ลัดเลาะย่าน ‘ท่าเตียน’ มีอะไรน่าสนใจ มา.. จะพาไปดู!

03 กรกฎาคม 2560 | โดย สนานเป้า (9,826 เข้าชม)
แบ่งปัน:

Description: shutterstock_548426980.jpg

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเป็น อาการที่ว่าพอถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือหยุดยาวเทศกาลทั้งที อีกใจก็อยากไปเที่ยวพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ แต่อีกหนึ่งใจก็ไม่อยากไปไหนไกล ยิ่งให้ขับรถออกนอกกรุงเทพฯ ไปยิ่งไม่อยาก แนะนำให้ลองมาเดินเล่นดูที่ ‘ท่าเตียน’ ย่านชุมชนริมน้ำอันเก่าแก่ ที่ในตอนนี้ได้ถูกรีโนเวท มีการทาสีใหม่ แต่ตึกรามบ้านช่องก็ยังคงเค้าสถาปัตยกรรมแบบเก่าเอาไว้อย่างครบถ้วน ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากกว่าการรีโนเวทตึกเก่า นั่นก็คือบรรดาร้านอาหาร ที่พัก รวมถึงร้านกาแฟต่างๆ ที่แฝงตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยย่านท่าเตียน ที่รอคอยให้คุณไปค้นหา

 

ถ้าหากว่าวันหยุดนี้มีเวลาว่างแบบไม่ต้องมาก แค่หยุดเสาร์-อาทิตย์ก็พอสำหรับการมาลัดเลาะ หากิจกรรมทำแถวย่านท่าเตียนกันได้แล้ว ได้ยินอย่างนี้แล้วจะรออะไร เตรียมแพ็คสัมภาระ เตรียมกล้อง เตรียมตัวให้พร้อม แล้วตามมาดูกันได้เลย ว่าย่านชุมชนเก่าริมเจ้าพระยาแห่งนี้ นั้นจะมีกิจกรรมอะไรให้ทำ และมีสถานที่อะไรที่น่าสนใจบ้าง มา.. มา จะพาไปดูกัน

 

เปิดที่พักสักคืนนอนชมวิวเจ้าพระยา

ถ้าหากคุณไม่รีบร้อนอะไร วันรุ่งขึ้นก็ยังว่าง ไม่มีแพลนจะไปไหน ก็ลองจองที่พักในละแวกนั้นนอนดูสักคืน ซึ่งที่พักแถวนี้ก็จะมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ราคาไม่แพงมาก ไปจนถึงราคาหลายพัน ไฮไลท์ของที่พักแถวท่าเตียนนี้ จะอยู่ที่โรงแรมที่มีที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ เนื่องจากที่พักเหล่านี้จะมีห้องพัก ประเภทที่สามารถมองออกไปเห็นวิวแม่น้ำ และวิววัดอรุณได้แบบเต็มๆ ความพิเศษคือคุณจะได้มองเห็นวิวเจ้าพระยาทั้งในกลางวัน และกลางคืนเลยทีเดียว สำหรับการจองที่พัก แนะนำที่พักติดริมแม่น้ำเจ้าพระยากับ Traveloka ที่จะมีตัวเลือกให้คุณได้เลือกเยอะแยะมากมาย มีรูปแบบการจองที่ง่ายดาย อีกทั้งยังจ่ายเงินก็ได้ ไม่สะดวกจ่ายออนไลน์ ก็สามารถไปจ่ายที่ 7-11 ได้เลย ไปดูที่พักที่แนะนำได้แก่

 

Sala Rattanakosin

ศาลารัตนโกสิทร์’ นับว่าเป็น Boutique Hotel ติดริมน้ำที่ถึงแม้จะสร้างขึ้นมาไม่นาน แต่ทว่าก็ได้รับความนิยม และมียอดจองเต็มล่วงหน้าไปหลายเดือน เพราะมีห้องพักแค่ 17 ห้องเท่านั้น และมีไม่กี่ห้องที่จะได้เห็นวิวแม่น้ำ ทำให้ราคาค่อนข้างสูง แต่รับรองว่าวิวที่คุณจะได้รับ เมื่อจองห้อง River View จะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปอย่างแน่นอน เนื่องจากจุดเด่นของโรงแรมแห่งนี้ คือผนังด้านที่หันหน้าออกริมแม่น้ำ จะใช้เป็นกระจกเต็มบาน ทำให้คนที่มาพักจะสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างชัดเจน ภายในจะตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์น แบบร่วมสมัย ที่ยังคงรักษาโครงสร้างของอาคารเก่าเอาไว้ ทำให้เป็นการผสมผสานดีไซน์สองแบบเอาไว้ได้อย่างลงตัว

ที่ตั้ง: 39 ถนนมหาราช ท่าเตียน กรุงเทพมหานคร
ราคาเริ่มต้น: 4,xxx บาท ต่อคืน


จองที่พักศาลารัตนโกสิทร์กับ Traveloka คลิก

 

 

Arun Residence

ขอขอบคุณรูปภาพจาก: https://www.facebook.com/Arunresidencehotel/

ถ้าวันที่คุณไปเข้าพักแล้วที่พักแห่งแรกเต็ม อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะเราได้คัดเลือกที่พักที่จะสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยามาให้คุณแล้ว ซึ่งอยู่ไม่ไกลไม่ใกล้ ถัดไปแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น ซึ่งนั่นก็คือ ‘Arun Residence’ นั่นเอง โดยมั่นใจว่าหลายคนอาจจะรู้จักกันดี เพราะที่พักแห่งนี้ ก็มีให้บริการร้านอาหาร ‘The Deck’ ที่ค่อนข้างโด่งดัง และมีชื่อเสียง โดยที่พักแห่งนี้มีบรรยากาศของความเป็นกันเอง ถึงแม้การตกแต่งจะไม่ได้หรูหรา แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย เหมือนกับเป็นบ้านของตัวเอง ที่สำคัญคืออย่าลืมจองห้องที่เป็น River View ที่จะสามารถมองเห็นวิววัดอรุณสวยๆ พร้อมกับโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทอดยาว

ที่ตั้ง: 36-38 ซอยประตูนกยูง ถนนมหาราช ท่าเตียน กรุงเทพมหานคร 
ราคาเริ่มต้น: 3,xxx บาท ต่อคืน


จองที่พัก Arun Residence กับ Traveloka คลิก

 

 

ตระเวนชิมของอร่อย

หรือถ้าใครมีเวลาแค่แวะไปเดินเล่นแถวนั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง แนะนำให้รองท้องกันด้วยอาหารอร่อยๆ แถวนั้น ที่มีให้เลือก ถึงแม้จะไม่ได้มากมาย แต่ละร้านจะมีเอกลักษณ์ของตนที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างคร่าวๆ อย่างเช่นร้าน Foodroute โดยจะเน้นเป็นอาหารจานเดียวเป็นหลัก แต่โดดเด่นที่วัตถุดิบที่ใช้จะมีความสดใหม่ และเป็นวัตถุดิบที่มีความเป็นออกานิกส์ นึกถึงผู้บริโภคเป็นหลัก หรือถ้าหากใครอยากลองอาหารไทยที่พรีเซนส์ออกมาด้วยรูปแบบใหม่ๆ แนะนำให้มาที่ร้าน ‘Err (เออ)’ เป็นร้านใหม่ที่เปิดขึ้นไม่นาน ด้วยฝีมือของเชฟโบ จากร้าน Bo.lan ที่ทุกคนรู้จักกันดี

ซึ่งร้านนี้จะเป็นร้านอาหารไทย ที่เน้นการใช้วัตถุดิบจากในประเทศไทย โดยยังคงเมนูอาหารไทยแบบดั้งเดิม ไม่ได้ฟิวชั่นอะไรมากนัก แต่แค่เปลี่ยนการนำเสนอ ให้ตื่นตาตื่นใจมากขึ้น ตบท้ายด้วยเมนูขนมหวานจาก ‘Make me mango’ คาเฟ่สำหรับคนรักมะม่วง เพราะมีเมนูของหวานที่ทำจากมะม่วงมาให้เลือกอร่อยกันหลายรายการ นอกจากนั้นยังมีเมนูอาหารของคาว ให้เลือกสั่งสำหรับคนที่ยังไม่อิ่ม

 

นั่งชิลล์จิบกาแฟตามคาเฟ่



ขอขอบคุณรูปภาพจาก: https://www.facebook.com/vivithecoffeeplace/

สำหรับคอกาแฟ หรือคนที่ชอบไปนั่งทำงาน อ่านหนังสือ รวมถึงนั่งชิลล์แบบสโลว์ไลฟ์ตามคาเฟ่ต่างๆ ลองมาเยือนคาเฟ่แถวท่าเตียนดูสักครั้งแล้วคุณจะติดใจ เพราะคาเฟ่ในย่านท่าเตียนจะมีความเงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน และมีให้เลือกหลาหลายสไตล์ แถมยังมีร้านกาแฟติดริมน้ำอย่าง ‘ViVi the coffee place’ ที่คุณสามารถไปนั่งจิบกาแฟพร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกแบบเพลินๆ หรือถ้าหากใครอยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในการกินกาแฟ ลองมาที่ ‘Blue Whale’ ที่จะมีเมนูลาเต้ใส่นมอัญชัญสีฟ้าน่ารักๆ รอให้คุณมาลองเทส หรือจะมาช้อปเครื่องเขียนเก๋ๆ ในร้านคาเฟ่ ‘Goodjob Cafe’ ก็น่าสนุกไปอีกแบบ

 

นวดแผนไทยคลายเมื่อย

ถ้าหากว่าเดินจนเหนื่อย หรือเมื่อยล้าแล้ว ลองข้ามมานวดแผนโบราณที่วัดโพธิ์ดูสักครั้ง ซึ่งการนวดแผนโบราณของที่นี่ นั้นถูกก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2505 และก็ยังได้รับความนิยมมาจวบจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งการนวดนี้จะมีให้เลือกสองแบบ ก็คือนวดแบบท่าฤาษีดัดตน กับการนวดแบบประคบสมุนไพร ถ้าหากว่าใครที่กำลังปวดเมื่อย แนะนำให้ลองหาเวลามานวดกันดูสักครั้งสองครั้ง

 

ไหว้พระวัดโพธิ์

อย่าแปลกใจถ้าหากคุณไปแถวท่าเตียน แล้วเจอแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเต็มไปหมด เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เมื่อเดินชมวัดพระแก้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะเดินมาไหว้พระที่วัดโพธิ์ต่อ ทำให้วัดโพธิ์นี้ก็ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับแนะนำไปซะแล้ว โดยความน่าสนใจของวัดโพธิ์ หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ก็คือเป็นพระอารามหลวง รวมถึงเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 ด้วยเช่นกัน ซึ่งภายในวัดโพธิ์นี้ ก็จะมีพระมหาเจดีย์ของทั้ง 4 รัชกาลประดิษฐานอยู่ถัดไปจากพระอุโบสถ ส่วนจุดเด่นของวัดโพธิ์ก็คือจะมียักษ์ทั้งหมด 2 ตน เฝ้าอยู่ทางซุ้มประตูพระมณฑป ที่กลายมาเป็นตำนานของยักษ์วัดโพธิ์ และยักษ์วัดแจ้ง

และทั้งหมดนี้ก็คือแพลนการเที่ยวในย่านท่าเตียนแบบคร่าวๆ ซึ่งเอาจริงๆ แล้วแม้จะใช้เวลาไม่นาน แต่คุณก็สามารถดื่มด่ำความสโลว์ไลฟ์ไปกับย่านเมืองเก่าแห่งนี้ได้ไม่ยาก ถ้าหากวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ไม่ได้ไปไหนแล้วละก็ แนะนำให้ลองมาเที่ยวย่านนี้กันดูสักครั้ง แล้วคุณจะพบว่าชุมชนขนาดเล็กๆ แห่งนี้ก็มีอะไรที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

แสดงความคิดเห็น