เที่ยวรัวรัว : ถ้าเราเหนื่อยล้า จงเดินเข้าป่า คามิโคจิ Kamikochi, Nagano

15 พฤษภาคม 2561 | โดย พี่หยอดวัดยาง (1,382 เข้าชม)
แบ่งปัน:

สวัสดีค่ะ "พี่หยอดวัดยาง" จะพาไปเข้าป่าที่ประเทศญี่ปุ่นกันในกระทู้นี้...

ธรรมชาติในประเทศญี่ปุ่น ยังคงความสวยงามและสมบูรณ์ เพราะทุกคนช่วยกันดูแลรักษา  
"พี่หยอด" จะพาไปสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิดกันค่ะ

ก่อนอื่นขอฝากแฟนเพจเล็กๆของ “พี่หยอดวัดยาง” ไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ มีรีวิวอื่นๆให้ได้อ่านกันอีกเพียบเลย
จิ้มเข้าไปตามกันที่ Facebook Fanpage “เที่ยวรัวรัว”
www.facebook.com/travelruarua หรือที่ www.travelruarua.com


Kamikōchi ไปเดินป่า...คามิโคจิ สวิสเซอร์แลนด์แห่งประเทศญี่ปุ่น

Kamikōchi คือหุบเขาที่ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขา Hida Mountain (ตอนเหนือของ Japan Alps) ในเขตอุทยานแห่งชาติ Chūbu-Sangaku National Park ทางตะวันตกของ Nagano Prefecture เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่น  
แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและจากทั่วโลกเดินทางมาเยือนจำนวนมาก

ในปีนี้ Kamikōchi เปิดให้เข้าไปชมธรรมชาติได้ระหว่างวันที่ 17 เม.ย.- 15 พ.ย.61 ค่ะ

มาเล่าให้ฟังถึง Kamikōchi กันซะหน่อยก่อน
พื้นที่ Kamikōchi เป็นแนวที่ราบสูงที่มีระยะทางประมาณ 15 กม. ทอดยาวไปตามแม่น้ำอาสุซะ Azusa River Valley โดยมีความสูงเหนือน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร ไม่มากนักแบบว่าเดินกำลังสบายๆ หัวใจไม่เต้นแรงค่ะ

พื้นที่ Kamikōchi ยังคงความสมบูรณ์ทางธรรมชาติเต็มพิกัดค่ะ และเพื่อเป็นการดูแลรักษาและไม่รบกวนธรรมชาติ
พื้นที่ Kamikōchi มีข้อห้าม/ข้อควรปฏิบัติ ตามนี้ค่ะ

บริเวณนี้จะไม่สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาในพื้นที่ได้นะคะ ทางเดียวที่จะเข้ามาถึง Kamikōchi ก็คือโดยรถบัสหรือแท็กซี่เท่านั้น
ที่นี่จะไม่มีถังขยะเลยแม้แต่จุดเดียวค่ะ เพราะขยะทุกชิ้น เราต้องนำกลับออกมาทิ้งด้านนอกทั้งหมด ใครจะเข้าไปเที่ยวก็อย่าลืมพกถุงพลาสติกเล็กๆ ไว้ใส่ขยะออกมาด้วยนะคะ
ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเขามาในพื้นที่ค่ะ เพราะใน Kamikōchi มีสัตว์เจ้าบ้านที่แสนน่ารักอยู่มากมาย ไม่อยากมารบกวนกันค่ะ
ห้ามให้อาหารสัตว์ต่างๆ ที่พบเจอนะคะ ให้น้องๆเค้าหากินตามธรรมชาติดีที่สุด
ห้ามหยิบ จับ หรือรบกวนต้นไม้ แมลง หรือสิ่งมีชีวิตต่างๆ ดูแต่ตาเท่านั้นดีที่สุด
สุดท้ายเวลาเดินในพื้นที่ Kamikōchi ควรเดินเฉพาะตามเส้นทางที่มีไว้เท่านั้น

สังเกตดูนักท่องเที่ยวทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีค่ะ พื้นที่ Kamikōchi นี้สะอาดมากจริงๆ ช่วยกันคนละไม้คนละมือแบบนี้ ดีงามมมมม

การเดินทาง
เราสามารถเดินทางมาที่ Kamikōchi ได้จาก 2 ฝั่งค่ะ
- ฝั่ง Nagano มาจากเมือง Matsumoto
- ฝั่ง Gifu มาจากเมือง Takayama
***สำหรับการเดินทางของ "พี่หยอด" เริ่มต้นจากเมือง Matsumoto นะคะ***

เดินทางโดยรถสาธารณะ
สำหรับการเดินทางมาที่ Kamikōchi นั้น อย่างที่บอกไปว่าที่นี่เราจะต้องนั่งรถบัสเข้ามาได้อย่างเดียวค่ะ
โดยจะมีท่ารถบัส ซึ่งเป็นต้นสายอยู่ที่ Shin-Shimashima Station เมือง Matsumoto

จาก Matsumoto Station มีทั้งรถไฟและรถบัสพาเรามายัง Shin-Shimashima Station ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง
และจาก Shin-Shimashima Station - Kamikōchi อีกประมาณ 1 ชั่วโมง
ดูตารางเวลารถบัสได้ที่ link นี้
http://www.alpico.co.jp/en/transportation/detail.php?id=20

เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว  (พี่หยอดใช้วิธีนี้)
สำหรับคนที่ขับรถเที่ยวเอง เราสามารถขับรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปได้ถึง Sawando Parking Area (ซึ่งจะอยู่เลย Shin-Shimashima Station มาเกือบครึ่งชั่วโมง) ที่นี่จะเป็นจุดสุดท้ายที่เราจะสามารถนำรถยนต์เข้าพื้นที่ได้ค่ะ โดยเส้นทางจะขึ้นเขาเรื่อยๆๆๆๆ เลย หลายโค้งพอสมควร ต้องขับด้วยความระมัดระวังนะคะ

ที่ Sawando Parking Area จะมีจุดจอดรถอยู่เยอะเลยค่ะ สามารถเลือกได้ว่าจะจอด 1 วัน / 2 วัน ราคาค่าจอดรถวันละ 600 JPY
พิกัด Sawando Bus Terminal
https://goo.gl/maps/NwQHMabsD4n

พอจอดรถแล้ว เราก็ต้องต่อรถบัสเพื่อเข้าไปใน Kamikōchi กันต่อค่ะ
ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที โดยสามารถซื้อตั๋วได้ที่ Sawando Bus Terminal ได้เลย ราคาตั๋ว ไป-กลับ 2,050 JPY ต่อคน
ดูเวลาตารางรถบัสได้ที่ link นี้ค่ะ
http://www.alpico.co.jp/access/kamikochi/sawando/

ดูรายละเอียดการเดินทางเพิ่มเติมแบบละเอียดได้ที่
http://www.kamikochi.org/plan/access#car

รถไฟมา Kamikōchi  น่ารักเชียว

Sawando Parking Area มีจุดจอดรถหลายจุด อยู่ไม่ไกลกัน

ตั๋วรถบัสไป Kamikōchi  แบบไป-กลับ


โอเคจบเรื่องวิธีการเดินทางแล้ว ทันนี้มาต่อกันที่ ป้ายที่จะลงบ้างดีกว่า... ดูแผนที่ประกอบไปด้วยนะคะ
แผนที่ละเอียดตาม link นี้ค่ะ http://www.kamikochi.or.jp/english/areamap/


รถบัสทุกคันจะมีที่หมายสุดสายเดียวกันคือที่ป้าย Kamikōchi ค่ะ ซึ่งป้ายนี้ก็คือ จุดศูนย์กลางของ Kamikōchi นั่นเอง ทุกสิ่งอย่างรวมกันอยู่จุดนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Tourist Information ร้านอาหาร โรงแรม ร้านขายของที่ระลึก และ Landmark ของ Kamikōchi ก็คือสะพาน Kappabashi นั่นเอง

***สำหรับใครที่ไม่อยากเดินเยอะ มีเวลาน้อย ก็แนะนำให้นั่งรถบัสสุดสายมาลงที่ป้ายนี้ได้เลยค่ะ

แต่สำหรับสายลุยหน่อย มีเวลาชิว อยากดื่มด่ำธรรมชาติ ขอแนะนำให้ลงรถบัสที่ป้าย Taisho-ike
ฟังคนขับบอกชื่อป้ายดีๆ ป้ายนี้จะมีนักท่องเที่ยวลงค่อนข้างเยอะค่ะ

ที่ป้าย Taisho-ike นี้จอดที่หน้าร้านอาหารเล็กๆ ที่ป้ายนี้ เราสามารถเริ่มต้นการเดินชมวิวทิวทัศน์สวยๆได้ค่ะ โดยมีระยะทางประมาณ 3.5 กม. เพื่อเดินไปจบที่สะพาน Kappabashi ใจกลาง Kamikōchi

โดยเส้นทางในการเดินนั้น ไม่ยากลำบากใดๆเลยค่ะ เป็นการเดินป่าที่ง่ายและสบายมาก มีสะพานไม้ให้เดินได้อย่างสบาย ไม่ต้องใช้ skill พิเศษใดๆ เพียงแค่เตรียมรองเท้าผ้าใบที่เหมาะสำหรับการเดินลุยๆมาก็พอ

หน้าตาป้าย Taisho-ike


จากนี้จะ เล่าสิ่งที่พบเจอระหว่างทางและจุดแวะชมตามเส้นทางนี้ค่ะ "พี่หยอด" เริ่มการเดินชมตั้งแต่เวลา 8 โมงเช้า
หลักๆ ขอแบ่งเป็น 7 จุด ดังนี้ค่ะ  (รูปเยอะหน่อยนะคะ)

จุดที่ 1 - Taisho-ike Pond

บ่อน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟ  Mt.Yake-dake มีของเหลวไหลลงมา จนทำให้เกิดเป็นบ่อน้ำแห่งนี้ น้ำใน Taisho-ike Pond สีเขียวอมฟ้าสวยงามมากกกกกกกค่ะ highlight ของจุดนี้ก็คือ reflection shot ภาพสะท้อนน้ำของแนวเทือกเขา Hotaka Mountain Range ค่ะ
ในตอนเช้าแสงแดดอ่อนๆ ส่องเข้ามาทางบ่อน้ำพอดิบพอดี ถ่ายรูปออกมาไม่ย้อนแสงค่ะ



จุดที่ 2 - จุดชมวิว Mt.Yake-dake

จาก Taisho-ike Pond เราเดินต่อมาเรื่อยๆ ไม่ไกลมากจะเจอกับจุดชมวิว Mt.Yake-dake ค่ะ
ระหว่างทางก็จะมีสะพานไม้ข้ามธารน้ำเดินสบาย
ซึ่งจุดชมวิวนี้ มีลักษณะเป็นลานหินกว้างๆ และมี Mt.Yake-dake อยู่เบื้องหน้า
ซึ่ง Mt.Yake-dake เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ มีความสูง 2,455 เมตร ตรงยอดเขามีลักษณะเป็น lava dome จะเห็นแนวร่องการไหลของลาวาเมื่อครั้งที่มีการปะทุของภูเขาไฟ



จุดที่ 3 - จุดชมวิว Hotaka Mountain Range

เดินต่อไปเรื่อยๆจะผ่านป่าสนขนาดใหญ่ ซึ่งต้นสนในญี่ปุ่นสามารถขึ้นได้ทั้งตามพื้นที่แห้งและเปียก เป็นพืชที่มีความแข็งแทนทนต่อทุกสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี ตลอดทางจะได้ยินเสียงนกร้องค่ะ เพราะในพื้นที่  Kamikōchi มีนกมากกว่า 100 สายพันธุ์อาศัยอยู่

ณ จุดชมวิว Hotaka Mountain Range นี้ เราสามารถมองเห็นแนวเทือกเขานี้ได้แบบกว้างๆ โดยมีหุบเขา Dake-sawa ซ้อนอยู่ด้านหน้า และจะสามารถมองเห็นยอดเขาของ Mt.Okuhotaka-dake ที่ความสูง 3,190 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น


จุดที่ 4 - Tashiro-ike Pond & Wetlands

จากจุดชมวิว Hotaka Mountain Range จะเป็นทางแยกซ้าย-ขวาค่ะ หากเราเลี้ยวขวาไปนิดเดียวก็จะเจอกับ Tashiro-ike Pond & Wetlands
จุดนี้จะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและบ่อน้ำเล็กๆ เวลาฝนตกลงมาบริเวณนี้ ก็จะไหลมากักเก็บและซึมลงบนพื้นผิวดินแถวๆนี้ และมีวิวด้านหลังคือ Mt.Roppyaku-san และ Mt.Kasamizawa-dake เป็น background

จุดที่ 5 - Tashiro Bridge

จากจุดชมวิว Hotaka Mountain Range ที่เป็นทางแยกซ้าย-ขวาค่ะ คราวนี้เราเลี้ยวซ้ายบ้าง เดินมายาวๆ ผ่านป่าสนขนาดใหญ่
ระหว่างทางจะเจอกับน้องลิงเจ้าถิ่น ขนปุกปุยน่ารักมากกก น้องๆไม่กลัวคนเลยค่ะ ใช้ชีวิตใกล้ชิดประชาชนแบบไม่ทำร้ายกัน
เราห้ามให้อาหารน้องลิงเด็ดขาดนะคะ ให้เค้าอยู่ตามธรรมชาติของเขาไป
เดินไปเรื่อยๆ จะถึงเส้นทางที่เดินเลียบแม่น้ำ Azusa-gawa River ค่ะ น้ำสีฟ้าใสมากกก อยากกับน้ำในสระว่ายน้ำ เสียงน้ำไหลดังมากก
สวยมากกกก
เดินไปซักพักก็จะเจอกับ Tashiro Bridge ค่ะ

ตรงสุดนี้จะเป็นอีกทางแยกที่มี facility ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ที่นั่งพัก และโรงแรมค่ะ ใครเดินมาเหนื่อยๆ ก็แวะพักก่อนได้ แต่เราไม่ได้พักค่ะ เดินตรงตรงไปยาวๆ พี่หยอดไม่ได้ข้ามสะพานไปนะคะ จะได้วิวที่จะเห็นถัดๆไปจากนี้ แต่ถ้าใครจะข้ามสะพานไปเดินอีกฝั่งก็ได้เช่นกัน เป็นเส้นทางที่ขนานกันไปมีแม่น้ำคั่นกลางค่ะ


จุดที่ 6 - Azusa-gawa River Route

จากสะพาน Toshiro Bridge เราเดินกันมายาวๆ เลียบแม่น้ำ Azusa-gawa มาเรื่อยๆ ก็จะเจอกับอีกหนึ่งวิวหลักล้านของ Kamikōchi ค่ะ
ตรงจุดนี้จะเป็นเหมือนโค้งแม่น้ำขนาดใหญ่ ที่มีแนวต้นสนเรียงรายอยู่ด้านข้าง มีหาดหินสีขาว และมีวิวเทือกเขา Hotaka อยู่ไกลๆเป็นฉากหลัง
เราใช้เวลาเก็บบรรยากาศอยู่จุดนี้นานมากกกกกค่ะ เพราะสวยงามมากจริงๆ ส่วนตัวแล้วชอบมุมนี้ที่สุดละ



จุดที่ 7 - Kappa-bashi Bridge

เดินเลาะแม่น้ำ Azusa-gawa มาอีกไม่ไกล ก็ถึงที่หมายของการเดินครั้งนี้ค่ะ ที่สะพาน Kappa-bashi
ที่นี่คือจุดศูนย์กลางของ Kamikōchi ค่ะ นักท่องเที่ยว นักเดินป่าทุกคนต้องมาที่นี่ (ท่ารถบัสก็อยู่บริเวณนี้เช่นกัน) เพราะฉะนั้นตรงนี้จะมีความพลุกพล่านและวุ่นวายในระดับนึง !

สะพาน Kappa-bashi คือ Landmark ที่ต้องห้ามพลาดเมื่อมา Kamikōchi ค่ะ สะพานแห่งนี้ได้รับการซ่อมแซมผ่านการปรับปรุงมาแล้วถึง 5 ครั้ง ล่าสุดคือเมื่อปี 1997 สะพานแห่งนี้เป็นที่โด่งดังในญี่ปุ่นก็เพราะมีนักเขียนท่านหนึ่งชื่อว่า Ryunosuke Akutagawa เขียนเรื่องราว Kappa Story ไว้เมื่อปี 1927 โดยในงานเขียนนี้ เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นใน Kamikōchi และสะพานแห่งนี้


สำหรับขากลับ จากสะพาน Kappabashi เดินไปที่ Bus Terminal นิดเดียวค่ะ

และนี่ก็คือทั้งหมดของการเดินชมธรรมชาติที่ Kamikōchi แบบ basic route สำหรับนักท่องเที่ยวสายชิวที่มีเวลาไม่มากนัก
เพราะทั้ง route นี้ 3.5 กม. จริงๆใช้เวลาเดินแค่ 1 ชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ อากาศดีมาก เย็นสบาย เดินไม่เหนื่อย ไม่เบื่อ ตื่นเต้นกับวิวตลอดทาง
(แต่เราใข้เวลาอย่างสิ้นเปลืองไปถึงเกือบ 3 ชั่วโมง เพราะแวะถ่ายภาพและดื่มด่ำตลอดทาง 5555)

แต่ Kamikōchi ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เพราะเส้นทางเดินป่านั้นยังอีกยาวไกล สำหรับนักท่องเที่ยวสาย trekking สามารถเดินต่อไปได้อีกยาวๆๆๆ ค้างคืนใน Kamikōchi ก็ได้ ยังไงถ้าสนใจ อาจจะต้องลองหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเดินทางนะคะ

คำแนะนำ
- การแต่งกาย หากมาแต่เช้าอากาศค่อนข้างหนาว แต่พอสายๆจะเริ่มร้อน เตรียมเสื้อที่ถอดเก็บง่ายๆ ไม่เกะกะ
- เตรียมหมวกและแว่นกันแดดมาด้วยจะดี
- พกน้ำและขนมมาได้ เผื่อทานเล็กๆน้อยๆ ระหว่างทาง เพราะไม่มีของขายเลยจนกว่าจะถึง Kappa-bashi Bridge
- พกถุงมาใส่ขยะกลับไปด้วยนะ
- ควรมารถบัสก่อนเวลารถออกประมาณ 30 นาที คนจะเริ่มมาต่อคิวค่อนข้างเยอะ

หาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับ Kamikōchi
ลองเข้าไปดู link นี้ http://www.kamikochi.org

"พี่หยอด" ได้ทำ Vlog พาไปเที่ยว Kamikochi ไว้ด้วยค่ะ เข้าไปดูได้ที่นี่เลยค๊า

 

ส่งท้ายด้วยภาพถ่ายจากบนรถบัส ตอนนั่งกลับออกมาจาก Kamimochi นะคะ สวยงาม...



ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ...
หากสนใจอ่านรีวิวอื่นๆ จิ้มเข้าไปดูกันได้ที่ "เที่ยวรัวรัว"
www.facebook.com/travelruarua

แสดงความคิดเห็น