ฟินวิถีชาวบ้าน กับ 5 ชุมชนอีสานม่วนซื่น ต้องไปเยือนสักครั้ง

17 กันยายน 2561 | โดย แป้งกรอบ (21,106 เข้าชม)
แบ่งปัน:

วันหยุดนี้หากใครมีโอกาสไปเยือนถิ่นอีสานแหล่งวัฒนธรรมเลื่องชื่อ แต่ยังรู้ว่าจะไปปักหมุดเช็คอินที่ไหน PaiNaiDii อยากแนะนำให้แวะไปลอง "ฟิน" วิถีชาวบ้าน กับ 5 ชุมชนอีสานม่วนซื่น ที่คัดมาแล้วว่า "เด็ดและดี" มีทั้งเรื่องราวอัตลักษณ์ชุมชน อาหารอร่อย แถมของขวัญของฝากก็มีวางจำหน่ายให้ช้อปกันมากมาย รับรองว่าไปแล้ว ติดใจชัวร์   

 

01

ชุมชนบ้านเดื่อ หนองคาย

เปิดประเดิมชุมชนน่าเที่ยว "อีสานม่วนซื่น" กันที่ ชุมชนบ้านเดื่อ จ.หนองคาย ชุมชนริมฝั่งโขงที่ผู้คนส่วนใหญ่อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากอุบลราชธานี อาชีพหลักเน้นกสิกรรมและการประมง ที่เที่ยวไฮไลท์ยกให้ อุทยานเทวาลัย และ ศาลาแก้วกู่ หรือ วัดแขก ที่จะมีการจัดแสดงประติมากรรมปูนปั้นเทวาลัยกลางแจ้งขนาดยักษ์ มากที่สุดในประเทศไทย หรือจะแวะจับจ่ายซื้อของกินของใช้กันที่ ตลาดท่าเรือท่องเที่ยวชุมชนบ้านเดื่อ หนึ่งในโครงการ “ตลาดประชารัฐ” ที่งัดเอาของดีของเด็ดในชุมชนมาจำหน่ายในราคาประหยัด หรือถ้าใครชอบเที่ยวแนววิสาหกิจชุมชน ต้องห้ามพลาด การเยี่ยมชมกลุ่มผู้ผลิตอาหารแปรรูป  นวดแผนไทย  วิสาหกิจผู้เลี้ยงปลานิลกระชัง  การล่องเรือริมโขงสักการะวังพังโคลน  และชมเรือแก้วคูณเมือง นอกจากนี้มาเยือนริมโขงทั้งทีต้องห้ามพลาดลองชิมของอร่อยหรือซื้อเป็นของฝากนั่นคือ ปลานิลแปรรูป ไม่ว่าจะเป็น ปลานิลแดดเดียว ,ไส้กรอกปลา ,กุนเชียงปลา ,ปลาหย็อง ,แหนมปลานิล และเมนูขึ้นชื่ออย่างเมี่ยงปลานิล ที่รับรองว่าอร่อยเด็ด นอกจากนี้ยังเอาใจคนรักสุขภาพด้วย ผลิตภัณฑ์แปรรูปผลไม้ อาทิ มะขามแช่อิ่มอบน้ำผึ้ง ,มะม่วงแช่อิ่ม เครื่องดื่มสมุนไพร อาทิ น้ำฟักข้าว ,น้ำมะเดื่อ และ สมุนไพรอบแห้ง อาทิ มะตูมตากแห้ง ที่ผลิตมาจากผลไม้ที่ปลูกเอง รับรองปลอดสาร ดีต่อสุขภาพแน่นอน สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ สัมผัสชีวิตธรรมชาติริมน้ำโขง รับประทานอาหารท้องถิ่นสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ หมู่บ้านโฮมสเตย์บ้านจอมแจ้ง , โฮมสเตย์บ้านสีกาย  คุณขณิษฐา จันทำมา  เบอร์โทร 081-670-3024 / กรมการพัฒนาชุมชน www.cdd.go.th

  

02

ชุมชนบ้านน้อย เลย

ชุมชนต่อไป ชุมชนบ้านน้อย จ.เลย ชุมชนในอำเภอสุดฮิต "เชียงคาน" ที่เที่ยว Slow Life ที่มากไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะเป็น “แก่งคุดคู้” แก่งโขดหินสุด Unseen ขวางกั้นแม่น้ำโขง (สวยสุดช่วงกุมภาพันธ์-พฤษภาคม) , “ภูทอก” จุดชมวิวทะเลหมอกสุดสวยสุดระทึก ที่นอกจากจะวิวสวยแล้วอากาศยังดีสุดๆ สมกับคำที่ว่า “มานอนที่บ้านน้อย 1 คืน อายุยืน 3 ปี” มีประเพณีท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อาทิ “เทศกาลออกพรรษาที่เชียงคาน” มีประเพณีการเล่น “ผีขนน้ำ” “แห่ปราสาทผึ้ง” “การแข่งขันเรือยาว” ระหว่างไทย-สปป.ลาว ฯลฯ นอกจากนี้ที่ “ชุมชนบ้านน้อย” ยังเป็นแหล่งผลิตสินค้าโอทอปขึ้นชื่อ ที่แปรรูปจากวัตถุดิบในท้องถิ่น คือ มะพร้าวแก้วและกล้วยแปรรูป เช่น กล้วยสุกทอด กล้วยตาก และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ เช่น เผือกทอด มันรังนก มะขามแช่อิ่ม น้ำอ้อยทรงเครื่อง หมากหว้าน้ำแปรรูป สบู่รังไหม ผ้าซิ่นนางหาญ ที่มีลวดลาย โดดเด่น สวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ฯลฯ มาแล้วต้องไม่พลาดชิมอาหารท้องถิ่นที่หาทานได้เฉพาะที่เชียงคานอย่าง ข้าวเปียกเส้น ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว และที่สำคัญที่สุดถ้าใครมีเวลาแนะนำแวะพัก โฮมสเตย์ ของที่นี่ เพราะเค้าได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบเรื่องการบริหารจัดการท่องเที่ยว “ชุมชนโฮมสเตย์” ด้วยนะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณอดุลย์ ผลคำ  เบอร์ 061-358-5395 / กรมการพัฒนาชุมชน www.cdd.go.th 

 

03

ชุมชนบ้านลาดเจริญ อุบลราชธานี

ที่เที่ยวอีสานม่วนซืนต่อไป ชวนไปเลาะริมโขง ชมหาดทรายสูง ชิมชาใบยาหม่อง กันที่ ชุมชนบ้านลาดเจริญ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ที่เที่ยวยอดฮิตยกให้ หาดทรายสูง ริมโขงที่เมื่อน้ำลดเต็มที่จะปรากฏแก่งหินและหาดทรายผุดขึ้นมา, ลานหินประวัติศาสตร์ ลานหินที่อยู่ใต้แม่น้ำโขง เมื่อน้ำลดจะกลายเป็นแก่งหินขนาดใหญ่ มีภาพแกะสลักหินประวัติศาสตร์ รูปลักษณะต่างๆ อาทิ รูปวัวชนกัน ภาษาจีนโบราณ รูปการต่อสู้ เรือกำปั่น (เชื่อว่าอายุมากกว่าภาพเขียนสีที่ผาแต้ม) , หมากหว้าคู่รักพันปี ต้นหว้าน้ำที่ขึ้นคู่กันและมีกิ่งก้านพาดกันไปมา เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน (เชื่อกันว่าต้นหว้าน้ำคู่นี้เป็นคู่รัก จึงมีคู่รักหนุ่มสาวมาถ่ายรูปและอธิษฐานให้ความรักยืนยาวมากมาย) นอกจากนี้ยังมี ขัวนางนี ถ้ำพระ ถ้ำเสือ ที่เป็นที่เที่ยวยอดนิยมอีกด้วย เที่ยวเพลินแล้วก็อย่าลืมแวะชิมอาหารแปรรูปขึ้นชื่อ อย่าง มันฉาบ กล้วยฉาบ แหนมหมู  และส้มเนื้อ หรือใครชอบสินค้าสมุนไพร ต้องลอง ชาจากใบยาหม่อง พืชพื้นบ้านริมแม่น้ำโขง มีกลิ่นเหมือนยาหม่องช่วยปรับสมดุลในร่างกาย และช่วยคลายเครียดได้ดี นอกจากนี้ยังมี สบู่หมากหว้าน้ำ อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวของชุมชนบ้านลาดเจริญ , น้ำยาล้างจานที่ทำมาจากมะนาวและดอกกระเจี๊ยบ ที่ว่ากันว่าขายดีแม้แต่เพื่อนบ้านจาก สปป.ลาวยังมาหาซื้อกลับไปเป็นจำนวนมาก โดยความสำเร็จทั้งหมดนี้ ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณจากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยอย่างต่อเนื่องนั่นเอง ใครสนใจอยากแวะเที่ยวชุมชนบ้านลาดเจริญสามารถติดต่อได้ที่ คุณกรุงศิลป์ ประชุมแดง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เบอร์ 099-469-9934/กรมการพัฒนาชุมชน www.cdd.go.th  

 

04

ชุมชนบ้านโคกโก่ง กาฬสินธุ์

ชุมชนบ้าน “โคกโก่ง” เป็นชุมชนขนาดเล็กใน อ.กุสินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่เป็นชาว "ผู้ไท้" ที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้อย่างเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นภาษาพื้นบ้าน การแต่งกาย ขนบประเพณี มาเยือนที่นี่คุณจะได้พบกับประเพณีพื้นถิ่นอย่าง พิธีเหยา เป็นการขอขมาผีที่ทำให้เจ็บป่วย, ประเพณีเลี้ยงหอมเหศักดิ์ ที่จัดขึ้นเพื่อบูชาเจ้านายที่เคยปกครองเมืองไทยให้ช่วยปกป้องบ้านเมือง, ประเพณีน้ำตกตาดสูง ซึ่งมีการทำบุญเซ่นไหว้เจ้าปู่ ฯลฯ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีการตั้งกลุ่มสตรีทอผ้า ตัดเย็บเสื้อผ้าแบบผู้ไท้ โดยการตัดเย็บทำด้วยมือ รวมทั้งมีกลุ่มจักสานเครื่องใช้ในครัวเรือนที่มาจากชุมชน ทำให้ที่นี่มีสินค้าของฝากสำหรับนักช้อปที่ขึ้นชื่อ อย่าง ผ้าทอ เสื่อกก สบู่รังไหม พรมเช็ดเท้า ผ้าขาวม้า ฯลฯ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น วนอุทยานภูผาวัวน้ำตกตาดสูง น้ำตกตาดยาว ผานางคอย เป็นต้น และหากสนใจอยากพักแรมแบบโฮมสเตย์เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวผู้ไท้อย่างใกล้ชิด เค้าก็มีโฮมสเตย์ราคาหลักร้อยดูแลโดยชาวบ้าน พร้อมชมการแสดงพื้นบ้าน “การรำกระโป๊ะ” ไว้ให้บริการ สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่กลุ่มสหกรณ์การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์บ้านโคกโก่ง www.homestaythai.net/  ผู้ใหญ่บ้านสมบัติ สมสวย เบอร์ 081-266-1620 / กรมการพัฒนาชุมชน www.cdd.go.th

 

05

ชุมชนบ้านนาหมอม้า อำนาจเจริญ

ปิดท้ายชุมชนอีสานม่วนซืน ที่อยากแนะนำให้ไป "ฟิน" กันที่ ชุมชนบ้านนาหมอม้า จ.อำนาจเจริญ ชุมชนที่เป็นที่ตั้งของวัดเก่าแก่ที่สำคัญอย่าง “วัดดงเฒ่าเก่า” โบราณสถานที่มีความเก่าแก่ อายุไม่น้อยกว่าพุทธศตวรรษที่ 12-13 ภายในพบใบเสมาพันปีทำจากหินทรายแผ่นขนาดใหญ่ มีการสลักลวดลายนูนต่ำเป็นรูปดอกไม้ รูปหม้อน้ำ และตอนบนเป็นวงคล้ายธรรมจักร ทั้งยังเป็นที่ตั้งของ ศาลาไม้ 100 ปี ที่ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดงานบุญประเพณีบุญบั้งไฟ  มี ถนนสายวัฒนธรรม เป็นถนนคอนกรีตความยาว 50 เมตร ที่เกิดจากการร่วมบริจาคของคนในชุมชน เป็นเส้นทางจากหมู่บ้านไปยังวัดดงเฒ่าเก่าตัดผ่ากลางทุ่งนา ใช้เป็นเส้นทางหลักที่พระภิกษุเดินทางมารับบิณฑบาต โดยทุกเช้าชาวบ้านจะมาใส่บาตรที่ถนนแห่งนี้ ถือเป็นประเพณีชุมชนที่สืบทอดกันมายาวนาน สินค้าขึ้นชื่อที่นิยมเป็นของขวัญของฝากเมื่อมาเยือนที่นี่ ยกให้ ผลิตภัณฑ์กก ที่มีความมันวาวลวดลายสวยงาม โดยประยุกต์ลวดลายจากผ้าไหม สีได้จากธรรมชาติ สามารถทอตามความต้องการของลูกค้า และมีคุณสมบัติพิเศษคือไม่ขึ้นรา ทั้งยังสามารถนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น รองเท้าเตะ กระเป๋า ที่รองนั่ง ที่ห่อบรรจุภัณฑ์ หมวก และของประดับต่างๆ ราคาไม่แพง โดยได้รับการส่งเสริมและงบประมาณจากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ใครสนใจอยากพักผ่อนนานๆ แนะนำ หมู่บ้านโฮมสเตย์ ที่ผ่านมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ที่มีให้เลือกทั้งโฮมสเตย์กลางทุ่ง โฮมสเตย์ในหมู่บ้าน พร้อมรับประทานอาหารที่ร้านภูนาคำ ซึ่งเป็นร้านอาหารแห่งเดียวที่ให้บริการอาหารและห้องพัก มีบริการขี่ม้าเที่ยวหมู่บ้านอีกด้วย สนใจติดต่อได้ที่ คุณวันทนี เตชะคุณารักษ์ เบอร์ 081-823-2410 /กรมการพัฒนาชุมชน www.cdd.go.th  

 

*** ขอบคุณข้อมูลจาก กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย***

แสดงความคิดเห็น