Made in Phetchaburi : เพชรบุรี ที่นี่มีครบ..กำงบไม่เยอะ (แก่งกระจาน-บ้านกร่าง-ชะอำ)

17 พฤษภาคม 2561 | โดย JVasita29 (1,844 เข้าชม)
แบ่งปัน:

ทริปนี้เป็นทริปที่สั้น แค่ 2 วัน ไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการหากิจกรรมทำวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ อยู่บ้านเบื่อเบื่อ ไม่มีที่ไป ไปไหนดีน๊าาาา คิดถึงเพชรบุรีเลย  “เพชรบุรี” เป็นจังหวัดที่มีครบทั้งภูเขา น้ำตก ถ้ำ เขื่อน ทะเลหมอก และ ทะเล ไปแค่สองวันเราก็ได้เที่ยวหลายบรรยากาศ ไม่ต้องขับรถไกลด้วย



ไปเที่ยวเพชรบุรีกันดีไหม?!

ปกติถ้าไปเพชรบุรี จะคิดถึงหัวหินชะอำ แต่เพิ่งกลับมาจากทะเลเอาไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย อยากไปพวกน้ำตกหรือภูเขามากกว่า ลองวางแผนเดินทางถ้าเราไปแก่งกระจานและจบด้วยชะอำก็คงจะดีป่ะไปดูกัน สองวันจะไปไหนได้บ้าง



~ แพลนของเราประมาณนี้ ~
วันที่ 1 
ถ้ำเขาหลวง
น้ำตกกวางโจว
สันเขื่อนแก่งกระจาน
จุดชมวิวแก่งกระจาน
ร้านอาหารวิโรจน์

วันที่ 2 
เทศกาลผีเสื้อบ้านกร่าง
โครงการช่างหัวมัน
ทะเลชะอำ
ร้านอาหารป้ามาลีซีฟู้ด

รูปที่ลงคือภาพไม่มีฟิวเตอร์อยากให้ทุกคนได้เห็นธรรมชาติที่งดงามจริงๆ มีใครเป็น เวลาเห็นรูปภาพที่ใส่ฟิวเตอร์จัด ถ้าไปมองด้วยตาเปล่าจะเห็นแบบที่เห็นไหม กลัวfail งั้นเอาสดสดเลยไม่หลอกตา ไปเที่ยวกันเถอะ!



วันที่ 12 พฤษภาคม 2018

ออกเดินทางตอน 8 โมงครึ่ง เริ่มต้นจากสถานีบีทีเอสสำโรง ขึ้นทางด่วนพระรามสองลงสุดทางเชื่อมเข้าเส้นสมุทรสงครามสมุทรสาคร รถติดมากมาก ตอนแรกคิดว่าจะถึงถ้ำเขาหลวงตอน 10 โมงครึ่งกลายเป็นว่าใช้เวลามากกว่าเดิมตั้งชั่วโมงครึ่งถึงตอนเที่ยงพอดี



จุดที่ 1 : ถ้ำเขาหลวง


เราฝากรถไว้ด้านล่าง ไม่ต้องเสียค่าจอด ป้าที่ขายน้ำแกเอาตุ๊กตาจระเข้มาวางไว้บนรถเพราะว่าลิง กลัวจระเข้ 
เดินมาซื้อตั๋วรถสองแถว ไปกลับคนละ 15 บาท ถือว่าเป็นรายได้อย่างหนึ่งที่ให้เค้า ที่จริงถ้ามองจากตาเปล่าเราขับรถขึ้นไปก็ได้ 
ค่าเข้าชมฟรีเสียแต่ค่ารถที่เฉยๆ เวลาเปิด 8 โมงถึง 5 โมงเย็น

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดูแสงลอดถ้ำประมาณ 10 โมงครึ่งเป็นต้นไปแล้วแต่ช่วงไหนแสงลงมา เราเดินขึ้นเนินจากจุดที่จอดรถสองแถวไม่ไกล แล้วลงบันไดลงถ้ำ 

ข้อควรระวังน้ำบริเวณบันไดและตรงซอกหิน ลื่น! โปรดระวังการเดินของตัวเองอย่ารีบเดินจนเกินไป เพื่อนล้มจับกบไปเรียบร้อย บริเวณภายในถ้ำจะมีพระพุทธรูปให้สักการะและความงามของหินย้อย จุดเด่นคือแสงที่ทอดลงมาจะสลับไปสลับมาอ่อนบ้างชัดบ้าง เวลาถ่ายรูปคนก็จะรีบเข้าไปถ่าย รู้สึกว่าสวยดีนะ เราใช้เวลาในถ้ำประมาณ 1 ชั่วโมงก็ได้เวลาลงด้วยการขึ้นรถสองแถวลงไปที่เดิมจุดจอดรถ 
ตอนรับฝากรถเราไม่ได้เสียค่าจอด เลยช่วยคุณป้าซื้อน้ำเป็นการตอบแทน ทุกคนเริ่มงอแงหิวข้าวกลางวัน... ไปหาข้าวกินกันอดทนหน่อยนะอยากไปกินที่ตลาดน้ำกวางโจว



จุดที่ 2 : ตลาดน้ำกวางโจว 

จากถ้ำเขาหลวงใช้เวลาประมาณ 45 นาที ขับรถผ่านทางอำเภอแก่งกระจาน ทางก็เป็นทางลูกรังบ้างทางปกติบ้าง ตลาดอยู่ค่อนข้างลึก ทางคดเคี้ยว ในที่สุดเราก็มาถึงตลาดสักที 

ก่อนที่เราจะเข้าตลาดน้ำเราต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 25 บาทในการเข้าชม แต่ว่าร้านค้าไม่ต้องเสียค่าเช่าที่นะ มาเก็บเงินกับนักท่องเที่ยวแทน ตลาดนี้เปิดให้บริการมานานพอตัว 
เราเคยมาครั้งแรกตอนสองปีที่แล้ว ของที่ขายราคาไม่แพง รู้สึกว่าตอนนี้จะแพงขึ้น จากการสำรวจราคาส่วนมากจะอยู่ที่ 50 บาทต่อไม้ไผ่ มีพวกไก่ทอด ข้าวเหนียวส้มตำ ขนมครก ผัดไท ขนมหวาน ไอติมแล้วก็จะมีพวกขันโตกชุดใหญ่ราคา 170 บาท เมี่ยงปลาทอดราคา 150 บาท ราคาอาหารแพงแต่ว่าที่นั่งฟรี 
เราสามารถจับจองที่นั่งริมน้ำได้ ที่ไหนว่างก็นั่งไปได้เลยไม่มีค่าเช่าที่ ที่นั่งริมน้ำจะทำเหมือนแพ บริเวณท่าน้ำจะมีคนมาขายของแต่งตัวน่ารัก อย่างคนนี้แต่งชุดสไปเดอร์แมนมาขายไอติมงี้ นั่งกินอาหารกลางวันที่เราสั่งมาเต็มไปหมดเลยรู้สึกว่าจะหิวมากตาลายกันทุกคน
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จก็เดินเล่นในตลาด ของในตลาดก็จะมีพวกผลไม้สด ผักสด ผลิตภัณฑ์โอทอปกลุ่มชาวบ้าน ช่วยกันอุดหนุน ได้ราคาไม่แพง ^^ ถ้าใครอยากจะพายเรือเล่นเสียค่าบริการ 30 บาท

ได้เวลาโบกมือบ๊ายบายตลาดน้ำกวางโจว ขอบคุณที่ทำให้เราอิ่มมื้อนี้ ถามทุกคนว่าตกลงจะไปน้ำพุร้อนไหมทุกคนเซย์โนเพราะว่าตอนนี้อากาศร้อนมากถ้าไปแช่น้ำพุร้อนคงจะความดันสูงปี๊ด เปลี่ยนใจเข้าที่พักก่อนดีกว่า เราขับรถจากตลาดน้ำมาที่พักไม่เกิน 40 นาที ตอนแรกหาทางเข้าที่พักไม่เจอเพราะว่านางไม่มีป้ายบอกทาง งงวนอยู่รอบใหญ่สรุปนางอยู่ใกล้เซเว่นหน้าปากซอย โถไอ้เราก็นึกว่าอยู่ตรงไหน เราขับรถเข้ามาในโครงการ 
ที่พัก ชื่อ แสงจันทร์การ์เด้น รีสอร์ต แก่งกระจาน Villa บนเขา ราคาไม่แพงแถมเป็นแบบวิลล่าสองห้องนอนคุ้มมากๆ ถ้าคิดว่าไปอยู่ในหัวหินคงคืนละ 6,000 อัพแน่นอน โครงการใหญ่มีบ้านกระจายอยู่ทุกมุมเขาแนะนำมาถ้าใครต้องการความเป็นส่วนตัวที่นี่ตอบโจทย์อย่างแน่นอน ตอนเราไปถึงฝนมันตกพอดีเลยนอนเล่นกันอยู่ในบ้านไปเดินเล่นริมสระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำอยู่บนเนินเขามองเห็นวิวภูเขาทั้งหมดแล้วก็มีส่วนน้ำวนดีงามจริงๆ ทุกคนบอกว่าหลังกลับจากกินข้าวเย็นเสร็จจะมาเล่นน้ำกัน



จุดที่ 3 : สันเขื่อนแก่งกระจาน

ขับรถมาจากที่พักประมาณหนึ่งกิโลกว่ากว่า โดนพี่ทหารดักไว้บอกว่าน้องครับที่นี่ปิด 6 โมงเย็นนะครับ ตอนนี้ นาฬิกาเหลือ อีก15 นาที รีบเข้าได้เลยครับเพราะฉะนั้น สันเขื่อนเปิดให้บริการตอน 6โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นทุกวัน ค่าเข้าไม่เสียค่าธรรมเนียม เข้าออกคนละประตูกันเราขับรถไปตามทางวันเวย์ เรียบขึ้นไปบนเขื่อน เห็นวิวทั้งฝั่งซ้ายฝั่งขวา ฝั่งซ้ายจะเป็นเขื่อน ฝั่งขวาจะเป็นอ่างเก็บน้ำ สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2509 อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากตรงป้ายประวัติ 555+ เราใช้เวลาในการถ่ายรูปได้ไม่นาน เค้าจะปิดแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาดูพระอาทิตย์ขึ้นละกัน ตื่นไหมอีกเรื่อง



จุดที่ 4 : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

จากสันเขื่อนแก่งกระจานประมาณสามกิโลเราจะพบกับอุทยานแห่งชาติ มีจุดบริการนักท่องเที่ยว จุดเด่นของอุทยานแห่งชาตินี้ไม่ใช่จุดกางเต็นท์เพียงอย่างเดียวแต่ยังมีสะพานแขวนตามรอยหนังด้วยเราขับรถมาจากหน้าอุทยานไม่เสียค่าบริการเนื่องจากว่าเราไม่ได้กางเต็นท์ 

เอารถไปจอดตรงสะพานแขวนได้เลย ถ่ายรูปกับสะพานแขวนคนเยอะมาก สะพานนี้รับน้ำหนักได้ไม่เกิน 25 คน ก็เลยยังไม่เข้าไปดีกว่า รอให้ทุกคนทยอยถ่ายรูปให้เสร็จแล้วเราค่อยเข้าไป ยืนรอจนเกือบพระอาทิตย์จะตกดิน ไม่ได้ละ ต้องขึ้นบ้าง เราขึ้นไปบนสะพาน เพื่อนที่น่ารักแอคท่าให้ถ่ายรูปอย่างเมามันส์ เออเพื่อนคะคนอื่นเค้าต่อแถวอยู่เราจะถ่ายแบบนี้ไม่ได้นะรีบไปเหอะ พระอาทิตย์ตกดินพอดีกระทบกับน้ำให้ความรู้สึกว่าสวยไปอีกแบบหนึ่ง



จุดที่ 5 : ร้านอาหาร วิโรจน์ ริมเขื่อนแก่งกระจาน


ได้เวลารับประทานอาหารเย็นเราเล็งร้านนี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว อ่านรีวิวไว้ว่าร้านนี้ เขาบอกอร่อย ราคาไม่แพง ต้องลองด้วยตัวเองแนะนำพวกเมนูปลา ร้านนี้เปิดตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม เราให้ทุกคนสั่งอาหาร ส่วนเราไปทำหน้าที่ตากล้องที่ดีถ่ายรูปให้เพื่อน นางก็ยังไม่หยุดถ่ายรูปนางบอกว่ามุมดีดีไปมุมตกกระทบเห็นแค่ดำดำก็พอโอเคตามใจค่ะรออาหารไม่นานประมาณ 10 นาที อาหารก็มาเสิร์ฟ เราสั่งปลานิลทอดกระเทียม ปลาฉู่ฉี่ ผัดผัก ต้มยำปลา เอาเป็นว่าสั่งเฉพาะพวกปลาและผักเท่านั้นคลีนเหลือทน มื้อนี้หมดไปไม่ถึงพันสำหรับ 5 คน ถือว่าราคาใช้ได้ รสชาติอร่อย ไว้มากินอีก 

หลังจากเราเสร็จจากอาหารเย็นได้เวลาของหวานและเครื่องดื่มเราไปแวะเซเว่นแถวตลาด ซื้อน้ำแข็งมิกเซอร์ไปจัดสำหรับคืนนี้เข้าที่พัก ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมไปว่ายน้ำ ตอนแรกคิดว่าสระว่ายน้ำน้ำน่าจะเย็นมากๆแต่ที่จริงแล้วเป็นน้ำอุ่นงงว่าอากาศมันร้อนหรือว่าเป็นระบบน้ำอุ่นก็ไม่รู้ ว่ายไปตั้งนาน น้ำก็ยังไม่เย็นนะดีมากจริงๆ ว่ายน้ำไปเป็นชั่วโมง อาหารย่อยหิวอีกรอบ 555+ เลิกเหอะ กลับเข้าที่พักอาบน้ำ หลังจากนั้นก็เป็นเวลาพักผ่อนของพวกเรา อิอิ เจอกันพรุ่งนี้ค่ะตื่นกี่โมงค่อยว่ากัน...

วันที่ 13 พฤษภาคม 2018

ตื่นมาตอนตีสี่... ตื่นมาทำมายก็ไม่รู้ มันนอนไม่หลับแล้วอ่ะ เพื่อนหนึ่งคนนอนไม่หลับเพราะนางดันกินเครื่องดื่มไปเยอะท้องอืดนั่นเอง 
นอนเล่นอยู่บนเตียงไม่มีอะไรทำเลย...ออกมาถ่ายรูปพระจันทร์หน้าบ้าน 555 ว่างไปอี๊กกกกก นั่งเล่นไปนั่งเล่นมาจนประมาณตีห้าครึ่ง


เห้ย ออกไปเขื่อนกันไหมใกล้ใกล้ขับรถไปชมวิวกัน เพื่อนก็เออออไปก็ได้ เราขับรถจากที่พัก 
ระหว่างทางจากที่พักมา...แวะถ่ายรูปริมทางวิวดีงามมากตรงที่พัก จริงๆที่พักก็เห็นทะเลหมอกด้วยนะ 

ถึงสันเขื่อนปรากฏว่าบนสันเขื่อนไม่มีใครเลย ดีงาม วิวทะเลหมอกเป็นของเราคือตอนนั้นทะเลหมอกลงจัดมากไม่จำเป็นต้องขึ้นไปถึงพะเนินทุ่งก็ได้เห็นทะเลหมอกสวยสวยคุ้มค่าจริงๆ ใช้เวลารอจนพระอาทิตย์ขึ้นออกมาทั้งชุดนอน เขินไหมให้ทาย ขนาดนี้แล้วไม่มีคำว่าอาย อิอิ 
หลังจากได้รูปจนพอใจเราก็ลงมาที่ตลาด ตักบาตร และซื้อปาท่องโก๋ไปลองท้องที่ห้อง 

ก่อนเข้าห้องพักแวะชมวิวรอบวิลล่า ที่พักเราจากทางหลักเข้ามาจะเห็นเป็นเวิ้งเขาขนาดใหญ่ที่มีทะเลหมอกอยู่เราก็ขับไปเรื่อยเรื่อยเข้าไปในที่พักของตัวเองก็จะเจอเขาทะเลหมอกที่ค่อนข้างจะจางไปบ้างแล้ว
ไปแวะตรงสำนักงาน ถามเวลาอาหารเช้า พนักงานน่ารักกก แกบอกว่ามาได้เลยคะ เตรียมไว้ให้แล้ว  มองไปเห็นแถวจักรยาน ถามเขา แกบอกเราเอาจักรยานไปขี่เล่นได้เลย จักรยานที่เค้าเตรียมไว้ให้ก็คือมีจักรยานแบบสองตอน จักรยานเสือหมอบ มีทุกแบบจริงๆและให้เลือกหลายประเภท ชอบชอบ ขี่เล่นจนพอใจ เข้าที่พักไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปกินข้าวเช้า กะกินข้าวเสร็จแล้วเช็กเอาท์ออกไปเลย 
หน้าตาบ้านพักของเราสวยใช่ไหมล๊าาาาา  
ไปรับประทานอาหารเช้าริมสระน้ำ จะนั่งข้างนอกก็ได้หรือว่าเราจะนั่งข้างไหนก็ได้ พอดีว่าแสงมันลงเราเลยเลือกนั่งข้างใน อาหารเช้าที่ทางรีสอร์ตจัดไว้ให้จะเป็นแบบอาหารอเมริกันเบรคฟาสต์ ข้าวต้ม ไข่ตุ๋น ขนมปัง อิ่มนะต่อคน ขอบอกว่าวัตถุดิบดีมากคือปกติถ้าเราไปกินอาหารเช้าโรงแรมเนี่ยไส้กรอกมันจะนิ่มนิ่มใช่ไหม แต่อันนี้คือไส้กรอกอร่อยมาก แต่ไม่กล้าขอเพิ่ม 5555 ระหว่างที่รับประทานอาหารเช้าพนักงานก็คอยดูแลพวกเราอย่างดี เสิร์ฟอาหารเสิร์ฟน้ำทำนู่นทำนี่ให้ตลอดเวลา รู้สึกว่าประทับใจก็เลยให้ทิปน้ำใจไป10% ของค่าโรงแรมซึ่งปกติแล้วโรงแรมเค้ารวมเซอร์วิสชาร์ทไปแล้ว แต่อยากให้เพิ่มเพราะว่าประทับใจจริงๆ ไม่ใช่แค่ตอนรับประทานอาหาร แต่รวมไปถึงตอนมาคอยเปิดสระว่ายน้ำให้เปิดจากุซซี่ให้หรือแม้กระทั่งคอยดูแลหน้าบ้านให้ตอนกลางคืน ถ้ามาแก่งกระจาน...จะพักที่นี่อีกแน่นอน หลักจากสุขจนเต็มเปี่ยมจากที่พัก ออกเดินทางกันต่อวันนี้ที่แรกจะไปบ้านกร่าง



จุดที่ 6 : บ้านกร่าง แก่งกระจาน

ทำไมเราถึงอยากมาบ้านกร่าง ช่วงที่เรามา มีเทศกาลชมผีเสื้อ ประมาณเดือนเมษาถึงมิถุนายน ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดูผีเสื้อคือเวลาแดดจัดจัด จากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานขับรถมาประมาณ 35 นาทีทางค่อนข้างคดเคี้ยวต้องคอยระวังทางโค้งให้ดีนะจ๊ะ

ในที่สุดเราก็มาถึงปากทางเข้าตอนแรกตกใจมากค่าเข้า คนละ 100 บาทสำหรับผู้ใหญ่ค่ารถอีกคันละ 30 บาท โชคดีติดบัตรนศ มาด้วย ได้ลดเหลือ 40 บาท นักท่องเที่ยวต่างชาติคนละ 300 คิดดูว่ามันแพงขนาดไหน == จากจุดที่เราจ่ายเงินขับรถเข้ามาอีกประมาณเกือบ 40 นาที ทางลาดชัน ต้องใช้เกียร์ต่ำ ทาวขึ้นเนินสูงแล้วก็ลงต่ำ ตัวเอสกันเลย 
ในที่สุดแล้วก็มาถึงบ้านกร่างแก่งกระจาน หาที่จอดรถเรียบร้อยลงไปจุดโป่งดิน  ค่อนข้างจะผิดหวังเพราะคิดว่าน่าจะใหญ่กว่านี้มีโป่งดินไม่กี่อันแล้วก็คนเยอะมากกดก คือถามว่าสวยไหมก็สวยแต่ว่ามันไม่ค่อยคุ้มกับค่าเดินทางที่ขึ้นมาและก็ค่าเข้าอุทยานที่แพงมากถือว่าเป็นประสบการณ์แล้วกัน จากบ้านกร่างขึ้นไปพะเนินทุ่งอีกประมาณ 15 กิโลเมตรแต่ว่าทางจะเป็นทางลูกรังแนะนำถ้าใครอยากขึ้นไปมันจะมีรอบบอกเวลาอยู่ว่าขึ้นกี่โมงลงกี่โมงไม่ให้รถเก๋งขึ้นไปเด็ดขาด ต้องเช่ารถพวกโฟร์วิวเหมาไปกลับ 1600 บาท ถ้าค้างคืน 2000 บาทขึ้นได้ 10 คนต่อคัน เวลาที่เราไปไม่ใช่รอบขึ้นพะเนินทุ่งเลยเดินเล่นอยู่บริเวณบ้านกร่างถ่ายรูปเล่น 
หนีความวุ่นวายไปชมธรรมชาติของระบบนิเวศ ข้ามน้ำตกจากโป่งดินไปก็จะเจอเส้นทางศึกษาธรรมชาติวานิลาใช้เวลาประมาณ 45 นาที รอบป่าก็ มีพวกเห็ด ต้นไม้ยืนต้น ป่าชื้น เดินวนอยู่พักใหญ่ ก็ไปรอที่รถ เตรียมตัวลงไปด้านล่างก่อนที่กลุ่มของพะเนินทุ่งจะลงมา



จุดที่ 7 : โครงการช่างหัวมันตามแนวพระราชดำริ

ขับรถมาจากบ้านกร่างแก่งกระจานประมาณ 30 นาที ระหว่างทางขับมาก็จะเจอกับหุบเขาสวยสวย ทุ่งนาเขียวคะจีทำให้รู้สึกสดชื่นดี 
ถึงสักทีหลังจากแวะจอดถ่ายรูปมาหลายที่ค่ะ 555+ 
ปกติถ้ามาเมื่อสองปีที่แล้วเราจะเสียค่าเข้าชมโครงการคนละ 20 บาทแต่ตอนนี้ค่าเข้าชมฟรีเพียงแค่ลงทะเบียนยื่นบัตรประชาชนแก่เจ้าหน้าที่ตอนเข้าก็พอแล้ว จอดรถก็ฟรี เราเข้าไปชมตรงสันเขื่อนกันวันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศก็ค่อนข้างจะร้อนตามสภาพท้องฟ้า ทนความร้อนไม่ไหวก็เลยลงไปข้างล่าง เข้าไปชมเทศกาลในหลวงรัชกาลที่ 9 
เหลือบตามองไปเห็นไอศครีมนมสดคนละ 25 บาทของโครงการหลวงตอนแรกไม่คิดว่ามันจะอร่อยขนาดนี้ หรือเพราะว่าอากาศร้อน เอาจริงๆคือไม่หวานมากให้ฟิวลิ่งเหมือนไอติมญี่ปุ่นบวกกับถ่ายภาพกับต้นไม้ยิ่งทำให้ดูญี่ปุ่น เป็นไฮไลท์ของเราเลย เดินเล่นถ่ายรูปชมธรรมชาติดูกังหันลมแป๊บแป๊บก็ไม่ไหว หน้าไหม้ ถ้าใครอยากมาโครงการช่างหัวมันเปิดให้เข้าชมตอน 9 โมงถึง 4 โมงเย็นเข้าชมฟรีนะจ๊ะอย่าพลาด (มาเช้าดีกว่านะ)



จุดที่ 8 : หาดชะอำ 

จากโครงการช่างหัวมันสามารถตรงมาได้เลยเข้าสู่เส้นเพชรเกษมกลับรถ...เข้าสู่หาดชะอำใช้เวลาประมาณ 45 นาที เปลี่ยนแนวมาทะเล เดินเล่นริมหาดชะอำ ถ่ายรูปชิคๆ คูลๆ ได้ ย่านนี้จะมีพวก cafe ริมหาด ร้านอาหารทะเลให้เลือกรับประทานเยอะ



จุดที่ 9 : ร้านอาหารทะเล ป้ามาลี ซีฟู้ด

ร้านป้ามารีย์ร้านอาหารทะเลอยู่ริมหาดราคาไม่แพงแถมอร่อยมากๆค่ะ ปูผัดผงกะหรี่จานละ 200 บาท ปลากูเลาทอดน้ำปลา 400 บาท(ตัวใหญ่มากกก) ปลาหมึกทอดกระเทียม 200 บาทต้มยำรวมมิตรหม้อไฟ 200 บาท มื้อนี้ตก 1140 บาทต่อห้าคน ถูกกกก ไปอีก 
ก่อนกลับก็อย่าลืมแวะซื้อขนมติดไม้ติดมือจากร้านแม่ทั้งหลาย เช่นแม่กิมลั้ง กิมไล้ หรือเจ้าดังอย่างบ้านขนมนันทวัน ขนมหม้อแกง พายลูกตาล แนะนำเลยอร่อยยยยย 
ก่อนยิงยาวเข้ากรุงเทพรถติดหนัก ใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมง กว่าจะมาถึง จบแล้วทริป 2 วัน ในเพชรบุรี จังหวัดดีดีย์ ที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม แล้วเราจะได้เจอกันใหม่อีกแน่นอน เพชรบุรี ยังมีอีกหลายที่ ที่ไม่เคยไป ^^ See You Next Time จ้าาาา ใช้ค่าใช้จ่ายไม่แพง ขนาดแบงค์พันสองใบยังเหลือเลยจ้ะ ถูกกว่าไปเดินช้อปปิ้งในบางทีอีกกกกกก

ติดตามผลงานกันได้ที่ >> https://pantip.com/topic/37671762

แสดงความคิดเห็น