New Zealand - Road Trip หลังฤดูหนาว

21 สิงหาคม 2561 | โดย MagneticMcc (2,889 เข้าชม)
แบ่งปัน:

สวัสดีทุกท่านครับ ^^ ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศในทางตอนใต้ครับ นั่นก็คือประเทศนิวซีแลนด์

อันที่จริงผมดองรูปไว้นานร่วมกว่าครึ่งปีได้ ถึงควาวมีโอกาสมาเล่าสู่กันฟังครับ เผื่อใครที่อยากจะไปหรือกำลังหาข้อมูล อาจจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ ผมหวังว่าเช่นนั้น

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่าผมเป็นแค่ช่างภาพมือสมัครเล่น ดังนั้นภาพที่ถ่ายออกมาอาจจะมีทั้งดีและร้ายปะปนกันไปนะครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

แผนการเดินทาง

1. Bangkok - Christchurch
2. Christchurch - Punakaiki - Greymouth
3. Greymouth - Franz Josef Glacier - Fox Glacier
4. Fox Glacier - Wanaka
5. Wanaka - Queenstown 
6. Queenstown - Milford Sound - Te Anau 
7. Te Anau - Kaka Point
8. Kaka Point - Twizel  
9. Twizel - Tekapo
10. Tekapo - Christchurch
11. Christchurch - Bangkok

ทริงนี้ผมใช้เวลาทั้งหมด 11 วันครับโดยไม่รวมคืนแรกที่บิน เพราะว่าบินในช่วงดึกและถึงปลายทางที่เมือง Christchurch ในตอนบ่ายๆครับ
สายการบินที่ผมเลือกเดือนทางก็คือ Qantas ครับ โดยต้องต่อเครื่องที่ Sydney ก่อน หลังจากที่ลงเครื่องแล้วผมก็ได้ใช้บริการรถเช่าของ Jucy ครับ แต่หากไปกันหลายคนแนะนำให้เช่าเป็นรถบ้านครับ แพงหน่อยแต่จะไม่ต้องเสียค่าโรงแรมอีก 
ในส่วนขอผมมีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมดทั้งสิ้น 2 คนถ้วนครับ การเช่ารถเล็กๆและพักโรงแรมจึงตอบโจทย์ที่สุดครับ
แต่หากไปอีกครั้งหน้าผมจะลองเช่ารถบ้านดูบ้างครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

ในวันแรกที่มาถึง Christchurch ผมก็จัดเตรียมเสบียงและรีบนอนแต่หัววันครับ เพราะวันรุ่งขึ้นมีแพลนออกไปก่อนไก่โห่เพื่อไปยังเมือง Greymouth ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ โดยใช้เส้นทาง Arthur’s Pass ในการเดินทางครับ ระยะทางก็ประมาณ 320 กิโลเมตรได้ครับ

การขับรถที่นิวซีแลนด์ง่ายมากครับ เพราะรถน้อยมาก ถนนดีสุดๆ และขับชิดซ้ายเหมือนบ้านเราครับ 
และวิวสองข้างทางสวยมากครับ สามารถขับรถได้ทั้งวันไม่มีเหนื่อยเลย

นี่คืนรถคันน้อยที่ผมใช้ในการเดินทางครั้งนี้ครับ เห็นคันเล็กๆแบบนี้ไม่มีงอแงนะครับ

ระหว่างทางก็จะมีจุดและพักและถ่ายรูปอยู่เยอะพอสมควร และที่ผู้คนนิยมจอดกันเยอะๆก็คือที่นี่ Otira Viaduct Lookout ครับ
เป็นทางยกระดับที่ตัดผ่านภูเขา เพื่อหลีกเลี่ยงจุดที่หินถลมด้านล่าง



Punakaiki
ผมขับรถเข้าไปที่ที่พักเพื่อเก็บของก่อนที่เมือง Greymouth แล้วก็ขับออกมาทันทีและดิ่งไปที่ Punakaiki เพื่อรอดูพระอาทิตย์ตก
หรือเรียกอีกชื่อว่า Pancake Rock ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คของ Greymouth หน้าตามันเหมือน แพนเค้ก เค้าเลยเรียกว่า Pancake Rock ถ้าวันไหนน้ำขึ้นเยอะๆมันจะมีน้ำพุ่งมาจากรูที่เห็นตรงกลางด้วยนะ


-----------------------------------------------------------------------------------------------------

ในรุ่งเช้าของอีกวันก็ขับรถมุ่งลงทิศใต้เรียบชายฝั่งมาเรื่องๆ โดยปลายทางคือธารน้ำแข็ง Franz Josef Glacier และ Fox Glacier
แต่ในเส้นทางนี้จะมีจุดให้แวะเที่ยวอยู่จุดนึงนะครับ 

Hokitika gorge
ที่นี่คือธารน้ำสีฟ้า เพราะว่ามีแร่อะไรซักผสมอยู่ จำชื่อทางวิชาการไม่ได้ครับ
แสงแดงที่นี่ออกจะแรงซักหน่อย แต่อากาสยังเย็นอยู่นะ



Franz Josef Glacier
ธารน้ำแข็ง 1 ใน 2 สายที่แยกตัวออกมาจาก Mt. Cook 
และเดิมทีธารน้ำแข็งจะออกมาไกล้เรามาก แต่เนื่องจากโลกร้อนขึ้นทำให้ตอนนี้ธารน้ำแข็งหายไปมากเลยทีเดียว

เดินไปไกลและแดดแรงมากๆ พระอาทิตย์อยู่กลางหัวกันเลยทีเดียว เห็นในภาพเล็กๆแต่ของจริงใหญ่มากนะครับ ลมที่พัดเข้ามาจะหนาวมากๆ เพราะพัดเอาไอเย็นจากธารน้ำแข็งมาด้วย อารมณ์เดียวกับเปิดตู้เย็นและไอเย็นวูปมาอ่ะครับ



Lake Matheson
ถัดจาก Franz Josef Glacier เป็นที่ที่ผมจะพักในคืนนี้ครับ เมืองนี้ก็มีธารน้ำแข็งเหมือนกัน ชื่อว่า Fox Glacier เป็นธารน้ำแข็งจากต้นสายเดียวกัน แต่เมืองนี้เค้ามีของดีขึ้นชื่ออีกอย่างนึง นั่งก็คือ Lake Matheson เป็นทะเลสาบที่น้ำนิ่งมาก นิ่งขนาดสามารถสะท้อน Mt. Cook ได้ราวกับกระจกเลยครับ

มองกลับหัวก็ได้ภาพในแบบเดียวกันครับ แต่บางทีจะมีนกเป็ดน้ำบินมาทำให้น้ำไม่นิ่งบ้าง ต้องอดทนรอกันนิดหน่อย


-----------------------------------------------------------------------------------------------------

Wanaka
นี่คือที่พักที่ผมพักเมื่อคืนที่ผ่านมา ยังมีรถบ้านหลายคันจอดอยู่เลย

การเดินทางจาก Fox Glacier ไป Wanaka มีระทางไกลพอสมควรครับ ประมาณ 263 กิโลเมตร 
ก่อนถึงเราจะพบทะเลสาบ Wanaka ยาวเรียบถนนทางขวามือ

และก่อนเข้าเมือง Wanaka จะมีทะเลสาบอีกที่อยู่ทางด้านซ้ายมือ ชื่อว่าทะเลสาบ Hawae

หลังจากแวะเข้าที่พัก เวลาเย็นๆจะมีผู้คนมากมายแห่แหนกันมาที่ Wanaka Tree เป็นตอนไม้ต้นเล็กๆๆ เล็กมากจริงๆครับตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ผู้คนมากมายมาถ่ายรูปกัน รวมถึงมานั่งพักผ่อนยามเย็น
Wanaka เป็นเมืองเล็กๆ และจุดเด่นของเมืองนี้ก็คงหนีไม่พ้นต้นไม้ตอนนี้แหละครับ ท่าที่ผมจำได้มีอย่างเดียวจริงๆ



Queenstown
ป้าหมายต่อไป Queenstown ครับ ผมขับเลี่ยงถนนสายหลักออกมาทางลัดที่ชื่อว่า Cardrona Valley road ข้างๆทางถนนสายนี้เป็นเป็นหุบเขาที่ปกคลุมไปด้วยต้นหญ้าสีน้ำตาลครับ เวลาตัดกับสีฟ้าแล้วสวยแปลกตาดี

สิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับเมืองนี้คือ Fergburger ใครมาก็ต้องลอง บอกเลยว่าคิวยาวมากแต่ก็อร่อยมากเช่นกันครับ



ที่ Queenstown จะมีท่าเรื่อครับและเมืองนี้ถือว่าเป็นแหล่งช๊อปปิ้งแหล่งใหญ่แห่งนีงเลยครับ 
คนส่วนใหญ่ก็จะมาหาของฝากกันที่นี่ และมีกีฬาทางน้ำ และบันจี้จั้มป์ ห้เล่นด้วยครับ แต่สำหรับผมขอผ่านไปก่อนยาวๆเลยครับ ใจไม่กล้าพอ ฮ่าๆ

อันนี้เป็นท่าเรือครับ เรือเริ่มจอดเทียบกันหมดแล้ว เพราะพระอาทิตย์จะตกละ

เลสาบเล็กๆนี้อยู่ที่อยู่ด้านหลังที่พักที่ผมเข้าพักในวันนี้ครับ บรรยากาศดีใช้ได้เลยครับ


-----------------------------------------------------------------------------------------------------

Milford Sound
Milford Sound เป็นมรดกทางธรรมชาติที่เกิดจากการเซาะของธารน้ำแข็งลงสู่ทะเล และการขับรถไปไม่มีทางลัดจำเป็นต้องขับอ้อมภูเขาผ่านเมือง Te Anau ซึ่งเป็นจุดแวะเติมน้ำมันเพราะเส้นทางระหว่าง Te Anau ไป Milford Sound แทบไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆเลย
ระหว่างทางไป Milford Sound บอกตรงๆว่าสวยงามตลอดทาง แต่ผมต้องรีบไปครับแวะมากไม่ได้เพราะว่าเดี๋ยวไม่ได้ขึ้นเรือ

ต้องขับรถตัดช่องเขาครับ ภูเขาที่นี่เป็นภูเขาหินใหญ่โตมาก ความงดงามถ้าเห็นด้วยตาตัวเองต้องบวกเพิ่มไปอีก 70% นะครับ 

มาถึง Milford Sound แล้วครับ จะเห็นเป็นแนวทางทอดยาวไปจนออกทะเล 
อากาศวันนี้ไม่ค่อยเป็นใจ ฟ้าครึ้มมากครับ ที่นี่อากาศค่อนข้างแปรปรวนต้องใช่ดวงครับ ซึ่งวันนี้ผมอาจจะดวงไม่ดีซักเท่าไหร่

นี่คือเรือที่จะพาเราเดินทางออกไปดูความงามของ Milford Sound ครับ เป็นของ Jucy เหมือนกันรถที่ผมเช่ามา ครบทุกกาารเดินทางจริงๆ

Milford Sound - ความยิ่งใหญ่ทำให้เรือลำใหญ่ๆดูเล็กไปเลยครับ

นี่เป็นน้ำตกใหญ่ของ Milford Sound ของจริงใหญ่และสูงสุดๆ 
เรือที่พาเราเดินทางมาจะขับเข้าไปใกล้ๆน้ำตกโดยเอาหน้าเรือจ่อไป และให้คนไปยืนด้านหน้าเรือเป็น Mission ของที่นี่เลยครับ
ผมก็ลองดูกับเขาบ้าง ปรากฎว่าเปียกทั้งคนและกล้อง T T

เสียดายที่วันที่ผมไปอากาสไม่เป็นใจ ลมแรงคลื่นแรงมาก กับตันเรือเลยแจ้งว่าจำเป็นต้องหันหัวรือกลับเพราะเห็นห่วงเรื่องความปลอดภัย
เลยอดออกปากอ่าวเลยวันนี้ เดี๋ยวค่อยมาแก้ตัวใหม่รอบหน้าละกัน


Te Anau
หลังจาก Milford Sound ผมขับรถย้อนกลับเข้ามาเพื่อเข้าที่พักในเมืองเล็กๆ บอกได้เลยว่าเป็นเมืองที่ผมชอบมากที่สุดในทริปนี้เลยครับ
เป็นเมืองเล็กๆที่มีทะเลสาบที่สวยงามที่สุด ผู้คนน้อยมากแต่เป็นมิตรทุกคน ผมนั่งอยู่ที่นี่จนพระอาทิตย์ตกเลย


-----------------------------------------------------------------------------------------------------

Kaka Point

จากสุดฝั่งตะวันตก ผมขับรถมากว่า 300 กิโลเมตรเพื่อจุดประสงค์เดียวก็คือ ประภาคารที่ตั้งสวยงามอยู่ที่เมืองนั้น Nugget Point Lighthouse
แต่ในระว่างทางนั้นก็มีจุดที่น่าสนใจอยู่หลายๆที่ครับ หนึ่งในนั้นก็คือประภาคารเล็กๆที่บังเอิญขับรถไปเจอเข้า
มีอีกจุดที่น่าสนใจคือ Slope point เป็นหนึ่งในแผนการเที่ยวของผมเลย เพราะมีจุดชมวิวที่อยู่ตอนใต้สุดของเกาะ และเราจะเห็นต้นไม้รูปทรงแปลกๆที่ถูกลมพัดจากทะเล แต่ผมก็พลาดโอกาสที่จะไปเพราะถนนปิดเนื่องจากก่อสร้าง ผมเลยจำเป็นต้องมุ่งหน้าไป Kaka Point ทันที



เมื่อขับรถมาถึง Kaka Point ก็ต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้ง เพราะว่า Sea Fog ทำให้มองไม่เป็นอะไรเลยตลอดสองข้างทาง
แม้ว่าจะรอจนถึงเช้าของอีกวันก็ยังเหมือนเดิม ก็เลยถือซะว่าวันนี้เป็นวันนอนหลับพักผ่อนครับ 
แอบเสียใจเพราะคาดหวังกับเมืองนี้ไว้มากทีเดียว เพราะวางแผนว่าจะออกมาล่าแสงใต้ตอนกลางคืนถ้าอากาศเป็นใจ




Twizel - Mt Cook
การเดินทางไป Twizel มีหลายเส้นทางจากจุดที่ผมอยู่ แต่ผมเลือกขับผ่าน Lindis Pass จุดเด่นของที่นี่คือภูเขาแถบนี้จะปกคลุมไปด้วยหญ้าสีน้ำตาลๆ สุดลูกหูลูกตา
แต่ก่อนเจ้าถึง Lindis Pass มีจุดถ่ายรูปจุดนึง ฝั่งตรงข้ามจะเป็นเมือง Cromwell น้ำที่นี่เค้าสีแบบนี้กันแทบทุกที่เลยนะเนี่ย

ก่อนจะถึง Lindis Pass ก็จะยังเป็นสีเขียวๆอยู่ครับ และมีแต่ภูเขาลูกเล็กๆเต็มไปหมด

เริ่มเข้าเขต Lindis Pass แล้วครับ

จุดนี้เป็นจุดชมวิวชื่อดังครับ Lindis pass look out จากจุดนี้อีกไม่ไกลเท่าไหร่ก็จะถึงจุดหมาย คือเมือง Twizel ครับ ทีแรกคิดว่าขับเลยมาแล้วซะอีก

มีทางให้เดินในระยะสั้นๆด้วย รู้สึกว่าจะ 200 เมตรเองนะ 
ปลายทางจะเห็นวิวประมาณนี้ครับ



Mt Cook
Twizel เป็นเพียงแค่จุดจอดเพื่อพักผ่อนและเก็บของครับ เพราะเป้าหมายจริงๆของเราก็คือภูเขาที่สูงที่สุดใน นิวซีแลนด์
จุดที่จอดรถเพื่อเดินขึ้นเขาจะอยู่ห่างจากที่พักผม 66 กิโลเมตร ดังนั้น ขับรถต่อไปสิครับ ฮ่าๆ

วิวสองข้างทางก็สวยไม่เบาครับเห็น Mt. Cook อยู่ไกลๆด้วย ขับไม่นานก็ถึงจุดจอดรถแล้ว

สำหรับการเดินทาง Hooker Valley track ระยะทางเดินไปกลับประมาณ 13 กิโลเมตร ใช้เวลา 3-4 ชม
ทางเดินไม่โหดมากเท่าไหร่ เส้นทางเดินสะดวกและชัดเจน แต่อากาศนี่เย็นใช้ได้ ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวนี่หิมะจะเต็มผิวทางเดินเลยนะ

เห็นแบบนี้สะพานสูงมากครับ และลมแรงมากด้วย แต่สพานโยกไม่มากเท่าไหร่เพราะเค้าทำไว้หนาแน่นมากจริงๆ

ใกล้ถึงแล้วครับ เห็น Mt Cook ออกมาต้อนรับพร้อมอากาศหนาวๆ ส่วนตรงนี้เป็นธารน้ำจากน้ำแข็งที่ละลายมาจากภูเขานั่นเอง

สะพานไม้ตรงนี้เป็นโค้งสุดท้ายก่อนถึงที่หมายละครับด้านข้างเป็นทุ่มหญ้าสีน้ำตามอีกตามเคย สงสัยว่าประเทศนี้เค้ามีแต่หญ้าสีนี้กันหรอ

ในที่สุดก็มาถึงครับ แวะถ่ายรูปเยอะมากจะกว่าจะมาถึงได้ก็พระอาทิตย์เกิบจะตกแล้ว แต่วันที่ผมไปพระอาทิตย์ตกประมาณ 3 ทุ่มได้นะครับ

นั่งพักผ่อนอย่จุดนี้นานมากถึงเดินกลับไปที่จอดรถ แต่ตอนกลับนี่ฝนตกมาซะงั้นผมก็เลยต้องรีบซอยเท้ากลับอย่างรวดเร็ว เหนื่อยแต่คุ้มมากๆ
พอกลับไปถึงที่พักก็หลับสนิทเลยจริงๆวันนี้

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

Tekapo
วันสุดท้ายก่อนบินกลับ ผมแวะพักที่เมือง Tekapo ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องทะเลสาบสีฟ้าและโบสถ์เล็กๆที่ตั้งอยู่ริมทะเลสอบพร้อมกับทุ่งดอกลูปิน

แลนด์มาร์คของที่นี่คือโบสถ์ที่อยู่ริมทะเลสาบครับ เป็นการยากมากๆที่จะถ่ายรูปโบสถ์โดยไม่ติดภาพนักท่องเที่ยว ต้องค่อยๆหามุมกันครับ
ในข่วงเวลาเย็นที่นี่จะสวยมากๆครับ ตั้งใจมานิวซีแลนด์ก็เพราะเป็นภาพโบสภ์นี้จาก internet ทริปนี้จึงเกิดขึ้น

ดอกลูปินบาน บ่งบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่เข้าสู่หน้าร้อนแบบเต็มตัวแล้วครับ



ส่วนด้วนบนเนินเขาเล็กๆเหนือเมือง Tekapo จะเป็นที่ตั้งของ Mt. John University Observatory เป็นจุดดั้งหอดูดาว เนื่องจากท้องฟ้าที่นี่มึดมากครับ
เห็นว่าเป็นจุดที่ท้องฟ้ามึดอันดับต้นๆของโลกเลยก็ว่าได้

ส่วนด้านบนนี้ก็มีร้านอาหารเล็กๆร้านนึง ผู้คนนิยมขึ้นมาทารอาหารเที่ยวและนั่งชมวิวทิวทัดของเมือง Tekapo 
อยากบอกว่าเบอเกอร์แซลมอลที่นี่อร่อยใช้ได้เลยครับ หรือไม่ผมก็หิว ฮ่าๆ

ในส่วนของทริปนี้ผมขอปิดท้ายไว้ด้วยภาพมุมสูงของ Lake Tekapo นะครับ 
เนื่องด้วยว่าวันสุดท้ายที่ขับรถกลับไป Christchurch เพื่อกลับบ้านไม่ได้เก็ยภาพใดๆไว้เลย 
เป็นเพราะที่ผ่านมาตลอด 10 วันมันเพียงพอแล้วครับสำหรับทริปนี้ 



หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่สนใจหรือกำลังหาข้อมูลอยู่ไม่มากก็น้อยนะครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ
หากผมมีโอกาสผมจะพยายามมาเล่าให้ฟังอีกนะ รอติดตามชมกันนะครับ ^^

เครดิต คุณ MagneticMcc : https://pantip.com/topic/37973703

แสดงความคิดเห็น