รีวิวป่าบงเปียง นาขั้นบันได จังหวัดเชียงใหม่

19 ตุลาคม 2560 | โดย Rabbitteller (3,911 เข้าชม)
แบ่งปัน:

ไม่ต้องบินไปถึง Sapa ที่เวียดนามหรือ Ubud ที่บาหลี แต่นี่คือเชียงใหม่บ้านเราไง!!
สวยอลังขนาดนี้ อย่ารอช้าเพราะวิวแบบนี้มันไม่ได้มีทุกฤดูนะ!
พวกเรา Rabbitteller อยากให้ทุกคนรีบเก็บกระเป๋าแล้วตามมาสโลวไลฟ์แอ่วเหนือกันเต๊อะ!

:: Review ป่าบงเปียง ::
#RabbittellerXChiangmai
#LumixGM1

ทริปนี้พวกเราไปมาเมื่อปลายเดือนตุลาคม จะตรงกับช่วงวันหยุดปิยะพอดีค่ะ
อยู่ๆเพื่อนส่งรูปมาให้ดูว่ามีธรรมชาติแบบนี้ที่เชียงใหม่ด้วยนะ
เห็นปุปไม่คิดอะไรทั้งนั้น เขียนใบลาทันที!

เป็นทริปกระทันหันแบบสั้นๆใช้เวลาแค่ 4 วัน 3 คืน
แพลนของเราก็คือ

วันที่ 1 เดินทางกรุงเทพฯ - เชียงใหม่
วันที่ 2 เดินทาง เชียงใหม่ - แม่แจ่ม - เที่ยวบ้านกองกาน
วันที่ 3 เที่ยวบ้านบนนา - ป่าบงเปียง - สวนพฤกศาสตร์ Botanic Garden
วันที่ 4 เก๊าไม้ หรือ บ้านข้างวัด (เลือกได้ตามอัธยาศัย)

คืนศุกร์- ขึ้นรถ vip ของสมบัติทัวร์ กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ อย่างที่บอกแพลนกระทันหันและตั๋วเครื่องบินแพงมากเพราะเป็นหยุดยาว!
นอนยาวไปบนรถตื่นเช้ามาก็เชียงใหม่ละ จากจุดลงรถที่อาเขตเชียงใหม่ เราต้องหารถแดงต่อไปที่ประตูเชียงใหม่ เพื่อที่จะไปต่อรถออกไป “แม่แจ่ม” จากประตูเชียงใหม่นั่งรถสายเชียงใหม่ - จอมทอง (รถเหลือง) รถจากจุดนี้จะออกเป็นรอบๆนะ คือบอกเลยว่ารอนานมาก เพราะคนเยอะและเต็มตลอดจ๊ะ! ตอนที่รอเช็คดีๆนะว่าคันไหนออกคันไหนจอด ไม่งั้นเก้อนั่งผิดคันเสียเวลารออีก นั่งรถออกไปประมาณชม.ครึ่ง ก็ถึงแม่แจ่ม รถส่งตรงหน้ารีสอร์ตเลย

พอถึงที่พักประมาณบ่ายๆเก็บของละก็พร้อมออกลุยกันเลย!
พวกเราเหมาแท๊กซี่ไว้ให้มารับทันทีเพราะตั้งใจจะไปนั่งชิลดูนาข้าวที่บ้านกองกานให้ทันแสงเย็นแสงแบบนี้ไง

ช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวนาข้าวจะเริ่มตั้งแต่ เดือนก.ค.จนถึง ต.ค. ส่วนตัวเราว่าช่วงที่พวกเราไปปลายตุลากำลังสวยนะ นาเขียวขจีเลย


แต่มาลุยนาแบบนี้ขอแนะนำให้ใส่ขายาวเพราะจะต้องเดินเลอะตามคันนา แถมมีบางจุดต้องโดด..
บอกเลยว่าโนวรองเท้าแตะนะจ๊ะทั้งลื่นทั้งไถลแน่ๆ ทางที่ดีเอารองเท้าแบบพร้อมลุยเลอะได้ไม่เสียดายดีที่สุด!
แต่นั่นแหละ.. พวกเราทำผิดหมดทุกข้อที่บอกไป



มาเป็นเด็กบ้านนา
อากาศดีมาก นั่งชิลกันจนแสงหมดละก็กลับที่พัก เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปดูทะเลหมอกที่ไม่รู้จะโชคดีได้เจอหรือเปล่า..

เริ่มต้นวันที่ 2 ด้วยการตื่นเช้าหน่อย เพราะเป้าหมายเราคือการจะได้ไปดูแสงเช้าที่บ้านบนนาพร้อมทะเลหมอก!

ระหว่างทางเจอเขาสีน้ำตาลแบบนี้เลยแอบถามคุณลุงคนขับว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ละ ไม่เป็นาข้าวหรอ??
ลุงบอกเพราะเค้าหันมาปลูกข้าวโพดกันเยอะ มันขายได้เงินดีกว่าไง… เสียดาย


มาถึงจุดชมวิวลุงบอกให้พวกเราเดินเล่นเข้าไปข้างในซิ
ฟิลเหมือนมาทัศนศึกษาเลย แหะๆ


ถึงจะดูแห้งไปหน่อย.. แต่ก็สวยไปอีกแบบนะ
อ่ะซูม ซูม ซูม ฟลุ๊กมากได้เจอหมอกด้วย! ไม่ถึงขั้นเป็นทะเล แต่แค่นี้สำหรับเราคนเมืองก็ฟินแล้ว :  )

หลังจากเสพแสงเช้าเสร็จแล้ว เราก็ขึ้นรถยิงยาวไปบ้านป่าบงเปียงกัน!
ลุยค่ะ! เราว่าที่นี่เดินง่ายกว่าบ้านกองกานนะ คงเพราะเป็นค้นนาที่เป็นเนินเขาจริงๆ ดินแน่น เดินแบบไม่มียวบเลย


รวงข้าวยังเขียวอยู่เลย ตอนเดินลุยนาระวังรวงข้าวกันด้วยนะคะ :  )
ที่นี่มี Home Stay นอนได้ด้วย ตอนแรกเราก็ตั้งใจจะมานอนนะ แต่อดเพราะเต็มค่ะ! แหะๆ.. เงี้ยแหละทริปปุบปัป


เนี่ยแหละเป้าหมายของพวกเราคือการมานั่งพักที่บ้านกระต๊อบน้อยๆ
สูดอากาศ พักสายตามองสีเขียว เติมพลังกันให้เต็ม :  )


กว่าจะมาเห็นวิวแบบนี้ได้นี่คือนั่งรถกันก้นระบมเลยแหละ เพราะทางวิบากมาก! ทั้งโคลน ทั้งหลุม
แถมพวกเรานั่งข้างหลังรถเหลือง.. อารมณ์แบบหมือนเล่นเครื่องเล่น x-tream เลยยย

และแล้วช่วงบ่ายก็ถึงเวลาออกจากเขากลับเข้าเมืองกัน พวกเรานัดรถให้มารับหน้าที่พัก
นั่งไปลงที่จอมทองและต่อรถเข้าตัวเมือง แวะเอากระเป๋าวางบ้านเพื่อนและขับรถมุ่งหน้าไปที่สวนพฤกศาสตร์กัน!
ถึงแล้วยืนตะลึงกับวิวที่สวยเหมือนอยู่ยุโรปแบบนี้!


ที่นี่เป็นสวนที่รวบรวมพรรณไม้ไว้เยอะมาก แบ่งออกเป็นส่วนๆ เราเห็นมีเรือนกล้วยไม้ ป่าดิบชื้น ดอกไม้สวยๆเต็มไปหมด


แต่จุดไฮไลท์ของพวกเราก็คือมาเดินดูสวน botanic ที่เป็นเรือนกระจก!
เอาจริงๆนะ เราว่าสนุกกว่าเดินที่สิงคโปร์อีก
มันคือความดีใจและภูมิใจแหละที่ประเทศไทยก็มีสวน botanic สวยไม่แพ้ต่างประเทศเลย :  )


แหะๆ แอบแต่งตัวให้เข้ากับธรรมชาติ.. บอกแล้วว่าตั้งใจมาจริงๆ


และนี่แหละแสงที่เรารอคอย พวกเราตั้งใจจะมาถ่ายแสงเย็นที่สาดเข้ามาในเรือนกระจกแบบนี้ สวยสมใจเลย :  )
คือใช้เวลาเดินวนถ่ายรูปอยู่ในนี้นานนนนนมาก  


บอกตรงๆว่าไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่าเรือนกระจกจะใหญ่ขนาดนี้ อยากให้ทุกคนมาเห็นด้วยตาตัวเองจริงๆ


อีกจุดที่ชอบมากคือใกล้ๆทางออกตรงน้ำพุ จะมีทุ่งหญ้ามาเลเซียเป็นดงให้ถ่ายรูปแบบนี้!

วันก่อนกลับเราขอแวะไปที่ๆนึง เป็นที่ๆเห็นรูปมานานมากแต่ไม่เคยได้ไปสักที
จนรอบนี้โชคดีมีเพื่อนร่วมแก๊งค์อยากไปเหมือนกัน :  )


สายเขียวแบบเราจะพลาดที่นี่ได้ไง “เก๊าไม้ล้านนา” เป็นรีสอร์ทที่ต้องขับออกมาจากตัวเมืองประมาณ 30 นาที
ได้ยินมาว่าก่อนที่จะมาเป็นที่พักที่นี่เคยเป็นโรงบ่มยาสูบมาก่อนแหละ
ใครไม่นอนที่นี่ก็แวะมาถ่ายรูปได้นะ ตอนมาถึงเค้าจะให้เราสั่งเครื่องดื่ม สั่งขนมคนละอย่าง ก็คิดซะว่าเป็นค่าเข้าละกัน


บรรยากาศที่นี่เงียบสงบมาก คนไม่พลุกพล่าน เดินถ่ายรูปได้ตามใจ
ที่ชอบมากก็ตรงที่มีต้นกกเป็นดงให้ถ่ายรูปฮิปๆ ไว้อัพโปรไฟล์กันรัวๆไปค่าาา
ปิดทริปสีเขียวแบบสวยๆของพวกเราก่อนไปขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ

จริงๆเรามีอีกที่มาเสนอไว้ให้เป็นตัวเลือกกันด้วยนะ เผื่อใครที่ไม่อยากออกจากตัวเมืองมาไกล
ลองแวะไป “บ้านข้างวัด”ดูซิ อยู่แถวๆวัดอุโมงค์ไม่ไกลสนามบินด้วย
พอดีพวกเราเคยไปรอบก่อนหน้านี้ละถ่ายรูปเก็บไว้
ค่อนข้างชอบและประทับใจความน่ารักของที่นี่  เลยอยากเอามาแชร์ค่ะ :  )


ที่นี่เป็น community เล็กๆแต่มีทุกอย่างครบ!
ร้านขายของกุกกิก
ร้านงาน craft
ร้านหนังสือ
ร้านกาแฟ
และร้านข้าวครัวหลานย่าที่อร่อยทุกจาน!!

บอกเลยว่าที่นี่เดินเพลินมาก มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะ
แต่ระวัง.. อย่าเดินเพลินจนตกเครื่องกันนะ :  )


ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้าค่าาา
ขอให้ทุกคนสนุกกับการท่องเที่ยวนะคะ
RBT



ใครสงสัยหรือมีคำถามอะไร แวะตามมาพูดคุยกันได้ที่
Facebook เพจ RABBITTELLER ค่ะ >>> https://www.facebook.com/rabbitteller/

แสดงความคิดเห็น