สุดประจิมที่พาวี....เดินป่าข้ามประเทศ

08 กุมภาพันธ์ 2561 | โดย นักเดินทางใต้แสงดาว (1,943 เข้าชม)
แบ่งปัน:

ห่างหายไปหลายเดือนหลังจากกระทู้เนปาล วันนี้กลับมาขอกล่าวคำว่าสวัสดีอีกครั้ง การเดินทางแรกของปีได้เริ่มต้นอีกแล้วในเขตซึ่งเคยเป็นอดีตพื้นที่สีแดง  ดอยน้องใหม่ที่หลายคนยังไม่คุ้นหูมากนักในเวลานี้  หากว่าจะเอ่ยว่าดอยพาวี หลายคนอาจจะส่ายหัว

ดอยพาวีอยู่ในเขต อ.อุ้มผาง จ.ตาก จังหวัดที่เต็มไปด้วยป่าไม้ เทือกเขา และธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ หลากหลายความผจญภัยหาได้ที่นี่ ถ้าจะให้ดี สบายๆไม่เร่งรีบมาก การเดินทางมาสำรวจดอยพาวี ควรจะใช้เวลา สัก 3 วัน 2คืน จะไม่เหนื่อยล้ามากไป  แต่เนื่องด้วยสมาชิกในทีมหลายท่าน มีวันลาที่ค่อนข้างจำกัด สำหรับทั้งปี การเดินทางครั้งนี้ถูกบีบให้สั้นเหลือแค่ 2 วัน 1คืน เดินกันให้ขาลากกันเลย

เช้าตรู่วันเสาร์รถตู้ VIP ปรับอากาศ บรรทุกนักเดินทางแปลกหน้า 10 ชีวิตจากเมืองกรุง เดินทางเข้าสู่ อ.อุ้มผาง จุดเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ บ้านพี่คำสิงห์โฮมสเตย์  แกตื่นแต่เช้ามายืนรอต้อนรับพวกเราที่หน้าบ้าน  จัดการทำธุระส่วนตัว อาบน้ำให้เรียบร้อย เพราะว่าหลังจากนี้ไปจะไม่ได้อาบจนกว่าจะถึงเย็นๆของวันถัดไป ทานข้าวเช้าด้วยข้าวต้มพร้อมกับข้าวง่ายๆ 3 อย่าง และออกเดินทางในเวลาถัดมา

จากบ้านพี่คำสิงห์ต้องนั่งรถกระบะไปยังจุดเดินเท้าหมู่บ้านมะโอโค๊ะ เนื่องจากเป็นต่างตำบล เลยใช้เวลาเดินทางหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ หากว่าจะต้องการแวะร้านสะดวกซื้อ หรือตลาดสด ให้ซื้อจากที่อุ้มผางจะสะดวกที่สุด



ด้วยความที่แวะซื้อของกินมาตลอดทางกว่าจะถึงหมู่บ้านมะโอโค๊ะ ก็ปาไปเกือบเที่ยงแล้ว เราเลยตัดสินใจกันกินข้าวกลางวันที่เตรียมมาก่อนที่จะเริ่มเดินเท้ากันเลย  เส้นทางในตอนแรกหลังจากเดินออกจากหมู่บ้านจะต้องเดินผ่านคันนา เป็นทางราบเดินง่าย เหมือนให้ Warm up ในช่วงเริ่มต้น  พอเริ่มเข้าสู่ป่า ทุ่งนาหายไปก็จะเป็นทางที่ชันเล็กน้อย สลับกับทางราบบางให้พอได้พักกำลังขา



เดินไปพักไป แวะถ่ายรูปไปเรื่อย ใช้เวลาไม่นาน3ชั่วโมงกว่ากับระยะทางเกือบ 6กิโลเมตร พวกเราก็เดินทางถึงจุดตั้งแคมป์ เป็นลานกว้างมากสามารถรองรับนักเดินทางได้หลายคน จุดที่พวกเราตั้งแตมป์พักแรมอยู่ในเขตประเทศไทย แต่ยอดดอยที่จะต้องเดินขึ้นไปต่อในวันรุ่งขึ้นนั้นอยู่ในเขตพม่า และนี่คือที่มาของชื่อกระทู้ว่าเดินป่าสองประเทศนั้นเอง ช่วงที่พวกเราขึ้นไป ไม่มีสมาชิกจากกลุ่มอื่นเลยนอกจากลูกหาบ 3 คนแล้ว ก็มีเฉพาะพวกเรา10คน ส่วนตัวสุดๆ

กิจกรรมยามเย็นนอกจากทานข้าวเย็นร่วมกันแล้ว นั้นก็คือตาดูดาว แต่มือถือกระป๋องเบียร์  พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องราวที่นำมาแชร์กัน ก่อนที่จะเมาและแยกย้ายกันไปนอนเต็นท์ของตัวเอง


ก่อนนอนแจ้งข่าวสารนัดหมายเช้าวันถัดไปเราจะเริ่มเดินจากจุดพักแรมเวลา 7 โมงเช้า แต่ด้วย ฤทธิ์ ของแอลกอฮอลทำเอาพวกเราหลายคนตื่นสาย กว่าจะได้เริ่มเดินเท้าจริงๆก็เกือบเก้าโมง เดินได้ไม่นานก็พบกับจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก แวะถ่ายรูปกันเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ยอดดอยพาวีรอเราอยู่


เราเดินทางมาถึงครึ่งทางเป็นจุดที่ต้องแยกกันสำหรับผู้หญิงและชาย ด้วยความเชื่อของคนพื้นที่ผู้หญิงจะต้องรอด้านล่าง ผู้ชายเท่านั้นที่เดินต่อขึ้นไปยอดพาวีได้ ขออภัยในความไม่สะดวก


ประเมินจากสายตาก็เห็นยอดพาวีอยู่ไม่ไกล เดินๆไปเดี๋ยวก็ถึง แต่ด้วยอากาศร้อนบวกกับทางที่ชันมาก ทำให้ผู้ชายในทีมจาก 7 คน ถอนตัวตัดสินใจไม่เดินต่อ 2 คน รองเท้าพังจนไม่มีดอกยางแล้ว ไม่ใช่เรื่องดีหากว่าจะฝืนเดินต่อไป การตัดสินใจไม่เดินต่อแล้วหันหลังให้กับยอดดอย ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำในสถานการณ์เลวร้ายแบบนั้น


ในหลายครั้งจุดหมายปลายทางที่เราไปมันก็อาจจะว่างเปล่า ไม่มีอะไรให้น่าค้นหา สำคัญพียงแต่ว่าระหว่างทางที่ผ่านมาเราซึมซับอะไรมาบ้าง การไปถึงจุดหมายปลายทางก่อนใคร ก็ไม่น่าภูมิใจเท่ากับไปถึงพร้อมๆกัน  

ถึงแล้วยอดดอยพาวี มองย้อนกลับไปคุ้มค่าที่ได้ขึ้นมามองความงามของธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์อยู่
เวลาการเดินทางในวันนี้เหลือน้อยลงทุกที พรุ่งนี้พวกเราทุกคนจะต้องกลับเข้าสู่โลกแห่งความจริง โลกที่มากมายรายล้อมไปด้วยผู้คน และความวุ่นวายในเมืองหลวง เปลี่ยนโหมดจากนักเดินทางสู่นักทำงานมืออาชีพ
ทางที่ชันมากทำให้ขาลงพวกเราวิ่ง Trail กันลงไปแบบหยุดลำบาก อาจจะเป็นเพราะอาการหิวข้าว จากพลังงานที่สูญเสียไปในตอนขาขึ้นด้วย

เหลือบตามองนาฬิกาที่ข้อมือ อีก20นาที บ่ายสามโมงเย็นกลับลงมาถึงจุดกางเต็นท์พักแรม รีบเก็บของให้ไวที่สุด ต้องทำทุกอย่างแข่งกับเวลา หากว่าใครพร้อมแล้วเดินนำหน้าไปก่อนได้เลย  เดินลงไปถึงหมู่บ้านมะโอโค๊ะก็ห้าโมงเย็น พี่คำสิงห์ขับรถมารับพอดี พร้อมซื้อเบียร์มาให้ดับกระหาย 1 ถาด  ฉลองจบทริปการเดินทางของพาวี
การเตรียมตัวมาเดินป่าเราคิดว่าหลายคนคงพอจะทราบดีอยู่แล้ว จะขอแจ้งบางอย่างที่จำเป็นแล้วกันนะ
-    เราติดต่อผ่านพี่คำสิงห์ โฮมสเตย์ ในเรื่องของลูกหาบและคนนำทาง
-    บ้านพี่คำสิงห์ มีห้องน้ำเยอะ และมีเครื่องทำน้ำอุ่น มีความสะดวกในการรับรองคณะใหญ่
-    จุดกางเต็นท์อยู่ฝั่งไทยมี 2 จุดและมีพื้นที่มากพอ เลือกได้ตามอัธยาศัย
-    สำหรับห้องน้ำ ก็เลือกตามอัธยาศัยเช่นกัน ทิชชูเปียกคือสิ่งที่จำเป็นอย่างแรง
-    ด้านบนมีแหล่งน้ำตลอดปี
-    เช้ามืดอากาศหนาวและลมแรง เตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปให้พร้อม
-    ช่วงที่เราไปไม่มีทากเลย ( 12-14มค)
-    ระดับความยากถือว่าพอตัว ทางชันเยอะ แต่มีจุดพักหลายที่
-    หากว่ามีเวลามากพอ ควรจะมา 3 วัน 2คืน
หากว่าใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หลังไมค์ไปได้ หรือตามไปคุยกันต่อที่ https://www.facebook.com/J0urneyMania/

สำหรับวันนี้ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ แล้วพบกันใหม่ในการเดินทางครั้งถัดไปเร็วๆนี้  

แสดงความคิดเห็น