ลองให้นาฬิกาชีวิตหมุนช้าลง 3 วัน 2 คืน ณ...หลวงพระบาง

28 พฤษภาคม 2561 | โดย Mochi_iii บินให้ไกล (1,549 เข้าชม)
แบ่งปัน:

สวัสดีครับ ถ้าพูดถึงเมืองที่สงบ ใช้ชีวิตแบบ slow life ปล่อยใจไปกับธรรมชาติ หลายๆคนคงนึกถึงอย่างเช่นบนดอยต่างๆในจังหวัดทางภาคเหนือของเรา ที่รายล้อมไปด้วยภูเขาสูงมากมาย อากาศเย็นๆ และสามารถนอนมองออกไปนอกหน้าต่างก็จะเห็นเป็นวิวทิวทัศน์ที่ปกคุลมไปด้วยแสงแดดอ่อนๆหมอกยามเช้า
แต่....กระทู้นี้ไม่ใช่แบบนั้นครับ เราจะพาไปใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์กันที่ หลวงพระบาง นั่นเอง เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมรดกโลก อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากไทยเลยครับ จะเป็นอย่างไร จะชิวแค่ไหนเมื่อได้ไปที่นี่ ติดตามชมต่อได้เลยครับ

สำหรับทริปนี้ เพิ่งไปเมื่อหลังสงกรานต์ที่ผ่านมาครับ มีผมและเพื่อนอีกหนึ่งคนที่ร่วมเดินทางไปครับ เนื่องจากชีวิตช่วงนี้เหนื่อยซะเหลือเกิน อยากจะพักผ่อนที่ไหนซักที่หนึ่งที่แบบสามารถไปใช้ชีวิตได้แบบสงบๆ ชิวๆ เรื่อยๆ เลยมาลงเอยที่....หลวงพระบางนั่นเองครับ ก่อนไปก็ได้รีวิวในพันทิปเนี่ยแหล่ะครับ ที่ช่วยแนะนำและพาไป เลยจะลองมาแชร์ประสบการณ์บ้างครับ 

ผมเริ่มต้นกันที่สนามบินดอนเมืองครับ ครั้งนี้ได้ใช้บริการของสายการบิน Thai AirAsia บินคุ้มคุณภาพครบมากๆ เนื่องจากเปิดดูแอปพลิเคชั่น Big Loyalty บังเอิญไปเจอโปรแลก points ไปกลับ 1000 points ครับ รวมแล้วเสียแค่ค่าธรรมเนี่ยมและภาษีประมานพันสี่ร้อยครับ ถูกขนาดนี้ต้องไปแล้ว แหล่ะ

สำหรับคนที่มาถึงสนามบิน ไม่รู้จะไปนั่งรอที่ไหน และเป็นสมาชิกของ King Power สามารถมาใช้ Lounge ได้นะครับ ของผมบัตรสถานะเริ่มต้น Navy สามารถเข้าแบบธรรมดาได้บวกผู้ติดตาม 1 คนครับ เดินเข้าไปยื่น passport ได้เลยย

ขึ้นบันไดขึ้นมา หาที่นั่งกันได้ตามสบายครับ ตอนผมไปคนค่อนข้างจะเยอะครับ แต่สักพักเหมือนจะไปกันหมดแล้ว จากแน่นๆ กลายเป็นโล่งเลย เหมือนบินไฟลต์เดียวกันทั้ง lounge...

สำหรับของทานเล่นครับ จะมีพวกเค้กชิ้นเล็กๆ สลัดผัก ขนมปัง แซนวิช มีซาลาเปากับขนมจีบด้วย และอาหารจานหลักตอนที่ไป จะเป็นข้าวผัดครับ เครื่องดื่มก็จะเป็น ชา กาแฟ น้ำอัดลม คือเข้าที ออกมาอิ่มได้เลย 

นั่งสักพักก็ได้เวลาไปขึ้นเครื่องละครับ AirAsia มีไฟลต์บินตรงไปหลวงพระบางวันละ 1 flight ทุกวัน FD1030 ครับ

ดูแล้วน่าจะคนน่าจะประมาณ 80% ได้ ทั้งคนลาว คนไทยและฝรั่งแบกแพคมาเยอะครับ
แปปเดียวได้เวลาบอร์ดแล้ว นั่งรถบัสไปไกลอยู่ 

ระหว่างต่อแถวรอขึ้น มีน้องผ่านมา 1 ลำ มอมเชียว

สำหรับใครที่มาแนะนำให้นั่งริมหน้าต่างฝั่งขวานะครับ เพื่อนที่ไปด้วยบอกพอใกล้จะถึงวิวสวยมากๆๆๆ เลยยืมรูปเพื่อนมา 1 รูป เครื่องบินจะบินผ่านเขาและแม่น้ำ

แต่...ผมไม่ได้นั่งริมหน้าต่างครับ เซ็งมากกก หันไปเจอแต่ทางเดิน รู้งี้ยอมเสียค่าเลือกที่นั่ง 

ผ่านไปแค่ชั่วโมงนิดๆ ก็มาถึงละครับ วู้วววว ใช้เวลาน่าจะน้อยกว่ากรุงเทพไปภูเก็ตซะอีก 

4 โมงเย็นพอดี เวลาที่ลาวเท่ากับที่ไทยเป๊ะๆ ลงจากเครื่องมาก็ต้องตกใจเล็กน้อยกับสนามบินหลวงพระบาง ทั้งวิวที่สวยและ....ความ open มากของสนามบิน คือออกจาเครื่องมา ก็จะได้รับอากาศธรรมชาติเต็มๆ สามารถแวะถ่ายรูปได้นะครับ แต่อย่านานมาก เด๋วโดนไล่ 0-0  

ข้างๆมีสายการบินแห่งชาติของลาวนั่งเอง รู้สึกจะบินไปเวียงจันทน์

เดินตามป้ายครับ ลงบันไดเลื่อนเพื่อผ่าน ตม. อ้อ ลูกเรือจะแจกใบ imigration บนเครื่องนะครับ เขียนไว้ตั้งแต่บนเครื่อง ลงมาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเขียน ถ้าใครลืมเอาปากกามา หันไปยิ้มหวานๆให้คนข้าง และขอยืม พร้อมทั้งขอบคุณ .... (เพราะลืมเอาปากกาไป 555)

เมื่อผ่าน ตม. มาแล้ว เดินเลี้ยวขวาออกมาได้เลยครับ ร้านขายซิมจะตั้งอยู่ทางซ้ายมือเลย เลือกได้หลายร้าน

ของผมที่ซื้อจะเป็นของ Unitel ใช้ data LTE ได้ 3 GB ราคา 100 หรือ 150 เนี่ยแหล่ะครับ มีป้ายราคาชัดเจน หลายแบบครับ สามารถจ่ายเงินไทยได้เลย พนักงานจะเปลี่ยนซิมให้

หลังจากจัดการซิมแล้ว เดินออกมาไปแลกเงินครับ ความจริงมีร้านแลกเงินบูทแดงๆด้วย แต่ของผมไปแลกที่ธนาคารครับ ไม่รู้ทำไม แต่เรทพอๆกันครับ จริงๆแล้วเลือกอันไหนก็ได้

หลังจากนั้น ไปซื้อตั๋วรถตู้เข้าเมืองครับ เค้าเตอร์จะตั้งอยู่ตรงประตูทางออกเลยครับ ราคาตามป้ายเลย 50.000 กีบ บอกชื่อโรงแรมที่ลงด้วยครับ ตอนแรกที่อ่านรีวิวก็งงว่าตกลงมัน 50.000 กีบต่อคน หรือต่อ 3 คนยังไง  ตอนไปซื้อ ผมกับเพื่อนรวมกัน 50.000 กีบครับ สรุปคือ ไม่เกิน 3 คน รวมกัน 50.000 กีบครับ ซื้อแล้วไปรอตรงประตูทางเข้าเลยครับ คนขับจะพาไปขึ้นรถ ตอนที่ไปมีแค่พวกผม 2 คนกับ นักท่องเที่ยวอีก 2 คนครับ ที่นั่งรถเข้าเมืองพร้อมกัน 
ตอนออกมา สัมผัสได้ถึงความสงบมากของเมืองนี้ ... 

ระหว่างที่นั่งรถออกจากสนามบินมา ทำไมรู้สึกแปลกๆๆ... มองออกไปนอกหน้าต่าง หืมมมมมมม สาดน้ำกันโครมๆ เปิดเพลงดังๆ อ้าว....ที่นี่เล่นสงกรานต์ยังไม่เสร็จหรอ เหมือนไทยเลยสงกรานต์ที่นี่ ในใจคิดเลย เปียกแน่ตู ไหนเมืองที่เงียบสงบ กะจะมาใช้ชีวิตชิวๆ บลาๆๆๆ 

แต่เมื่อถามกับคนที่นี่ว่าเล่นถึงเมื่อไหร่ ก็ได้รับคำตอบว่าวันนี้วันสุดท้ายแล้ว อ่าาา ไม่ต้องกลัวเปียกแล้ว

ขับมาไม่นานครับประมาณ 10 นาที ก็ถึงที่พักกัน โดยผมพักที่ Saynamkhan River View ครับ รู้ว่าคนไทยหลายๆคนไป ก็พักที่นี่ เพราะเห็นรีวิวเยอะ บวกกับดูใน agoda แล้วก็ราคาโอเค จองล่วงหน้าแปปเดียวครับได้คืนละ 1000 บาท location โรงแรมถือว่าดีเลย สะดวกมากๆ แนะนำครับ พนักงานก็คุยดี สิบสิบสิบไปเลย (ด้วยความที่ค่อนข้างขี้เกียจหาโรงแรม 555 )

อ้อ reception ให้เข้าทางประตูหลักเลยนะครับ ที่เป็นโต๊ะกินข้าวเยอะๆ ไม่ต้องไปตรงซอกๆแล้ว ตรงนั้นเห็นปิดไม่ให้เข้าแล้วครับ

ทางเดินไปห้อง ก็จะกลัวหน่อยๆ

ห้องนอน ห้องน้ำ(แยกส่วนเปียกและแห้ง พออาบจริง เปียกหมด 555) และวิวจากหน้าต่างครับ 

ลองเดินดูรอบๆโรงแรม โดยเลี้ยวขวาไป  โห เล่นน้ำกันจริงจังมาก.... ก็ว่าแอบๆดูละนะ แต่เอ๊ะทำไมรู้สึกเย็นๆที่ขา เอิ่มมมม น้ำเป็นสายได้กระทบมาบนกางเกงยีนส์ขายาวจนชุ่ม พี่....ชุดผมพร้อมเล่นมากเลย ! ห้อยกล้องอีก 555 ดีไม่สาดมาทั้งตัว หลังจากนั้นก็หลบครับ หาทางไปสถานที่แรกที่จะไป นั่นคือ พระธาตุพูสีนั่นเอง

ปกติแล้ว ถ้าเป็นช่วงปกติ ให้เดินริมถนนทางเลียบแม่น้ำคานครับ จะเจอทางขึ้นเลย แต่ถ้าผมเดินไปทางนั้นก็คงจะต้องเปลี่ยนชุดเป็นขาสั้นบวกปืนฉีดน้ำดีกว่า เลยต้องหาทางใหม่ครับ นั่นคือ....วัดที่อยู่ข้างๆโรงแรมครับ จะมีทางเข้าอยู่ รูเล็กๆๆ เดินเข้าทางนั้น ตรงมาเรื่อยๆจะเจอป้ายนี้ครับ ไปตามป้ายโลดดดด ไม่หลงแน่นอน

 

ขึ้นบันไดมาเรื่อยๆครับ จะเจอจุดซื้อบัตรเข้าชม ราคา 20.000 กีบครับ และเดินขึ้นไปอีกไม่มาก

พอขึ้นถึงยอดนะครับ อ้าปากค้าง เหวอๆหน่อย จากเหนื่อยๆ ก็หายเหนื่อยเลยครับ สูดหายใจเข้าลึกๆๆ ตาก็มองวิวที่ไกลออกไป คุ้มกับที่ออกแรงขึ้นบันไดมา 

สำหรับใครที่ขึ้นมา เกือบทุกคนก็จะมาถ่ายมุมยอดฮิตตรงนี้ และตามที่เห็นครับ ต่อแถวเข้าคิวถ่ายรูป คนเยอะมากมาย แต่มุมนี้วิวสวยมากๆ 

พระธาตุพูสีครับ

หลายๆคนมารอชมพระอาทิตย์ตกตรงนี้ แต่เหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันของเรา เมฆมาเต็มซะขนาดนี้ เสียดายมากๆๆ คงจะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกตรงนี้ เห็นแต่เมฆและเมฆและเมฆ...

หลังจากนั้น พอเสพความฟินของบนนี้เสร็จแล้ว ก็เดินลงมาอีกทางครับ (รีบขนาดไหน เบลออย่างนี้)

ลงมาจะถึงตรงตลาดมืดพอดี นั่งพักแถวนั้น รอตลาดเปิดครับ ตลาดจะเปิดหนึ่งทุ่มพอดี 

เริ่มมืดแล้วครับ ตลาดก็ใกล้จะตั้งกันเสร็จแล้ว ช่วงนี้เลยเดินไปดู พระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง ฝั่งตรงข้ามครับ งดงามมากจริงๆๆ ช่วงนี้มีการแสดงละครตรงข้างหน้าด้วยครับ คนมาดูเต็มเลย สามารถยืนดูได้ฟรีครับ

หันหลังมาจะเป็นโรงละครพะลักพะลามครับ เห็นมีการซ้อมกันอยู่ด้วย

รู้สึกได้ถึงท้องที่เริ่มขับน้ำย่อยออกมาทีละเล็กละน้อย จนเริ่มเยอะและเสียงท้องร้องเริ่มดัง ได้เวลาที่ต้องไปหาของกินมาลงท้องซะหน่อยแล้วครับ

แน่นอน ออกจากพระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง เดินเลี้ยวขวาตรงฝ่าตลาดตรงไปเรื่อยๆ จนสุดทางครับ จะเจอกับซอยที่ขายของกินเพียบเลย

เข้าไปในซอย จะมีอาหาร เช่น ส้มตำ แกง ไก่ยาง เยอะแยะมากมายครับ สำหรับใครที่จะมาลองบุฟเฟ่ 15.000 กีบ แล้วนั้น เดินตรงมาสุดซอยเลยครับ

สำหรับร้านบุฟเฟ่ต์ชื่อดังนี้ จะมีอาหารให้เลือกมากมายครับ เมนูพวกเส้นๆๆทั้งหลายและผัก ยกเว้นเนื้อสัตว์ทุกชนิด มีไข่ ผลไม้ ขนมปังกรอบ และอีกมากมาย โดยที่ตักอาหารทุกชนิดใส่ในชาม 1  ชามครับ อยากกินเท่าไหร่ใส่มาให้เต็ม แน่นๆ อิ่มแน่นอนครับ และนำไปให้แม่ค้าผัดๆใส่ซอส ถ้าจะเอาไข่หรืออาหารแถวบนๆที่ตักไม่ถึง ให้บอกแม่ค้าครับ เขาจะตักให้ เหมือนได้แค่คนละฟอง

สำหรับรสชาตินั้น ..... จืดครับ 555 และเลี่ยนไปหน่อย เพราะมีแต่แป้งเท่าน้ัน แต่ว่าจะมาลองก็ได้ครับ แต่ว่าถ้าไปกินส้มตำหรือไก่ย่าง หรืออาหารอื่นๆในซอย อาจจะได้อรรถรสกว่านี้

หลังจากอิ่มแล้ว ตั้งใจว่าจะเดินเล่นตลาด ดูของเรื่อยๆครับ เดินออกมา ยังไม่ทันจะได้ดูของ ได้ยินเสียงฟ้าร้องดังเลย ฝนต้องตกแน่ๆ สมองเลยสั่งว่าต้องรีบเดินกลับให้ถึงโรงแรมให้เร็วที่สุด ฝ่าตลาดเลยครับ แต่...เดินมาได้ครึ่งทาง ฝนตกแบบเหมือนไม่ได้ตกมา3 ปี หนักมากๆๆ เลยรีบวิ่งหลบฝนตรงทางลงพระธาตุพูสีครับ

คือตลาดเพิ่งตั้งได้แปปเดียว ก็ต้องรีบเก็บกันเลยครับ แทบไม่ทัน ฝนตกอยู่เป็นชั่วโมงได้ รอนานมาก แต่ฝนก็ยังไม่หยุดี เพื่อนที่มาด้วยเกิดปวดท้องขนาดหนัก ต้องการที่จะเข้าห้องน้ำ บอกอดทนไหวมั้ย มันบอกไม่ได้แล้ว จ่อประตูมาเลย ทำไงหล่ะ 555 มันเลยยอมฝ่าฝนครับวิ่งกลับไปเข้าห้องน้ำที่โรงแรม กลับมาพร้อมร่ม 2 คัน ซึ้งมาก ตัวนี่เปียกเชียว

หลังจากนั้นผมกับเพื่อนก็เดินกลับโรงแรมด้วยร่มของโรงแรมที่เพื่อนไปขอมานั่นเอง เปียกไปหมด.. ถึงห้องนี่รีบอาบน้ำเลย ไม่งั้นไข้รับประทานชัวร์

ตื่นเช้ามาด้วยความตั้งใจที่จะไปใส่บาตรข้าวเหนียวครับ และก็จะไปเก็บภาพบรรยากาศซักหน่อย แต่ แต่ เอากล้องไปครับ ลืมเอาแบตที่ชารต์อยู่ใส่กล้องไป ! กว่าจะรู้ตัวก็เดินไปถึงแถวๆวัดแสนแล้วครับ...เลยไปใส่บาตรก่อน แล้วพรุ่งนี้เช้าจะมาเก็บภาพครับ

อาหารเช้าของโรงแรมนั้นเลือกไว้ตั้งแต่เมื่อวานเย็นครับ เป็น Western set

ผมกับเพื่อนตกลงกันว่าจะเช่ามอเตอร์ไซค์ขับไปตาดกวางสีกันครับ โดยสามารถติดต่อให้พี่พนักงานโรงแรมติดต่อรถให้ได้เลยครับ ค่าเช่า 120.000 กีบครับ ไม่ต้องใช้ใบขับขี่ต่างประเทศนะครับ นี่เลยพาหนะของเราในวันนี้ สำหรับใครที่จะไปแบบ day trip ร่วมกับคนอื่น เป็นรถตู้พร้อมคนขับก็สามารถติดต่อได้เลย สอบถามราคาอีกทีนะครับ

หลังจากทำสัญญาเช่ารถเรียบร้อยแล้ว อย่างแรกเลย น้ำมัน! จะหมดแล้วนั่น ที่นี่คือเราไม่ต้องเติมคืนให้เขานะครับ เหลือเท่าไหร่คืนเท่านั้นได้เลย ผมเลยต้องหาปั๊มเติมก่อนจากการถามคนแถวนั้นแหล่ะครับ เติมเต็มถังไปเลย 36.200 กีบครับ ที่เห็นทีน้ำมันแบบเดียวนะ

น้ำมันพร้อม คนพร้อม google map พร้อม ไปโลดดดด ผมจะยังไม่ไปตาดกวางสีครับ ที่แรกที่จะไปคือวันเชียงทองนั่นเอง ไหว้พระซักหน่อย

ค่าเข้า 20.000 กีบครับ ซื้อตรงประตูทางเข้าเลยครับ 

หน้าต่างที่ใครๆมาก็ต้องมาถ่ายตรงนี้ 

พระวิหารวัดเชียงทองครับ 

ช่วงหลังสงกรานต์ก็จะมีคนลาวห่มสไบมาเข้าวัดทำบุญกันด้วยครับ 

ภายในพระวิหารครับ สามารถเข้าไปไหว้พระกันได้ อ้อ การสรงน้ำที่นี่จะแปลกกว่าไทยครับ คือจะเป็นทางน้ำยาวไปถึงตัวพระพุทธรูป เราจะสรงน้ำและให้น้ำไหลไปตามทางครับ

 ที่ต่อไปครับ วันแสนสุขาราม ที่ๆ เมื่อเช้ามาตักบาตรข้าวเหนียว

ที่นี่ไม่เสียค่าเข้านะครับ จะเห็นไปทางน้ำ ของที่สรงน้ำด้วย

และก็ขับมอเตอร์ไซค์มาเรื่อยๆ กะว่าจะเข้าไปตรงพิพิธภัณฑ์หลวงพระบางและชมพระราชวังหลวงพระบางในตอนกลางวัน แต่พอไปถึงปิดรั้วครับ มาถึงเกือบๆเที่ยงพอดีเลยปิด จะเปิดเวลา 08.00-11.30 น. และ 13.30-16.00 ครับ เลยไว้เดี๋ยวกลับจากน้ำตกค่อยมาแวะใหม่

ถึงเวลาที่ต้องไปตาดกวางสีซักที ยาวๆเลยครับ นั่งมอเตอร์ไซค์ จนหน้าชา ใช้เวลาประมาณ 25-30 นาทีนะครับ สำหรับใครที่จะเช่ามอเตอร์ไซค์ขับ ขับไปตาม GPS ได้เลยกันหลง แต่ก็จะมีป้ายบอกทางอยู่ตลอดอยู่แล้ว ทางที่ไปขับไม่ยากครับ ที่นี่รถไม่เยอะมาก ทางส่วนมากจะดี วิวเป็นภูเขา สวยมาก แต่ไม่ได้ถ่ายมา .....  ใส่เสื้อแขนยาวไปก็ดีครับ แดดร้อนอยู่แต่อากาศเย็นดี เพราะเป็นต้นไม้เยอะ มาถึงเสียค่าที่จอด 5.000 กีบครับ แต่ดูปลอดภัยดี มีคนเฝ้า และมีหลายเลขประจำแต่ละคัน ไม่หายแน่นอนครับ 

มาถึงเกือบๆบ่ายโมงก็จัดก่อนเลย อาหารกลางวัน มีให้เลือกหลายร้านครับ หน้าทางเข้า ผมเลือกกินร้านนี้ครับ ทั้งหมดนี้ประมาน 95.000 กีบครับ คิดว่าราคาพอประมาณอยู่นะ แต่หิว และอร่อยอยู่นะ มาถึงลาว ต้องกินตำลาวนะครับ แต่ ผมและเพื่อนไม่กินปลาร้าเลยสั่งเป็นตำไทยไป คนขายคงงง อยู่ลาวสั่งตำไทย... ลาบที่นี่ใส่ถั่วงอกด้วย แปลกมาก

กินเสร็จ ไปซื้อบัตรเข้าชมครับ 20.000 กีบ ทำไมที่นี่ค่าเข้าถึง 20.000 กีบเท่ากันทุกที่นะ 

เดินตามทางเข้ามาเรื่อย จะเจอกับเจ้าหมีน้อยของที่นี่ครับ เพราะที่นี่เป็นศูนย์อนุรักษ์หมีด้วย

เหมือนน้องจะเล่นกันอยู่กัน 2 ตัว

เดินตามทางเข้ามาอีกเรื่อยๆไม่ไกลครับ จะเจอน้ำตกแล้ววว ตาดกวางสี น่าจะเติมว่า ตาดกวางสีฟ้าไปหน่อย เพราะน้ำที่นี่สีฟ้า...

เดินขึ้นไปเรื่อยๆครับ ที่นี่สามารถเล่นน้ำได้นะ แต่ไม่ค่อยเห็นคนเล่นเท่าไหร่ คนลาวที่มา ส่วนมากจะมาปูเสื่อกินข้าวกัน ปิคนิคเหมือนน้ำตกบ้านเรา ตอนที่ไป เห็นฝรั่งแค่สี่ห้าคนเองครับ ที่เล่นน้ำอยู่

หลังจากนั้นก็เดินกลับออกมาทางเดิมครับ แต่ ผมคิดว่ามันต้องมีทางวนออกมาที่ไม่ใช่ทางเดิมแน่นอน เพราะตอนเดินอออกมาถึงประตูทางเข้า มันจะมีทางลงเนินลงมา และมีคนเดินลงมา 5555  ใครที่ไปลองดูครับ มันต้องใช่แน่ๆๆ ผมพลาดเลยเพราะคิดว่าถ้าขึ้นไปอีกคงไม่มีอะไร

ได้เวลากลับเข้าเมืองแล้วครับ เกือบ4โมงเย็นแล้ว กลับไปชมพิพิธภํณฑ์หลวงพระบางกันดีกว่า จอดรถแถวๆนั้นได้ครับ เดินเข้าไปดูกัน แต่ไปถึงดูได้แต่ข้างนอกครับ ข้างในปิด อ้าวกรรม ไม่เป็นไร ดูแค่ข้างนอกก็ได้ เหมือนอ่านป้ายเจอว่าช่วงสงกรานต์เขาปิดทำการอ่ะครับ ดูได้แต่ข้างนอกทั้งพิพิธภัณฑ์และพระบรมหาราชวังเลย เพราะที่นี่จะนำพระบางออกมาให้คนสรงน้ำครับ ที่วัดใหม่สุวรรณพูมารามข้างๆครับ 

ได้เวลากลับไปอาบน้ำ พักผ่อนที่โรงแรมก่อนออกมาหาอาหารเย็นกินครับ และจะได้มาเดินตลาดมืดด้วยหลังจากที่เมื่อวานฝนตกหนักจนตลาดเก็บแทบไม่ทัน

หลังจากนอนพักผ่อน หายเหนื่อยแล้ว หิวครับ ได้เวลาออกมาเดินเล่นหาอะไรทาน 

อาหารเย็นของผมครับ บาเก็ต แต่เหมือนบั๋นหมี่ที่เวียดนามมากๆ น่าจะอันเดียวกันแต่คนละชื่อเฉยๆ ลองมาชิมกันได้ครับ ราคาไม่แพง มีหลายไส้ เลือกได้ครับ ร้านนี้อยู่ตรงหัวมุมถนนเลย อันเดียวอิ่มเลยครับ ใหญ่มากๆ

หลังจากที่ทานอาหารเย็นเสร็จ ก็ได้ไปเดินซื้อของที่ตลาดมืดครับ ของที่นี่จะคล้ายๆของที่ถนนคนเดินเชียงใหม่เลย ของราคาไม่แพงครับ พวกของแฮนเมด สวยๆ เยอะแยะเลย ใครจะซื้อของฝากหรือซื้อเป็นที่ระลึกก็ซื้อที่นี่ได้ แต่ว่าตอนซื้อถ้าต่อราคาส่วนมากก็จะให้ คนที่นี่ใจดีครับ 

เดินตลาดมาเรื่อยๆจะผ่านวัดใหม่ ตรงนี้จะมีงานครับ ที่บอกไว้ว่าพระบางจะถูกนำออกมาไว้ที่นี่ให้คนสรงน้ำช่วงสงกรานต์ครับ คนเยอะเลยมาร่วมพิธีกัน

หลังจากนั้นก็กลับโรงแรมละครับ 

เช้าวันสุดท้ายของการอยู่ที่นี่ ตื่นแต่เช้ามาเก็บภาพบรรยากาศการตักบาตรข้าวเหนียวครับ พระจะเริ่มบินณฑบาตรตอนประมาณ 6 โมงเช้าครับ ผมเลยำไปรอดูแถวๆหน้าวัดแสนสุขารามครับ เดินออกจากที่พักเลี้ยวขวาจนถึงสี่แยก และเลี้ยวขวา เดินตรงไปเรื่อยๆเลยครับจนถึงวัด ทั้งถนนนี้จะเป็นถนนที่พระเดินบิณฑบาตรทั้งซอยเลย สำหรับของที่จะใส่บาตร แถวๆนั้นจะมีขายเยอะมากๆๆครับ เป็นชุดๆเลย ชุดละ 20.000 กีบครับ แต่าละร้านอาจจะขายราคาไม่เท่ากันครับ พอซื้อเสร็จก็สามารถมานั่งรอพระได้เลยครับ 

หลังจากนั้น ผมก็เดินกลับทางเดิมครับ รู้สึกว่าช่วงที่ไปคนไม่เยอะมากเท่าไหร่ สังเกตจากตรงที่นั่งรอใส่บาตรว่างค่อนข้างเยอะครับ

เจอรถคันนี้ ปกติมันต้องจอดอยู่ข้างหน้าสิ ไหงวันนี้มาจอดในซอกซะ

อันนี้คือโรงเรียนในหลวงพระบางครับ 

เดินมาเรื่อยๆ จนถึงสี่แยกตรงใกล้โรงแรมครับ คนเยอะอยู่เหมือนกันตรงนี้

ผมได้เดินเล่นแถวๆนี้ก่อนครับ ก่อนกลับไปที่โรงแรม 

วิวหน้าโรงแรมครับ เป็นวิวสะพานข้ามแม่น้ำคานยามเช้า เด๋วสายๆจะลงไปเดินดูตรงนี้ครับ

หลังจากกลับไปถึงโรงแรมแล้ว ก็คิดว่าไหนลองไปดูตลาดเช้าหน่อยว่ามีอะไรบ้างครับ เปิด GPS ได้เลยครับ

ตลาดเช้าจะตั้งอยู่ในซอยเล็กๆครับ มีคนมาขายของ ทั้งของสดของแห้ง ผลไม้ครับ ลองไปเดินดูกันได้ครับ

หลังจากเดินดูตลาดเช้าเสร็จโดยที่ไม่รู้จะซื้ออะไรเลย เลยมาตรงแถวๆร้านกาแฟประชานิยมครับ ร้านกาแฟคู่แท้เมืองหลวงพระบางเลยทีเดียว

คนเยอะอยู่นะ แต่ผมไม่ได้ลองครับเพราะว่าเดี๋ยวต้องกลับไปทานอาหารเช้าที่ที่พัก

ฝั่งตรงข้ามร้านจะเป็นแม่น้ำโขงครับ มีเรือนำเที่ยวพาชมวิวแม่น้ำโขงด้วยครับ สามารถมาสอบถามกันได้

ได้เวลากลับมาอาบน้ำ เก็บของครับ (ที่ออกไปตอนเช้าคือแปรงฟันล้างหน้าอย่างเดียวนะนั่น ... )

เช้านี้เลือกอาหารที่อีกแบบครับ เป็น Eastern set ครับ ข้ามต้มหมู

หลังจากทานข้าวเสร็จ เลยลงไปเดินดูตรงสะพานข้ามแม่น้ำคานครับ ค่าบำรุง 5.000 กีบ ครับ



ใครจะมาถ่ายรูปบนสะพานก็สวยดีนะครับ แต่ต้องเดินระวังๆเล็กน้อย

กลับมาขึ้นมา เช็คเอ้าโรงแรมครับ และฝากกระเป๋าไว้ตรง reception ก่อน พร้อมทั้งติดต่อเรื่องรถกลับสนามบินครับ แจ้งว่าเรากลับไฟลต์ไหนครับ พี่พนักงานจะนัดเวลามาขึ้นรถครับ ส่วนราคาเท่ากับตอนมาครับ 50.000 กีบ


แพลนวันนี้ว่างมากครับ มีแค่ร้านกาแฟโจมาครับ เดินจากที่พักมาไม่ไกลครับ สาขาตรงริมแม่น้ำคาน สงบมาก คนไม่เยอะดีครับ


ของผมสั่งช็อคโกแลตเย็น กับบราวนี่ รวมแล้ว 37.000 กีบครับ นั่งยาวๆเลยครับ จนใกล้เวลาที่นัดครับถึงเดินกลับไปที่พักครับ


ขากลับจากที่พักมาสนามบินก็ไม่นานครับ ทางเดียวกับที่มา มาถึงแลกเงินคืนก่อนครับ


สำหรับสนามบินหลวงพระบางไม่ใหญ่ครับ ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ แต่ว่ามาก่อนซักหนึ่งชั่วโมงได้ เพราะต้องต่อคิวเช็คอินครับ ตรงนี้นานเล็กน้อย อย่าลืมเขียนใบ ตม. ขาออกนะครับ ขากลับ FD1031 ออกจากสนามบิน 16.30 ถึงดอนเมือง 17.55 ครับ


สุดท้ายนี้ อยากจะบอกว่าหลวงพระบางเป็นเมืองที่น่าจะมาซักครั้งในชีวิตครับ เมืองเล็กๆ ผู้คนไม่เยอะแถมยังใจดีอีกด้วย ท้องถนนไม่วุ่นวาย เป็นเมืองที่เหมาะกับการมาพักผ่อนมากๆครับ มาลองใช้ชีวิตแบบชิวๆที่นี่ ไหว้พระ ดูวิถีชีวิตของคนที่นี่ครับ ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน อยากลองให้มาครับ แล้วจะหลงรักเมืองนี้...

ขอบคุณที่เข้ามาชมนะครับ
ขอฝากวีดีโอของเพื่อนผมที่ไปด้วยกันด้วยนะครับ  ติดตามงานของผมได้ที่ https://pantip.com/topic/37631162


แสดงความคิดเห็น