากบางกอกสู่ทับเบิก

หลังจากที่กลับห้องเก็บกระเป๋าเสร็จ....นวลก็พร้อมออกเดินทาง
จากบางกอกช่วงสี่ทุ่มกว่า ๆ นวลใช้เส้นทางสายสระบุรี-หล่มสัก
ใช้เวลาประมาณ 6 ชม.กว่าๆก็ถึงจุดกางเตนท์ของภูทับเบิกครับ

ข้อควรระวัง
การเดินทางขึ้นภูทับเบิก ทางค่อนข้างลาดชันมากนะครับ
ต้องใช้ความระมัดระวัง และต้องอาศัยประสบการณ์ในการขับรถค่อนข้างสูง
แต่หากถ้าฝนตก หรือมีหมอกหนา นวลไม่แนะนำให้ฝืนขับรถขึ้นนะครับ
เพราะอันตรายมากเลยนะครับ ^^
นวลโชคดีที่ขาขึ้นไม่เจอฝนเลย มีแต่หมอกบางๆฟุ้งๆ ฟินเวอร์....

ดึกมากแล้ว....
นวลขอตัวพักเอาแรงสักงีบนะครับ
นอนฝันหวานก่อนว่าเช้าวันนี้จะเจอทะเลหมอกสวยๆอลังการงานสร้างทีเถอะ สาธุๆๆๆ
ฝันดีนะครับ ^^

 

ตอนที่ 3 เช้านี้ที่ทับเบิก

ด้วยความที่นวลขึ้นมาถึงก็เกือบตีสาม   ละไงแกร....
เลยไม่ต้องกางต๊งกางเตนท์อะไรละนอนในรถมันเลย
แต่แกรเอ้ยยยยยยยยยยยยยย........
หนาวใจจะขาด....ลมแรงมาก ขนาดแง้มกระจกรถนิดเดียวนะ (อยากมีคนกอดเลย 555)

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ฟินเวอร์.........
นวลขึ้นมาภูทับเบิกครั้งนี้ครั้งที่ 3 ละ แต่เพิ่งได้เห็นทะเลหมอกสวยๆแบบนี้ครั้งแรก...
เอาเป็นว่าไม่เล่าอะไรมากดีกว่า เพราะนี่คือรีวิวทับเบิกรอบที่ล้านของพันทิปแล้วมั้ง
เลยเอาภาพมาเล่าถึงความฟินที่นวลได้เจอดีกว่า.....

แอบมาบอก
จุดชมทะเลหมอกสวยๆนอกจากจะตรงหอบอกอุณภูมิตรงลานกางเตนท์แล้ว ลองเดินเลาะลงมาที่ริมผารีสอร์ทดูนะครับ จะได้บรรยากาศใกล้ชิดกับทะเลหมอกมากๆ บอกเลยว่าฟินสวดๆ

อิจฉานวลไหมละ.....นอนดิ้นต่อไปนะ...555555

 

ตอนที่ 4 มุมสูงภูทับเบิกที่ภูแผงม้า

จากที่ฟินกับบรรยากาศทะเลหมอกสวยๆที่ภูทับเบิกแล้ว
นวลจะพาไปฟินกับอีกหนึ่งจัดชมวิว จุดชมทะเลหมอก และจุดชมวิวภูทับเบิกที่สวยไม่แพ้กับภูทับเบิกเลยนะครับ
นั้นก็คือ “ภูแผงม้า”

ภูแผงม้าเป็นจุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าครับ
ภูแผงม้าสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,775 เมตร
หากมองจากภูแผงม้าจะเห็นทิวเขาพร้อมกับถนนขึ้นภูทับเบิกที่เราขับขึ้นมานั้นแหละฮะท่านผู้ช้มมมมมมมม

การเดินทาง...พอเราออกจากภูทับเบิกมาทางขวามมือเราจะมีด่านขึ้นอุทยานทางขวามือครับ
จ่ายค่าบำรุงอุทยานเสร็จก็ขับไปอีกแค่ประมาณ 200 เมตรเอง จะมีที่จอดรถทางซ้ายมือ แล้วเดินต่อไปชิวๆอีกประมาณ 400 เมตร เราก็จะถึงภูแผงม้าล้าววววววววววว

ภูแผงม้า มีลานกางเต๊นท์ด้วยนะแกร หากใครอยากมาพักตรงนี้
ลองสอบถามรายละเอียดกับทางอุทยานภูหินร่องกล้าได้นะจ๊ะ
ที่เบอร์ 055-356607, 081-596-5977

 

ตอนที่ 5 การเดินทาง

ความสุขจากการเดิน.......
“บทความที่ฉันได้เขียน
มาจากบทเรียนที่เธอเคยเรียน
วาจาที่ฉันเอ่ยไป มาจากอารมณ์ที่เธอผ่านเจอ

เพียงการเดินทางเพียงหนึ่งสัปดาห์
หนึ่งเดือน หนึ่งปี มันมีความหมาย
ทำให้เติบโตเรียนรู้เข้าใจได้มากกว่า

การเดินทางของฉันและเธอคือการเรียนรู้
การเรียนรู้ของเราสองคนคือความเข้าใจ
เธอเข้าใจและฉันเข้าใจก็ทำให้เรามั่นใจ

การเดินทางของฉันและเธอคือการเรียนรู้
การเรียนรู้ของเราสองคนคือความเข้าใจ
เธอเข้าใจและฉันเข้าใจก็ทำให้เรามั่นใจ ในสิ่งนั้น

สิ่งที่เราเรียนรู้ ส่งเสริมต่อการก้าวเดิน
เรื่องราวที่เราเผชิญ อยู่ที่เราเข้าใจมันไหม”

นวลเชื่อนะครับว่าความสุขที่ได้พบเจอระหว่างทาง สวยงามไม่แพ้ปลายทางที่เราอยากเจอเลยนะครับ

-ออกไปเที่ยวกันเถอะ-
ไปฟังเพลงการเดินทางได้ที่ #JOOX นะครับ

 

ตอนที่ 6 โรงเรียนการเมืองการทหาร

ถ้าพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์การปกครองที่น่าสนใจของไทย
ในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า คงจะนึกถึง “โรงเรียนการเมืองการทหาร”

"โรงเรียนการเมืองการทหาร" แต่ก่อนเคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียน
ที่ใช้ฝึกอบรมศึกษาตามแนวทางลัทธิคอมมิวนิสต์
ในบริเวณนี้ประกอบไปด้วยฝ่ายพลเรือน ฝ่ายพลาธิการ ฝ่ายทหาร เป็นต้น
รวมทั้งหมดประมาณ 30 หลัง เป็นหมู่อาคารไม้ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้สีเขียวชอุ่ม

"โรงเรียนการเมืองการทหาร" เป็นอีกหนึ่งอนุสรณ์ประวัติศาสตร์การสู้รบที่เคยสูญเสียเลือดเนื้อของคนไทยกันเอง
เมื่อครั้งที่มีความคิดทางการปกครองขัดแย้งกัน ราว ปี พ.ศ. 2511-2525
ที่แห่งนี้เคยเป็นฐานที่มั่นในการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย
จนเกิดการสู้รบกับทหารไทยจน ผกค. ถอนตัวและมีอันต้องแพ้พ่ายไป

ถ้าหากมาหน้าหนาวจะมีใบเมเปิลสีแดงๆ ร่วงเต็มพื้นเลยครับ ไว้หน้าหนาวนวลจะตามไปเก็บบรรยากาศมาฝากอีกรอบนะครับ อิอิ

 

ตอนที่ 7   ลานหินปุ่ม – ผาชูธง - ลานหินแตก

"อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า"
ครอบคลุมพื้นที่สองจังหวัด คือ จ.พิษณุโลก และ จ.เลย
ทางเข้าอุทยานสามารถเข้าได้สองทางคือ มาจากฝั่งภูทับเบิก
และอีกฝั่งหนึ่งก็ขึ้นทาง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก นะจ๊ะ
เป็นอุทยานที่สามารถขับรถขึ้นไปเที่ยวได้ง่ายเวอร์
และที่ท่องเที่ยวจะกระจายตามสองฝั่งของถนน
คือแบบว่าไหนๆก็มาเที่ยวภูทับเบิกแล้ว ก็แวะขึ้นมาเที่ยวภูหินร่องกล้าต่อได้เลยยยย

"เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ลานหินปุ่ม-ผาชูธง"
เส้นทางนี้ใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมง ระยะทางรวมๆประมาณ 3 กิโลเมตร และจะต้องเดินเท้าเข้าไป
แต่นวลแนะนำให้แวะเข้าไปเที่ยวกัน เพราะตลดดเส้นทางจะมีความหลากหลายของ
พันธุ์ไม้ ดอกไม้ และลักษณะทางธรณีวิทยาที่หลากหลายแถมยังสวยแปลกตา
อีกทั้งยังมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์อีกด้วยนะแกร

เส้นทางนี้จะผ่านจุดท่องเที่ยวสำคัญๆ ได้แก่ สุสานนักรบ ลานหินปุ่ม ผาชูธง ลานอเนกประสงค์
สำนักอำนาจรัฐ และที่หลบภัยทางอากาศ

เส้นทางเดินนี้เดินได้ชิวๆไม่ลำบาก มีเส้นทางเดินที่ชัดเจน แต่ละจุดก็จะมีป้ายบอกชัดเจน
ทางเดินช่วงแรกจะเป็นลานหินกว้าง และมีก้อนหินก้อนใหญ่สวยงามน่าอัศจรรย์

นวลเดินแรดๆชมความงามของธรรมชาติไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะถึง "ลานหินปุ่ม" ที่ตั้งอยู่ริมหน้าผา
ลักษณะเป็นลานหินขึ้นเป็นปุ่มขนาดไล่เลี่ยกันจำนวนมาก
คาดว่าเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน
และเป็นสิ่งที่บอกว่าลักษณะทางธรณีวิทยาที่ว่าในหลายล้านปีก่อน
ดินแดนแถบนี้เคยอยู่ในทะเลลึกมาก่อน
ที่จะยกตัวสูงขึ้นเป็นแผ่นดินที่ราบสูงอย่างในปัจจุบัน

ขออีกรูป

อีกสักรูป

เอาภาพบรรยากาศมาฝากสักรูปเนอะ เผื่อไม่อยากเห็นแบบ 5555

เดินมาอีกประมาณ 600 เมตรก็จะเจอกับ "ผาชูธง"
หน้าผาสูงชัน ที่สามารถมองเห็นวิวไปสุดลูกหูลูกตา
และยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยมากแห่งหนึ่งในอุทยานเลยนะครับ

ภาชูธงนี้ในอดีต ผกค. เคยใช้เป็นที่ชูธงแดงรูปฆ้อนเคียวทุกครั้งที่รบชนะฝ่ายรัฐบาล
ปัจจุบันทางอุทยานเลยใช้เป็นธงชาติไทยติดเอาไว้เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น

มาต่อที่ลานหินแตกกันเลย

"ลานหินแตก" ลักษณะเป็นลานหินขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 40 ไร่
บนลานหินจะมีรอยแตกเป็นแนวเป็นร่องเหมือนแผ่นดินแยก แคบบ้าง กว้างบ้าง
สำหรับความลึกของร่องหินแตกนั้นไม่สามารถจะคะเนได้ สันนิษฐานกันว่า
อาจจะเกิดจากการโก่งตัว หรือเคลื่อนตัวของผิวโลก จึงทำให้พื้นหินนั้นแตกออกเป็นแนว
ในสมัยคอมมิวนิสต์ ลานหินแตกจะเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิที่ใช้ต่อสู้กันด้วยนะครับ

 

ตอนที่ 8 มุมลับๆที่ทับเบิก

พาไปเที่ยวแบบมีสาระมาแล้ว
ไม่ชินเลยอะ ปกตินวลเป็นคนที่หาสาระได้ยากมาก 55555
กลับมาสู่โหมดแรดๆกันต่อดีกว่า

อย่างที่เล่าไปตั้งแต่ตอนต้นแล้วนะครับว่าทริปนี้เกิดขึ้นเพราะรูปถ่ายใบเดียวจริงๆ
นั้นก็คือภาพจากมุมนึงบนภูทับเบิก ที่นวลไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ
นวลขออนุญาตเรียกจุดนี้ว่า “มุมลับๆที่ทับเบิกแล้วกันนะครับ”

เขาเล่าว่าจุดนี้จะเป็นจุดสูงสุดของภูทับเบิกฝั่งซ้าย เมื่อยืนบนยอดจะเห็นแนวเขาสีเขียวๆไกลสุดลูกหูตา
ที่สำคัญคือลมเย็นมาก และเสียวมากขาสั่นไปหมดเลย

เห็นครั้งแรกนวลนึกถึงจุดชมวิว เนินมรณะที่ภูสอยดาวเลยมันฟินมาก
บนเนินจะมีกอหญ้าสีเขียๆที่เพิ่งเริ่มแตกกอหลังจากได้รับฝนไปหลายยก
บอกเลยว่าสวยมาก และประทัปใจมากครับ

เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพสวยๆที่เมื่อมาทับเบิกแล้วต้องแวะมาให้ได้นะครับ
รับรองว่าฟินจนน้ำแตกกันไปเลยจ้า........

ขอไม่พูดมากนะจ๊ะ...นวลขอเอารูปมาอวดดีกว่า 55555555
(สะบัดปอยผมเบาๆ ยิ้มอ่อนๆแบบภูมิใจ พร้อมยักไหล่สองครั้ง)

 

ตอนที่ 9 ตะลุยเขาค้อ

มาถึงทับเบิกแล้วจะไม่พูดถึงเขาค้อก็กะไรอยู่นะครับ
ทริปนี้นวลเลยตั้งใจจะไปนอนเขาค้อดูบ้าง
เลยมีโอกาสได้แวะไปเที่ยวอีกสองที่สำคัญๆ นั้นก็คือวัดผาซ่อนแก้ว และ พระตำหนักเขาค้อ ครับ

"วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว"
ถูกสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ความโดดเด่นอลังการที่ไม่เหมือนใครนอกจากทิวทัศน์สวยๆ ของทะเลภูเขารายรอบและทะเลหมอกสีขาว ก็คือ สีสันสดใสอันเกิดจากการนำกระเบื้องสีถ้วยชามเบญจรงค์มุกลูกปัดแก้วแหวนเงินทอง สิ่งมีค่าต่างๆ ตลอดจนเซรามิคหลากสีสัน มาประดับประดาตกแต่งเป็นลวดลายที่สวยงามครับ

คำว่า “ผาซ่อนแก้ว” เป็นชื่อยอดเขาที่ได้มาจากคำบอกเล่าของชาวบ้านซึ่งมองเห็นลูกแก้วลอยลงมาจากฟ้าก่อนลับหายไปบริเวณถ้ำที่ยอดเขา กลายเป็นความเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จลงมาและต่อมาก็เป็นที่ตั้งของ “พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว” ก่อนจะเปลี่ยนเป็น “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว” ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของ “พระพุทธเจ้า 5 พระองค์” พระพุทธรูปสีขาวซ้อนกัน 5 องค์

วัดเปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.00น. – 17.00 น. นะครับ

“พระตำหนักเขาค้อ”

เป็นพระตำหนักที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่บนเขาย่า สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,100 เมตร จัดสร้างโดยบรรดาข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ภายหลังการต่อสู้ด้วยอาวุธกับ ผกค. สิ้นสุดลงแล้ว จึงได้รวบรวมทุนทรัพย์ ริเริ่มการก่อสร้าง พระตำหนักเขาค้อ ขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่ และเป็นที่ทรงงาน และแปรพระราชฐานมาประทับแรม ในวโรกาสที่พระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จมาตรวจเยี่ยมโครงการตามพระราชดำริ ในพื้นที่เขาค้อ

ภายในพระตำหนักประกอบด้วยอาคารเชื่อต่อกันลักษณะรูปวงแหวน มีเรือนข้าราชบริพารเป็นส่วนเชื่อมต่อกับพระตำหนัก อาคารมีลักษณะโค้ง 2 ชั้น ชั้นบนมี 2 ห้องใหญ่ ซึ่งเป็นห้องบรรทมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ชั้นล่างประกอบด้วย ห้องพระราชทานเลี้ยง ซึ่งมีห้องครัวอยู่ทางด้านหน้า , ห้องเสวย , ห้องเข้าเฝ้า และห้องโถงใหญ่

 

“ทุ่งกังหันลม”  

อีกหนึ่งแลนด์มาร์คใหม่ล่าสุดแห่งเขาค้อที่สวยงาม ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านเพชรดำ จังหวัดเพชรบูรณ์   เมื่อเข้ามาในบริเวณแคมป์สนเพื่อไปยังเส้นทางท่องเที่ยวหลักบนเขาค้อ จะสามารถมองเห็นกำหันลมโดดเด่นได้อย่างง่ายได้  เนื่องจากจุดที่ตั้งของโครงการทุ่งกังหันลม อยู่บนเนินเขาสูง บนระดับความสูงกว่าน้ำทะเลประมาณ 1,050 เมตร ตระหง่านบนแนวเขาเนื้อที่กว่า 350 ไร่  สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเขาค้อ และสามารถมองเห็นภูทับเบิกได้เลยนะครับ

ที่พักของนวล

ส่วนที่พักของนวลในครั้งนี้นวลแวะไปนอนที่ สีหมอกรีสอร์ทครับ เพราะได้ลายแทงจากเพื่อนมาว่าถ้ามาเขาค้อต้องมานอนที่นี้เลย บรรยากาศดีมาก และมีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง เพราะค่อนข่างห่างจากรีสอร์ทอื่นๆค่อนข้างไกล เขาเล่าว่าที่นี้เป็นอีกหนึ่งรีสอร์ทที่สามารถมองเห็นทะเลหมอกเขาค้อที่สวยมากๆอีกแห่งหนึ่งเลยละครับ

ถึงแม้วันที่นวลไปพักจะเห็นเป็นหมอกแบบฟุ้งๆ แต่ที่มันเด็ดโดนใจคือ พอเปิดหน้าต่างออกไปกลุ่มหมอกก็ไหลเข้ามาในห้อง โอ้ยฟินไปอีกแม่เอ้ยยยยยยยยยยยยยยยย

เจ้าของรีสอร์ทบอกว่า ถ้ามาช่วงตุลา ถึงมกราคม แทบจะเห็นทะเลหมอกทุกวันเลยนะแกร

ส่วนใครอยากไปพักที่เดียวกับนวลก็สามารถสอบถามได้ที่นี่เลยครับ

 

ตอนที่ 10 พระพุทธมหาธรรมราชา

ตอนขาขึ้นทับเบิกนวลขับรถผ่านตัวเพชรบุณร์ และมีโอกาสได้เห็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีลักษณะค่อนข้างแปลกตาไปจากพระพุทธรูปจากที่อื่นๆ พอขากลับนวลเลยถือโอกาสแวะสักการะสักหน่อย

พระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นพระพุทธรูปที่ประชาชนชาวเพชรบูรณ์ ที่ระดมทุนก่อสร้างองค์พระด้วยเงินบริจาคกว่า 30ล้านบาท ด้วยแรงศรัทธาของชาวเมืองเพชรฯทั้งสิ้น โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการเลย โดยใช้เวลาก่อสร้างเพียง 9 เดือน

พระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติฯ องค์พระหล่อด้วยโลหะทองเหลืองบริสุทธิ์ สูง 16.599 เมตร หน้าตัก 11.984 เมตร หนักกว่า 40 ตัน

เนื่องด้วยความอยากรู้ว่าการทำองค์พระขนาดใหญ่และรูปร่างแปลกตาได้ขนาดนี้ ต้องมีองค์พระจริงๆอยู่สิ
นวลเลยไปถามป้าที่ดูแลดอกไม้ไหว้พระก็ได้ความว่า องค์จริงที่เป็นต้นแบบนั้น ประดิษฐานอยู่ที่ วัดไตรภูมิ
จะรอช้าทำไมละครับ ตามไปกราบสักการะกับนวลกันเลย (เห็นหน้านวลโหดๆแบบนี้ นวลชอบเข้าวัดเข้าวานะครับ 5555)

พระพุทธมหาธรรมราชา พระพุทธรูปศักสิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิศิลปะลพบุรี หน้าตักกว้าง 13 นิ้ว สูง 18 นิ้ว ไม่มีฐาน พระพักตร์กว้าง พระโอษฐ์แบะ ทรงเครื่องกษัตริย์ เป็นพระพุทธรูปที่ชาวเพชรบูรณ์ อัญเชิญไปประกอบประเพณี “อุ้มพระดำน้ำ” ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เป็นประจำทุกปี

ตามตำนานเล่าว่า พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด ได้อัญเชิญมาจากนครธมพร้อมพระนางสิงขรมหาเทวี และเมื่อครั้งที่พ่อขุนผาเมืองร่วมกับพ่อขุนบางกลางหาวขับไล่ขอมออกจากกรุงสุโขทัย ทำให้พระนางสิงขรมหาเทวีโกรธแค้น จึงได้เผาเมืองราดจนย่อยยับ เสนาอำมาตย์จึงอัญเชิญองค์พระขึ้นแพล่องไป แต่แพเกิดล้มและทำให้องค์พระจมลงไปในแม่น้ำป่าสัก และต่อมาคนหาปาได้ออกไปหาปลาที่คุ้งน้ำมะขามแฟบ ก็เกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ ลมกรรโชกรุนแรงฟ้าร้องคำรามมืดครึ้ม ยังปรากฏพระพุทธรูปทองคำสีเหลืองอร่ามลอยอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำที่หมุนวน จึงได้อัญเชิญไปให้เจ้าเมืองประดิษฐานไว้ที่วัดไตรภูมิแห่งนี้ ในวันสารทไทย (15ค่ำ เดือน10) ปีต่อมาองค์พระกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ชาวเมืองต่างออกตามหา และไปพบองค์พระลอยอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำวนที่วังมะขามแฟบดังเดิม ชาวเมืองจึงพร้อมใจกันว่า ต่อนี้ไปจะให้เจ้าเมืองเพชรบูรณ์อัญเชิญองค์พระฯ กลับไปทำพิธีดำน้ำ ณ วังมะขามแฟบ ในวันสารทไทยของทุกๆปี จนเป็นประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประเพณีคู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์นับแต่นั้นมา.....

 

ตอนที่ 11 ร้านเด็ดประจำทริป

มาถึงร้านเด็ดประจำทริปของเราอีกแล้วนะครับ
สำหรับนวลแล้วเรื่องกินเรื่องใหญ่
เรียกได้ว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง
ท้องต้องอิ่มเพราะอาหารอร่อย 555555

ร้านแรกที่นวลจะพาไปชิม คือร้าน “มะพร้าวลอยฟ้า”
การันตีด้วย 25 ปีที่ขายมา ถ้าถามหาร้านนี้กับคุณเพชรบูรณ์รับรองว่าคนเมืองเพชรฯต้องรู้จักแน่ๆ
เมนูเด็ดคงหนีไม่พ้นวุ้นกะทิโบราณที่ใส่มาในลูกมะร้าวรสชาติหอมหวาน และน้ำมะพร้าวเกล็ดหิมะที่หอมหวานชื่นใจคลายร้อนได้ดีสุดๆเลยละครับ นวลไปช่วงเที่ยงๆพอดี ต้องต่อคิวกันเลยทีเดียวครับ

 

ร้านที่สองต้องร้านนี้ “เจ๊เบี้ยวหนองไผ่”
ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ ขนาดหนึ่งคูหา ข้างที่ว่าการอำเภอหนองไผ่ ที่บรรยากาศแบบชาวบ้านๆ แต่แม่เอ้ยตอนนวลไปถึงเต็มทุกโต๊ะนาจาว่าไม่ได้
นวลต้องไปยืนต่อคิวกว่า ครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้กิน
เมนูเด็ดที่ได้มาจากลายแทงคือ “บะหมี่เย็นตาโฟ”
ที่เด็ก็คือ เส้นบะหมี่เหลือง เจ๊เบี้ยวทำเองนะจ๊ะ ทำสดๆทุกวัน และวัตถุดิบทุกอย่างทำเองทั้งหมด น้ำเต้าฮู้ยี้ก็เคี่ยวเองเลย
บุญหัวอีนวลอีกแล้ว เพราะนวลได้บะหมี่ชามสุดท้ายพอดิบพอดี
บอกได้คำเดียวเลยนะครับว่าเป็นเย็นตาโฟชามที่อร่อยที่สุดตั้งแต่เกิดมา มันพอดีไปทุกๆอย่างทั้งเส้นบะหมี่ที่เหนียวนุ่ม น้ำซุปหวานละมุนลิ้น ซอสเต้าฮู้ยี้อมเปรี้ยว และเครื่องที่ให้มาแน่นๆแบบล้นชาม ทานคู่กับแคบหมู และเกี๊ยวกรอบ นะฟินมากบอกเลย สนนราคาที่ชามละ 30 บาท ตายไปเลยคร้า (ราคาแบบว่าอยากเอาไปให้ป้าร้านก๋วยเตี๋ยวปากซอยดูว่า นี่ป้าของป้า70บาทยังได้น้อยกว่านี้อีกเลย)

 

ตอนที่ 12 เขาพระยาเดินธง

โอ้ย.....จะจบทริปแล้วอะ
นวลยังไม่อยากจะกลับเลย....ยังไม่อยากกลับไปทำงานเล้ยยยยยย
แต่ก็ต้องสินะ เดี๋ยวไม่มีเงินไปใช้หนี้ กยศ.เอย ธกส.เอย บัตรเครดิตเอย....

ก่อนกลับเลยแวะอีกหนึ่งเขาที่ใกล้ๆกรุงเทพฯ และอยู่บนเส้นทางหลักสระบุรี-หล่มสักพอดีเลย นั้นก็คือเขาพระยาเดินธง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี

ทางค่อนยังเป็นลูกรัง และค่อนข้างลาดชันนะแกร ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษสักหน่อย

มองเห็นวิวเขื่อนป่าสักฯแบบเต็มๆ

บนเขาพระยาเดินธงเป็นที่ตั้งของที่พักสงฆ์ ของวัดหนองนา  นักท่องเที่ยวสามารถมาพักค้างแรมได้โดย เตรียมเต็นท์มากางนอนกันได้  มีห้องน้ำสำหรับอำนวยความสะดวก ที่นี่เหมาะแก่การมาทำบุญพักผ่อนสงบๆและชมวิวมุมสูงของเขื่อนป่าสักฯ และมองเห็นทางรถไฟกลางน้ำด้วยนะจ๊ะ

ที่สำคัญคือจอดรถแล้วเดินไมถึง200เมตรก็ถึงจุดชมวิวสวยๆแล้วจ้า.......

เหนื่อยแล้วอะ........
ไม่พูดมากดีกว่า....เอาบรรยากาศมาอวดดีกว่า
นวลเองก็มาอยู่แถวๆเขื่อนป่าสักฯตั้งนานแต่ไม่เคยเห็นวิวเขื่อนสวยๆแบบนี้มาก่อนเลย (ทำไมโง่จัง)

คุณยายบอกว่าต้องมาชมพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าจะฟินกว่านี้อีกนะแกรรรรรรรรรรรร

 

ตอนที่ 13  กลับบางกอกแล้วน่า

ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่มีวันเลิกลา ไม่มีการเดินทางใดไม่มีจุดสิ้นสุด
ตราบใดที่ไข่มดแดงยังอยู่บนต้นไม้ และหน่อไม้ยังผุดจากดินฉันน์ใด
นวลจะกลับมาให้ความบันเทิงอีกครั้งนะครับ
ขอบคุณสำหรับการติดตาม และทนอ่านมู้ไร้สาระนี้จนจบนะครับ

หากมีข้อผิดพลาดประการใด มีการใช้วาจาไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกหลักภาษาไทยอย่างไร นวลเอง ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

ขอบคุณจากใจอีกครั้งครับ แล้วพบกันใหม่เมื่อชาติต้องการนะครับ

การได้...เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตใครสักคน
การได้...รู้จักและเรียนรู้สิ่งต่างๆไปด้วยกัน,,,
การได้...เดินทางไปในกาลเวลาของกันและกัน
การได้...พบเจอคนที่เดินเคียงข้างไปกับเราในทุกๆความฝัน
อย่า...รีบร้อนเดินทางไปถึงฝั่งฝัน ใส่ใจข้างๆทางใส่ใจคนที่เดินข้างๆกัน
คำตอบ...ของการเดินทางคือ การพบเจอคำว่า"ความรัก"อย่างแท้จริง #การเดินทาง

เรื่องและภาพโดย :
ผู้ชายนวลๆ : https://www.facebook.com/nuannuanman/
Pantip : https://pantip.com/topic/36538832

แสดงความคิดเห็น