ทริปเสริมบุญ พาไปทัวร์ไหว้พระ 9 วัดดัง ที่อยุธยาฯ

01 พฤศจิกายน 2560 | โดย สนานเป้า (43,517 เข้าชม)
แบ่งปัน:

วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่กำลังจะถึง หากใครยังไม่มีแพลนจะไปไหน เราขอแนะนำจังหวัดที่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ อย่าง ‘พระนครศรีอยุธยา’ ที่ขับรถไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง แถมยังเดินทางสะดวกด้วยรถประจำทางต่อเดียวถึง และไม่ต้องลางานให้ยุ่งยาก เพราะแค่มีเวลาในช่วงวันหยุดแค่คืนเดียว ก็สามารถเดินทางไปเที่ยวได้แล้ว ซึ่งหลายคนอาจจะยังสงสัย ว่าไปอยุธยาฯ แล้วจะไปเที่ยวได้ที่ไหน ในบทความนี้เราขอนำทริปเสริมบุญมาฝาก ด้วยการพาไปทัวร์ไหว้พระกับ 9 วัดดังของจ. อยุธยา ที่นอกจากจะเป็นการช่วยเสริมศิริมงคลให้กับชีวิต ช่วยทำให้จิตใจสงบ และยังเป็นทริปที่คุณจะได้เห็นถึงความงดงามของโบราณสถานต่างๆ ที่ยังคงหลงเหลือมาให้เห็นจนถึงทุกวันนี้ เพราะเดิมที่อยุธยานั้นเคยเป็นทั้งเมืองหลวงเก่า และอาณาจักรเก่าแก่ จึงยังคงมีร่องรอยให้เหลือเห็นจนปัจจุบันนี้

ก่อนจะไปเริ่มทริป แนะนำให้จองที่พักอยุธยากันก่อน เพราะการไหว้พระให้ครบ 9 วัด อาจจะเก็บไม่ครบภายในวันเดียว เพราะฉะนั้นก็เข้าไปเลือกที่พักอยุธยาใน Traveloka กันก่อนได้เลย โดดเด่นด้วยการรายชื่อที่พักที่มีให้เลือกมากมาย อีกทั้งยังได้ราคาคุ้มค่า เพราะราคาที่แสดงนั้นไม่มีบวกเพิ่มเหมือนที่อื่น รวมถึงยังมีโค้ดโปรโมชั่นให้ลดราคา ไม่เว้นแม้แต่ในช่วงไฮซีซั่นกันเลยทีเดียว ถ้าจองที่พักเสร็จแล้ว ก็ไปดูรายชื่อวัดทั้งหมดกันได้เลย

 

วัดใหญ่ชัยมงคล

วัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา

รับรองว่าเมื่อพูดถึงชื่อวัดนี้ก็ต้องเป็นอันคุ้นหูอย่างแน่นอน เพราะวัดนี้เป็นวัดชื่อดังอีกแห่งใน จ.อยุธยา แต่เดิมทีได้ถูกสร้างขึ้นมาโดยพระเจ้าอู่ทอง เพื่อที่จะใช้เป็นสำนักสงฆ์ จากนั้นพระนเรศวรมหาราชจึงได้โปรดให้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้นที่วัดนี้ และได้ขนาดนามว่า ‘เจดีย์ชัยมงคล’ จากนั้นเป็นต้นมาเลยเรียกวัดนี้ว่า ‘วัดใหญ่ชัยมงคล’ จนถึงปัจจุบันนี้ ภายในจะมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ปั้นด้วยหินทรายทั้งองค์ประดิษฐานอยู่ และพระพุทธไสยาสน์ที่สร้างขึ้นภายในสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
พิกัด: แผนที่
เวลาเปิด-ปิด: 08.30 - 16.30 น.
ค่าเข้าชม: คนไทยเข้าฟรี ชาวต่างชาติเสียค่าเข้าชมคนละ 20 บาท

 

วัดพนัญเชิงวรวิหาร

วัดพนัญเชิง อยุธยา

นับว่าเป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่ง ที่มีความสำคัญกับชาวอยุธยาอยู่ไม่น้อย เพราะวัดแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะได้รับการสถาปนาขึ้นเสียอีก จุดเด่นจะอยู่ตรงที่เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยประดิษฐานอยู่ โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่มากราบไหว้ ก็จะไม่พลาดการห่มผ้าไตรของหลวงพ่อโต (ซำปอกง) นี้ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล นอกจากนั้นก็ยังพระพุทธรูปที่เป็นทอง และนาค ซึ่งแต่เดิมได้ถูกฉาบด้วยปูนเอาไว้ จากนั้นเมื่อปูนกระเทาะออก จึงเห็นว่าด้านในเป็นเนื้อทอง เลยได้เชิญพระพุทธรูปนี้มาประดิษฐานเอาไว้ที่พระอุโบสถของวัด

พิกัด: แผนที่
เวลาเปิด-ปิด: 07.00 - 18.00 น.

 

วัดมงคลบพิตร

วัดมงคลบพิตร อยุธยา

‘วัดมงคลบพิตร’ เป็นวัดที่มีหลวงพ่อมงคลบพิตรประดิษฐานอยู่ ถือว่าเป็นพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนิยมให้ความเคารพสักการะ และกราบไหว้บูชามาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งวัดแห่งนี้ก็ได้ถูกบูรณะสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ เพราะเกิดไฟไหม้เมื่อครั้งที่อยุธยาเสียกรุงครั้งที่ 2 และด้านข้างของวิหารก็ได้เป็นพื้นที่โล่งกว้าง ที่เอาไว้สำหรับใช้สร้างพระเมรุของพระมหากษัตริย์ และบรมวงศานุวงศ์ เหมือนกับสนามหลวงที่กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน

พิกัด: แผนที่
เวลาเปิด-ปิด: 07.00 - 18.00 น.

 

วัดธรรมิกราช

วัดธรรมิกราช อยุธยา

หลังจากที่ไหว้พระวัดที่ 3 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้มาไหว้พระวัดที่ 4 กับ ‘วัดธรรมิกราช’ ที่แต่เดิมที่มีชื่อว่า ‘วัดมุขราช’ เป็นวัดหลวงที่เก่าแก่อีกวัดหนึ่ง ถูกสร้างขึ้นมาก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะถูกสถาปนา ถึงแม้ว่าวัดแห่งนี้จะถูกทำลาย และมีสภาพที่ไม่ได้สมบูรณ์ แต่ก็ยังหลงเหลือร่องรอยของซากโบสถ์ต่างๆ และเจดีย์สิงห์ล้อม ที่แตกต่างจากเจดีย์ทั่วไป โดยสถาปัตยกรรมสิงห์นี้ได้รับอิทธิพลมาจากเขมร รวมถึงมีวิหารทรงธรรมขนาดใหญ่ที่ยังคงแข็งแรง ที่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเอาไว้ใช้ฟังธรรม

พิกัด: แผนที่
เวลาเปิด-ปิด: 08.00 - 16.30

 

วัดมหาธาตุ

วัดมหาธาตุ อยุธยา

วัดแห่งนี้จัดเป็นวัดที่เป็นหนึ่งในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ในด้านทิศตะวันออกของวัดพระศรีสรรเพชญ์ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1927 เป็นวัดที่สำคัญเนื่องจากเป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ ตั้งอยู่ใจกลางของพระนคร ทำให้กลายเป็นวัดที่เป็นศูนย์กลางทางศาสนาของกรุงศรีอยุทธยา แต่ก็ได้ถูกทำลายลงเมื่อครั้งที่เสียกรุงในครั้งที่ 2 จุดเด่นที่น่าสนใจของวัดแห่งนี้ คือเศียรพระพุทธรูปที่อยู่ภายในรากไม้ ที่เป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนกลาง ที่คาดว่าน่าจะถูกทำลายเสียหายเมื่อครั้งยังเสียกรุง จนถูกรากไม้ห่อหุ้มจนเป็นถึงทุกวันนี้

พิกัด: แผนที่
เวลาเปิด-ปิด: 08.30 - 16.30
ค่าเข้าชม: คนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท

 

วัดหน้าพระเมรุ

วัดหน้าพระเมรุ อยุธยา

ถ้าหากใครอยากชมวัดในอยุธยาที่ยังคงอยู่ในสภาพที่ดี และหลงเหลือสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา แนะนำให้มาที่ ‘วัดหน้าพระเมรุ’ เพราะเป็นวัดเดียวที่ไม่ได้ถูกทำลาย หรือไฟไหม้เมื่อครั้งที่กรุงศรีอยุธยาเสียกรุงครั้งที่ 2 เนื่องจากเป็นวัดที่ทหารพม่าได้ใช้เป็นที่ตั้งบัญชาการในสมัยนั้น ซึ่งภายในพระอุโบสถจะเป็นที่ตั้งของพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อเรียกที่ว่า ‘หลวงพ่อพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ’ ที่ถือว่าเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวอยุธยามาอย่างช้านาน

พิกัด: แผนที่
เวลาเปิด-ปิด: 08.30 - 17.30 น.

 

วัดกษัตราธิราชวรวิหาร

วัดกษัตราธิราช อยุธยา

วัดเก่าแก่อีกหนึ่งวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นพระอารามหลวง แต่ก่อนนี้มีชื่อว่า ‘วัดกษัตรา’ หรือ ‘วัดกษัตราราม’ ที่ถึงแม้จะไม่ปรากฎว่าใครเป็นผู้สร้าง แต่คาดว่าน่าจะสร้างขึ้นเมื่อครั้งที่กรุงศรีอยุธยาได้เป็นราชธานี ด้านในวัดจะมีพระวิหารทั้งหมด 4 หลังด้วยกัน ประกอบไปด้วยวิหารใหญ่จำนวน 2 หลัง และวิหารเล็กจำนวน 2 หลัง

พิกัด: แผนที่
เวลาเปิด-ปิด: 08.30 - 17.30 น.

 

วัดไชยวัฒนาราม

วัดไชยวัฒนาราม อยุธยา

ถึงแม้ว่าวัดจะโดนทำลายจากในอดีต คงเหลือแต่เพียงเศษซาก แต่ก็ยังมีความสวยงาม และสิ่งก่อสร้างให้คุณได้เข้าไปเยี่ยมชม ซึ่งในตอนนี้ได้กลายเป็นวัดร้างที่ไม่มีพระอาศัยอยู่ ที่เหลืออยู่ก็มีแต่เพียงพระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ และยังคงมีเจดีย์ที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามระเบียงคตของพระปรางค์ มีพระปรางค์อยู่เป็นบริวาร และมีส่วนที่เป็นพระอุโบสถ สำหรับวัดนี้จะเป็นสถานที่ๆ คุณสามารถไปเก็บรายละเอียด และศึกษาสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี

พิกัด: แผนที่
เวลาเปิด-ปิด: 08.30 - 16.30 น.
ค่าเข้าชม: สำหรับคนไทย 10 บาท และชาวต่างชาติ  50 บาท

 

วัดพุทไธศวรรย์

วัดพทไธศวรรย์ อยุธยา

มาถึงวัดแห่งสุดท้าย ที่เป็นพระอารามหลวงอีกแห่งที่ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งทิศตะวันตก จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือยังมีสภาพที่ดี ไม่ได้ถูกทำลายเหมือนวัดอื่นๆ  ด้านในจะมีพระปรางค์ที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาผสมกับขอม มีพระวิหารหลวงที่เป็นพระวิหารขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีพระพุทธไสยาสน์ที่เป็นศิลปะจากอยุธยาตอนต้นให้กราบไหว้

พิกัด: แผนที่
เวลาเปิด-ปิด: 8.00 - 17.30 น.

นอกจากเรื่องที่พักที่คุณจะต้องเตรียมตัวจองสำหรับการไปทริปไหว้พระที่อยุธยานี้แล้ว แนะนำว่าให้จัดสรรเรื่องเวลาให้ดี เพราะวัดแต่ละแห่งจะมีเวลาเปิด-ปิด หรือเวลาที่จะให้เข้าไปกราบไหว้ไม่เหมือนกัน หรือถ้าหากไม่ทันจริงๆ แนะนำให้ทำแพลนไหว้พระ 9 ที่ในระยะเวลา 2 วัน 1 คืนกันไปเลย จะได้ไม่ต้องรีบ และมีเวลาพักผ่อนนอนค้างกันสักคืน

แสดงความคิดเห็น