REVIEW...ท่องเที่ยวเมืองรอง ต้องไป@อุทัยธานี ที่นี่มีของอร่อย

18 มกราคม 2561 | โดย Mrตระเวนเที่ยว (16,281 เข้าชม)
แบ่งปัน:


สวัสดีครับเพื่อนสมาชิกชาว Blueplanet ทุกท่าน พบกันอีกครั้งแล้วครับ หลังจากครั้งก่อน พาไปเที่ยว จังหวัด นครพนม มาแล้ว ทริปนี้จะพาไปเที่ยวจังหวัดที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ทริปนี้เป็นทริปที่ไปเที่ยวเมื่อตอนปีใหม่ครับ ตอนแรก ก็แพลนไม่ถูกเหมือนกัน ว่าจะเลือกไปเค๊าดาวน์ปีใหม่ที่จังหวัดไหนดี จังหวัดที่ฮอตฮิต ก็คนเยอะที่พัก ก็เต็มหมด ก็เลยมาแพลนมาหา เมืองรอง ลงมา ตามที่ ททท เค้ากำลังโปรโมต ให้เที่ยวเมืองรองในปีนี้กันเลย เข้าเทรนพอดี เที่ยวแล้วนำใบเสร็จมาลดภาษีได้อีกด้วย รายละเอียด คงต้องไปหาอ่านรายละเอียดกันอีกรอบนะครับว่าส่วนไหนบ้างที่เคลมภาษีได้...

ส่วนจังหวัดที่แพลนจะไปไว้ตอนแรกก็มีหลายที่ครับในตัวเลือกว่ามีที่ไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็น แก่งกระจาน เขาพะเนินทุ่ง จ.เพชรบุรี หรือแม้กระทั่ง สวนผึ้งที่ราชบุรี แต่สุดท้าย ก็มาจบลงที่ จังหวัดอุทัยธานีครับ จังหวัดอุทัยธานี ถ้าพูดจริงๆ จังหวัดนี้หลายคนส่วนมาก จะเป็นทางผ่าน ขึ้นไปเที่ยวทางภาคเหนือหรือที่อื่นๆแต่ ส่วนนึงอาจจะคิดว่า ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวอะไรที่น่าสนใจ แต่!!วันนี้เราจะพาไปเที่ยวกันครับ ว่าจะมีที่ไหนน่าสนใจ บ้าง เผื่อหลายคนอาจไม่รู้ว่า อุทัยธานี ก็มีที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเหมือนกัน เผื่อไว้ทริปหน้า อาจมีคนอยากไป จังหวัดนี้กันบ้าง เพื่อไม่ให้เสียเวลาเดี๋ยวเราไปรับชมรีวิวกันเลยดีกว่าครับ…..

ถ้าชอบอย่าลืม!! กดโหวตถูกใจให้กำลังใจด้วยน๊า จะได้เป็นกำลังใจทำรีวิวมาให้ชมกันเรื่อยๆ

ทริปนี้เราขับรถไปกันเองครับ เนื่องจาก ไม่ไกล มากนัก เริ่มออกเดินทางกันวันที่30 ธค ซึ่งเป็นวันแรกของการหยุดลองวีคเอ็นกันเลยทีเดียวแอบหวั่นใจรถจะติดไหม แต่สุดท้าย รถโล่งพอสมควรครับ ไม่ติดมาก ล้อหมุนกันประมาณ 8.30 น. เราจะใช้เส้นทางเดินทางตาม Google Map แนะนำเลยก็คือ ต้องขับมาทางจังหวัดสุพรรณบุรีแล้วตัดผ่านชัยนาทแล้วเข้า จ.อุทัย ล็อคพิกัดแล้วไปกันเลยดีกว่า

ไหนๆ ก็วิ่งมาผ่านสุพรรณบุรีล่ะ ต้องผ่าน แหล่งของทานที่ห้ามพลาดเลย นั้น ก็คือ ตลาดสามชุกหรือ ตลาด 100 ปีตลาดเก่าแก่ที่จ.สุพรรณบุรี เรื่องของอร่อยพลาดได้ไง แวะเลยครับ เป็นพิกัดแรก 5555

ใครมาถึงตลาดสามชุกแล้ว ไม่มีอะไรติดไม้ติดมือกลับไปนี่ ถือว่า เก่งมาก เพราะที่นี่ ของอร่อยเยอะมากมายๆ เดินตั้งแต่ ปากทางเข้า มายังไม่ถึงร้อยเมตร ของกิน นี่ ไม่ต่ำกว่า 10 ถุงละครับ เต็มไม้เต็มมือกันเลยทีเดียว 555

ของคาวของหวาน น่าทานทั้งนั้น จัดไปครับ ร้านละอย่างสองอย่าง ตุนสเบียงไวก่อน เอาไว้ ทานที่ๆพัก ในคืนแรกนี้ 5555 

พลาดไม่ได้เลย เมื่อมาที่นี่ ลูกชิ้นยักษ์เลย ไม่ได้มานาน เดี๋ยวนี้มีร้านขายเปิดมาใหม่มากมาย แต่เราไปที่ร้านที่เราเคยซื้อดีกว่าครับ

หิวๆแบบนี้ ได้ไซด์ใหญ่ ซักไม้ เดียว รับรอง อิ่มไปทั้งวัน 555

เป็ดพะโล้ ก็ต้องมาร้านนี้เลย มาทีไร คนต่อคิวซื้อกันตลอด ร้าน จ่าเฉิด จริงๆก็มีอีกร้านใกล้ๆกันนะ แต่ร้านนี้ คนเยอะสุด มีให้เลือกทั้งเป็ดย่าง เป็ดพะโล้ครับ ใครชอบแบบไหนเลือกแบบนั้นได้เลย

ช็อปปิ้งกันจนสะใจ ก็แวะทานอาหารกันซักหน่อย กับร้านอาหารร้านดังแห่งตลาดสามชุก บะหมี่ลิ้นชัก หรือ ร้านเจ๊กอ้าว นั่นเองครับ คนเยอะมาก ส่วนที่มากของบะหมี่ลิ้นชักนั่นก็เพราะ เค้าจะเก็บ บะหมี่ หรือเกี้ยวเอาไว้ในลิ้นชักครับ เป็นตู้แบบโบราณ เวลาจะทำ ก็ดึงลิ้งชัก ออกมาหยิบทำ  จัดกันไปก่อน จะออกเดินทางกันต่อครับ

อิ่มแล้วก็เตรียมไปขึ้นรถเดินทางต่อครับ ระหว่าง เดินออก ก็แวะช็อปปิ้งไปเรื่อยๆ 5555 อร่อยทุกร้าน เลย ซื้ออย่างละหน่อย ชอบลูกเต๋านมสด อร่อยมั่กๆ อารมณ์ประมาณ โมจินมสด ของร้านเอกชัย ร้านดังที่สุพรรณเลย
ออกมาถึงทางออก มีป้ายทานฟรี ในวันสิ้นปีด้วย แหมม น่าเสียดายมาเร็วไป 1 วัน ไม่งั้นจัดเต็ม 5555

ขึ้นรถเสร็จปุ๊บ ก็ล็อกพิกัด ปลายทางกันเลยครับ ที่พักของเราในคืนแรกนี้เราจะไปนอนกันที่ ห้วยขาแข้ง คันทรีโฮมครับ พิกัดตามนี้เลย ใช้เวลาเดินทางอีกเกือบสอง ชั่วโมง ไปกันเลยดีกว่า

 

ขับรถมา กระทิงแดงหมดไปสองขวด ในที่สุดเราก็มาถึงแล้วครับ ที่พักของเราในคืนแรก ห้วยขาแข้ง คันทรีโฮม มาดูห้องพักกันซักหน่อยครับ
เคยหาข้อมูลใน pantip มาเคยมีกระทู้ที่นี้ตั้งไว้ด้วยเชิงลบ มาถึงก็ได้สัมผัสด้วยตัวเอง กว่าจะเข้าบ้านได้ต้องรอ พนักงาน มาทำความสะอาดบ้านก่อนครับกวาดอยู่ซักพัก ฝุ่นเพียบ แมลง ตรึม  เลยถามว่า ไม่มีคนมาพักนานแค่ไหนพนักงานบอกว่าไม่นานนี้เอง แต่ดูจากฝุ่นแล้ว น่าจะเป็นเดือนนะ 5555

หลังจากนั้นก็ไปทานอาหารค่ำ ที่รวมไว้ในแพคเกจละครับ ตกหัวละ 1000 บาท อาหารค่ำก็ตามนี้เลย ภาพอาจไม่คมชัดพอดีใช้มือถือถ่าย

อิ่มแล้วก็กลับที่พัก ก็ไปชิลๆหน้าบ้าน จนมืด พอจะนอน ก็เจอกับกองทัพมดขึ้นห้องนอนครับ ไม่รู้มาจากไหน สรุป พนักงานให้ย้าย บ้านครับ ไปอีกหลังนึง 

เอาภาพหลังใหม่มาให้ดูซักหน่อย ภายในดูสะอาดกว่าหลังเดิม แต่การตบแต่งภายใน โดยรวม ก็จะคล้ายๆกันครับ

ออกไปถ่ายดาวซักหน่อยมาไกลๆตัวเมืองแบบนี้น่าจะถ่ายได้ชัด แต่ น่าเสียดาย วันนี้เป็นข้างขึ้น แสงดวงจันทร์สว่างไปนิดเลยมองเห็นน้องดาวได้ชัดเท่าไหร่ จากนั้นก็เข้าห้องพักผ่อน เก็บแรงไว้ ไปเที่ยวในวันรุ่งขึ้นต่อครับ

ตัดมาตอนเช้าเลยครับ ทานอาหารเช้าเสร็จ ก็มาเดินสูดอากาศยามเช้ากันซักหน่อย เอาภาพมุมสูงมาให้ชมกันซักหน่อย มาอยู่ท่ามกลางป่าเขาแบบนี้มันสดชื่นดีจริงๆ

จากนั้นก็เก็บกระเป๋าเตรียมเช็คเอ้าท์ได้เวลาเดินทางกันต่อละครับ เราจะเริ่มทยอยเที่ยวกันแบบที่ไกลๆก่อน แล้ว ค่อยขยับเข้าไปใกล้ๆตัวเมืองครับ เพราะ คืนที่ 2 นี้เราจะนอนกันในตัวเมืองอุทัยครับ นี่คือเหตุผลที่เราเลือกมานอนที่ห้วยขาแข้งครับ เพราะจะได้เก็บที่เที่ยวๆแถวๆอำเภอบ้านไร่ กันก่อนเลย และที่เที่ยวของเราในวันนี้นั่นก็คือ วัดถ้ำเขาวงครับ พิกัดตามนี้เลย…

และแล้วเราก็ขับรถมาถึงวัดถ้ำเขาวง  วัดถ้ำเขาวง ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านไร่ มีรูปทรงเป็นแบบเรือนไทยเป็นอาคาร อเนกประสงค์ จะเป็นที่รวมสิ่งต่างๆอยู่ในเรือนไทยแห่งนี้ เช่น วิหาร กุฎิ และโบสถ์ ตัวเรือนไทยจะสร้างด้วยไม้สัก ถ้ามองเฉพาะด้านนอกจะไม่สามารถรู้ได้เลย ว่าที่แห่งนี้เป็นวัด นับเป็นหนึ่งที่ๆสวยและแปลกตา ถ้าใครมาเที่ยวอุทัย ก็อย่าลืมแวะมาเที่ยวกันได้ครับ

เดี๋ยวเราขึ้นไปชมบนเรือนไทย กันดีกว่าครับ ที่ด้านใน ยังมีรอยพระพุทธบาท ให้ได้สักการะ กราบไหว้ด้วยนะครับเราแวะไปไหว้พระขอพรกันเลยดีกว่า

มาดูวิวจากด้านบนเรือนไทยมองออกมากันบ้างครับ วิวสวยงามมากมาย

นอกจากส่วนของเรือนไทยที่มีส่วนต่างๆให้ได้ชมแล้วที่ด้านหลังห่างจากตัววัดไป จะมีถ้ำอยู่ประมาณ 7-8 ถ้ำ บางถ้ำเป็นที่นั่งวิปัสสนาสำหรับพระภิกษุ บางถ้ำเป็นถ้ำค้างคาว และบางถ้ำก็มีหินงอกหินย้อยให้ชมกัน  แต่เนื่องจากทางขึ้นไปลำบากต้องใช้เวลาพอสมควร เลยไม่ได้ไปถ่ายรูปมาให้ชมกัน  ขอปิดท้าย ส่วนวัดถ้ำเขาวงไว้ด้วยภาพนี้เดี๋ยวเราไปเที่ยวที่ต่อไปกันต่อเลย

เดี๋ยวเราไปเที่ยวที่ต่อไปกันต่อเลยดีกว่าครับ นั่นก็คือ วนอุทยาน ถ้ำเขาวง เราจะไปชมความงามของ ถ้ำพุหวายกันต่อ พิกัดตามนี้เลย อยู่ไม่ไกลจากวัดถ้ำเขาวงเท่าไหร่

วนอุทยาน ถ้ำเขาวง อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดอุทัยธานี จะมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญนั่นก็คือ ถ้ำพุหวาย  เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำฉาก วังบาดาลเมืองพญานาค จากละครนาคี ที่โด่งดังนั่นเอง ในที่สุดเราก็มาถึงแล้วครับ

ก่อนเข้าไปในถ้ำด้านใน เนืองจากในถ้ำจะมืดมาก แต่ทางเข้าจะมีบริการให้เช่า ไฟฉาย แนะนำให้เช่าติดไม้ติดมือไปด้วยครับ จะได้ชมความสวยงามได้อย่างเต็มอิ่ม

เข้าไปชมความสวยงามของหินงอกหินย้อย ภายในถ้ำพุหวาย กันเลยดีกว่าครับ เดินเข้ามาพอดีเจอเจ้าหน้าที่อุทยาน กำลังบรรยายส่วนต่างๆของถ้ำอยู่พอดี เลยได้ข้อมูลส่วนต่างๆภายในถ้ำมากมาย สิ่งที่เห็นต่อไปนี้ ล้วนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ได้ทำขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ ช่างอเมซิ่งมากมาย รูปนี้ถ้ามองลายหินใกล้ๆ จะคล้ายๆ เกล็ดงู อเมซิ่งมากมาย

หลังจากเดินชมความสวยงามของถ้ำจนครบ เจ้าหน้าที่ก็ให้ออกมาทะลุทางออกอีกทางแล้วก็เดินอ้อมไปบรรจบ กับทางขึ้นที่ขึ้นมาได้ครับ บรรยากาศ ดีสุดๆ

หลังจากออกจากถ้ำพุหวาย ดูจากเวลาแล้ว จะไปเที่ยวอีกทีก็เกรงว่าเดี๋ยวจะถึงที่พักมืดซะก่อน เลยตัดโปรแกรม หุบป่าตาด ออกแล้วมุ่งหน้าเข้าที่พักในตัวเมืองกันเลยครับ สำหรับที่พักคืนที่ 2 นี้เราจะไปพักกันในแพครับ อยู่ในตัวเมือง นั่นก็คือ พญาไม้ รีสอร์ท นั่นเอง ใช้ Google พาไปเลย หนทางอีกยาว ขนาดตัดโปรแกรม หุบป่าตาด ออกยังไปถึงที่พัก ประมาณ 4 โมงเย็น ละ มีเวลาชมบรรยากาศ ริมน้ำได้อีกพักนึงก็ยังดี

เช็คอินเรียบร้อยก็เตรียมไปที่พักกันเลยครับ ที่รีสอร์ทนี้จะมีที่พัก แบบบนฝั่งด้วยนะครับ หรือใครอยาก จะได้บรรยากาศหน่อย ก็สามารถจองบ้านพักแบบผมได้ ที่เป็นเรือนแพ อัตราค่าห้อง ก็ตามนี้เลย

แผนที่ส่วนที่เที่ยวต่างๆในอุทัยธานี ครับ ใครอยากไปไหนมาดูพิกัดจากที่นี่ได้เลย

ได้กุญแจห้องมาขับรถไปอีกนิด เพราะ ห้องพักเราเป็นแบบเรือนแพ อยู่ในน้ำไปจอดรถ ริมฝั่งแล้ว เดินลงไปนิดเดียวก็ถึงแล้วครับ

มาสำรวจที่พักของเรากันดีกว่าครับ เรือนแพนี่เป็นเรือนแพเก่าแก่ เห็นคนขับเรือของโรงแรมบอกว่าเป็นเรือนแพที่เคยใช้ถ่ายหนังเรืองเรือนแพด้วย ไม่รู้ใช่เวอร์ชั่นที่ ที่โด่งดังเมื่อหลายสิบปีก่อนรึเปล่าไม่รู้  แต่ภายใน ยังดูค่อนข้างดีเลยทีเดียว  

บรรยากาศสุดฟินเลยทีเดียว นานๆมานอนแบบนี้ทีก็ดีนะ ได้บรรยากาศดี๊ดี 

เริ่มเย็นละ เดี๋ยวเตรียมไปทานอาหารเย็นกันดีกว่า หาร้านอร่อยมาใน google ว่าจะไปทานกันที่ร้านป้าสำราญ เลยโทรไปกะจองโต๊ะก่อน เนื่องจากเป็นวันสิ้นปีพอดี แต่ตกใจเล็กน้อย เพราะ บ่าย4 โมงโทรไปบอกว่าร้านปิดแล้ว เพราะของหมด โอ้วววสงสัยจะอร่อยจริง ขายดีขนาดนี้ เลย เปลี่ยน พิกัด ไปอีกร้านนึงเห็นเคยมีคนแนะนำเหมือนกัน นั่นก็คือ ร้านอาหารนกน้อยครับ อยู่ไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่ พิกัดตามนี้เลย…

มาดูเมนูแนะนำ กันดีกว่าครับ สั่งตามเมนูแนะนำนี่แหละ ง่ายดี 555 แต่ทานอิ่มแล้วทุกคนลงความเห็นว่า รสชาด ไม่เท่าไหร่ครับ น่าเสียดาย ไม่ได้ทานที่ร้านป้าสำราญ 

ก่อนเข้าที่พัก ว่าจะซื้อของนิดหน่อยที่เซเว่น แต่หาอยู่นาน เซเว่น ไม่ได้มีเยอะเหมือนที่กรุงเทพ กว่าจะเจอเซเว่น ก็ต้องวิ่งไปแถวๆ ห้าแยกวิทยุเลยครับ ซึ่งตรงนั้น เป็นแหล่งของอร่อยมากมายเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวไก่เจ๊โหนก หรือปลาลวก และอื่นๆอีกมากมาย แล้วก็มาเจอกันร้านไอติม ร้านเด็ดเลย ร้านเจริญรวมมิตรอยู่เยื้องๆเซเว่นก่อนถึงแยก วิทยุเลย จัดไปซักหน่อยไหนๆก็มาถึงละก่อนข้ามไปซื้อของที่เซเว่น 555

จากนั้นก็กลับที่พักละครับ นั่งชิลด์ๆอยู่หน้าแพ จนถึงเวลาเค๊าดาวน์ ที่นี่มีจุดพลุบ้างนิดหน่อย พอได้บรรยากาศเค๊าดาวน์บ้าง หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันเข้าห้องพักละครับ  ตัดมาตอนเช้าเลย เช้าแล้ว มาชมบรรยากาศยามเช้าของเมืองอุทัยธานี กันซักหน่อยดีกว่า

ประมาณ 8 โมงกว่าๆ ทางรีสอร์ท มีบริการล่องเรือชมวิวด้วย ฟรี แบบนี้พลาดได้ไง ถึงก็ได้เวลาไปล่องเรือเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวอุทัยกันดีกว่า ชมบ้าน วัด หรือ แพของชาวบ้าน ที่อาศัยกันอยู่ที่อุทัย ริมแม่น้ำสะแกรัง นี้ แพบางแพนอกจากมีอาชีพ เลี้ยงปลาขายแล้วยังมีบางแพ ที่ปลูกใบเตยขายด้วย งามด้วยนะเนี้ย ไม่น่าเชื่อใบเตยก็มาปลูกในน้ำแบบนี้ได้ด้วย

ถ้าใครมาที่เมืองอุทัยธานีนี้ เห็นบ้านเมืองที่นี่ส่วนมากจะทาสีม่วง ก็ไม่ต้องแปลกใจครับ เพราะที่เมืองนี้ มี พระตำหนักของ สมเด็จพระเทพฯ ท่านอยู่ที่เมืองนี้ครับ

หลังจากนั้น เรือก็ไปหยุดให้เราช็อปปิ้งกันที่แพขายของครับ มีอาหารจำพวกปลาทั้งหลายแหล่ ปลาปิ้ง ปลาร้า และอื่นๆอีกมากมาย ให้ได้ซื้อเป็นของฝากครับ

จากนั้นเรือก็วนกลับผ่านมาที่หน้า รีสอร์ท เลยไปอีกนิด ไปชมพระตำหนักของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครับ ท่านมีพระตำหนักอยู่ที่เมืองอุทัยนี้ด้วย แต่นานๆที ท่านจะเสด็จมาพักผ่อนซักครั้ง

หลังจากนั้น เรือก็กลับไปยังท่าจอดเรือของรีสอร์ท เป็นอัน จบการล่องเรือเรียบร้อย ขึ้น เรือมาก็ไปทานอาหารเช้าพักที่โรงแรมครับ อาหารก็มีให้เลือก พอสมควร เราทานกันรองท้องนิดหน่อยพอดีกว่า เพราะเดี๋ยวเราจะไปหาของอร่อยทานกันต่อ เห็นเค้าว่า มีก๋วยเตี๋ยวไก่ อร่อย ต้องขอลองซักหน่อย

เก็บกระเป๋าเสร็จเรียบร้อย ก็เช็คเอ้าท์ได้เวลาไปเที่ยวกันต่อละ โปรแกรมวันสุดท้ายนี้ เราจะตระเวนเที่ยวในตัวเมือง แล้ว ก็ตีกลับบ้านที่บางบัวทองละครับ ออกจากโรงแรมมา ก็ไปหาร้านอร่อย พิกัดแรกกันเลยครับ จริงๆจะทานก๋วยเตี๋ยวไก่เจ๊โหนก แต่ คนขับเรือแนะนำอีกร้านครับ ก๋วยเตี๋ยวไก่ท้าพิสูจน์ ไหนๆก็มาล่ะ ลองทั้ง 2 ร้านเลยแล้วกัน5555  มาดูร้านแรกครับ หาไม่ยาก วิ่งมาทางห้าแยกวิทยุ ครับ ก่อนถึงจะเจอไฟแดง ร้านก๋วยเตี๋ยวจะอยู่ทางขวามือ หาที่จอดลงไปทานกันเลยครับ

ได้เวลาอร่อยกันละร้านจะเป็นแบบดั่งเดิมเลยแบบหาบขายสมัยก่อน ลวกกันตรงนั้นเลย ดูขลังดี ส่วนรสชาดเป็นแบบจีนๆหน่อยคือจะเน้นหวาน น้ำซุป น่าจะใส่ซีอิ๊วหวานผสมมาด้วยเลยมีรสชาติแนวๆนั้น เนื้อไก่ นุ่ม ละลายในปาก จริงๆมีอีกเมนูอร่อย คือไส้ไก่ครับ ไม่เหนียวเลยสั่งมาทานเปล่าๆอีกจานนึง แต่เนื่องจาก อร่อยจัด เลยลืมถ่ายมาให้ได้ดู 555

ก่อนจะขึ้นไปบนเขาสะแกรัง เราแวะซื้อขนมของฝากกันก่อนครับเป็นทางผ่านพอดี หนึ่งขนมขึ้นชื่อที่อุทัยธานี นี้ก็คือ ขนมปังไส้สังขยา ร้านไพพรรณนี้เลยพิกัดที่ตั้งดูจากแผนที่ด้านบนได้ จะอยู่ไม่ห่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ท้าพิสูจน์เท่าไหร่ โชคดีมากครับ ที่สั่งจองไว้ล่วงหน้า ไม่งั้น อด!!! เห็นแปะป้ายไว้เลยหน้าร้าน ว่าหมด!!

จากนั้นเราก็แวะไปถ่ายรูปชมวิวบนเขาสะแกรังกันก่อนเลยครับระหว่างรอย่อย เพราะเดี๋ยวต้องไปชิมก๋วยเตี๋ยวไก่เจ้าดังอีกร้านนึง ส่วนที่จุดชมวิวบนเขาสะแกรังสามารถขับรถขึ้นไปได้เลย พิกัดตามนี้...  

แต่ถ้าไปเทศกาลไม่แนะนำนะครับ เพราะหาที่จอดรถยากมาก วันนั้นวนอยู่นาน ไม่มีที่จอดเลยตัดสินใจจอดซ้อนคันไว้แป๊บนึงวิ่งไปเก็บภาพมาให้ชมไหนๆก็มาถึงล่ะ เดี๋ยวไม่มีภาพกลับไปเสียใจแย่
เขาสะแกกรัง จากบริเวณลานวัดสังกัสรัตนคีรีมีบันไดขึ้นไปสู่ยอดเขาสะแกกรัง หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 3220 จะพบทางแยกขึ้นเขาเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวบริเวณสนามกีฬาจังหวัดไปตามทางขึ้นสู่ยอดเขา จากบนยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีได้กว้างขวาง เป็นที่ตั้งของมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งย้ายมาจากวัดจันทาราม สร้างเมื่อ พ.ศ. 2448 ด้านหน้ามีระฆังใบใหญ่ที่พระปลัดใจและชาวอุทัยธานีร่วมกันสร้างเมื่อ พ.ศ. 2443 ถือกันว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ ใคร ไปเที่ยวอุทัยธานีแล้วไม่ได้ ไปตีระฆังใบนี้เหมือนมาไม่ถึงอุทัยธานี เลยนะ

จากบนนี้ชมวิวเมืองอุทัยได้อย่างชัดเจน สวยงามมากมาย ถ้าขึ้นมาตอนใกล้ๆค่ำ ยิ่งสวยงามไปอีกแบบ

จากนั้นก็ตีลงไปทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน เจ๊โหนก กันต่อครับ อยู่แถวๆ ห้าแยกวิทยุนั่นแหละ หาไม่ยากครับ

ได้เวลาอร่อยกันละ เนื่องจากร้านเป็นร้านไม่ใหญ่ โต๊ะมีจำนวนจำกัด ถ้าไปเยอะ ก็ต้องเสียเวลารอนิดนึงครับ หรือไม่ก็คงต้องทยอยๆเข้าไปทานกัน

ได้เวลาอร่อยกันล่ะ จัดกันไปครับ ก๋วยเตี๋ยวไก่ พร้อมด้วย หมูเด้งลวกจิ้มอีกซักจาน รสชาด ก็คนละแนวกับร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ท้าพิสูจน์ครับ แต่ถ้าถามผมว่าชอบร้านไหนผมว่า ชอบร้านท้าพิสูจน์มากกว่านะ ใครมีโอกาศลองไปทานดูครับ แต่ละคนอาจชอบรสชาดไม่เหมือนกัน

จากนั้นเราก็ไปที่เที่ยวสุดท้ายของทริปนี้กันแล้วครับ นั่นก็คือ วัดท่าซุง หรือ วัดจันทาราม  นั่นเอง พิกัดตามนี้เลยครับ ไม่ไกลเท่าไหร่

วัดท่าซุง หรือ วัดจันทาราม   ชาวบ้าน มักจะเรียกติดปากว่า วัดท่าซุง ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นที่เลื่องชื่อในด้านความงดงาม ด้วยความโดดเด่นของ “วิหารแก้ว 100 เมตร” ที่ตกแต่งด้วยโมเสกแก้วเล็กๆทั้งวิหาร ทำให้ดูสวยงามแวววับจับตา  งดงามมาก ภายในวิหารแก้วนี้ มีโลงบรรจุองค์หลวงพ่อฤาษีลิงดำซึ่งชาวอุทัยธานีเคารพนับถือกันมานาน

เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราเข้าไปชมด้านในกันเลยดีกว่าครับ ไหว้พระขอพรกันต้อนรับปีใหม่ซักหน่อย

เสร็จแล้วเดี่ยวเราไปชมจุดไฮไลท์อีกจุดนึงครับ นั่นก็คือ ปราสาททองคำนั่นเอง เดินหาอยู่นาน ดูแผนที่หน่อยดีกว่าเพราะวัดบริเวณกว้างมากๆ ไม่รู้ตั้งอยู่ตรงไหน ศึกษาได้จากแผนที่นี้เลย

เดินอ้อมมานิดใน วัดท่าซุงนี้ จะพบกับอีกหนึ่งสถานที่สวยๆ ที่ห้ามพลาดเมื่อมาที่วัดท่าซุงนี้ นั่นก็คือ ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก)   สร้างด้วยการก่ออิฐฉาบปูน ประดับลวดลายไทยปิดทองคำเปลวติดกระจก ใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ญาติโยมถวาย ด้านนอกปราสาทใช้ทองคำเปลวปิดรอบปราสาท  ภายในบริเวณใก้ลเคียงนี้ก็ยังมี พิพิธภัณฑ์ “สมบัติพ่อให้” ที่ตอนนี้กำลังก่อสร้าง อยู่ตรงข้ามกับ ปราสาททองคำเลย


จากนั้น ก็เตรียมตัวเดินทางกลับบ้านที่บางบัวทองละครับ หนทางอีกยาวไกล เผื่อเวลาไว้ซักหน่อย เพราะ คนน่าจะเริ่มทยอยกลับกรุงเทพบ้างแล้ววันนี้ ขอปิดท้ายรีวิวด้วยภาพนี้เลยครับ หวังว่า รีวิวนี้คงจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่มีแพลนจะหาที่เที่ยวที่ไม่ไกลจาก กรุงเทพมากนัก ที่สำคัญปีนี้เค้ามีส่งเสริมให้เที่ยวเมืองรองด้วย เห็นว่าหักลดหย่อนได้ด้วย ลองหารายละเอียดดูนะครับว่าลดหย่อนส่วนไหนได้บ้าง 

ขอบคุณทุกๆท่านที่แวะมาเยี่ยมชมรีวิวนี้ ขอบคุณทุก ถูกใจ และ กดโหวตให้กระทู้นี้ ขาดตกบกพร่อง ตรงส่วนไหน ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ แล้วพบกันในรีวิวต่อไปครับ สำหรับวันนี้ขอกล่าวคำว่า ขอบคุณครับ

เรื่องและภาพโดย : https://www.facebook.com/TrawenTheiyw/

แสดงความคิดเห็น