[Why ป่วง] ทริปนี้จะพาไป Trekking กับเมืองแห่งความฝันที่หลายคนยังไม่รู้จัก Rize ตุรกี

02 กรกฎาคม 2561 | โดย Smilq (2,435 เข้าชม)
แบ่งปัน:

ทริปนี้เป็นทริปแห่งความโชคดีของเราค่ะ เนื่องจากเพื่อนเราเจอโปรตั๋วเครื่องบินไปกลับตุรกีของ Flydubai ในราคารวมทุกอย่าง 10,500 บาท เลยมาถามว่า “ไปปะวะ” เราก็ “เออ ไปก็ไป” สุดท้ายเราจึงได้ผู้ร่วมทริปนี้ทั้งสิ้น 4 คน (สำหรับตั๋วเราจองตอน ก.ย.60 เดินทาง 19-27 พ.ค.61 ราคานี้จองข้ามปีก็ยอม)

ความพีคอยู่ที่ Flydubai cancel flight แล้วเปลี่ยนเป็น Emirates ให้ ทำให้เราได้บิน Emirates ในราคา 10,500 บาท !!  ฟินยิ่งกว่าฟิน สำหรับนักท่องเที่ยวเบี้ยน้อยหอยน้อยที่นั่งแต่ Low cost อย่างเราแค่เปิดทริปมาก็แฮปปี้มากแล้ว

เราขอแบ่งทริปนี้เป็น 2 ภาคนะคะเนื่องจากรูปและสถานที่แต่ละเมืองเยอะพอสมควรเลย
อย่างไรก็ตามเราจะทำสรุปทริปทั้งหมดพร้อมค่าใช้จ่ายโดยละเอียดไว้ในกระทู้ Part สุดท้ายค่ะ

ก่อนไปดูรีวิวของจริง ขอฝากเพจของเราหน่อยจ้า
Facebook: Why ป่วง https://www.facebook.com/whypuang/
ฝากติดตามด้วยนะคะ หากมีคำถามหรืออะไรมาพูดคุยกันได้เลยค่ะ อาจจะตอบได้บ้างไม่ได้บ้างแต่จะพยายามตอบน้า
ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับทริปนี้
การเดินทาง เราเดินทางจาก Istanbul (SAW) มาที่สนามบิน Trabzon (TZX) เพื่อนั่งรถต่อไปที่เมือง Rize ในเมืองนี้ไม่มีรถไฟฟ้านะคะ 
ต้องจ้างรถเหมาพร้อม Local guide จะสะดวกที่สุด
เวลา เวลาที่ตุรกีจะช้ากว่าไทย 4 ชม.ค่ะ
ค่าใช้จ่าย สำหรับทริปเที่ยวใน Rize เราจ่ายเหมาเป็นค่า Trekking ทั้งหมด USD450 ราคานี้รวม Local guide รถอาหาร2มื้อ และที่พัก ตลอด 3 วัน 3 คืน (วันที่ 4 เราต่อเครื่องบินไปที่ Cappadocia ค่ะขอแยกรีวิวไว้อีกกระทู้นะคะ)
อัตราแลกเปลี่ยน สกุลเงินที่ใช้เป็น TRY (ลีราตุรกี) ตอนที่แลกมาเป็น TRY8.2/THB (แต่ปัจจุบันนี่ลงไปเยอะม๊าก)
สภาพอากาศ ที่ตุรกีนี่แปรปรวนสุดๆ สภาพอากาศ พ.ค. ที่เราไปเจอเป็นดังนี้ อากาศเย็น-หนาว ยิ่งไปที่ราบสูงแล้วอากาศเป็นเลขตัวเดียว หมอกหนามาก มีฝนทุกวัน ทุกลมหายใจ (เดี๋ยวๆ555) ตามพื้นบางที่ก็มีน้ำแข็งด้วย
อื่นๆ เนื่องจากช่วงที่เราไปเป็นช่วงรอมฎอนด้วย ทำให้เมืองต่างจังหวัดอย่าง Rize แทบจะมีเรากลุ่มเดียวที่เป็นนักท่องเที่ยวค่ะ ส่วนเมืองอื่นๆยังเต็มไปด้วยผู้คนเหมือนเดิม
Wifi ตามบ้านพักหรือตามโรงแรมมี Wifi ให้ใช้ แต่เราเช่า Pocket wifi ไว้ 1เครื่องแชร์กันตลอดทั้งทริป ราคาประมาณ 1,560 บาทใช้ได้ตลอด 9วัน เนื่องจากเราคิดว่ามันถูกกว่า internet sim พอสมควร

พร้อมแล้วก็ไปเริ่มกันเลย 
(Day1: 19-May-18) กว่าจะถึงตุรกี
สำหรับทริปนี้เส้นทางบินคือ สุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ (BKK) – Dubai (DXB) - Istanbul (SAW) ออกจากกรุงเทพฯ 9.30น. ถึง อิสตันบูล 20.35น. เวลาท้องถิ่น

วันแรกเราใช้ชีวิตบนเครื่องบินซะเป็นส่วนใหญ่

เรานั่ง Emirates ก่อนจนถึงดูไบและจากดูไบไปอิสตันบูลอีกที ชอบ Emirates ตรงอาหารบนเครื่องกับหนังใหม่ม๊าก มี Black panther ด้วย ฮือออ

เราถึง Dubai ใช้เวลาประมาณ 6 ชม. เวลาท้องถิ่นคือ 13.00น. และต่อเครื่องไปที่ Istanbul ด้วยสายการบิน Flydubai ค่ะ 

ที่สนามบิน Dubai มี Wifi Free แถมแร๊งงงง

ถ้าใครอยากซื้ออาหารในสนามบิน Dubai ที่นี่เค้าจะใช้สกุลเงิน AED นะคะ หรือสามารถใช้พวก USD/EUR ได้แต่เงินทอนที่ได้จะเป็น AED แทนหรือใครสะดวกรูดบัตรก็ได้ แต่เครื่องรูดบัตรที่นี่ต้องใส่ Pin เราเลยเลือกจ่ายเป็นเงินสดดีกว่า

บนเครื่องของ Flydubai รอบที่เราไปคนน้อยนั่งสบายดี เบาะกว้างค่อนข้างโอเคเลย ใช้เวลาประมาณ 4 ชม. ก็ถึงสนามบิน Sabiha Gökçen International Airport เมือง Istanbul ตอน 20.35น. รวมๆก็ 10ชม.บนเครื่องได้

หลังจากรับกระเป๋าเสร็จเราเดินออกมาหน้าสนามบินโบก Taxi เพื่อไปโรงแรมที่จองไว้ 

โรงแรมที่เราพักคืนนี้คือโรงแรม Skyport Hotel ค่าโรงแรม 4คน 2ห้อง ราคา EUR55 ใกล้สนามบินมากๆค่ะ

Check-in เสร็จก็เดินมาหาข้าวเย็นกัน มื้อแรกในตุรกีเรามาที่ร้านนี้ Pasa Doner คือเรากินไป TRY24.5 แต่เค้าลดให้เหลือแค่ TRY20 เอง 

จากนั้นก็แยกย้ายพักผ่อนเพราะวันพรุ่งนี้เราต้องบินไป Trabzon แต่เช้าจ้า

(Day2: 20-May-18) Trabzon – Rize unseen Turkey ที่หลายคนยังไม่รู้จัก

เช้าวันที่ 2 เราบินด้วยสายการบิน Pegasus รอบ 6.10น. (ค่าเครื่องบินประมาณ 810บาทเท่านั้น) แหกตาตื่นโบกแท็กซี่มาที่สนามบินใช้เวลาแป๊บเดียวค่ะ ค่าแท็กซี่อยู่ที่ TRY15 โดยประมาณ ไม่แพงเลย อากาศตอนเช้าในเมืองวันนี้อยู่ที่ราวๆ 18องศานะคะ
ใช้เวลาประมาณเกือบๆ 2 ชม. ก็มาถึงสนามบิน Trabzon airport เครื่องจอดหน้าสนามบินแล้วก็เดินเข้าไปเองได้เลย ชิลด์เว่อร์อย่างกะลงแท็กซี่

ไกด์ Trekking ของเรามารับที่สนามบินนี่เลย แพลนต่อไปคือนั่งรถตู้ไป Rize ผ่านทางเมือง Trabzon นั่นเอง
เราแวะทานข้าวเช้ามื้อแรกที่ Nejla Hanim ราคามื้อเช้านี้อยู่ที่ TRY35 ต่อคน เป็นอาหารเช้าที่แกรนด์มากกก จัดมาชุดใหญ่เสิร์ฟไม่หยุดไม่หย่อน กินจนเหนื่อย ในชุดหลักๆก็จะมี ชา สลัด และ Muhlama ค่ะทุกโค๊นนนน 
Muhlama คืออะไร มันคือชีสกระทะ อาหารเช้าตุรกีแถบทะเลดำค่ะ คือเราสามารถหาเจ้านี้ทานได้ในแถบนี้เท่านั้น วิธีทานก็คือเอาขนมปังจิ้มมันก็จะ ยืด ยืด ยืด และยืดดดด ยัดเข้าปากโลดค่ะ มันฟินมากกกกก และไม่เลี่ยนเพราะเค้าจะมีสลัดต่างๆเป็นเครื่องเคียง ที่นี่จะทานมะเขือเทศสดกับแตงกวาสดเป็นกับแกล้มในเกือบทุกมื้อ แนะนำจริงๆ โอ้ย ยิ่งพิมพ์ยิ่งอยากกลับไปกิน
หลังจากที่ทานอาหารนั่งเม้ามอยทำความรู้จักกับไกด์สักพัก เราก็ไปซื้อของจำเป็นกันใน Downtown ค่ะ ซื้อพวกน้ำเปล่า ขนมกุ๊งกิ๊งไว้ติดรถ

ที่เมือง Rize ที่เราจะไปนี่ไกด์บอกว่า “You are the first Thai gang here” คือไกด์เรายังไม่เคยเจอคนไทยมาที่นี่เลย เพราะคนส่วนใหญ่ที่มา Rize จะเป็นแถบอาหรับหรือคนตุรกีเอง แต่ถ้าหากมีคนเคยมาแล้วอย่าว่ากันน้า ถือว่าเราพามารู้จัก Rize ให้มากขึ้นดีกว่าค่ะ ^^

ระหว่างที่แวะไปที่ต่างๆก็จะมีคนมาขอถ่ายรูปกับพวกเราค่อนข้างเยอะ ไกด์บอกว่าประมาณว่า เพื่อนเค้าดูชอค กับพวกตาตี่สีน้ำตาลหัวดำอย่างเรามาก คนที่นี่เค้าจะพูดภาษา Turkish กัน ส่วนน้อยที่พูดภาษาอังกฤษได้ แต่ทุกคนอบอุ่นและอยากจะคุยกับเราดีนะคะ
จากรูปคือไปซื้อของในซุปเปอร์ ก็มีสาวๆมาขอถ่ายรูปด้วยค่ะ

ไปต่อกันที่ Ardeşen - Fırtına Vadisi เป็นลักษณะเหมือน downtown เล็กๆที่มีร้านกาแฟและมุมสะพานแม่น้ำให้พอเก็บรูปได้ 

เราแวะร้านกาแฟร้านนึงชื่อว่า ZUA coffee ร้านชิลด์มากและตกแต่งแบบโคตรจะอบอุ่น

จากนั้นใช้เวลาประมาณ 2 ชม. มุ่งสู่ Rize (ริเซ่เป็นจังหวัดหนึ่งในตุรกีอยู่แถบทะเลดำนะคะ) ระหว่างทางเราแวะที่นี่ด้วย Zir kale 

Zir Kale เป็นปราสาทยุคกลางอยู่ใน Fırtına Valley ไกด์ของเราบอกว่าปราสาทนี้เชื่อว่าสร้างกันมาในยุคศตวรรษที่ 13 สมัยคอนสแตนติน ฟอลคอน แต่พอค้น Wikipedia เค้าระบุว่าสร้างในยุคศตวรรษที่ 14-15 ค่ะ หากยืนมุมสูงมองลงมาจะเห็นแม่น้ำ Fırtına ด้วย

ไกด์พามาแวะป่าที่ปลูกไม้สำคัญของที่นี่ เป็นไม้ชื่ออะไรไม่รู้จำไม่ได้ เค้าใช้ทำพวก หวี แปรงต่างๆเป็นหลักค่ะ

ระหว่างทางเราจะผ่าน Çat köyü เป็นที่ราบสูงหมู่บ้านเล็กๆตีนภูเขา ระหว่างทางที่มาที่นี่คือสวยพีคสุดๆ วิวภูเขาหิมะที่ด้านล่างเป็น Valley  
ประมาณนี้เลย 

ผ่านมาได้สักพักใหญ่ก็จะเจอ Çiçekli yayla เป็นที่ราบสูง (อีกแล้ว) วิวสวยค่อดๆ นี่คือที่ Trekking แรกของวันนี้ เราจะขึ้นไปบนจุดสูงสุดของที่ราบสูงและเดินลงมาจนถึงหมู่บ้าน Çat köyü ที่เรานั่งรถผ่านมาแล้วค่อยกลับที่พักในคืนแรกกัน
รถที่เห็นคือรถที่เราใช้ตลอดทั้งทริปนี้นะคะ ปกตินั่งได้ 14คน ทริปนี้อิพวกนี้นั่ง4คนค่ะ 555
มีห้องน้ำด้วยนะบนนี้ ดีต่อใจสุดอะไรสุด ก็ปลดปล่อยเตรียมตัวให้พร้อมก่อนมาเริ่มเดินกัน 

อากาศตอนที่เริ่ม trekking คือข้างทางเป็นหิมะแล้ว แต่ๆ ก่อนที่จะมาเนี่ยไกด์บอกว่าสิ่งที่จำเป็นของทริปนี้คือ Sunscreen กับเสื้อกันฝน เราก็เครๆ เสื้อหนงเสื้อหนาวอะไร ใครพกมา?? กองอยู่บ้านสิจ๊าาาา 

หลังจากไกด์ยืนระอาเราอยู่พักนึง เราก็ได้เสื้อกันหนาวมาจาก ’มูฮัมเม็ด’ ไกด์สุดหล่อตัวหอมมาให้ความอบอุ่น 
หน่องมูของเราคือคนที่กางแข้งกางขาในรูปนี้นะคะ ส่วนเสื้อแดงเป็นพี่ไกด์ของเราอีกคนชื่อ ’ไอป์’ (จริงๆชื่อเค้าคือ ALP เทือกเขาแอลป์ เราเถียงกันอยู่นานมากสุดท้าย ไอป์ก็ไอป์ค่ะ 55)
เห็นได้ว่ารูปนี่ขาวหมอกครึ้มฟ้าครึ้มฝนแบบสุดๆ
เราค่อนข้างต้องทำเวลาต้องรีบเดินเพราะกลัวฝนตกค่ะ

นี่คือ Çat köyü เป็นหมู่บ้านเล็กๆด้านล่าง หลังจากที่เราเดินลงมาจากที่ราบสูงด้านบนนะคะ
หน่องวัว ตั๊ลล๊าคคค

และก็เป็นไปตามคาดค่ะ ฝนเทเฮสิเธอ พวกเราต้องโกยหน้าล่กวิ่งไปที่จุดนัดหมายรถตู้
แต่ๆเหนือความโชคร้ายก็ยังมีความน่ารัก ชาวบ้านแถวนั้นเห็นพวกเราพอดีเลยอาสาขับรถไปส่งด้วย เลิ๊ฟๆ

ก่อนจะเข้าที่พักของวันนี้เรามีแวะที่นี่กันด้วย จำสถานที่ไม่ได้ขออภัยจริงๆ ถ้าไม่เปิดรูปเจอนี่แบบ เอ้าตูแวะด้วยเรอะ
เพราะว่าฝนตกหนักมาก ที่นี่เราเลยไม่ได้ถ่ายรูปอะไรเท่าไหร่ค่ะ

คืนแรกเราพักกันที่ Çamlıhemşin จ้า ดูวิวที่พักเราก๊อนนน 

ร่ำลาวันที่2ไปด้วยภาพอาหารเย็นค่ะ

ปล. นี่วันเดียวเรอะ พิมพ์จนเหนื่อยยยย (มีบ่นๆ)

(Day3: 21-May-18) Trekking เต็มวันมุ่งสู่ Pokut Highland 
Cr. ภาพโดยเจ้าบลูมค่ะ

เราออกจาก Çamlıhemşin จุดหมายปลายทางของวันนี้คือเราจะไปพักที่ Pokut Highland ค่ะ ที่แรกของวันนี้คือ
Palovit şelalesi หรือน้ำตก Palovit นั่นเอง 
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีบันไดให้เดินลงไปดูได้ 

ค่อนข้างสะดวกไม่ลำบากอะไรนอกจากระวังลื่นเท่านั้น
จากนั้นก็เดินทางต่อ ระหว่างทางมีแวะคุยกับคนที่พบเจอบ้าง ตัวอย่างเช่น น้องแพะภูเขาข้างทาง
จากนั้นเราก็นั่งรถไปที่จุดเริ่ม Trekking ค่ะ ความโชคร้ายของเราคือฝนตกทั้งวันจริงๆวันนี้ และอากาศหนาวด้วย
รูปของวันนี้ที่ได้ส่วนใหญ่ถ่ายจากกล้องมือถือเป็นหลักนะคะ 
ทริปนี้เราไม่ได้ใส่พวก Trekking shoes นะคะ ไกด์ดูช็อคและพูดว่า “Fabric shoes? Really?” เอาจริงๆ ถ้าฝนไม่ตกไม่กลัวรองเท้าเปื้อน ทางที่เดินนี่ถือว่าสบายมากถ้าเทียบกับภูกระดึง ม่อนจองอะไรของบ้านเรา แต่ถ้าใครมาแล้วจะใช้รองเท้าสำหรับเดินป่าก็ดีค่ะ กันน้ำกันหิมะได้ก็จะเดินสบายขึ้นเยอะ ไม่น้ำซึมจนติงซีดแบบเรา

เราเดินผ่านหมู่บ้าน Hazindag ซึ่งจริงๆแล้วถ้าฟ้าเปิดเป็น Highlight ของที่นี่เลย 
อย่างที่บอกฝนตกหนักและหมอกลงหนามาก เราถ่ายอะไรก็ขาวโพลนไปหมด ได้แต่ภาวนาว่าพรุ่งนี้ขอให้ฟ้าเปิดทีเถ๊อะ

ภาพเบลอหน่อยนะคะเพราะว่าเธอไม่ชัดเจน ..  เดี๋ยว ! ไม่ใช่ !
ช่วงนี้หมู่บ้านที่นี่เงียบสุดๆเหมือนหมู่บ้านร้างเลยค่ะ เพราะช่วงที่เราไปเป็นรอมฎอนพอดี 
ผู้คนจึงลงไปอยู่ในเมืองหรืออยู่ในบ้านไม่ออกมากันสักเท่าไหร่ จริงๆไม่ได้เจาะจงมาช่วงนี้หรอกค่ะ ฟลุ๊คว่างั้น
เราแวะพักที่โรงแรมนึงเพื่อทานข้าวเที่ยงและตากรองเท้าถุงเท้าที่เปียกแฉะใต้เตาผิง
ทำตัว Homeless สุดๆ อารมณ์นั้น 555 ตื่นเต้นก็ตอนที่ถุงเท้าควันขึ้นเพราะจะไหม้นี่แหละค่ะ

ชอบห้องครัวเค้าอีกแล้ว คุณลุงใจดีมากกกกกก
ระหว่างรอฝนหยุดก็เช็ครูปแพร๊บ

เราทานข้าวเที่ยงกันที่นี่ รสชาติดีเลยแค่บางอย่างจะออกจืดไปหน่อยเท่านั้นเอง อาหารตุรกีอร่อยๆเยอะเลยนะคะ

ตุรกีดีไลท์กับชาร้อน คุณลุงให้มาน่าร๊ากกก 
ตั้งแต่มาเราเพิ่งจะเคยเจอนักท่องเที่ยวที่นี่ค่ะ เค้าเป็นคนตุรกีเหมือนกันมาเที่ยวช่วงนี้พอดี
ลืมบอกว่าที่โรงแรมหรือร้านค้าต่างๆมักมีพวกของ Handmade มาขายด้วยน้า อุดหนุนกันได้
เป็นหนังสือที่รูปสวยดี เสียดายไม่มีภาษาอังกฤษ
จากนั้นเราเดินกันต่อจนถึง Pokut ค่ะ คืนนี้เรามาพักกันที่ Pokut นี่แหละ
หลังจากที่ไม่ได้ภาพวิวเลยทั้งวัน เลยตั้งใจว่าอย่างน้อยๆขอให้ฝนหยุดตกและขอถ่ายดาวสักนิด
ยืนตากลมท่ามกลางอุณหภูมิราวๆ 2 องศาก็ได้วิวประมาณนี้

เราพึ่งเริ่มหัดถ่ายดาวอยู่เน้ออ มันอาจจะเลื่อนๆ เบลอๆบ้างอย่าว่ากันน้า

(Day4: 22-May-18) สถานที่ในฝัน Pokut Highland 
หลังจากที่หม่นหมองอยู่ในม่านหมอกเมื่อวานแบบเต็มวันมาแล้ว เราแหกตาตื่นแต่เช้าเลยค่ะ เพื่อมาลุ้นว่าฟ้าเปิดมั้ย พอเห็นฟ้าเช้าวันนี้แล้วชื่นใจสุดๆ วิวคือดีมากกกกกกกกกกกกกกกกก
จริงๆแล้วที่เราได้มีโอกาสมาที่ Pokut ก็ต้องยกความดีความชอบให้ เจ้าบลูม (เพจ @TravelzMania) นางหาสถานที่เที่ยวในตุรกีจากรีวิวของต่างประเทศจนมาเจอวิวๆนี้ แล้วก็พยายามติดต่อจนเจอไกด์ที่พาพวกเรามาที่นี่ได้ค่ะ นางอยากกินข้าวเช้าตรงนี้วิวนี้และนางก็มาจนได้จริงๆ ขอบคุณที่วันนั้นเราใจง่ายร่วมทริปมากับมันค่ะ มันดีย์มากน้ำตาปริ่มจริงๆ
คือกินข้าวเช้าวิวแบบนี้ อากาศแบบนี้ กับมุลามาห์ชีสยืดนี่แบบ โอ่ยยย คุ้มแล้วพี่ตา
สักครั้งในชีวิต
ลืมให้ดูว่าสิ่งนี้เป็นที่ลากกระเป๋าขึ้นลงเนินของคนที่นี่ เก๋ๆ
คือสังเกตว่าเราชอบพิมพ์คำว่าเนอะ บ่อยมาก คือลำบากมา edit ไปอีกกก ข้ามๆไปนะคะ
คุณลุงคุณป้าเปิดหน้าต่างมาบ๊ายบายเราด้วย น่าร๊ากกกก
เราเริ่ม Trekking ของวันนี้กันค่ะ เราเดินออกจาก Pokut ไปยัง Sal yaylası เป็นหมู่บ้านเล็กๆเป็นที่ราบสูงอีกที่นึงค่ะ 
ระหว่างเดินคือฟินไม่รู้จะฟินยังไง
เราสังเกตเห็นหลายๆกำแพงบ้านที่ทำจากไม้จะมีรอยแกะสลักอะไรด้วย
ไกด์บอกว่ามันเป็นประวัติศาสตร์ของครอบครัวค่ะ เค้าจะจารึกไว้รุ่นต่อรุ่น ไม้นี่คือเก่าแก่มากๆ
เราเริ่มเดินมาจนถึง Sal yaylası แล้วค่ะ โชคดีมากๆที่วันนี้ฝนไม่ตกเลย
ไกด์ผู้หญิงคือคาเทียร์ เป็นคนที่คอยติดต่อเพื่อนเราตั้งแต่อยู่ไทย นางดูไม่เข้าใจว่าอินี่จะถ่ายรูปอะไรนักหนา 555
วิวคือดีมาก ตรงนี้จริงๆไกด์ให้เราเต้นรำพื้นบ้านกับเค้าด้วยนะคะ สนุกดี
ภาพไม่ชัดเท่าไหร่เราอัดจาก Video ค่ะ
ขอแด๊ปรูปนึงแล้วไปต่อ
Çinçiva เราไปนั่งร้านกาแฟกันต่อที่นี่ค่ะ เป็นร้านกาแฟริมน้ำ วิวดีมาก กาแฟรสชาติโอเคเลย 
จากนั้นเราไปที่หมู่บ้านเก่าแก่แต่เราไม่รู้ว่าที่นี่เรียกว่าอะไร เป็นบ้านของเพื่อนไกด์ค่ะ ไปก็ไปเนอะ
ทุกบ้านชวนดื่มชาทู๊กบ้านจริงๆ 
สุดท้ายของวันนี้คือ Tar deresi şelalesi หรือน้ำตกเมฆนั่นเอง
ที่มีชื่อเรียกแบบนี้เพราะว่าน้ำตกนี้ไหลลงมาจากด้านบนเหมือนเป็นน้ำตกที่ไหลมาจากฟ้าค่ะ ระยะการเดินไปที่น้ำตกนี้ใช้เวลาไป-กลับพอประมาณ ไกลราวๆ 2โลได้ ทางเดินง่ายไม่ยาก 
ใหญ่ทีเดียวล่ะเธอ .. 
น้ำตก? 
เปล่า ฉันเองงง
จบทริปของวันนี้ด้วยปาร์ตี้เล็กๆที่โรงแรมค่ะ

ในส่วนของอาหารตุรกีนั้น อาจมีกระทู้แยกเป็นกินตัวแตก แหลกเพลินที่ตุรกีก็เป็นได้ค่ะ

(Day5: 23-May-18) ออกจาก Rize มุ่งสู่ Cappadocia 
วันสุดท้ายแล้วใจหายใจคว่ำต้องจาก Rize แล้วค่ะ เวลาผ่านไปไวมากๆ เราออกจากโรงแรมแวะไปเยี่ยมบ้านเพื่อนชื่อว่า Mogoyisaser ไม่รู้ว่าเค้าชื่อนี้จริงๆมั้ย เพราะเรียกทีไรเค้าขำทุกที บ้านเค้าจะอยู่ที่ Bakoz หรือ Yamaçdere เป็นหมู่บ้านที่เชื่อมต่อกับ Ardeşen ใน Rize ค่ะ 
บ้านที่นี่เค้าทำจากไม้เยอะมากจริงๆ สวยอ่ะ มันเป็นความรู้สึกอบอุ่นเนอะ
จากวิวบ้านพี่เค้าก็จะเห็นเมืองด้านล่างประมาณนี้ค่ะ
แถมๆ
น้องหมีตัวโตๆชื่อว่า Poylaz เป็นน้องหมาของโมโกยีซาเซอร์ค่ะ
จริงๆย่านนี้เค้ามีปลูกชาขั้นบันไดด้วย แต่เนื่องจากชาวบ้านละแวกนั้นไม่ชอบให้ถ่ายรูป เราเลยไม่ได้ถ่ายภาพมาให้ชมเลย
เราแวะทานข้าวในตัวเมืองใกล้สนามบิน Trabzon ชื่อร้าน Karlender ร้านนี้เด็ดมาก อร่อยสุดๆ คือที่ตุรกีเมนูไก่ย่างกับเนื้อเค้าดีมากค่ะ แต่มะเขือม่วงก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่อร่อยมาก อยากให้ลองกัน

หลังจากทานอาหารเที่ยงแล้วเราก็ต้องจากไกด์ของเราแล้วค่ะ คือใจหายมากอยู่ด้วยกันมา3วัน 
เล่นกันแกล้งกันเหมือนเพื่อนพาเที่ยวเลยล่ะค่ะ พิมพ์ไปยังรู้สึกคิดถึงเลยมีโอกาสจะกลับไปอีกแน่นอน
เกลียดตรงที่ชอบแซวว่า "Thai gangๆ" 55555 

เราบินไป Cappadocia กันด้วยสายการบิน Pegasus โดยไฟล์ทจะเป็น Trabzon (TRX) – Istanbul (SAW) – Kayseri (ARS) 
ในส่วนของเมืองต่อๆไปขออนุญาตยกไปอีกกระทู้นะคะ เพราะรูปเยอะมากจริงๆ

สำหรับทริป Trabzon - Rize - Pokut 3วัน 3คืนในตุรกี สำหรับเมืองนี้หมดลงเพียงเท่านี้ค่ะ จริงๆแล้วเมืองนี้เป็นเมืองที่ใหญ่มากๆ
นักท่องเที่ยวมักมาเที่ยวกันเป็นอาทิตย์เลยค่ะ ที่นี่เค้ามีกิจกรรมให้ทำหลายอย่างไม่ว่าจะ Trekking ล่องแก่ง บางช่วงชาวบ้านพื้นเมืองที่นี่จะมีเทศกาลจับนกเหยี่ยวด้วยค่ะ แต่เราไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นช่วงไหน  
High seasons ของที่นี่จะเป็นช่วงเดือน ก.ย. ค่ะ อากาศกำลังดีมากๆ แต่นักท่องเที่ยวก็จะเยอะขึ้นด้วย 
แต่ไม่ว่ายังไงเมืองนี้ก็เป็นเมืองที่สงบและสดชื่นสุดๆเลยล่ะค่ะ 

ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนจบนะคะ
หากรีวิวนี้มีข้อผิดพลาดใดๆต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ 

สวัสดีค่ะ

 

ติดตามผลงานอื่นๆ ของเราได้ที่ https://www.facebook.com/whypuang/

แสดงความคิดเห็น