Review..เที่ยว ระนอง ล่องทะเลพม่า พาไป Nyaung Oo Phee & Cock Burn Island

07 มิถุนายน 2561 | โดย Mrตระเวนเที่ยว (1,427 เข้าชม)
แบ่งปัน:


สวัสดีครับเพื่อนสมาชิกชาว Blueplanet ทุกท่านพบกันอีกครั้งครับ หลังจากรอบก่อน พาไปเที่ยวพัทยา ทะเลใกล้ๆกรุงเทพมาแล้ว คราวนี้พามาเที่ยวทางใต้กันบ้างครับ ผมจะพาไปเที่ยวที่จังหวัดที่กำลังมาแรงในขณะนี้ นั่นก็คือจังหวัดระนองกันครับ พอดีเพื่อนๆอยากมาเที่ยวทะเลฝั่งพม่ากัน เพราะเห็นว่าสวยงามสุดๆ สำหรับ ทะเลฝั่งพม่า ผมก็เคยได้ไปสัมผัสมาแล้ว หลายเกาะ พอดีตอนนี้   ทาง Love Andaman เค้าเพิ่งเปิดเกาะใหม่ มาชวนให้ไปสำรวจเกาะใหม่ เลยได้โอกาศ ชวนบรรดาเพื่อนๆไปเที่ยวกันพร้อมๆกันเลยทีเดียวครับ จะได้สำรวจเกาะใหม่ไปด้วยพร้อมกันเลย...  

สำหรับเกาะใหม่ที่เพิ่งเปิดใหม่นี้ มีชื่อว่า Cock Burn Island ครับ เป็นหนึ่งในหมู่เกาะทางช้างเผือก ซึ่งจะอยู่เหนือขึ้นไปจากเกาะนาวโอพี ถ้าคนที่ได้เคยไปเที่ยวเกาะนาวโอพีมาแล้วน่าจะพอนึกภาพออก ทริปนี้เราจะเที่ยวกัน สองเกาะเลยครับ ทั้งเกาะนาวโอพี และเกาะใหม่ ค็อกเบิร์น ไหนๆก็ไปทั้งทีละ ขอจัดเต็มกันไปเลย  ทริปนี้โชคดี พอดีสายการบิน Air Asia เพิ่งกลับมาเปิดบินที่ระนองพอดี เลยทำให้การเดินทางไปเที่ยวในทริปนี้สะดวกขึ้นครับ เพราะเมื่อก่อนมีแต่สายการบิน Nok Air บินลงระนองอยู่เจ้าเดียวตอนนี้ก็มีตัวเลือกเพิ่มมาละ ช่วยประหยัดค่าตั๋วไปได้พอสมควรทีเดียว   เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปรับชมรีวิวกันเลยดีกว่าครับ ....

เริ่มเดินทางกันเลยดีกว่า นัดเพื่อนๆไว้ที่สนามบิน ครับ เตรียมเช็คอินโหลดกระเป๋ากันก่อนเลย

สำหรับไฟลท์บินไประนองของ Air Asia นั้น มีบินวันละ 1ไฟลท์ครับ ไป1 กลับ 1 ตอนนี้มีโปรโมชั่น Big Sale ด้วยใครแพลนบินปีหน้าไว้นี่ได้ราคาแบบคุ้มเว่อร์เลยทีเดียว

วันนี้โชคไม่ดี เจอบัสเกท เลยต้องต่อไปอีกนิดนึง

พร้อมแล้วเราออกเดินทางกันเลยดีกว่าครับ ครึ้มมาเชียว หวังว่า ไปถึงที่ระนอง ท้องฟ้าจะไม่เป็นเหมือนที่กรุงเทพนะ

เราใช้เวลาเดินทางประมาณ  1 ชั่วโมงครับ เครื่องก็เริ่มลดระดับลงสู่สนามบินระนองล่ะ มาชมวิวสวยๆก่อนเครื่องจะแลนด์ดิ้งกันซักหน่อยดีกว่า วิวสวยไม่แพ้ทางภูเก็ตเลยทีเดียว

หลังจากลงเครื่องเสร็จ รับกระเป๋าเสร็จเรียบร้อย เราก็ไปขึ้นรถตู้ที่ติดต่อเอาไว้ครับ ตอนออกมา เห็น มีบู๊ทรถเช่า Avis ไปเปิดให้บริการแล้วด้วย คราวนี้ใครมาเที่ยวคงจะเที่ยวง่ายขึ้นละทีนี้ขับรถเที่ยวได้ชิลด์ๆเลยระนองเที่ยวไม่ยากครับ เนื่องจากเราบินไปถึงบ่ายละ ยังพอมีเวลาครึ่งวันที่เหลือ ก็เลยว่าจะเที่ยวที่เที่ยวสำคัญๆที่จังหวัดระนองกันก่อนเลย แหล่งท่องเที่ยวจะอยู่ไม่ไกลกันมากครับ พิกัดแรกเราไปไหว้พระขอพระ ประเดิมเปิดทริปกันเลยดีกว่าครับที่วัดบ้านหงาว พิกัดตามนี้เลยครับ

วัดบ้านหงาวตั้งอยู่ที่ ต.หงาว อ.เมืองระนอง จ.ระนอง เดิมเป็นเพียงที่พักพระสงฆ์ จนกระทั่งหลวงพ่อเขียด พระธุดงค์ได้เดินทางมาจากปัตตานี มาปักกรดบำเพ็ญ แล้วชาวบ้านเกิดการเลื่อมใส ศรัทธา จึงได้สร้างวัดขึ้นในปี พ.ศ.2530 และให้ท่านพำนักที่วัดแห่งนี้ ปัจจุบันวัดบ้านหงาวมีเจ้าอาวาสชื่อพระครูประจักษ์สุตาสาร เป็นพระนักพัฒนา ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นในสมัยพระครูประจักษ์สุตาสาร เช่น อุโบสถหลังใหม่ที่ใหญ่และสวยงามน่าแวะมาท่องเที่ยว นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆเป็นไฮไลท์เมื่อมาเยือนจังหวัดระนอง


ภายในอุโบสถมีหลวงพ่อดีบุก หรือที่มีชื่อทางการว่า พระติปุกะมหาศากยมุนีศรีรณังค์ เป็นพระพุทธรูปดีบุกองค์ใหญ่ที่สุดในใลก สร้างเมื่อวันที่  10 สิงหาคม 51 และยังมีความสวยงามของฝาผนังที่แกะสลักเป็นลวดลายต่างๆสวยงามมากมาย

ถ้าออกมาด้านนอกแล้วมองไปฝั่งตรงกันข้ามอุโบสถ ก็สามารถมองเห็นน้ำตกหงาว ได้ด้วย ถ้าหน้าน้ำจะเห็นสายน้ำตกได้อย่างชัดเจน เป็นอีกหนึ่งมุมสวยๆที่วัดแห่งนี้

หลังจากไหว้พระขอพระ เสร็จเรียบร้อย เราก็ได้เวลาไปเที่ยวที่ต่อไปกันล่ะ สถานที่ต่อไปที่จะไปเที่ยวอยู่ไม่ไกลจากวัดบ้านหงาว เท่าไหร่ครับ นั่นก็คือ ภูเขาหญ้า นั่นเอง เดี๋ยวเราไปแวะถ่ายรูปกันซักหน่อย


หลังจากลงไปแวะถ่ายรูปที่ภูเขาหญ้าเสร็จเรียบร้อย พิกัดต่อไป เดี๋ยวพาไปแช่น้ำบ่อน้ำร้อนกันซักหน่อย ใครมาเที่ยวระนองแล้วไม่ได้มาเที่ยวบ่อน้ำร้อนนี่ถือว่ามาไม่ถึงระนองนะ บ่อน้ำร้อนที่เราจะไปกันนั่นก็คือบ่อน้ำร้อน พรรั้ง นั่นเองครับ จริงๆแล้วบ่อน้ำร้อนที่ดังๆของระนอง จะมีอีกที่นึงนั่นก็คือที่ บ่อน้ำร้อนรักษะวารินซึ่งในโปรแกรมเราก็มีแวะไปเที่ยวที่นั่นด้วยเช่นกัน

มาเดินสำรวจบ่อน้ำร้อน พรรั้ง กันซักหน่อยดีกว่า สำหรับที่บ่อน้ำร้อนพรรั้งนี้ จะมีค่าเข้าชมด้วยนะครับ คิดท่านละ 20.- เท่านั้นเอง

หลังจากนั่งเล่นพักผ่อนกันซักพัก ก็ได้เวลาเดินทางกันต่อละครับ  พิกัดต่อไปเราจะไปไหว้พระกันอีกซักที่นึง เป็นอีกหนึ่งวัดที่สวยงามที่น่ามาเยือน นั่นก็คือ วัด วารีบรรพต นั่นเอง พิกัดตามนี้เลย สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งเดินทางไปง่ายมากๆครับ ถ้าใครมาเช่ารถขับนี่สบายๆเลย


ขับรถมาซักพัก จากบ่อน้ำร้อนพรรั้งไม่นานก็มาถึงแล้วครับ วัดวารีบรรพตหรือวัดบางนอน ตั้งอยู่ที่ ต.บางนอน อ.เมืองระนอง จ.ระนอง เป็นวัดที่อยู่บนเนินเขา ล้อมรอบไปด้วยภูเขา วัดแห่งนี้สร้างโดยหลวงพ่อด่วน ถามวโร ท่านเป็นพระธุดงค์ที่มาจากจังหวัดสงขลา ชาวบ้านเลื่อมใสและศรัทธาในตัวท่านจึงได้พากันนิมนต์ท่านให้จำพรรษา ณ ที่แห่งนี้

ด้านบนสุด ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ มีความยาวถึง 22 เมตร สวยงามมากมาย เราแวะขึ้นมากราบไหว้พระขอพรกันที่ด้านบนกันก่อนเลยครับ

จากนั้นเราก็เดินอ้อมไปทางด้านหลัง ก็จะพบกับ มหาทุติยเจดีย์ศรีบรรพต ซึ่งเป็นเจดีย์ที่มีรูปทรงคล้ายกับทางพม่า เนื่องจากวัดนี้เป็นที่ศรัทธาของชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในระนอง จึงมีพระพม่า และช่างฝีมือของพม่ามาช่วยทำการสร้างเจดีย์นี้ เลยได้กลิ่นไอ ของความเป็นพม่า ได้อย่างชัดเจน

เดินชมความสวยงามซักพัก เพื่อนก็เรียกให้ไปดูรูปปั้น พระอรหันต์  เราเองก็แปลกใจ เป็นยังไงนะ เลยไปดูเลยถึงบางอ้อ แหมม เล่นยิงมุขนี่เอง 5555 แต่พูดถึงก็แปลกดี ไม่เคยเห็นรูปปั้นพระปางแบบนี้ที่ไหนมาก่อน

จากนั้นเราก็เดินลงไปที่ด้านล่างครับ ลงไปกราบ หลวงพ่อด่วนกันต่อครับระหว่างทางลงสวยงามมากมาย  หลังจากหลวงพ่อด่วนได้มรณะภาพได้มีการ พระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อด่วนและมีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นคือ สรีระของหลวงพ่อด่วนไม่ไหม้ แม้จะมีการเผาหลายครั้งผลก็ออกมาเป็นเหมือนเดิม หลวงพ่อด่วนมรณะภาพในปี 2550 ด้วยอายุ 90 พรรษา ประวัติคร่าวๆก็มีดังนี้ครับ 

หลังจากไหว้พระทำบุญกันเสร็จเรียบร้อย ก็จบโปรแกรมเราล่ะ เราจองโต๊ะที่ร้านอาหารไว้ช่วงเย็น เนื่องจากเวลาเรายังเหลือ ไปเร็วเกิน ก็แดดยังร้อน เราเลยแวะไปเที่ยวต่อกันอีกที่นึงครับ เพื่อรอเวลา เราไปแวะเที่ยวกันอีกที่ๆ บ่อน้ำร้อน รักษะวาริน ครับ พิกัดตามนี้เลย

ไปถึงก็แยกย้ายพักผ่อนตามอิสระ ร้อนๆแบบนี้ เห็นร้านคุ้นลิ้น อยู่ใกล้ๆบ่อน้ำร้อนพอดี แวะไปทานน้ำผักเหลียงปั่น คลายร้อนกันซักหน่อยดีกว่าจะได้ชื่นใจคลายร้อน


จากนั้นก็เข้าไปเดินเล่น แช่เท้าในบ่อน้ำร้อนคลายเมื่อยกันซักหน่อย เดินมาหลายที่ แช่เท้าคลายเมื่อยซักหน่อย อะๆๆแต่ไม่ใช่แช่ในบ่อในภาพนะครับ จะมีอีกบ่อนึงอยู่ด้านในเป็นบ่อเล็กๆ สำหรับที่บ่อน้ำร้อนรักษะวารินนี้ เคยทำรีวิวไว้ในครั้งก่อนแล้ว ครั้งนี้เลยขอไม่ลงรายละเอียดนะครับ

หลังจากใช้เวลาอยู่ที่บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน ซักพัก เริ่มแดดร่มละ ก็ได้เวลาขึ้นรถไปทานอาหารเย็นกันดีกว่าครับ สำหรับอาหารเย็นมื้อแรกที่ระนอง เราจะไปทานกันที่ร้าน เคียงเล ครับ เป็นร้านอาหารเด็ดเมืองระนองเลยทีเดียวบรรยากาศดี อยู่ริมทะเลด้วยครับ พิกัดตามนี้เลย


ในที่สุดเราก็มาถึงร้านละครับ บรรยากาศริมทะเลสุดฟิน

เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราทานอาหารกันก่อนเลยดีกว่าครับ รายการอาหารตามนี้เลยครับ จัดเต็ม!!!! รสชาดอร่อยเหมือนเดิม ราคาก็ปานกลางครับ

อิ่มหนำสำราญเรียบร้อย ก็นั่งชิลๆชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นกันซักหน่อยดีกว่า จากนั้นก็เตรียมตัว ไปเข้าที่พักกันละครับ

จากร้านอาหารใช้เวลาประมาณ 15 นาที เราก็มาถึงที่พักของเรากันแล้วครับ เราจะพักกันที่ เพชร ระนอง ครับ พิกัดตามนี้เลย ทำเลค่อนข้างโอเคเลยครับสำหรับที่พักของเราไม่ไกลถนนคนเดิน  เสียอย่างเดียว ร้านสะดวกซื้อบริเวณโรงแรมไม่มี เพราะฉะนั้นถ้าใครมาพัก ควร แวะซื้อตุนเสบียงไว้ให้เรียบร้อยก่อนเข้าพัก

มาดูห้องพักกันซักหน่อยดีกว่าครับ เรียบๆง่ายๆ แต่สิ่งอำนวยความสะดวกมีให้ครบครับ มีให้พร้อมแม้กระทั่งแปรงสีฟัน ครบครันดีจัง


ถูกใจสุดก็ตู้เย็นนี่แหละ ใหญ่มว๊ากกกถูกใจขนของกินมาอัดไว้ได้เต็มที่ 555

ตัดมาตอนเช้าเลยดีกว่าครับ รถโทรมานัดเราไว้ประมาณ 7.15 น. ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน เสร็จ ก็มารวมตัวกันที่ล็อบบี้ รอรถมารับเตรียมไปเที่ยวทะเลกันละสำหรับทริปดำน้ำวันแรกนี้เราจะพาไปกันที่เกาะนาวโอพี กันก่อนเลยครับ เดี๋ยวอีกวัน เราค่อยพาไปเกาะน้องใหม่ ค็อกเบิร์น กันต่อครับ

รถมาละ เดี๋ยวเราไปขึ้นรถเตรียมไปท่าเรือกันเลยดีกว่า รถคันนี้ ทีมงานเราทั้งคันครับ มี17 ที่นั่ง พอดี ดูเหมือน VIP เลยเนอะ 5555 จากที่พัก ใช้เวลาไปท่าเรือประมาณ 15 นาทีก็ถึงแล้วครับ เราจะไปขึ้นเรือกันที่ตรงท่าเรือ ประภาคาร ตรงนั้นจะเป็นท่าจอดเรือของ Love Andaman ครับ

ลงรถเสร็จ ก็ไปลงทะเบียน กันก่อนเลยครับ จากนั้นก็รับของว่างไปทานเล่นกันก่อน ระหว่างรอลูกทัวร์ท่านอื่นๆทยอยมา ขนาดเป็นวันธรรมดา คนค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว

ใครไม่ได้เตรียมเสื้อว่ายน้ำมา สามารถมาหาซื้อเพิ่มเติมได้ที่ท่าเรือได้เลยนะครับ หรือจะเป็นหมวกไว้กันแดด ทาง Love Andaman มีให้พร้อมมีมากมายหลายแบบเลือกซื้อได้เลยตามใจชอบ

ถึงเวลานัดหมายลูกทัวร์มาพร้อมล่ะ เตรียมลงเรือกันเลยดีกว่าครับ

พิกัดปลายทางของเราในทริปวันแรกนี้ครับ เกาะนาวโอพี นั่นเอง จริงๆสำหรับเกาะนาวโอพี ผมก็เคยไปมาครั้งนึงแล้ว สวยงามประทับใจมากมาย เพื่อนเคยดูภาพเลยอยากไปเที่ยวดูบ้าง ไหนๆทริปนี้ก็มาระนองแล้วก็เลยจัดเกาะนาวโอพี ให้เพื่อนๆได้ไปเที่ยวด้วยเลยทีเดียว พิกัดที่ตั้งของเกาะนาวโอพี ก็ตามนี้เลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม นิดๆ

พร้อมแล้วออกเดินทางกันเลยดีกว่าครับ ที่นั่งกว้างขวางนั่งสบายดีจังไม่เหมือนสปีดโบ๊ทรุ่นเก่าๆ


หลังจากเรือออกมาจากท่า เราจะไปแวะกันที่ เกาะสอง เพื่อประทับตราผ่านแดนครับ หลายคนเรียกว่าเกาะสองกันจนชิน แต่จริงๆ แล้วเกาะสอง นั่นก็คือแหลม นั่นเองครับอยู่ฝั่งพม่า ถ้าดูจากแผนที่จะเห็นได้ชัดเจน

หลังประทับตราผ่านแดนเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลามุ่งหน้าไปสู่เกาะนาวโอพีกันละครับ
ใช้เวลาเดินทางมาประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆครับ ในที่สุดเราก็มาถึงเรียบร้อย วันนี้อากาศดีมากมาย ฟ้าเปิดสวยงามแดดแรงเลยทีเดียวถูกใจสุดๆ


หลังจากมาถึงที่เกาะนาวโอพีประมาณ 11โมงเช้า ตามโปรแกรมทาง Love Andaman ก็จะปล่อยให้เราพักผ่อน ใครจะถ่ายรูปใครจะเล่นน้ำก็ตามสะดวกครับ แล้วจากนั้น ก็ไปรวมตัวทานอาหารเที่ยงกันที่ซุ้มอาหารทึ่เตรียมครับ แว๊บแรกที่มาถึงนี่ ต้องร้องว๊าวกันเลยทีเดียว น้ำทะเลใสปิ๊ง

มาชมความสวยงามบนเกาะนาวโอพี ณ หาดมาดาม กันซักหน่อยครับ มากี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ หาดทรายขาว น้ำใสปิ๊ง


มาชมภาพมุมสูงกันบ้างจะได้เห็นถึงความขาว และใส ของน้ำทะเลได้อย่างชัดเจน

ถ่ายรูปจนหนำใจ นั่งชมวิวไปจนถึงประมาณเที่ยง ก็ได้เวลาทานอาหารเที่ยงกันแล้วครับ เดี๋ยวเราไปดูไลน์อาหารเที่ยงของ Love Andaman กันซักหน่อยดีกว่า มีซีฟู๊ดให้ทานด้วยนะ ไม่ธรรมดา

มาไกลขนาดนี้ ไลน์อาหารยังคงจัดเต็มเช่นเคยครับ เลือกทานได้ตามใจชอบเลยครับ สำหรับข้าว ทาง Love Andaman จัดไว้ให้เป็นเซตเรียบร้อย หยิบได้เลยท่านละ 1 กล่อง ส่วนอาหารว่างอื่นๆ ก็หยิบทานได้ตามใจชอบเลยครับ


อิ่มหนำสำราญกันเป็นที่เรียบร้อย ซักพัก ก็ปล่อยอิสระ รออาหารย่อยซักหน่อย   โปรแกรมช่วงบ่ายจะเป็นการดำน้ำล้วนๆ จะพาไปดำกัน 2 จุดครับ

ออกจากหาดมาดามมาซักพัก ก็ถึงจุดดำน้ำกันแล้วครับ เดี๋ยวเราไปชมความสวยงามใต้ฝืนน้ำของเกาะนาวโอพี กันเลยดีกว่าครับ ให้ชมรวมทีเดียวทั้ง 2 จุดที่ไปดำเลยทีเดียวละกันนะ ความสวยงามไม่แพ้กันเลยทีเดียว 

ชมแค่บางส่วนละกันนะ จะได้ไม่เยอะจนเกินไป ใต้น้ำที่ฝั่งทะเลพม่านี้ ค่อนข้างสมบูรณ์มากมายที่บริเวณในส่วนใต้น้ำแถวเกาะนาวโอพีนี้ อุดมไปด้วย ดอกไม้ทะเลมากมาย ขึ้นเรียงรายกันเต็มไปหมด จะมีจุดดำน้ำจุดนึงแต่เราไม่ได้ไปในทริปนี้ เค้าเรียกว่าเกาะภูเขาไฟ ที่เรียกเช่นนั้นเพราะว่า เวลาดอกไม้ทะเลที่ขึ้นมากมายเหล่านั้นเวลาหุบพร้อมๆกัน จะดูคล้ายภูเขาไฟย่อมๆ เต็มไปหมด สวยงามมากมาย แต่ตรงส่วนที่พาไปดำ ก็มีบางจุดที่คล้ายกันบ้าง ในภาพที่ได้ถ่ายมา นั้นก็มีดอกไม้ทะเล เริ่มหุบ เห็นเป็นลูกๆให้เห็นบ้างแล้ว

หลังจากดำน้ำจนถึงประมาณ เกือบ4โมงเย็น ไกด์เรียกขึ้นเรือ ก็ถึงเวลาเตรียมตัวเดินทางกลับเข้าฝั่งกันละ เป็นอันจบทริปเกาะนาวโอพี เป็นที่เรียบร้อย


วันนี้ทะเลเรียบมากวิ่งนิ่งๆเลย แป๊บเดียวเราก็กลับมาถึงฝั่งเป็นที่เรียบร้อยละ

กลับถึงฝั่งรถก็มารับเราไปส่งที่โรงแรม เพชรระนอง เหมือนเดิม ขึ้นห้องไปอาบน้ำแต่งตัวจากนั้น เราก็เตรียมไปทานอาหารเย็นกันต่อครับ สำหรับอาหารเย็น วันที่ 2 นี้ เราเลือกไปทานกันที่อีกหนึ่งร้านอาหารดังของระนองครับ นั่นก็คือ ร้านอาหารคุ้นลิ้นนั่นเองครับ ร้านจะอยู่ตรงบ่อน้ำร้อนรักษะวาริน ที่เราไปแวะเที่ยวมาเมื่อวานนั่นเองครับไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่ ใช้บริการรถสองแถวท้องถิ่นซักหน่อยจะได้ฟิลลิ่งของการมาเที่ยวเมืองระนอง เหมาจากโรงแรมไปที่ร้านอาหารคุ้นลิ้น เค้าคิด 400 บาทเท่านั้นเอง คุ้มเว่อร์ คันเดียวจบเลยยกทีม 555

ถึงร้านเรียบร้อย รีบสั่งอาหารมาในทันใด ท้องเริ่มร้องละ 5555 แป๊บเดียวก็ได้ทานแล้วครับ ลุยกันเลยดีกว่า จัดกันมาเลยกับเมนูแนะนำของทางร้าน
ไม่ว่าจะเป็นกุ้งผัดซอสมะขาว หรืออาหารท้องถิ่นเช่น หมูฮ้อง ต้องห้ามพลาด และอีกหลากหลายเมนู

หลังจากทานอาหารเสร็จ ก็กลับโรงแรมแยกย้ายกันพักผ่อนเตรียมเก็บแรงไว้ออกทะเลในวันรุ่งขึ้นกันต่อครับ

เช้าขึ้นมา ก็เวลาเช่นเคยครับ 7.15 รถก็มารับเราไปที่ท่าเรือประภาคาร เหมือนเดิม เตรียมตื่นมาล้างหน้าเตรียมอุปกรณ์ไปดำน้ำกันต่อครับ วันที่ 3 นี้ เราจะไปดำน้ำที่เกาะน้องใหม่ กำลังมาแรงเลยทีเดียว นั่นก็คือ เกาะค็อกเบิร์น นั่นเองครับ นั่งรถมาแป๊บเดียวก็ถึงท่าเรือตรงประภาคารละเมื่อวานตอนมาที่จุดชมวิวด้านบนประภาคาร ยังไม่เปิด วันนี้เปิดพอดีแวะขึ้นมาชมวิว ด้านบนกันซักหน่อยดีกว่า

วันนี้พอดีวันเสาร์ ลูกค้าค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวลงทะเบียนให้เรียบร้อย แล้วก็นั่งชิลๆรอเรียกขึ้นเรือกันเช่นเคย 

ถึงเวลาก็ได้เวลาขึ้นเรือกันละ วันนี้ ดูท่าทางอากาศจะสู้เมื่อวานไม่ได้นะนี่ เมฆเยอะไปนิด วันนี้เราได้นั่งเรือรุ่นใหม่ล่าสุด จะมีที่นั่งฝั่งละ 3 ไม่มีเบาะรอบๆลำเหมือนเมื่อวานครับ ผมว่า แบบนี้สะดวกสบายกว่าเยอะเลยนะ


ถึงเวลาเดินทางก็เช่นเคย เหมือนวันแรก เรือก็มุ่งหน้าไปแวะที่เกาะสองก่อนเพื่อประทับตราผ่านแดนของผู้เดินทาง

เสร็จเรียบร้อย ก็มุ่งหน้าไปกันต่อเลย สำหรับเกาะค็อกเบิร์น ที่เราจะไปกันในวันที่ 2 นี้ จะอยู่ไม่ห่างจากเกาะนาวโอพี เท่าไหร่เพราะฉะนั้น ก็ใช้เวลาเดินทางพอๆกันเมื่อวันแรกที่เราไปเกาะนาวโอพี นั่นก็คือประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆนั่นเอง ซ่อนตาดำกันเลยดีกว่า 55555

หลับไป 1 ตื่น ในที่สุดเราก็มาถึงเกาะน้องใหม่ เกาะค็อกเบิร์น กันเป็นที่เรียบร้อยครับ มาถึงแอบเศร้าเล็กน้อย เมฆเยอะ แดดหายหมดเลย บรรยากาศ เลยดูหมองๆไปนิด ได้แต่แอบลุ้นในใจว่า เดี๋ยวเมฆคงจะผ่านไปแดดจะได้ส่องกระทบน้ำทะเล น่าจะสวยกว่านี้

และแล้ว ปาฎิหารย์ ก็มีจริงๆ พอเมฆผ่านไป แดดออกปุ๊บ สวยงามขึ้นทันตา แสงแดดกระทบน้ำ ก็เห็นความสวยงามเพิ่มขึ้นมาอีกนิด สำหรับเกาะค็อกเบิร์น นี้ เป็นหนึ่งในเกาะในหมู่เกาะทางช้างเผือกครับ จะมีเกาะเล็กเกาะน้อยมากมายอยู่ใกล้ๆกัน
มาถึงเกาะค็อกเบิร์นเสร็จเรียบร้อย ทางเรือ ก็เข้าไปส่งอาหารที่หาดที่เราจะมาพักทานอาหารกลางวันกันก่อนเลยครับ เพื่อให้พนักงานเตรียมอาหารไว้ให้เรียบร้อย แล้วเรือก็ขับอ้อมไปยังจุดวิว ปล่อยให้เราได้ลงไปเที่ยวถ่ายภาพ หรือขึ้นไปจุดชมวิวเพื่อได้ถ่ายภาพ ความสวยงามบนเกาะกัน


หลังจากนั้น เรือขับอ้อมมาอีกฝั่ง เพื่อจอดตรงจุดชมวิว เนื่องจากใกล้หาดน้ำตื้นมาก เรือเลยต้องจอดห่างออกไปนิด เวลาลงหาดเราต้องว่ายน้ำเข้าไปนิดนึง เพราะฉะนั้น พวกอุปกรณ์การถ่ายภาพทั้งหลาย ก่อนลงเรือ ควรใส่ถุงกันน้ำให้เรียบร้อยก่อนจะลงนะครับ

หลังจากลุยน้ำมาขึ้นฝั่งเสร็จเรียบร้อย ใครอยากชมวิว ก็ตามไกด์ปีนขึ้นไปด้านบนชมวิวกันได้เลย รองเท้าควรเป็นรองเท้าที่ไว้สำหรับปีนไต่ได้นะครับ รองเท้าแตะไม่แนะนำ

ใครจะปีนก็ปีนกันไปส่วนผมขออยู่ด้านล่างนี่แหละไม่ต้องปีนขึ้นไปให้เหนื่อย เดี๋ยวเราเอาโดรนบินขึ้นไปสำรวจแทน ไม่ต้องปีนให้เมื่อย 5555

มาชมวิว ความสวยงามของเกาะ ค็อกเบิร์น(หมู่เกาะช้างเผือก) กันเลยดีกว่าครับ ว่าจะสวยใส สดใหม่ ขนาดไหน ชอบวิวที่นี่มากกว่าที่นาวโอพีอีกนะนี่ เห็นแล้ว Love เลย 

หลังจากทีมปีนเขาที่ขึ้นไปด้านบนลงมา ซักพัก ไกด์ก็เรียกขึ้นเรือละครับ เตรียมกลับขึ้นเรือ ไปขึ้นหาดตรงที่เราแวะเมื่อตอนแรกที่มาถึง แดดตอนนี้แรงมากๆ เมฆไม่มีเลย แดดกระทบน้ำทะเลสวยใสมากมาย 

เห็นอะไรไหมครับ เหมือนภาพอะไรเอ่ย ?????  เค้าบอกว่า มันเหมือนช้างกำลังหมอบอยู่ครับ คล้ายๆเนอะ อเมซิ่งมากมาย

มาถึงหาดแล้วก็ปล่อยพักผ่อนอิสระ รอเวลาทานอาหารกลางวันกันต่อ มาดูไลน์อาหารที่เกาะค็อกเบิร์น กันซักหน่อยดีกว่าครับ ว่าจะสู้ที่เกาะนาวโอพีได้ไหม ที่สำคัญ เค้กมะพร้าวที่นี่ อร่อยมว๊ากกกก ไลน์อาหารจัดเต็มเช่นเคยทุกเกาะ มากะ Love Andaman เรื่องอาหารการกิน นี่ ไม่ต้องห่วงจัดเต็มทีเดียว ไปเที่ยวมาหลายเกาะไลน์จัดเต็มทุกเกาะตลอด

มาทะเลแบบนี้เครื่องดื่มที่เข้ากะบรรยากาศที่สุดก็ต้องเมนูนี้เลย บลูฮาวาย ฟินนนนน


หลังจากทานอาหารอิ่มเรียบร้อย ก็แยกย้ายกันพักผ่อนครับ เก็บความประทับใจกันให้เต็มอิ่มก่อนที่ช่วงบ่ายจะไปดำน้ำชมปะการังสวยๆกันต่อ

หลังจากพักผ่อนกันจนถึงเวลา ก็ได้เวลาขึ้นเรือ ไปชมความสวยงามของใต้ฝืนน้ำเกาะค็อกเบิร์น(หมู่เกาะทางช้างเผือก) กันต่อแล้วครับ ที่เกาะค็อกเบิร์น จะมีไฮไลท์ที่ปะการังเขากวาง เป็นแนวยาวกว้างเลยทีเดียว เพื่อนไม่ให้เสียเวลาขึ้นเรือไปดำน้ำชมความสวยงามกันเลยดีกว่าครับ

มาชมความสวยงามใต้ผืนน้ำที่เกาะค็อกเบิร์นกันเลยดีกว่าครับ ความสวยงามไม่อาจบรรยายได้เป็นถ้อยคำ ดูจากภาพเองละกันนะ มันสุดๆจริงๆ
สำหรับใต้น้ำบริเวณเกาะค็อกเบิร์นนั้น ไฮไลท์ที่นี่ ก็จะเป็นส่วน ปะการังเขากวาง ขึ้นเรียงรายกันมากมาย เรียกว่าเป็นทุ่งปะการังเขากวางเลยก็ว่าได้ แล้วแซมรอบๆด้วยดอกไม้ทะเล ปลาการ์ตูน แหวกว่ายสวยงามมากมาย

ปลาเล็กปลาน้อย มีให้เห็นมากมาย รวมทั้งปลาการ์ตูนสายพันธุ์ต่างๆมีให้ชมกันอย่างจุใจเลยทีเดียว ใครชอบปลานีโม่มาที่นี่ไม่มีผิดหวังครับ

ขอปิดท้ายภายใต้น้ำด้วยภาพนี้เลยครับ โปรแกรมดำน้ำของเราในช่วงบ่ายเราจะดำกันทั้งหมด 2จุดครับ หลังจากดำครบหมดเรียบร้อย เวลาก็ล่วงเลยมาประมาณ บ่าย 4 โมงเย็นละ ได้เวลากลับเข้าฝั่งกันละ เป็นอันจบทริป ดำน้ำที่เกาะค็อกเบิร์น(หมู่เกาะช้างเผือก) เป็นที่เรียบร้อยครับ

เช่นเคยครับ ขึ้นเรือปุ๊บ ก็ได้เวลาซ่อนตาดำดีกว่า พักผ่อนซักหน่อย หลังจากดำน้ำมาจนเหนื่อย 555
1ชั่วโมงนิดๆผ่านไป เราก็กลับจนถึงท่าเรือประภาคารเป็นที่เรียบร้อย ขึ้นเรือไปนั่งรถกลับไปส่งที่โรงแรม เป็นอันเสร็จสิ้นโปรแกรมเรียบร้อย


อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เดี๋ยวเราแวะไปทานอาหารเย็นกันในเมืองต่อครับ เนื่องจากวันนี้เป็นวันเสาร์พอดี มีถนนคนเดินด้วย อยู่ใกล้ๆกับโรงแรมที่เราพักพอดี เดี๋ยวเลยกะว่าทานอาหารอิ่มแล้วจะแวะมาเดินเล่นกันอีกซักหน่อยดีกว่า
ร้านอาหารค่ำของเราพิกัดตามนี้เลยครับ 

ร้านครัวเจริญ เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดมานานหลายสิบปีเลยทีเดียว เรามาทานกันที่ร้าน ครัวเจริญครับ อยู่ห่างจากโรงแรมเราประมาณ 2 กม. เท่านั้นเองได้เวลาอร่อยกันล่ะมาดูเมนูอาหารค่ำของเราซักหน่อยดีกว่า อาหารมื้อนี้จะออกแนวๆจีนๆซักหน่อยนะครับ ผสมผสานกับอาหารแนวท้องถิ่น เมนูเด็ดร้านนี้ก็คือ ฮ่อยจ้อ นั่นเองครับ อาหารเมนูอื่น ก็รสชาดปานกลางครับ 

หลังจากอิ่มหนำสำราญ กับอาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางร้าน ยังมีภาพเขียน 3 มิติ เก๋ๆไว้ให้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอีกด้วย  จากนั้นเราก็เช็คบิล ออกจากร้านแล้วไปเดินเล่นกันต่อครับ

ให้รถมาส่งตรงถนนคนเดินๆย่อยกันซักหน่อย อยู่ห่างจากที่พักเราประมาณ 200 เมตร ถนนคนเดินที่ระนองนี้มีของขายพอสมควรครับ ตอนนี้ มีร้านอาหารผับบาร์เกิดขึ้นมากมาย เยอะกว่าตอนที่มาครั้งก่อนอีก ทำให้ดูคึกคักขึ้นกว่าแต่ก่อนมากมาย หลังจากเดินเล่นซักพัก ก็กลับที่พัก ได้เวลาพักผ่อนกันละครับ ดำน้ำสองวันติดกัน เล่นเอาหมดแรงกันเลยทีเดียว

ตัดมาตอนเช้าเลยครับ เวลาแห่งความสุขย่อมผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันสุดท้ายของทริปนี้ก็มาถึงละ โปรแกรมวันสุดท้ายนี้ก็ไม่มีอะไรมากตื่นสายกันได้หน่อย เพราะ เรามีบินกลับกรุงเทพกันไฟลท์บ่ายโมง ตื่นมาแปดโมงกว่า ก็ออกไปหาอาหารเช้าทานกันละแวกโรงแรมครับ พิกัดร้านเด็ด ตามลายแทงนี้เลยเราจะไปทานร้านอาหารอีกหนึ่งร้านเด็ดที่ระนองกันครับนั่นก็คือร้าน บังกีโรตีอาหรับ ครับ

สำหรับร้านนี้จะมีอาหารประเภท โรตี ไก่ทอด ชากาแฟ ข้าวหมกไก่ และอื่นๆอีกมากมายครับ เลือกได้ตามเมนูนี้เลยชอบแบบไหนสั่งแบบนั้น
มาดูอาหารที่เราสั่งมาทานกันซักหน่อยครับ มาร้านโรตี ก็ต้องสั่งโรตีมาซักหน่อย ตามด้วยไก่ทอด รสเด็ด รสชาดโดนมากมาย ทานแล้วอยากทานอีก นึกถึงรสชาดแล้ว น้ำลายหก ไว้มีโอกาศต้องกลับไปซ้ำอีกรอบแน่นอน 555


หลังจากอิ่มหนำสำราญเรียบร้อยก็เดินกลับโรงแรมแพคกระเป๋า รอรถตู้มารับไปสนามบิน แต่ก่อนที่เราจะไปสนามบินเราแวะเที่ยวกันปิดท้ายกันที่ พระราชวังรัตนรังสรรค์ ครับ เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ตัวเมืองระนองที่สำคัญ

ค่าเข้าชมและเวลาเปิดให้บริการเข้าชมก็ตามนี้เลยครับ จริงๆที่พระราชวังนี้แพลนจะมาเที่ยวตั้งแต่วันแรกที่มาถึงแต่เนื่องจาก เรามาบ่ายแล้วทำให้ไม่สามารถเข้าชมที่ด้านในได้ ก็เลยเลือกที่จะมาวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับแทน
เนื่องจากด้านในห้ามถ่ายภาพเลยเอาภาพบริเวณรอบนอกมาให้ชมแทนแล้วกันนะ

พระราชวังอันสง่างามและเป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดระนองในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญยิ่ง ที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์การเสด็จประทับแรมที่จังหวัดระนองของพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 (พ.ศ.2433) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (พ.ศ.2452) และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 (พ.ศ.2471) โดยเป็นพระราชวังที่ทำด้วยไม้สักและไม้ตะเคียนทอง และมีสิ่งที่จัดแสดงภายใน ได้แก่ ห้องบรรทมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ชั้น 3) ห้องพระราชินี (ชั้น 2) มีจำนวน 6 ห้อง อาคารทรงแปดเหลี่ยม อาคารท้องพระโรง สะพานเชื่อมอาคารที่ประทับกับอาคารแปดเหลี่ยม


จากนั้นเราก็ไปแวะซื้อของฝากแล้วก็มุ่งหน้าไปสนามบิน เป็นอันจบทริปของเราเป็นที่เรียบร้อย
เช็คอินเรียบร้อย ถึงเวลาเดินทางกลับกรุงเทพกันละ ขอปิดท้ายรีวิวด้วยภาพนี้เลยครับ 

ขอบคุณ Love Andaman สำหรับแพคเกจ เกาะนาวโอพี และเกาะค็อกเบิร์น ได้พาไปเที่ยวทะเลสวยๆในทริปนี้
ขอบคุณทุกท่านที่แวะเวียนมาชมรีวิวนี้ หวังว่ารีวิวนี้คงเป็นประโยชน์สำหรับคนที่มีแพลนหาที่เที่ยว หรือคนที่กำลังมีแพลนอยากจะไปเที่ยวทะเล รีวิวนี้คงเป็นประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อย ขาดตกบกพร่องตรงส่วนไหนไป ขออภัย ไว้ ณ ที่นี้

สำหรับวันนี้ขอกล่าวคำว่า แล้วพบกันในรีวิวต่อไปครับ บะบายยยย


ติดตามผลงานเพิ่มเติมของคุณ Mr.ตระเวนเที่ยว ได้ที่ : https://www.facebook.com/TrawenTheiyw/

แสดงความคิดเห็น