ลุยเดี่ยว หนีผัวเที่ยว เกาะลันตา!!!

14 มิถุนายน 2561 | โดย Lotto the catza (2,858 เข้าชม)
แบ่งปัน:

สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้รีวิวเที่ยวแบคแพ็กครั้งแรก ปกติเที่ยวไหนไปกับแฟนตลอด ทริปนี้ไปคนเดียว และไปไกลมาก 

เนื่องจากสามีไปทริปฮ่องกงกับที่ทำงาน ทิ้งเราให้เหงาอยู่คนเดียวที่บ้าน  ก็เลยหาที่เที่ยวซะ 

และสามีเพิ่งรู้ว่าเราจะเที่ยวคนเดียวก็ตอนเค้าจะขึ้นเครื่องและ ห้ามไม่ทันแล้ว

มาเริ่มกันเลยนะคะ 

จุดประสงค์ของการไปทริปนี้คือ  รีแล็กซ์ + เซลฟี่ + อาหารดี + เที่ยวเกาะ

จองตั๋วเครื่องบิน + โรงแรม ที่เว็ปหนึ่ง ได้ราคาที่คิดว่าถูก

เดินทาง เช้าชึ้นเครื่องไฟล์ท 8.55 สายการบินสีแดง ถึงสนามบินกระบี่เวลาประมาณ 10.30 น.

ลงเครื่องและเดินเข้ามาที่อาคารผู้โดยสารขาเข้า 

มองหารถตู้ที่จะไดเร็กไปเกาะลันตา เดินหาป้าย ไม่มีป้ายเกาะลันตาค่ะ เลยเดินไปถาม จนท.สนามบิน 

จนท.ชี้มาที่กลุ่มผู้ให้บริการรับส่งเส้นทางต่างๆ ซึ่งเรามองแล้วว่า มันไม่ใช่รถตู้ไดเร็กถึงลันตาอะ

เลยออกไปหน้าอาคารอีกครั้ง พยายามถาม อยู่พักนึง เจอพี่ผู้หญิงคนนึงเรียกผู้โดยสารอยู่หน้าอาคาร 2 

เราถามว่ามีรถตู้ไปเกาะลันตาไหม นางบอกว่า ไม่มีค่ะ ช่วงนี้โลวซีซั่น ต้องนั่งรถตู้เข้าเมืองก่อน(ซึ่งไปคนละทางกับเกาะลันตาเลย)  

แล้วต่อรถในเมืองไปเกาะลันตา   ค่ารถขาไป บขส. 100 บาท ถ้าน้องขึ้นจากสนามบินไปเกาะลันตาเลย ค่ารถแพง 

เค้าคิดเรทต่างชาตินะคะ 600 บาทนะเพราะมันเป็นโลวซีซั่น 

(คิดในใจว่ากุจะอ้อมทำไมวะ อยากได้รถแบบไดเร็กแต่ก็อยากไปถึงเร็วๆ ถามคนแถวนั้นก็ไม่มีใครบอกได้แต่ชี้ให้เราเดินมาหาคนกลุ่มเดิม  

ก็เลยซื้อบัตรขึ้นไปนั่งบนรถตู้รอรถออก) เอะใจแรงมากว่า มันไม่ใช่อะ อ่านมามันไม่ใช่แบบนี้นี่หว่า  

หลังจากจ่ายค่ารถ 100 บาทเข้า บขส. จะได้บัตรแบบนี้นะคะ

ข้องใจมาก เลยหาข้อมูลในพันทิปอีกรอบ คราวนี้เจอเบอร์รถตู้สหกรณ์ที่จะไปส่งที่เกาะลันตา 

คือมารับเราที่สนามบิน พาขึ้นแพข้ามเกาะ และ ไปส่งที่หน้าโรงแรมเลย(อันนี้แหละที่ตามหาอยู่) 

เลยโทรไปจองรถ ปลายสายแจ้งว่าให้ไปรอที่อาคาร 1 ชั้นบน เดี๋ยวจะวนมารับเรา 

รถมีทุกชั่วโมงและกำลังจะออกพอดี(เส้นยาแดงผ่าแปดมากๆ)  โทรเสร็จปุ๊บ 

ก็ทำการหลบหนีลงจากรถตู้คันนั้น และรีบวิ่งขึ้นไปชั้น 2 ของอาคาร 1 ทันทีค่ะ 

รอไม่ถึง 5 นาทีรถก็มารับ และพาเรามุ่งหน้าสู่เกาะลันตา ด้วยค่าเดินทาง 200 บาทถ้วน (รวมค่าข้ามแพแล้ว)

หน้าตาบัตรรถตู้สหกรณ์จะเป็นแบบนี้นะคะ

แต่เราไม่ได้บัตรค่ะ อันนี้เราถ่ายจากที่พี่คนขับรถยื่นให้ดู ถึงที่หมายแล้วค่อยจ่ายตังค่ะ พี่แกว่าอย่างนั้น

ตารางเดินรถ

ขึ้นรถมาแล้วประมาณ 30 นาที ก็ได้ลงแพขนานยนต์

ขึ้นเกาะ แล้วข้ามสะพานอีกทีค่ะ

มาถึงรีสอร์ทที่จองไว้แล้วค่ะ ศรีลันตารีสอร์ท พนักงานรีเซ็ปชั่นและพี่เบลเดินมารับที่ประตูเลย 

นั่งเช็คอินสบายๆ มีเวลคัมดริ๊งพร้อมผ้าเย็นให้ด้วย หายเหนื่อยเลย(แต่ยังไม่หายโกรธอีเจ๊คนเมื่อกี๊นะ)

ทุกคนที่รีเซ็ปชั่นดูสนอกสนใจเรามาก เพราะเป็นผู้หญิงเดินทางคนเดียว

รีสอร์ทนี้จะมีห้องพักหลักๆ 2 คือแบบบ้านเป็นหลัง ซึ่งก็มีหลายประเภทหลายราคาให้เลือกตามความหรูหรา

และมีห้องพักที่เป็นตึก อยู่ติดเขา ซึ่ง ห้องพักที่เราจอง เป็นห้องพักบนตึกค่ะ ห้องสะอาด ตกแต่งสวย(เราชอบเรียบๆ สีไม่ฉูดฉาด) 

ห้องน้ำกว้างมาก  มีอ่างแช่น้ำด้วย  ระเบียงติดเขา วิวต้นไม้เขียวขจี พี่เบลแจ้งว่า หากจะชมวิว ควรปิดประตูดีๆ 

ถ้าไม่อยู่ห้องให้ล๊อกประตูตรงระเบียงด้วย เดี๋ยวลิงเข้ามาได้ 5555++++

พี่เบลขับรถไปส่งที่ห้องค่ะ 

Inspection ห้องเรียบร้อยแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้า ลงหาดไปถ่ายรูปค่ะ

อุปกรณ์ ขาตั้งกล้อง + รีโมท และ โทรศัพท์ Huawei Nova3E

ในส่วนของรูปที่ได้นั้น....

เลือกอันนี้มาลงแล้วกัน คิดว่าดีสุด 

ประกาศให้รู้ไปเลยว่า ลูก 2 แล้วแต่จะไม่ยอมให้หุ่นพัง

ถ่ายรูปเสร็จ ก็ทานข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารไทยของรีสอร์ทซึ่งอยู่หน้าหาดค่ะ 

ที่นี่มีร้านอาหาร 2 ที่ ถ้าหันหน้าออกทะเล ร้านฝั่งซ้ายคือร้านอาหารฝรั่ง เมนูไม่รู้มีอะไรบ้างเพราะไม่เคยไปกิน

ฝั่งขวาเป็นร้านอาหารไทย เมนูเป็นพวก ข้าวผัดสัปปะรด ปลากระพงทอด ส้มตำ ยำ แกงเขียวหวาน สะเต๊ะ อะไรพวกนี้

ราคา พอๆกับกินร้านอาหารดีๆ ในกรุงเทพ รสชาติดี อร่อยเลย (รีเควสรสชาติคนไทย) ส่วนปริมาณนั้น เยอะมากกกกกก

เยอะจนกินไม่หมด พนักงานมาเก็บเงินถึงกับเอามือทาบอก ทำหน้าเจื่อน เค้าถามเราว่า รสชาติไม่ถูกปากหรอคะ 

เรานี่รีบตอบเลยว่า อร่อยมากค่ะ แต่มันเยอะมากค่ะ กินไม่หมด และนี่คือหน้าตายำวุ้นเส้นที่เราสั่ง 

ขนาดจานนี่แทบจะเท่ากับที่รองจานเลย ใหญ่มาก ต้องเลือกกินแต่กุ้งกับไก่สับก่อน แล้วกินวุ้นเส้นตามทีหลังอ่ะ เยอะมาก เสียดายของ 

ยำวุ้นเส้น 1 จาน ข้าวเปล่า และโค้ก 1 กระป๋อง ค่าอาหาร เป็นเงิน 260 บาทค่ะ

กินเสร็จประมาณ 4 โมง  พุงออกถ่ายรูปต่อไม่ได้  เลยขึ้นห้องไปแช่ในอ่างน้ำชิลๆค่ะ  

ตกเย็น ลงมานอนรอชมแสงสุดท้ายของวันที่เก้าอี้หน้าหาดตามคำแนะนำของพี่พนักงานที่ร้านอาหารเมื่อตอนกลางวัน 

ตบท้ายอาหารมือค่ำด้วยเมนูที่ไม่เยอะ อิ่มพอดี ตามคำแนะนำของพี่พนักงานร้านอีกแล้ว ก็จานที่มีชื่อว่า.....

กระเพราทะเลราดข้าว  ถ่ายมาไม่ชัด เพราะมันมีแต่แสงเทียน จานนี้ อิ่มกำลังดี รสชาติอร่อยอีกแล้ว  ของเค้าสดมาก

บรรยากาศค่ะ

เช้าวันที่ 2 ช่วงเช้าถ่ายรูปชุดบิกินี่ชุดที่ 2 เสร็จก็เดินไปทานอาหารเช้า 

อาหารเช้าของที่นี่จะแบ่งเป็นเซ็ตให้เลือก มี 3 เซ็ต คือ1.ประเภทไข่ดาว ฮ๊อตดอก เบค่อน แฮม   2.ซีเรียล โยเกิร์ต  3.อาหารไทย ข้าวผัด หรือข้าวต้มกุ้ง ซึ่งทั้ง 3 เซ็ตมีของหวานเป็นโทส หรือ ครัวซอง หรือ วอฟเฟิล อย่างใดอย่างหนึ่ง 

วันนี้เราเลือกมาเป็น ข้าวต้มกุ้ง + เบค่อน เลือกของหวานเป็น วอฟเฟิล มีผลไม้ให้ฟรี น้ำผลไม้ ชากาแฟ และ สลัดไม่อั้นค่ะ 

ติงนิดนึงว่า อาหารเช้าที่นีมีให้เลือกน้อย อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้เป็นโลวซีซั่นมั้ง (เดา)

และ น้ำสลัดไม่ถูกใจเราเลยทั้ง 3 แบบ ตรงนี้อยากให้ปรับค่ะ

กินข้าวเสร็จหากิจกรรมทำตอนบ่าย เลยซื้อทัวร์ที่ร้านหน้ารีสอร์ทเลย ทัวร์ตอนนี้ที่ไปได้ค่ะ 

ทัวร์ 4 เกาะ มาช่วงนี้อุทยานปิดหมด ที่ตั้งใจว่าจะไปอ่าวมาหยา เกาะรอก ก็ไปไม่ได้แล้ว 

เลยไปทัวร์ 4 เกาะแทน ทัวร์นัดว่าจะมารับที่รีสอร์ทตอนบ่ายโมงครึ่ง 

แต่มารับจริง เที่ยง 45 เราก็ไม่ได้ซีเรียส มารับก็ไปเลย โดยที่อาหารกลางวันไม่ได้กิน 

แต่ก็ไม่หิวนะ เพราะจุกอาหารมื้อเช้ายังไม่หาย 

ระหว่างทางคุยกับคนที่มารับ รู้สึกอบอุ่นมาก เพราะเค้าพูดคุยกับเราแบบกันเอง 

ยิ่งเห็นว่ามาคนเดียวยิ่งชวนคุย เราบอกว่าเป็นทริปแรกที่มาคนเดียว 

และเป็นครั้งแรกที่มากระบี่ แล้วก็จิ้มเลยว่าจะมาที่ลันตา พี่เค้ารีบตอบเลยว่า 

ยินดีต้อนรับสู่เกาะลันตานะครับ (พี่เค้ายิ้มออกจากใจมากเลย) 

กิจกรรมในการทัวร์วันนี้คือ พายเรือคายัก พาดูเกาะต่างๆ  พาไปดูลิงที่ป่าโกงกาง แล้วกลับ ชอบความเป็นกันเองของคนเรือ เห็นเรามาคนเดียวก็เทคแคร์เราตลอด ไม่มีคู่พายเรือก็มาพายให้เรานั่ง น่ารักมาก ปิดท้ายการชมเกาะ โดยการปอกสัปปะรดให้เรากิน พร้อมโค้ก 1 กระป๋อง เค้าดูแลดี คุยสนุกมาก เจ๊อย่างนั้น เจ๊อย่างนี้  เฟรนลี่ น่ารัก ตลกด้วย เที่ยวคนเดียวไม่เหงาเพราะมีพวกเขาคอยเทคแคร์ 555555  ติดใจความเฟรนลี่ของคนที่นี่จริงๆเลย

ทัวร์เสร็จก็มีคนมาส่งเราที่หน้ารีสอร์ท จบทริปทัวร์เวลา 17.00 น. พอดี 

เลยเดินไปหาของกินที่ร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากรีสอร์ทมากนัก ชื่อว่า”ร้านกุ๊กไก่”

จากการหาข้อมูลก่อนมาโดยใช้ Google Map ก็คิดว่าร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากที่พักมาก 

แถมมีคนมารีวิวว่าอร่อย เลยตั้งใจมาลอง เมนูที่อยากกินมากๆเลยคือ 

ปูม้านึ่ง  สั่งมา 1 จาน 600 บาทถ้วน(ราคาเท่าที่เคยไปกินที่ตลาดกลางอยุธยา) 

สั่งหมึกทอดกระเทียมเพิ่มอีก 1 จาน พร้อมข้าวเปล่า ค่าเสียหายทั้งหมด 870 บาท 

โคตรอิ่มเลย จบทริปวันที่ 2 ด้วยการนั่งชิลริมหาดแล้วขึ้นห้องนอนตอนทุ่มกว่าๆ 

เพราะว่ามีผู้ชายโทรไลน์มาจากฮ่องกง ไม่รับสายเดี๋ยวบ้านแตก

เช้าวันสุดท้าย เปลี่ยนชุดแล้วลงมาถ่ายรูป พร้อมเก็บของรอเช็คเอ้าท์ตอน 11 โมงค่ะ 

วันนี้ถ่ายรูปได้นิดเดียว แดดไม่มี พายุจะเข้า 9 โมงเราก็เปลี่ยนชุดไปนั่งกินอาหารเช้า 

วันนี้เลือกเป็นไข่ดาว + เบค่อน + โทส

เหมือนจะน้อย แต่เอาจริงๆก็อิ่มนะ

ระหว่างกินมื้อเช้า ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่มาก ลมแรง พนักงานวิ่งวุ่นเก็บของ เซ็ตผ้าใบบังฝน

แต่ก็ไม่ลืมที่จะเทคแคร์แขกด้วยการพาย้ายโต๊ะเข้ามาในร้าน เพื่อหลบฝน 

ซักพักฝนหยุด 11.00 น. เราก็ขึ้นไปเช็คเอ้าท์ที่รีเซ็ปชั่น แล้วนั่งรอรถตู้มารับ 

ซึ่งรถจะมารับบ่าย 2 (ขึ้นเครื่องไฟล์ท 19.00)  เวลาเหลืออีก 3 ชม.ทำไง นอนสิคะ 

นอนที่ศาลาโยคะนี่แหละ ชิลมาก ลมเย็น เงียบสงบ ไม่มีใครมารบกวน 

ตื่นมาบ่ายโมงก็เริ่มขยับขยายเตรียมตัวเดินทาง รถตู้มารับ 14.00 น. ตรงเวลามาก

พี่เบลคนเดิม(แกชื่อพี่เดช) กับพี่ผู้หญิงที่รีเซ็ปชั่นส่งเราขึ้นรถด้วยคำอวยพรและคำขอบคุณ  

ฟังแล้วมันชุ่มชื่นหัวใจจริงๆ

ตลอดระยะเวลาที่มาพักที่นี่ เรามักจะได้ยินคำถามเหล่านี้เสมอ

มาคนเดียวหรอคะ 

วันนี้มีแพลนไปไหนคะ ช่วงนี้อุทยานปิดนะคะ ถ้าไปแนะนำว่าไปที่นี่ดีกว่า

แนะนำว่าอย่าไปตอนมืดค่ำนะคะอันตราย 

มีอะไรเรียกได้ตลอดนะคะ 

อาหารถูกปากไหมคะ ปรับอะไรไหมคะ 

มีรถมารับหรือเปล่าคะ จองรถที่ไหนคะ 

ขอบพระคุณพี่ๆทุกคนที่คอยไต่ถามด้วยความเป็นห่วงและใส่ใจนะคะ

พี่ๆไม่ได้ถามเฉยๆ เพื่อสร้างภาพว่าอยากรู้อะ คือทุกคำถามที่เราถามกลับไป ทุกคนสนใจที่จะตอบและแนะนำโดยละเอียด

มันสร้างความอุ่นใจขึ้นมาเลย เหมือนเราไม่ได้อยู่คนเดียวอะ เหมือนเรามีเพื่อนที่นั่นเยอะ ความประทับใจตรงนี้ทำให้เรารู้สึกว่า 

มาคราวหน้ายังไงก็จะมาพักที่นี่อีก อ้อ คราวหน้าจะมีผู้ชายตามมาด้วยนะคะ He บ่นว่าฮ่องกงฝนตก ทริปแน่นจนเหนื่อย 

อาหารไม่ถูกปาก จนอยากมาเที่ยวกับเราเพราะทริปเราเจ๋งมาก กำชับนักหนาว่าคราวหน้าต้องพาเค้ามาที่นี่ด้วย  

ค่าใช้จ่าย

ตั๋วเครื่องบิน+ที่พัก 3 วัน 2 คืน ไม่รวมอาหารเช้า  = 5,221บาท(ถ้าไป 2 คนบวกเพิ่มประมาณพันกว่าบาทเพราะนอนห้องเดียวกัน)

ค่าแท็กซี่จากบ้านมาดอนเมือง 100 บาท

ค่าซาลาเปา + ชาเขียวซื้อกินที่เกจตอนรอเครื่องออก  66 บาท

ค่าตั๋วที่โดยหลอกให้ซื้อ  100 บาท

ค่ารถตู้ไป-กลับ   สนามบิน - รีสอร์ท 200*2 = 400บาท

ค่าอาหารเช้า(ซื้อเพิ่มที่รีสอร์ท) 250 x 2 = 500บาท

ค่าทัวร์ 4 เกาะ = 1,000 บาท

อาหารกลางวันที่รีสอร์ท 1 มื้อ 260 บาท 

อาหารเย็นที่รีสอร์ท 1 มื้อ 290 บาท

อาหารเย็นที่ร้านกุ๊กไก่ 1 มื้อ 870 บาท

ค่าอาหารที่สนามบินกระบี่ ขากลับ 330 บาท

ค่าใช้จ่ายเรื่องอาหาร ถ้าไม่เบื่ออาหารแช่แข็ง ก็เช่ามอไซวันละ 200 ขับไปกินอาหารแช่แข็งร้านสะดวกซื้อก็ได้ค่ะ

แต่มาถึงเกาะแล้วจะมากินอาหารแช่แข็งมันก็ไม่ได้ฟิลอะเนาะ

ติดใจการแบ๊กแพ็คเที่ยวคนเดียวเข้าแล้ว 

สัญญาว่า ทริปหน้าจะมารีวิวใหม่นะ 

ขอบพระคุณที่อ่านนจบค่ะ 

เครดิต: https://pantip.com/topic/37763666

แสดงความคิดเห็น