สวรรค์บนดิน ... Unseen Lampang @ Wat Pha Budha Bat Sut Tha Wat

01 พฤศจิกายน 2560 | โดย เ ม ญ่ า แ ฟ มิ ลี่ (2,704 เข้าชม)
แบ่งปัน:


เชื่อว่าคนลำปางหลายๆคน ก่อนหน้านี้ ไม่เคยรู้ว่าที่อำเภอแจ้ห่ม ก็มีสถานที่แบบนี้ด้วย

Location : อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง


ถ้าเดินทางโดยรถยนต์จากสนามบินสุวรรณภูมิไปถึงตัวเมืองลำปาง ต้องขับรถ 614 km (ประมาณ 8 ชั่วโมง)


และต้องเดินทางต่อไปอีก โดยใช้ถนนหมายเลข 1035 ไปอีก 62 km (ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง) ค่ะ

 

จะว่าไป ตอนหาข้อมูลเกี่ยวกับวัดนี้ ก็แอบงงอยู่ไม่ใช่น้อยค่ะ เพราะเห็นจะมีหลายชื่ออยู่ บ้างรู้จักกันในชื่อ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ บ้างก็เรียก วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง แต่ป้ายบอกทางชี้ให้ไป วัดพุทธบาทสุทธาวาส (พระบาทปู่ผาแดง) สรุปแล้วทั้งหมดคือที่เดียวกัน


บรรยากาศระหว่างทาง ถนนค่อนข้างร่มรื่นมากค่ะ ต้นไม้เขียวสด ตัดกับดอกสีเหลืองสวยงามทีเดียว


ก่อนถึงวัดประมาณ 2 กิโลได้ ก็จะเริ่มเห็นองค์เจดีย์สีขาวอยู่บนยอดเขาค่ะ

รถยนต์ทุกคัน จะต้องเอาไปจอดไว้ที่ลานจอด (ฟรี) ตามป้ายไปค่ะ ไม่สามารถขับรถขึ้นไปเองได้


เมื่อมาถึงที่ทำการ ต้องซื้อบัตรโดยสารรถ 2 แถวของชาวบ้าน ค่าเสียหาย ผู้ใหญ่คนละ 100 บาท สำหรับตั๋วไป-กลับ


ก่อนขึ้นรถ เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เพราะปวดระหว่างทางจะลำบาก ไม่มีห้องน้ำค่ะ สำหรับรอบรถ และเวลาเที่ยวชม ตามนี้เลยค่ะ


รอบสุดท้ายคือ 5 โมงเย็น แต่ต้องลงเขามาก่อน 6 โมงเย็น

เหตุผลที่ต้องนั่ง 2 แถวเพราะทางขึ้นไปเป็นทางเดินรถทางเดียว และถนนค่อนข้างชันมาก ต้องอาศัยทักษะในการขับนิดหน่อยค่ะ ภาพจะไล่จากพื้นราบ ขึ้นเขาเรื่อยๆ ทางรถนี้คิดเป็นระยะทางเกือบ 4 กิโล


จะสามารถสังเกตที่ถนนได้ ว่ามีตะไคร่น้ำเกาะ เนื่องจากอุณหภูมิเย็นและมีความชื้นมาก


เมื่อถึงจุดจอดรถแล้ว จะต้องเดินทางราบเข้าไปตีนบันได ที่จะต้องเริ่มปีนเขา ตรงนี้ต้องเดินประมาณ 300 เมตรค่ะ


การแต่งกาย แนะนำให้รัดกุม รองเท้าผ้าใบ หรือรัดส้นแบบกระชับ ส้นตึก ส้นสูง ควรหลีกเลี่ยงค่ะ หางบัตรโดยสารมีค่า อย่าทิ้งเด็ดขาด เพราะสามารถเอาไปเป็นส่วนลดของเครื่องดื่มที่ “Hugdoi Coffee” ลดไปเมนูละ 5 บาท ได้ทุกเมนู


ราคาเครื่องดื่มก็มิตรภาพอยู่ค่ะ 30-40 บาท


เครื่องดื่มที่ได้มา จะถูกบรรจุในถุงหน้าตาแบบนี้ พร้อมหิ้วระหว่างเดินขึ้นเขาได้ค่ะ ตรงนี้แนะนำว่า ควรมีน้ำขึ้นไปจิบกระหายระหว่างทางจะเป็นการดี เพราะข้างบนไม่มีขายแล้ว


Energy ก่อนปีนก็เป็นสิ่งสำคัญอัดไอติม ช่วยได้เยอะค่ะ

จุดเริ่มต้นของการปีนเขา คืนจุดนี้ ...


ต้องเต็มไปด้วยแรงศรัทธา ... 2 ขาถึงจะพาขึ้นไปถึง หนทางที่ต้องเดินขึ้นเขา บางจุดต้องปีนหิน ขึ้นไปประมาณ 1 km ลงมาอีก 1 km ... ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาทีต่อเที่ยว (แบบพักน้อยมาก) ดังนั้นถ้าขึ้นมา 5 โมงเย็นที่เป็นรถรอบสุดท้าย ก็ไม่ทันค่ะ ควรจะขึ้นมาไม่เกิน 4 โมง เผื่อเวลาเที่ยวข้างบน 1 ชั่วโมง


หลายๆช่วง ก็จะเป็นบันไดเหล็ก


มีจุดพักเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่มาก

เมื่อขึ้นมาได้แล้วรับรองว่าคุ้มค่าแน่นอนค่ะ ถึงแดดจะแรง แต่อากาศค่อนข้างเย็นสบาย ตอนเราไปประมาณบ่าย 3 โมง อุณหภูมิประมาณ 22 องศา (23-Oct)

ตีระฆังเอาฤกษ์เอาชัยก่อน ...


ยอดเขาจะมี 2 ยอดค่ะ ด้านขวามือ เวลาหันหน้าไปตรงหน้าผา จะเป็นทางไปนมัสการองค์พระธาตุ เราจะสามารถมองเห็นวิวของอำเภอแจ้ห่มและวัดได้จากยอดนี้ค่ะ

อีกฝั่งหนึ่ง ยอดด้านซ้ายมือ เมื่อหันหน้าออกไปทางหน้าผา ก็จะเป็นศาลาสวดมนต์


บรรยากาศรอบๆศาลา มองสุดลูกหูลูกตา แบบ “Bird View” กันไปเลยค่ะ กับมุมมอง 360 องศา


มุมนี้ คือมุมยอดฮิต ถ้าอยากถ่ายติดเจดีย์ต้องนั่งตรงนี้ค่ะ

พระท่านบอกว่า ที่เรียกดินแดนนี้ว่า “ล้านนา” มันคือความหมายว่า แถบนี้อุดมสมบูรณ์ มองไปทางไหนก็มีผืนนาเป็นล้านๆผืน พิสูจน์ได้จากรูปนี้ ...


ถึงจะเหนื่อยหน่อย ... แต่แค่เตรียมกายเตรียมใจพร้อม ก็สามารถขึ้นได้ไม่น่ามีปัญหาค่ะ เพราะน้องเมญ่าแค่ 2 ขวบครึ่ง แต่นางเดินขึ้นเองประมาณครึ่งทาง เว้นเฉพาะทางชันมากๆ กับเดินบันไดแคบๆ ที่ต้องอุ้มเท่านั้น แต่ความสวยของข้างบน คุ้มค่าแน่นอน ....

#mayyafamily
#วันหยุดใช้ชีวิตให้สนุกกับคนที่เรารัก

https://www.facebook.com/mayyafamily/

แสดงความคิดเห็น