เมื่อฉันไปมาเลเซีย - กัวลาลัมเปอร์, ปุตราจายา 3 วัน 2 คืน

11 มิถุนายน 2561 | โดย iampluto (1,535 เข้าชม)
แบ่งปัน:


กัวลาลัมเปอร์เมืองหลวงของประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของเรา หลังจากเราเคยไปปีนังมาแล้วครั้งนึง รอบนี้ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวเล่นในตัวเมืองกัวลาลัมเปอร์กันบ้าง เรามีเวลา 3 วัน 2 คืน แต่เนื่องจากเป็นเมืองร้อนเราเลยไม่เน้นเก็บจุดเที่ยว เลยกลายเป็นทริปเต่า ที่แวะเที่ยวอยู่ไม่กี่ที่ ไปที่ไหนยังไงกันบ้างลองมาดูกันค่ะ

เราเดินทางสู่มาเลเซียด้วยเที่ยวบินเช้าสุดจากสนามบินดอนเมือง เดินทางถึง Kuala Lumpur International Airport ประมาณ 10 โมงกว่าๆ ตามเวลามาเลเซีย แถว ตม. วันนี้ทำเราเแปลกใจนิดหน่อย เพราะก่อนหน้าเราเหมือนเขาถูกถามพวกที่พักและแพลนละเอียดทำให้ข้างหน้าเราต้องถอยกลับมาหาเอกสารกัน แต่เราก็ผ่านสบายๆ ตามปกติค่ะ

หลังจากผ่าน ตม. มาแล้วการเดินทางเข้าเมืองจากสนามบินมีหลายวิธี ที่นิยมกันจะเป็นรถบัสซึ่งจะราคาไม่แพง ส่วนถ้าจะเน้นความเร็วก็จะเป็น KLIA Ekspres ที่วิ่งจากสนามบินตรงถึง KL Sentral โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งจะราคาเที่ยวละ 55 ริงกิต ไปกลับ 100 ริงกิต (ราคาค่อนข้างแพงทีเดียว)
แต่เราเลือกวิธีนี้นะคะ เพราะว่าอยากเข้าเมืองเร็วๆ เพื่อประหยัดขึ้นมาหน่อยเราใช้ซื้อตั๋วล่วงหน้าจาก https://www.kliaekspres.com/
จะมีโปรโมชั่นต่างๆ อยู่นะคะกรณีซื้อเป็นกลุ่ม ส่วนถ้าไม่ถึงสามคนถ้าซื้อผ่านเว็บก็จะได้ส่วนลด 10% ค่ะ ก็จะเหลือไป-กลับ ราคา 90 ริงกิต

เราจะได้รับอีเมล์พร้อม QRCODE สามารถใช้ QRODE นี้ผ่านเข้า-ออกได้เลย

ในรถก็จะประมาณนี้

พร้อม wifi 4G

-------------------------------------------------------
สามารถติดตามที่เที่ยว ที่กิน ที่ถ่ายรูปกันได้ที่
https://www.facebook.com/whenigoto

ใช้เวลา 30 นาทีโดยประมาณวิ่งตรงจากสนามบินมายัง KL Sentral ศูนย์รวมรถทุกประเภท

เราเดินตรงไปตามทางไปที่บอกว่าไป Monorail เพราะที่พักเราอยู่แถว Bukit Bintang จาก KL Sentral เดินทางไปได้ด้วยรถโมโนเรลค่ะ เดินเข้าห้าง NU Sentral จะเป็นสถานี Monorail KL Sentral นั่งยาวต่อเดียวไปลง Bukit Bintang

ข้าวมื้อแรกของเราคือร้าน chicken rice shop ในห้าง NU นี่เองค่ะ


สำหรับสายรถไฟฟ้าในกัวลาลัมเปอร์สามารถดูได้ที่นี่ : http://klcityguide.my/kuala-lumpur-train-map/


ที่พักของเราคือ  Gold 3 Boutique Hotel เมื่อถึงสถานี Bukit Bintang ให้ลงทางฝั่งห้าง LOT10 นะคะ เดินเลาะห้างไปก็จะถึงที่พักค่ะ


เราจองห้องพักแบบ 2 เตียง ห้องมีหน้าต่าง บรรยากาศในห้องคร่าวๆ




อุปกรณ์ในห้องน้ำมีให้ครบนะคะ ผ้าเช็คตัวมีแต่ผ้าผืนใหญ่ ไม่มีผืนเล็ก ห้องน้ำมีสายชำระสไตล์กัวลาลัมเปอร์ คือไม่มีหัวฉีดนะคะ เป็นสายเฉยๆ
มีทีวี กาต้มน้ำร้อน พร้อมน้ำให้ ไม่มีตู้เย็นนะคะ 

สำหรับการเข้าพักที่มาเลเซียจะมีกฏหมายให้ต้องจ่ายภาษีคืนละ 10 ริงกิตนะคะ จ่ายตอนเช็คอิน
สำหรับ wifi ที่นี่ให้เป็นรหัสพร้อมวันเวลาหมดอายุ ถ้าอยู่หลายๆ วันไปขอที่เคาท์เตอร์ได้ใหม่ค่ะ

หลังจากเก็บของเรียบร้อยเป้าหมายแรกของเราก็คือไปเที่ยว KL Forest Eco Park ค่ะ เนื่องจากวันแรกก็เลยเลือกเที่ยวโซนใกล้ๆ ที่พัก

การเดินทางจากสถานี Bukit Bintang นั่งรถไปลงสถานี Masjid Jamek 
เราเปลี่ยนสายจาก Monorail เป็น LRT สาย 3,4 ที่สถานี Hung Tuah 
โดยตอนที่เราหยอดเงินซื้อตั๋วเราสามารถเลือกได้เลยนะคะว่าเราจะไปลงปลายทางที่ไหน อย่างเช่นกรณีปลายทางที่จะไปคือ Masjid Jamek ซึ่งมีสถานีเชื่อมโดยไม่ต้องออกจากสถานีก็กดว่าปลายทางงเป็น Masjid Jamek ได้เลย เพราะเอาจริงๆ ตอนแรกเราเองก็งงว่าเราขึ้น Monorail ต้องกดซื้อเฉพาะ Monorail รึเปล่า 


เมื่อถึงสถานี Masjid Jamek ข้ามถนนแล้วเดินตามเส้นนี้ได้เลยค่ะ

ระหว่างทาง

KL Forest Eco Park เป็นเหมือนป่ากลางกรุงค่ะ ถ้าใครชอบอะไรเขียวๆ ก็แวะกันไปได้




เดินชมวิวบนสะพานแขวนมาเรื่อยๆ จะมาออกประตูอีกด้านซึ่งอยู่บริเวณ KL Tower ค่ะ

เสียดายวันนี้ฝนตกหนัก เราเลยไม่ได้ขึ้นไปชมวิวด้านบน


หลังฝนหยุดเราเดินต่อไปจุดแลนมาร์คสำคัญของกัวลาลัมเปอร์ค่ะ ตึกแฝด เปโตรนาส

จาก KL Tower เดินลงมาที่ถนนใหญ่ แล้วเดินตรงอย่างเดียวก็จะถึงทางเข้าห้าง ซูเรียเคแอลซีซี ค่ะ


ถ้าใครอยากถ่ายรูปคู่ตึกแฝดสามารถถ่ายได้จุดหมายเลข 1 นะคะ
หมายเลข 2 คือจุดดูน้ำพุ
และหมายเลข 3 สำหรับคนนั่งรถเมล์กลับค่ะ และเป็นฝั่งเดียวกับสถานีรถไฟด้วย

ตึกแฝดก่อนค่ำ

และจากมุมในสวน KLCC จะเป็นมุมชมน้ำพุคู่กับตึกแฝดนะคะ หรือบางคนจะยืนฝั่งห้างก็ได้ น้ำพุจะเริ่มวอร์มตั้งแต่  1 ทุ่ม

พอสองทุ่มก็เริ่มจัดเต็ม

เวลาโชว์ของน้ำพุคือ 20:00 น. 21:00 น. และ 21:45 น. 

ขากลับเรานั่งรถบัสฟรี GoKL กลับที่พัก

สามารถเช็คสายรถบัส GoKL ได้ที่ : https://www.gokl.com.my/

ที่ KLCC เป็นรถสายสีเขียวไปลงที่ Pavillion ได้ค่ะ

 

เช้าวันที่ 2 ค่ะ นั่งรถมาลงที่ NU Sentral

แชะกับมุมฮิตกันซักหน่อย

เสร็จแล้วไปหาอาหารเช้ากันค่ะ ที่ร้าน Oldtown White Coffee Brickfields
ที่นี่จะมีทั้งเส้นแบบจีน หรือข้าวแบบอินเดีย จดเลขลงบนใบออเดอร์แล้วส่งให้พนักงานได้เลยค่ะ


วันนี้เราจะเดินทางไปปุตราจายากันค่ะ จากสถานี KL Sentral วิธีที่ง่ายและสะดวกสบายก็คือ KLIA Transit ไปลงที่สถานีปุตราจายา
ซื้อตั๋วเที่ยวละ 14 ริงกิต นั่งรถประมาณ 20 นาทีค่ะ


เมื่อถึงสถานีเดินตรงไปยัง Bus Station ค่ะ

เรานั่งรถสาย L15 เพื่อไป Masjid Putra หรือมัสยิดสีชมพู

 

มัสยิดสวยงามแห่งหนึ่งประจำปุตราจายา
เวลาเปิดเข้าชม
9:00 - 12:30 น.
14:00 - 16:00 น.
17:30 - 18:00 น.
วันศุกร์ 15:00 - 16: 00 น. และ 17:30 - 18:00 น.

ภายใน

ชุดคลุมสำหรับผู้หญิงที่ไม่ใช่มุสลิมค่ะ

ที่ริมแม่น้ำเป็นศูนย์อาหารและจุดพักผ่อนชมวิว

 

ในเมืองปุตาจายาอีกที่หนึ่งที่เราแวะไปคือ Astaka Morocco
เป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมาเลเซียกับโมรอคโค ตัวอาคารจึงเป็นศิลปะสวยงามแบบโมรอคโค จากมัสยิดสีชมพูสามารถนั่งรถสาย L15 มาได้ โดยสังเกตุที่หน้ารถว่าเป็นสายกลับ Putra Sentral หรือสายไปต่อ หรือนั่ง Grab หรือแท็กซี่มาก็ได้ค่ะ

โดย Astaka Morocco ตั้งอยู่ในสวนพฤษศาสตร์ปุตราจายา

แบ่งโซนเป็นสามส่วนคือทางเข้า โซนภายใน และโซน Private

โดยโซนทางเข้าและโซนภายในด้านนอก เข้าชมได้ฟรี และถ่ายรูปได้

ส่วนโซน Private จะเสียค่าชม 3 ริงกิต และห้ามใช้กล้องถ่ายรูปค่ะ ใช้ได้แค่กล้องมือถือ ด้านในเป็นห้องต่างๆ

กลับจากที่นี่แนะนำให้เรียก Grab มารับได้เลยค่ะ เพราะรถเมล์จะรอนานมาก

 

กลับมายังกัวลาลัมเปอร์ค่ำนี้เรามาเดินเที่ยวชมห้างแถว Bukit Bintang จากที่พักเดินออกมาก็ถึงแล้วค่ะ



ส่วนมื้อค่ำวันนี้ไปเดินดูที่ Alor Street Food Night Market

ที่นี่รวมรวมอาหารจากหลากหลายสัญชาติค่ะ อาหารไทย อาหารจีน อินเดีย สิงคโปร์ เวียดนามมาหมด
จะคอยมีคนเรียกตลอดทางนะคะ อยากแวะร้านไหนแวะได้เลย

ส่วนเรากินอะไรง่ายๆ อย่าง Lok Lok ราคาตามสีปลายไม้ มีให้เลือกได้ว่าจะย่างหรือจะลวกค่ะ
ของเราเกี๊ยวห่อเห็ดเข็มทอง ที่โต๊ะนั่งจะมีน้ำจิ้มให้เลือกนะคะ โต๊ะจะ Co กับทางร้านน้ำ นั่งปุ๊ปสั่งน้ำได้เลยค่ะ

ของคาวแล้วก็มาต่อของหวานไอติมมะพร้าว

แล้วก็เนื่องจากช่วงนี้เป็นหน้าทุเรียน ทุเรียนของมาเลเซียพันธุ์มูซาคิง
สำหรับสายทุเรียนงอมๆ ค่ะ มูซาคิงเป็นทุเรียนเนื้อนิ่ม หวาน กลิ่นแรง
ที่ร้านจะมีปูโต๊ะด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ พร้อมถุงมือพลาสติก ทิชชู่ และน้ำเปล่าให้

อิ่มท้องก็เดินกลับที่พัก

เช้าวันที่สามเราเช็คเอาท์พร้อมฝากกระเป๋าไว้ที่ที่พัก และออกไปเที่ยวกันค่ะ วันนี้จะไปเที่ยว Merdeka Square จาก Bukit Bintang ไปลงสถานี Masjid Jamek เช่นเดิม

จากสถานี Masjid Jamek เดินตามเสันทางคร่าวๆ ตามนี้เลยค่ะ

เดินเลาะมัสยิดข้ามสะพาน แล้วลงไปเดินริมแม่น้ำ
ข้างๆ ทางเดินริมแม่น้ำเขาทำเป็นสระน้ำและมีปลาด้วย

เดินไปเรื่อยๆ และออกไปด้านหน้าตึก Sultan Abdul Samad Building

แวะนั่งพักหลบแดดแถว Kuala Lumpur City Gallery
กับจุดถ่ายรูป I Love KL

แดดก็ร้อนแต่ฟ้าก็สวย

ตึกสวยๆ อีกตึกนึงบริเวณนี้คือ National Textile Museum พิพิธภัณฑ์สิ่งทอ

ภายในเข้าชมได้ฟรี

จากพิพิธภัณฑ์สิ่งทอเราเดินข้ามแม่น้ำอีกรอบกับมุมมัสยิดจาเม็กด้านนี้

พร้อมกับตึกสวยๆ หน้าต่างเหลืองเด่นของร้าน Cafe Old Market Square

บนชั้นสองมีภาพประดับเหมือนแกลอรี่เล็กๆ

กับอาหารของเรา
Fried Meehon และ Fried Meehon Mee

อิ่มท้องเรียบร้อยก็เดินไปต่อยังแหล่งซื้อของฝากค่ะ Central Market และ Kasturi Walk
หาของฝากของที่ระลึกกันได้ที่นี่

ส่วนอีกแหล่งหนึ่งคือ Petaling Street Market
ทีนี่เน้นไปทางของใช้

ระหว่างทาง


แถว China Town นี้ก็จะมี Street Art อยู่หลายจุด

ขากลับเรานั่งรถ MRT จากสถานี Pasar Seni กลับไปยัง Bukit Bintang ค่ะ

มานั่งพักดื่มกาแฟกันที่ Starbuck

ส่วนเวลาที่เหลือเราไปชม Vintage Camera Museum ณ ที่พักเราเองค่ะ
ที่ชั้น 2 ของที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์กล้องวินเทจ หนึ่งเหตุผลที่เลือกพักที่นี่ เพราะชอบการตกแต่งของเขาเลย

แขกที่พักที่นี่สามารถมานั่งจิบกาแฟ หรือทานอาหารพักผ่อนที่ห้องนี้ได้

และอีกด้านหนึ่งก็คือส่วนของพิพิธภัณฑ์

ใครพักที่นี่มาถ่ายรูปเล่นได้เต็มที่เลยนะคะ


สรุปค่าใช้จ่ายของทริปนี้
ค่าตั๋วเครื่องบิน 1,800 บาท
ที่พัก 1,300 บาท
ใช้จ่าย 350 ริงกิต 
ค่า Express 90 ริงกิต
และประกัน 450 บาท
รวมประมาณ 7 พันกว่าบาทค่ะ

ปล. สำหรับขากลับกระเป๋าเดินทางที่ขึ้นเครื่องจะมีเครื่องชั่งน้ำหนักอยู่บริเวณทางเข้าก่อนถึง ตม. อย่าลืมตรวจสอบน้ำหนักกระเป๋านะคะ

เครดิต : https://pantip.com/topic/37737895 

แสดงความคิดเห็น