บันทึกการเดินทางฉบับที่สาม ’ปราจีนฯ - นครนายก’ ใกล้แค่นี้เอง

23 พฤศจิกายน 2560 | โดย นักเดินทางอิสระ (17,299 เข้าชม)
แบ่งปัน:

กลับมาอีกแล้วค่ะหลังจากที่ห่างหายไปนาน
ครั้งนี้ เราไปเที่ยวไม่ไกลจากตัวกรุงเทพฯกันบ้างดีกว่า
ซึ่งแต่ละที่นั้นไม่ควรพลาดแก่การถ่ายรูปเลยทีเดียว

สำหรับสถานที่สวยๆ และบรรยากาศดีๆ ทิวเขา เงาธรมชาติ ที่นี่ "ปราจีนฯ - นครนายก" เสน่ห์แห่งเมืองขุนเขา ... วันนี้เราได้มาเที่ยวกับครอบครัว จึงถือโอกาสที่จะเก็บภาพสวยๆมาฝากเพื่อนๆกันนะคะ ^^



หนึ่งวัน ... กับที่เที่ยวสุดอลังการณ์
สถานที่แห่งแรก ที่เราจะมาเยือนก็คือ ... The VERONA @Tub Lan

ที่เป็นแหล่งช็อปปิ้ง รวมถึงจุดพักรถขนาดใหญ่แห่งใหม่ของจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งพร้อมไปด้วยสถาปัตยกรรม ที่เรียกได้ว่ายุโรปสุดๆ !!

สถานที่แห่งนี้ เค้าได้แรงบันดาลใจมาจาก เมืองเวโรนา แคว้นเวเนโต้ แห่งประเทศอิตาลี นั่นเอง

มุมดี ที่ควรค่าแก่การเก็บภาพ ก็คงไม่พ้นสะพานที่ทอดยาวเส้นนี้
ที่จำลองมาจาก สะพาน Castelvecchio แห่งทะเลสาบ Garda

เนื่องจากเรามาถึงเช้ามากๆ คือเพิ่งเปิดให้เข้าเลย คนเลยน้อยมากๆ แต่กลับกันคือ ไม่มีร้านไรเปิดเลย
ทำได้เพียงเดินถ่ายรูปให้ครบทุกมุมค่ะ เข้าไปแล้วต้องเอาให้คุ้มเด้อ

สถานที่จำลองแห่งนี้ ต้องขอบอกกับเพื่อนๆเลยว่า เป็นต้นกำเนิดของนวนิยายชื่อดังของ “โรมิโอ&จูเลียต” อันเลื่องชื่อ

ทุกมุมจะมีความโรแมนติก แต่มากับแม่ก็จะได้บรรยากาศอีกแบบนะคะ

สำหรับที่เที่ยวแรกแห่งนี้ สนนราคาค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 0 บาท ใช่ค่ะ 0 บาท
เพราะปัจจุบันเข้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ~ น้ำเราก็พกมาเอง ไม่เสียตังสักบาทเลยค่ะ แหะๆ
สำหรับเพื่อนๆที่อยากวิวสวยๆ เสมือนได้ไปต่างประเทศ ที่แห่งนี้ไม่ควรแก่การพลาดเลยล่ะค่ะ
#Verona #TubLan สถานที่ถัดไป อยู่ห่างไปอีกประมาณ 30 กว่ากิโลฯ

 


มุ่งหน้าขึ้นไปทาง จ.นครราชสีมา ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ในสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ กับที่นี่ Flora Park แห่งวังน้ำเขียว

ช่วงเดือนพฤศจิกายน เป็นเดือนเริ่มต้นของดอกไม้ที่กำลังจะผลิบาน
เหมาะอย่างยิ่งที่เราจะได้ชมความงามของไม้ดอกนานาพันธุ์
สำหรับหนาวนี้ ใครจะยังไม่มีแผนจะไปเที่ยวที่ไหน ฟ้าประทานฟาร์มจะให้เราได้ไปเชยชมไม้ดอกเมืองหนาวบานสะพรั่งในเร็วนี้
ติดตามข่าวสารได้ที่นี่ http://www.painaidii.com/event/event-detail/00002698/lang/th/

ขอบคุณแผนที่จาก http://www.faprathanfarm.com/

เพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาสำคัญของดอกไม้นานาพันธุ์ที่กำลังผลิบาน

เนื่องจากเราไปถึงช่วงดอกไม้กำลังผลิ จึงได้ตั๋วค่าในราคาโปรโมขั่นพิเศษ 180 บาท พร้อมรถนำเที่ยวรอบสวน คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มอีก !!
เชคราคาค่าเข้าชมสถานที่ :
ค่าเข้าชมสถานที่ (เฉพาะฟลอร่าพาร์ค)
ผู้ใหญ่ : 150 บาท
เด็ก สูงไม่เกิน 145 ซม. : 50 บาท
เด็กต่ำกว่า 90 ซม. เข้าฟรี
ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป : 50 บาท

หากต้องการที่จะเข้าชม สวนกุหลาบ(โรสพาร์ค)ด้วย จะต้องเสียค่ารถเพิ่ม (ราคารวมบัตรผ่านแล้ว)
ผู้ใหญ่ : 250 บาท
เด็ก (สูงไม่เกิน 145 ซม.) : 50 บาท
ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป : 50 บาท

Rose Park สวนกุหลาบหลายร้อยสายพันธุ์ วินาทีแรกที่ลงจากรถนำเที่ยว คือกลิ่นหอมของกุหลาบที่ลอยมาแตะจมูก
ทุกคนบนรถต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กลิ่นหอมมาก ~

คนสวย กุหลาบก็งาม บรรยากาศมันก็จะฟินๆหน่อย

นี่ต้องเรียกว่า เทพีแห่งสวนกุหลาบ มั้ย ?

ที่นี่มีให้เช่าจักรยานปั่นเที่ยวรอบสวนได้ด้วย อากาศเย็นสบาย ปั่นเที่ยวก็ดีไม่หยอก

นางแบบหน้ากล้องของเราทั้งสอง เค้าก็แข่งกันโพสแรง ตากล้องก็รัวชัตเตอร์ไปจ่ะ

แล้วก็ถึงคราวสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละปีที่นี่เขาก็จะจัดธีมต่างกันไป
สำหรับธีมปี 2017 นี้คือ "ดอกไม้ เทพนิยาย สายรุ้ง"

อันนี้ก็ไม่ได้นิยาย แต่ความเจ้านายเข้าสิง นี่อยากจะเปิดเพลง คนละชั้น คลอตามไป
(โดนลิขสิทธิ์ไหมหว่าอย่างนี้) #หลบแปป

ลองถ่ายกับเถาวัลย์ มันก็ดี มีมิติอีกแบบนะเออ

นอกจากนี้แล้ว เราสามารถเข้าไปชมไม้เมืองหนาวได้ในโรงเรือนเพาะพันธุ์กล้าไม้ดอก
อีกทั้งยังมีสินค้า OTOP และผลิตผลการเกษตรที่เพาะปลูกในอำเภอวังน้ำเขียวทั้งที่แปรรูปแล้ว หรือผลผลิตสดๆ ที่จะจำหน่าย

ร้านกาแฟน่ารักๆชื่อว่า “Faprathan Cafe” เมื่อเดินชมดอกไม้เสร็จก็มานั่งจิบชา ดื่มกาแฟ กันได้ ~ จาก Flora Park มุ่งไปทางทิศตะวันตก อีก 50 กิโลฯ

 


เราจะได้พบกับสถานที่พักสุดหรู Toscana Valley @Khao Yhai

สถานที่สุดชิค ประหนึ่งว่าอยู่อิตาลี
ซึ่งพร้อมไปด้วยโซนที่พักสุดอลังการณ์ หรือจะโซนร้านค้าที่ตกแต่งได้ยุโรปสุดๆ
ติดต่อสอบถามรูปแบบห้องพักต่าง http://toscanavalley.com/hotels/#secondPage

Town Square Suites จะเป็นส่วนของร้านอาหารและร้านขายเครื่องดื่ม


และยังมีบางส่วนที่ถูกจัดวางให้เป็นห้องพักในรูปแบบห้องจัดสรร หรือ คอนโดด้วย

ความลงทุนในความอยากได้ภาพสวยๆ มันก็จะออกมาประมาณนี้แหละค่ะ

ร้านอาหารที่เรียงรายอยู่ตามทาง ก็ให้บรรยากาศเมืองนอกมากๆ
ทั้งนี้การเข้าไปยัง Toscana ด้วยวัตถุประสงค์ถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว รปภ.คงไม่ให้เข้ามาแน่ๆ
ให้ถือโอกาสทานอาหารที่นี่เสียเลยเป็นอันดีกว่า นะคะ ~ แล้วก็มาถึงยังที่สุดท้ายของวันนี้

 

ตามรีวิวมาถึงยัง ร้านกาแฟเล็กๆที่อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศสุดชิค ที่ฮิปสเตอร์ไม่ควรพลาด
กับที่นี่ ... The Birder’s Lodge & Grill @Khao Yhai

พื้นปูนเปลือย กับผนังไม้ ให้บรรยากาศมาก ในร้านก็จะมีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปอยู่เยอะเลย

ไม่ต้องรีรอ เดินตรงดิ่งไปที่เคาน์เตอร์เพื่อที่จะสั่งเครื่องดื่มเลยจ้า ~

Menu : [Cotton Candy Affogato] เป็นน้ำลิ้นจี่โซดา ที่โปะด้วยสายไหม
ถ้าถามหวานไหม ก็ตอบว่าหวานมาก แต่ก็อร่อยสำหรับคนชอบทานหวานนะคะ

Menu : [Birder’s Lodge] เป็นไอศครีมวนิลลา ที่โปะด้วยสายไหม พร้อมราดด้วยกาแฟสดค่ะ พี่เขาบอกว่าเป็น Signature ของที่นี่
เมนูนี้ถือว่าไม่เลวเลย อร่อยค่ะ แถมยังสนุกด้วยค่ะ ใช่ค่ะสนุกก็ตอนที่เราเทราดกาแฟลงบนสายไหมนี่แหละ ฟินสุดๆ !

บรรยากาศข้างหลังก็ไม่เลวเลยทีเดียว จัดตกแต่งด้วยไม้ประดับต่างๆ มีความลงตัวมาก

ส่วนอาคารหลังนี้ปกติจะเปิดขายพวกผลไม้ผักสดออร์แกนนิคค่ะ เสียดายวันนั้นไปเขาปิด

เที่ยวหนึ่งวัน เอาให้คุ้ม จบลงด้วยประการละฉะนี้ หวังว่าข้อมูลจะไม่ผิดเพี้ยนไปนะคะ
เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ แล้วจะมาเขียนเรื่องราวดีดี แชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านกันอีกโอกาสหน้า ^^

แสดงความคิดเห็น