ณ บางคณฑี พื้นที่ถูกลืม ทริป 2 วัน 1 คืน กิน นอน เที่ยว ชิม ชมหิ่งห้อย By แก๊ซซ่า

20 มิถุนายน 2565 | โดย GazzaTaste (30,737 เข้าชม)
แบ่งปัน:

บางคณฑี หรือ บางคนที เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสมุทรสงคราม เดิมชื่อ อำเภอสี่หมื่น
ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อในปี พ.ศ. 2457 มาเป็นชื่อ บางคณฑี แต่ปัจจุบันเหมือนเปลี่ยนตัวสะกดเป็น บางคนที อันนี้ไม่ทราบที่มา
วันหยุดที่ผ่านมา เพื่อนผมชวนไปนอนดูหิ่งห้อยกัน ผมก็ เอ่อ...อัมพวามันยังเหลือเหรอว่ะเพื่อน
เพื่อนผมตอบ ป่าว บางคณฑี..เว้ย เคยไปรึปล่าว? ผมนี่เอ๋อไปพักนึง เคยได้ยินนะ แต่ไม่เคยไปพักหรือไปเที่ยว
ผมนี่ตกลงตอบรับไปนะ แต่คำถามมากมายพอสมควร มันมีที่พักด้วยเหรอ ที่เที่ยวละ ที่กินล่ะ
แม่กลอง อัมพวา ดำเนินสะดวกนี่ ผมนึกออกเพราะไปบ้าง แต่บางคณฑีนี่ว่างเปล่าเลยครับ
และแล้ววันเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น จิบกาแฟรอกัน ก่อนมุ่งหน้าสู่บางคณฑี

ผมขอเอาแผนที่จากเว็ปไซต์ของที่พักมานะครับ ผมอธิบายไม่ถูกจริงๆ

แล้วก็มาถึง คือ มันอยู่ในสวนจริงๆ ไม่ได้อยู่ริมถนนใหญ่ที่จะหาง่ายๆแบบที่ผมคิดไว้

เป็นรีสอร์ทเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมคลองอันเงียบสงบ ท่ามกลางสวนผลไม้ของ อ.บางคณฑี จ.สมุทรสงคราม
เน้นแนวคิดเชิงอนุรักษ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รีสอร์ทถูกออกแบบใน สไตล์ โมเดิร์น-โฟล์ก
ทำให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมอันร่มรื่นเขียวชะอุ่ม รายล้อมด้วยธรรมชาติจากต้นไม้และผลไม้นานาชนิด
พร้อมสัมผัสวิถิชีวิตเรียบง่ายจากชาวบ้านสองฝั่งคลอง และบริการอันแสนอบอุ่นเป็นกันเองแบบครอบครัว
ซึ่งบรรยากาศเรียบง่ายที่เป็นแนวคิดหลักในการวางธีมของรีสอร์ตแห่งนี้ ทำให้แขกที่มาเข้าพักรู้สึกผ่อนคลาย
สบายๆกับวันพักผ่อนได้เต็มที่ ไม่วุ่นวาย ตัดขาดจากโลกอันวุ่นวายภายนอก
ถ้าอยากออกไปข้างนอกบ้างก็เพียงหยิบจักรยานที่มีเตรียมให้ไว้ขี่ไปซื้อของ ทานข้าว ชมเมือง ไหว้พระ ได้หมดเลย ซึ่งยอดเยี่ยมมากๆ
ราคาก็สบายๆเช่นกัน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในที่พักครบครัน พร้อมห้องอาบน้ำแบบเปิดโล่งด้านบน
พอตกกลางคืนสักสองทุ่มก็รอชมหิ่งห้อยได้เลย ระยิบระยับ เพลินตาดีต่อใจมากมายครับ ไม่ต้องลำบากนั่งเรือ
นี่แค่ยืนบนระเบียงชั้นสองก็อยู่ห่างจากหิ่งห้อยไม่ถึงฟุต

ทางเข้าก็ลึกนิดนึง เป็นร่องสวน ตลอดทาง สวยดีครับ ดูร่มรื่นมากๆ

มาถึงก็สำรวจเล็กน้อย บรรยากาศมันเงียบสงบตัดขาดจากโลกภายนอกสุดๆครับ ไม่ผิดหวังจริงๆ

แล้วก็มาสะดุดตากับต้นนี้ครับ ออกผลสวยใหญ่เต็มเลย

พี่โอ๊ตเจ้าของรีสอร์ตก็ถามพวกผมว่าอยากทานมั้ย เพิ่งเก็บมาสดๆเลย ที่นี่ปลูกแบบไม่ใส่ปุ๋ยหรือยาฆ่าแมลงนะ
แหม่...ของแบบนี้ตักบาตรอย่าถามพระ พี่โอ๊ตก็จัดการเอาถ้วยดอกเกลือมาวางแล้วก็หั่นกันสดๆเลย ฉ่ำมากๆครับ

ระหว่างรอก็คุยกันไปเรื่อย พื้นที่นี้มันแปลกใหม่สำหรับผมนะ คุยไปคอแห้งมีน้ำไว้ให้แขกมาพัก น้ำดอกดาหลา กับ น้ำตะไคร้
น้ำตระไคร้ข้ามเลยไม่ต้องพูดถึง น้ำดอกดาหลาคือ เอาดอกดาหลาลงต้ม กรองใบ ใส่น้ำตาลกรวดเล็กน้อย ชมพูหวานใสเลย

และแล้วก็ขึ้นไปสำรวจห้องนอนกันครับ
ผมเลือกแบบดีลักซ์ 2 ห้อง ถือว่าออกแบบได้ดี ใช้งานง่าย ถูกอย่างดูเรียบง่าย

ในส่วนห้องน้ำก็ แยกส่วนอาบกับส่วนธุรอื่นนะครับ ส่วนอาบหลังคาสูงและเปิดโล่ง อโลฮ่ามาก

สำรวจกันพอท้วมๆ แล้วก็เก็บของลงมาข้างล่าง ไปหาของกินกันดีกว่า
พี่เจ้าของรีสอร์ตแนะนำว่าไม่ต้องเอารถยนต์ไป แกมีจักรยานให้ยืม อธิบายทางไปชิลยามบ่ายๆ
อาสนวิหารแม่พระบังเกิด ต่อด้วย ตลาดนัดด้านหน้าให้ซื้อกับข้าว กับแกล้ม เอาให้เต็มปริบไปเลย
เพราะผมพกเบียร์มาเกือบลังกับไวน์อีก 2 ขวด จัดไปซิครับ

กริ๊ง ..กริ๊ง...อ้ายคนจนจำต้องทนปั่นรถถีบ จะไปถีบอีน้องคนงาม

แล้วก็ไม่ไกลครับถึง อาสนวิหารแม่พระบังเกิด
อาสนวิหารแม่พระบังเกิด (Nativity of Our Lady Cathedral) ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลบางนกแขวก จังหวัดสมุทรสงคราม
เป็นอาสนวิหารประจำเขตมิสซังราชบุรี ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่การบังเกิดของพระแม่มารีย์
ถือเป็นสถานที่สักการะอันศักดิ์สิทธิ์ของคริสต์ชนนิกายโรมันคาธอลิกที่อาศัยอยู่โดยรอบ
สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1890 (พ.ศ. 2433) เก่าแก่ที่สุดของชาวคาธอลิกในประเทศไทย
โดยบาทหลวงเปาโล ซัลมอน มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส ใช้เวลาก่อสร้างถึง 6 ปี
เป็นสถาปัตยกรรมกอทิกที่สร้างด้วยอิฐเผา ผนังฉาบด้วยปูนตำกับน้ำเชื่อมจากอ้อยใสสีดำ
ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีชนิด Stain Glass จากฝรั่งเศส

อย่ารอช้าอยู่ในเขตศักดิ์สิทธิ์นานมันร้อน วูบวาบ.... มาตลาดนัดดีกว่า อันนี้ร้อนแดด ร้อนจริง ร้อนจัง เต่าเปียกกันเลยทีเดียว
แต่ของอร่อยรออยู่ข้างหน้า ลุยครับ อย่ารอช้า

ไก่ดูแน่นมากกก แน่นจริงมั้ยเดี๋ยวรู้กัน

ร้านนี้ก็ดี มีกุ้งฝอยทอด ปลาไส้ตัน ปลาอินทรีย์มีแบบเน่ากับไม่เน่าให้เลือกด้วย

จ่ายตลาดด้วยความรวดเร็ว กลับมาเตรียมตั้งวงกันดีกว่า เปิดกันเบาๆแต่พรีเมี่ยมไปก่อนเลย

แล้วพี่เจ้าของรีสอร์ตก็พาไปชมจุดที่คืนนี้จะยืนดูหิ่งห้อยกัน ในเวลาสองทุ่ม ดูแบบ 4 D ระยะฟุตเดียวบินเฉี่ยวหน้ากันเลย
คือผมเคยดูหิ่งห้อยนะ แต่ใกล้ขนาดระยะฟุตเดียวเนี่ย ไม่เคยครับ
เป็นพื้นที่ชั้นลอยกลางรีสอร์ตเลย แกบอกเอาไวน์มานั่งจิบบนนี้ดูหิ่งห้อยชมดาว รับประกันโคตรสุข

ของพร้อม เพลงพร้อม เตรียม...ลุย คือวันที่ผมไปนี่ ทั้งรีสอร์ตมีแต่พวกผมนี่ละครับ โชคดีมากๆ
พี่เค้าบอกว่าอาทิตย์ก่อนเต็ม อาทิตย์หน้านี้ก็เต็ม มีแต่อาทิตย์ที่ผมไปนี่ละ ว่าง

แกะกับแกล้มทานกันรอเวลาหิ่งห้อยมา พี่เค้าบอก 2 ทุ่มนี่พรึ่บละ

ค่อยๆละเมียดกันไป ถึงเวลาไฮไลท์ละ หิ่งห้อยมา พรึ่บจริงๆครับ แต่...แต่...ผมมีความสามารถถ่ายได้แค่นี้
คือ ผมไม่รู้วิธีถ่ายครับ จริงๆมันมืดสนิทครับ ผมพยายามแล้ว ขาตั้งกล้องก็ไม่มี

และแล้วก็ลงมาจิบไวน์ต่อ พี่เค้าบอกมีแก้วอยู่ 4 ใบ ให้รสกลิ่นแตกต่างกัน 4 คาแรคเตอร์ มาลองชิมกัน

แล้วก็หมดคืนแรกไปแบบมีความสุขสุดๆครับ อิ่มเอมมาก

มาต่อกันวันที่สอง ทางรีสอร์ตจัดเตรียมข้าวต้มหมู กับ ข้าวต้มปลาไว้ให้

ข้าวต้มหมูต้มได้หมูเปื่อยนุ่มมาก อร่อยครับ

ข้าวต้มปลา ปลาสดใหม่เด้งมากครับ มีกระเทียมเจียว และก็ข่าเจียวไว้ให้ด้วย เลิศมากพูดเลย

แล้วก็ขึ้นไปนอนต่อครับ พักผ่อนกันให้เต็มที่ เที่ยงครึ่งมีแพลนต่ออีกพอสมควร
ลุยตลาดน้ำบางนกแขวก วัดบางกุ้ง กาแฟในหลืบ กลับ กทม.

เริ่มกันที่
โบสถ์ปรกโพธิ์วัดบางกุ้ง เป็นอุโบสถหลังเดิมที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี จะถูกปกคลุมด้วยรากไม้ใหญ่
มองจากภายนอกคิดว่าเป็นกลุ่มต้นไม้ใหญ่มากกว่ามีโบสถ์อยู่ข้างใน เพิ่มความเข้มขลัง ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐาน
ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อโบสถ์น้อย (หลวงพ่อนิลมณี) และเรียกโบสถ์ว่า โบสถ์ปรกโพธิ์
และมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยปลายกรุศรีอยุธยาเป็นเรื่องราว เกี่ยวกับพุทธประวัติ
วัดบางกุ้ง เป็นค่ายทหารเรือไทยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ ทรงโปรดเกล้าฯ
ให้ยกกองทัพเรือมาตั้งค่าย ที่ค่ายบางกุ้ง เรียกว่า "ค่ายบางกุง้" โดยสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้งให้อยู่กลางค่าย
เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นที่เคารพบูชา ของทหาร ภายหลังเสียกรุงครั้งที่ 2 ค่ายบางกุ้งก็ร้างไปจนกระทั่ง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราชทรงสถาปนากรุงธนบุรี เป็นราชธานีจึงทรงโปรดเกล้าฯ
ให้ชาวจีนจาก ระยอง ชลบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรีรวบ รวมผู้คนมาตั้งกองทหารรักษาค่ายจึงมีชื่อเรียก อีกหนึ่งว่า "ค่ายจีนบางกุ้ง"
ในปี พ.ศ. 2311 พระเจ้ากรุงอังวะทรงยกทัพผ่านกาญจนบุรีมาล้อมค่ายจีนบางกุ้ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ
ให้พระมหามนตรี (บุญมา) เป็นแม่ทัพยกไปช่วยเหลือทหารจีนขับไล่กองทัพพม่าทำให้ข้าศึกแตกพ่าย
หลังจากนั้นค่ายบางกุ้งแห่งนี้ก็ถูกปล่อยให้รกร้างเกือบ 200 ปี
จนมาถึง พ.ศ.2510 กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ตั้งเป็นค่ายลูกเสือขึ้น (ปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว)
และได้สร้างศาลพระเจ้าตากสินไว้เป็นอนุสรณ์

แต่ที่มันเป็นเรื่องตลกร้ายคือ แรงงานที่สร้างศาลแห่งนี้ล้วนเป็นชาวพม่าโดยทั้งสิ้น 555
ในภาพถ่ายชุดนี้ผมใช้เอฟเฟคปรับภาพให้เป็นแบบฟิลม์สีของอักฟ่า ให้อารมณ์ไปอีกแบบนวลสบายตาวินเทจหน่อยๆดีครับ

ไหว้พระพอเป็นสิริมงคลละก็ออกลุยต่อครับ เป้าหมายต่อไป ตลาดน้ำบางนกแขวก ผัดไทกุ้งแม่น้ำเจ๊แตน
ตลาดน้ำบางนกแขวก เป็นตลาดริมน้ำแม่กลองอายุกว่า 100 ปีเคยเป็นแหล่งการค้าในท้องถิ่นที่สำคัญในอดีต
ริมฝั่งตลอดสองข้างทางมีเรือนแถวไม้เก่าแก่กว่า 100 ปีปลูกติดต่อกัน
นับเป็นตลาดริมน้ำที่ยาวที่สุดของจังหวัดสมุทรสงคราม แต่ถ้าเทียบกับที่อื่นซึ่งได้มีการพัฒนาก่อนหน้านั้นแล้ว เช่น ดำเนินฯ อัมพวา
ที่นี่ยังถือว่าจิ๋วกว่ามาก แต่ก็ได้บรรยากาศที่ไม่ใช่แหล่งรวมร้านค้าตัวปลอมมาแย่งที่ตัวจริง
ทางเข้าตลาดจะเป็นตรอกเล็กๆ ความกว้างไม่เกิน 2-3 ฟุต ผมเดินนี่ ต้องตะแคงเดินครับ ฟิตมาก แต่เดิมเคยเป็นทางเดินไปโรงยาฝิ่น
ซึ่งต่อมาตรอกแคบๆนี้ก็กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของตลาดน้ำบางนกแขวกไปเลย ที่ต้องห้ามพลาดในการเดินผ่าน

วันนี้ตั้งใจทาน 2 อย่างคือ ข้าวต้มแห้ง กับ ผัดไท สุดท้ายจอดแค่ผัดไทครับ เพราะผัดได้อร่อยมาก ส่วนตัวผมไม่ปรุงเพิ่มเลย
กุ้งก็สดๆจับกันจากกระชังข้างๆ ไซส์กลางๆ จำนวน 10 ตัว ล้างน้ำให้สะอาดใส่ลงกระทะเลย
แล้วตามด้วยไข่ เส้น และเครื่องปรุง ตักใส่จานเสริฟกันเลยครับ
สำหรับพวกผม 5 คน เสริฟมาจานใหญ่อลังการ ราคาแค่ 350 โดยที่ 5 คนอื่มนะครับ ผมทานตอนบ่ายๆนิด อิ่มถึงเย็นเลยครับ

มาละคร้าบบบบ ใหญ่สะใจบิ๊กเบิ้มมาก รสชาติก็จัดว่าดีงาม ผมทานไม่ต้องปรุงเลย

วัดไซส์กันจะๆ

ทานอิ่มละไปต่อกันที่สวนมะม่วงหาวมะนาวโห่ลุงศิริ พอดีแฟนเพื่อนอยากซื้อกลับบ้าน
ส่วนผมไม่ซื้อก็ไปเดินถ่ายรูปเล่น ให้อาหารปลา เพลินดีครับ ลมโชยเอื่อย
บรรยากาศไม่อยากกลับไปนั่งหน้าคอมฯ ทำงานเป็นกรรมกรเสื้อเชิ้ตขาวเลย

แล้วก็มาทริปปิดท้ายกับร้านกาแฟในสวนแสนลึกลับครับ
ร้านกาแฟเล็กๆที่แสนจะลึกลับ อยู่กลางสวนบางคณฑี ถ้าถามใจเราเองมันไม่ควรจะมีร้านอะไรแบบนี้อยู่เลย
ด้วยบรรยากาศในสวน ดูสบายๆผ่อนคลายเป็นกันเอง ส่วนกาแฟที่นี่เป็นสไตล์ Australian คั่วกันเองในร้านเลย

ลึกแต้ลึกว่า เวิ้งว้างขนาด คืออธิบายไม่ถูก จะเปิดแผนที่พล็อตจุดก็ไม่มีอะไรเลย ว่างเปล่าแท้เหลา

บรรยากาศหน้าร้านและในร้านนิดหน่อย คนเยอะนะครับ ผมไม่กล้าถ่ายมาก เกรงใจลูกค้าท่านอื่น

เรามาดูราคากันครับ

ตัวกาแฟก็จัดว่าทำได้ดี หอมชัด กลิ่นลึก แรงใช้ได้กำลังสวย แก้วที่แนะนำก็เมนูซิคเนเจอร์เลยครับ
แบมบูคอฟฟี่ ประกอบด้วย เอสเพรสโซ่+นม+ไอศครีมฮาเซิ่ลนัทราดคาราเมลไซรัป
ซึ่งมันก็คืออะโฟกาโต้ในแบบหนึ่งนี่ละครับ นวลเนียนหอมอร่อยสุดๆครับ แถมราคาเบาๆด้วยหลักสิบ
เมนูแบบนี้ถ้าเป็นแถวอารีย์ที่ผมทำงานมีแตะสองร้อยแน่นอนครับ

อันนี้ลองแบล็ก เจ้มจ้นทีเดียวเชียว กลิ่นชัดมาก

คาราเมลมัคคีอาโต้

คาปูกับโรตีนม

โรตีแฮมชีส ก็ดีนะครับ

ราคาก็เบาๆ สบายๆ กาแฟดีมากครับ บรรยากาศก็เริ่ด แต่ลึกเกิ๊น

ปิดทริปกลับ กทม นอนสบายใจครับ ทริปนี้ถือว่ายอดเยี่ยมราคาไม่แรง มีความสุขสุดๆครับ

สามารถติดตามมินิรีวิว และรูปอาหารอื่นๆที่ไม่ได้ลงในพันทิป เพราะขี้เกียจหรืออะไรก็ตามแต่ได้ทาง
https://www.facebook.com/gazzareview/
https://instagram.com/gazzataste/

แสดงความคิดเห็น