เกือบไม่ได้ไป ... ทริปเบตง – พัทลุง – บ้านท้องชิง

08 ตุลาคม 2564 | โดย เด็กบูรพา (3,012 เข้าชม)
แบ่งปัน:

- เป็นทริปเดิมตั้งแต่ปี 63 ครับ Plan ไว้ช่วงสงกรานต์นี่แหละ แล้วก็เจอพี่ Covid เล่นงาน จนต้องยกเลิกกันไปมารอบนี้ไม่ต้องคิดอะไรมาก copy ทริปเดิมนั่นแหละ .. ผลก็อย่างที่เห็น ก่อนเดินทาง 3 วัน ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงมาก จนสองจิตสองใจว่า จะไป หรือ ไม่ไป กับ ลุ้นว่า เจ้านายจะอนุมัติให้ลาพักร้อนได้ไหมด้วยครับ

- แล้วก็ผ่านมาได้ ..

9 – 10 เมษายน 2564 .. ปราจีน – ยะลา ยาวๆไป
- เดินทางจาก นิคม 304 ปราจีนบุรี ตอนสามทุ่มพอดีเป๊ะ (งีบก่อนเดินทางไปสักชั่วโมงนึง) พอลงพระราม 2 ปุ๊บ รถก็ติดปั๊บ ติดทำทางน่ะครับ บีบจากหลายๆเลน เหลือแค่ 2 เลน ในช่องคู่ขนาน พ้นจากนั้นก็ยาวๆไป รถเยอะ แต่ไปได้เรื่อยๆ

- มาเจอกันอีกที ก่อนถึง ประจวบ Google Map โชว์แดงยาวเลย แล้วมันก็พาผมเลี้ยวเข้าซอยลัด (หลังเที่ยงคืนละ) ถนนมืดสนิท ขับเพลินๆ ก็เห็นนะว่า เป็นโค้งหักศอก 90 องศา แต่ง่วงๆไง เลยไม่เบา พอเข้าไปปุ๊บ อ้าวว เฮ้ยยยย บานออกไปอีกเลน พร้อมกับเห็นไฟหน้ากระบะสวนมา ... กระทืบเบรกมิด ABS ทำงาน แล้วยกเท้า จากนั้นสับพวงมาลัยเข้าซ้าย รอดมาได้ ก่อนกระบะจะมาถึง ... หายง่วงเลยตรู (ที่เรียน Skill Driving ยังไม่ลืมนะ)

- มาจอดสลบ สักตี 4 กว่า แถวบางสะพานครับ นอนในรถเหมือนเดิม ฟื้นขึ้นมาเกือบๆ 6 โมงเช้า แล้วก็ไปต่อแหละ (เดี๋ยวนี้นอนในรถบ่อย ชักเริ่มชิน จากนอนไม่ค่อยหลับ กลายเป็นหลับสบายละ 55)

หอเจี๊ยะติ่มซำ
- ตั้ง GPS ไป รร.จันทร์สม ชุมพร ครับ เดี๋ยวมันพาลัดเลาะ หลบการจราจรเข้าไป (ทีแรก มีข่าวว่า จะกักตัว หรือ ด่านตรวจ แต่ไม่เจอเลยนะ หรือ GPS มันพาหลบก็ไม่รู้) จอดรถหน้า รร.จันทร์สม แถวนั้น มีร้านติ่มซำ 2 ร้าน คือ โชคดีแต่เตี้ยม กับ หอเจี๊ยะ นี่แหละ

  
- จากนั้นก็ยาวๆไป กลับออกมาถนนหมายเลข 41 มุ่งหน้าสุราษฎร์ธานี แวะทำธุระที่ตัวเมืองสุราษฎร์แป้บนึงครับ มองข้อมูลจาก GPS แล้ว ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง ที่จะเข้ายะลาไม่ทันก่อนค่ำ เลยต้องขับเร็วสักหน่อย รวมถึง ไม่แวะทานข้าวเที่ยง ใช้การแวะซื้อขนมนมเนย แล้วเข้ามาทานในรถแทน

- รอบนี้รถค่อนข้างเยอะครับ แปลกที่ ปกติ ถ้าเทศกาล จะไม่เจอรถใหญ่ แต่รอบนี้รถใหญ่ตลอดทาง แล้วรถใหญ่ทางใต้ รวมกับ รถคอก ก็จะแช่ขวา ขับ 90 กัน บางทีกว่าจะแซงได้ก็รอกันไปครับ ดันเอา CR-V มาด้วย เลยทำเวลาได้ไม่เท่าเจ้า Pulsar ที่กดคันเร่งให้ทัน มันก็พ้นน่ะครับ

- 17.20 น. ยังอยู่แค่ ปัตตานี เอง แสงเริ่มน้อยละ ลุ้นดีจริงๆ (2 ปีก่อน ออก 21.30น. ถึง ปัตตานี 15.30น. นะ)


- สภาพห้องก็โอเคนะครับ ดูใหม่ สะอาด เหมือนเคยเป็นอพาร์ทเม้นท์ มาก่อนมังครับ มีซิ้งค์ล้างจานข้างนอก / อ่างล้างหน้าก็ไว้ข้างนอก


โรตีห้าแยก
- ออกจากซอยมาไม่ไกลครับ เน้นเดินอย่างเดียว เพราะรถได้ที่จอดที่ปลอดภัยละ .. จะบอกว่า บรรยากาศยะลา ดูไม่น่ากลัวอย่างที่คิดนะครับ สำหรับผม ดูน่ากลัวน้อยกว่า ปัตตานี / นราธิวาส ด้วย ทุกอย่างดูปกติ

  

11 เมษายน 2564 … ยะลา – เบตง
- นั่ง search ดูร้านอาหารเช้าอร่อยๆ เค้าบอกว่า “ร้านโจ๊กโฟร์โมสต์” อร่อยใช้ได้ ดูระยะทางจากที่พักประมาณ 1.8 กม. .. ไม่ไกลนี่นา เดินออกกำลังกาย ละกัน (จริงๆหวงรถ 55)
    
- เงียบดี แต่ร้านอาหารเค้าเยอะเหมือนกันแฮะ





- จนถึงศูนย์มาสด้า ฝั่งตรงข้ามมีตลาดเล็กๆเลยลองเดินดู แล้วก็เจอภาพนี้ อูยยย ต้องขนาดนี้เลยเหรอ แอบกล้าๆกลัวๆยกกล้องถ่ายได้ ไม่มีปัญหาใช่ไหม (สุดท้ายก็ถ่ายแหละ)







- พอเข้ามาโซนนี้ เริ่มเห็นบังเกอร์ตามหน้าร้านละ อันนี้ของ 7-11 ตรงข้ามร้านโจ๊กแหละ











- ออกจากเขื่อนมาแล้ว ย้ำว่า “วิ่งกลับทางเดิม” ย้อนไปออกถนน 410 เหมือนเดิมนะครับ อย่าเชื่อ GPS (ทั้ง Garmin ทั้ง Google map) เส้นที่ GPS แนะนำ มันจะสั้นกว่า แต่ถนนแย่มาก เปลี่ยวในระดับหนึ่งด้วยแหละ ถ้าเอา Pulsar มา คงเลี้ยวกลับแต่แรกละ ไม่งั้นคงครูดเละเทะ

สะพานข้ามเขื่อนบางลาง
- ออกถนน 410 ได้สักพัก ก็จะมีช่วงทำถนนอยู่บ้างนิดหน่อย หยอดๆไป ไม่กี่กม.ครับ แล้วก็จะเจอกับจุดชมวิวสะพานข้ามเขื่อนบางลาง .. อยากได้วิวมุมสูง เลี้ยวขึ้นไปบนเขาถ่ายรูป พักรถก่อนได้เลยครับ



- แล้วเราค่อยลงไปถ่ายมุมมหาชนกันครับ บนสะพาน เค้าทำไหล่ทางไว้ให้จอดรถเรียบร้อยครับ







- เหมือนคนไม่เยอะ แต่ชั้นสองมีห้องแอร์ คนเพียบเลย
    
เมนูเราก็ อาหารแนะนำแหละ
1. เคราหยก .. หมูสามชั้น กับ เผือก
2. ผักน้ำ .. หน้าตาเฉยๆ แต่ เอ้ยย อร่อยแฮะ (จากคนไม่ค่อยกินผัก)
3. ไก่เบตง .. เค้าว่า ไม่ใช่ไก่เบตงแท้ๆ เป็นไก่พันธุ์เก้าชั่ง แต่คำแรก มันคือ เยี่ยม หนังกรอบ เนื้อไม่เละ ติดเด้งๆหน่อย คนที่มาด้วยบอกเหนียวไปนิด (แต่ผมว่า ไม่เหนียวนะ เจอไก่ฟอสซิล ทางอีสานนี่ สงสัยฟันหลุด 55)
4. เต้าหู้ทอด .. ของง่ายๆแต่ไม่เลวครับ





- จบมื้อนี้ที่ 6XX บาทครับ ไม่แพงหรอก ให้มาซะเยอะ แถมอร่อยอีก

บ้านต้นไม้ Tree House Resort
- ปกติในเบตง โรงแรมมักจะเป็นโรงแรมเล็กๆ มีโรงแรมใหญ่ไม่กี่แห่ง และ ส่วนมากจะอายุเยอะแล้ว นอกนั้นจะเป็นพวก Hostel หรือ ที่จอดรถไม่พอ ต้องจอดกันริมถนน ซึ่งอันนั้นไม่ใช่แนวอยู่ละ
    
- สนนราคาคืนละ 590 บาท อยู่ออกจากหอนาฬิกาไปสักหน่อย เป็นห้องแถวชั้นเดียว จอดรถหน้าห้อง ห้องก็ใช้ได้ครับ



- จะมีที่ดูดีเลย คือ ภูผาแอนด์ศิลาโฮม ซึ่งทีแรกว่าจะจองแหละ แต่โทรไปเค้ายังไม่เปิดรับจอง กับ เค้าอยู่นอกเมืองไปหน่อย น่าจะลำบากเรื่องการเดินทางน่ะครับ (ผมกะเดินเที่ยว จอดรถทิ้งที่พักไง)
    
- เก็บข้าวของเรียบร้อย หันไปเห็นมอเตอร์ไซค์ให้เช่าพอดี ค่าเช่าวันละ 300 บาท ก็จัดเลย แว๊นซ์มอเตอร์ไซค์นี่แหละ สะดวกสุดละ ได้ Yamaha Qbix มาคันนึง .. ขี่แล้วรัก Suzuki shogun axelo ของตัวเองขึ้นอีก 10 เท่าเลย 55+ .. จำได้ว่า สิบกว่าปีก่อน เคยไปปาย แล้วเช่า Suzuki Hayate ขี่แล้วประทับใจมาก จนเป็นที่มาของ Suzuki Shogun Axelo ที่ใช้ทุกวันนี้นี่แหละ

วัดพุทธาธิวาส
- ด้วยความที่ใช้ GPS ในรถจนชิน พอมาขี่มอเตอร์ไซค์ ไม่มีที่วางมือถือ ต้องให้คนซ้อนบอกทาง บอกไปก็จะตีกันไป 55+ กว่าจะมาถึงวัดได้ อิอิ
    
- ถึงปุ๊บ ฝนลงปั๊บ หาที่หลบกันให้วุ่น ยังดีที่ตกไม่นานครับ











สนามเด็กเล่น
- อยู่เยื้องๆกันแหละ เครื่องเล่นหลากหลาย สีสันสดใส









มองนาฬิกา เพิ่งจะบ่ายสาม อากาศ ณ ตอนนั้นร้อนมาก แม้ฝนจะเพิ่งตกไป (ยิ่งตก กลายเป็น ยิ่งร้อน) ก็เลยขอกลับที่พักก่อนดีกว่า เย็นๆค่อยออกมาเพ่นพ่านอีกที

Street Art
- จริงๆถ้าจะเดิน Street Art ควรเดินช่วงเช้า หรือไม่ก็ ไม่เกินบ่ายสาม ที่เมื่อกี้เราออกจากสวนสุดสยามนี่แหละ เพราะ Street Art จะอยู่ในซอย ข้างตึก ซึ่งหลายจุดพอตกเย็น ก็จะเป็นที่ตั้งของร้านขายของ ทำให้ถ่ายภาพไม่ได้ครับ แต่แค่นี้ก็เดินถ่ายกันเพลินละ (ตั้งต้นที่ หอนาฬิกา แล้วก็ เข้าซอกนู้น ออกซอยนี้ มีแทบทุกซอยแหละ)
    
- ภาพพวกนี้เพิ่งวาดได้ไม่นานสังเกตจากปีที่ลงไว้ด้านล่างภาพ จะเป็นปี 2020 ซะส่วนใหญ่ครับ สีสันเลยยังค่อนข้างสดใส แต่แอบติว่า บางภาพค่อนข้างใหญ่ แต่อยู่ในตรอกเล็กๆ ถ่ายรูปยากมากเลย สำหรับกล้องที่ไม่ใช่เลนส์ Wide









มื้อค่ำ ขอทานอะไรเบาๆ ทั้งปริมาณและราคา ละกัน ไปได้ผัดไทแถวๆนั้น ก็ไม่เลวครับ



อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์
- กลางคืนไฟสวยดีนะครับ คนถ่ายรูปกันเพียบเลย



วันนี้ผมหมดฤทธิ์แค่นี้แหละ เมื่อยเท้ามาก ยังขาดพวกร้านโรตีวงเวียนหอนาฬิกา หาไม่เจอแฮะ

12 เมษายน 2564 .. ทะเลหมอกอัยเวง
- ตื่นตั้งแต่ ตี 3 กว่า เพราะนัดรถมารับตอนตี 4 ครับ ผมเหมารถสองแถว (Suzuki carry ต่อเป็นรถสองแถว) ให้พาเที่ยว ในราคา 2,200 บาทครับ ลุงแกมาตรงเวลาเป๊ะ



- ทาง จนท จะเปิดให้เข้าตอน 6.30 น. ครับ ระหว่างรอ ก็จะรำคาญกับแก๊งค์ สว.จีน โช้งเช้ง หนวกหู น่ารำคาญ แถมถอด mask พูดอีก เฮ้อออ
    
- พอได้เวลา แถวก็จะเริ่มขยับ เข้าไปแล้ว เสียเงิน 30 บาท ก็จะให้ถุงหุ้มรองเท้ามาครับ ต้องใส่ทุกคน เพื่อป้องกันรองเท้าเราทำให้กระจกบน skywalk เค้าเสียหายครับ



- ทะเลหมอกเค้า หนา นุ่ม มาก เอาว่า ไม่อายห้วยน้ำดังเลยครับ .. ทะเลหมอกหน้าร้อน อืมมม เพิ่งเคยเจอนะเนี่ย คุ้มค่าเวลารอคิวแน่นอนครับ



ภาพจากชั้น 3 ครับ



สะพานเตปูชู
- สัก 7.00น. เราก็ลงจาก skywalk แล้วล่ะครับ วันนี้ต้องทำเวลาหน่อย ลุงคนขับก็พาแวะที่นี่เป็นจุดถัดมา .. บรรยากาศดีเชียว แมงปอบินกันเพียบเลย













อุโมงค์ปิยะมิตร
- ถนนจากสวนดอกไม้เมืองหนาว ไป อุโมงค์ปิยะมิตร นี่ ... ถ้าไม่บอก นึกว่า กำลังขึ้นอ่างขาง เลยนะครับ





- ตรวจวัดอุณหภูมิ ซื้อบัตรเข้า แล้วก็ไปได้เลยครับ .. มีบันไดทางเดินขึ้นไป สูงใช้ได้ เดินพอมีเหงื่อครับ



- ภายในอุโมงค์ถูกปรับสภาพไว้เรียบร้อย เดินสะดวก ปลอดภัย แต่อาจจะลดความขลังลงไปสักหน่อย





- พอออกมา ก็มองนาฬิกา 9.30 น.ละ เลยตัดสินใจบอกลุงคนขับว่า ยกเลิกบ่อน้ำร้อน ให้ตรงกับ รีสอร์ทเลย เพราะวันนี้เราต้องไปกันถึงพัทลุง เดี๋ยวจะถึงค่ำ .. จากอุโมงค์ปิยะมิตร ออกมาหน้าปากทาง จะวิ่งอีกเส้น ที่ไม่ย้อนกลับทาง สวนดอกไม้เมืองหนา ครับ อันนี้เส้นทางปกติ ไม่ชัน ไม่คดเคี้ยว

- แล้วเราก็ทราบเหตุผลละ ว่าทำไมลุงแก ถึง พาแวะร้านเฉาก๊วยตั้งแต่ขามา เพราะ ขากลับออกมานี่ คนเยอะมาก เต็มร้านเลย

ร้านเจริญข้าวมันไก่
- กลับมาถึงรีสอร์ท ราว 10 โมงเศษ น่าจะเหลือแค่ 2 ห้อง ที่ยังไม่ check out ดูเวลาแล้วน่าจะทัน ก็เลย บิดมอเตอร์ไซค์ไปทานมื้อเช้า + เที่ยง ซะเลย จากรีสอร์ทไปไม่ไกลครับ หน้าร้านรถจอดแน่นเลย (แสดงว่า ต้องมีดี) ยังดีที่คิดถูก ที่บิดมอเตอร์ไซค์ไป ก็เลยแปะไว้ฝั่งตรงข้ามนี่แหละ แล้วเดินข้ามถนนมาทาน







อยู่ที่วัดแป้บเดียวครับ เช่าพระได้ ก็ไปต่อละ

ชานไม้ ชายเล รีสอร์ท
- ถ้าจะไปรีสอร์ทนี้ ต้องตั้ง GPS ให้ไป ศรีปากประ รีสอร์ท ครับ แล้วออกซอยข้างๆรีสอร์ท ตรงเข้าไปสุดซอยแหละ รอบนี้มีรีสอร์ทใหม่ มาอีก 2 แห่งแฮะ ส่วนชานไม้ ชายเล ก็มีพื้นที่ให้กางเต้นท์ มีคนเอาเต้นท์มากางหลายหลังเหมือนกันครับ











เมนูวันนี้
1. แกงกะทิหอยขม
2. ยำศรีปากประ
3. ทอดมันกุ้ง











- จากนั้น วนไปที่ ทะเลน้อย ทีแรกกะว่า จะไปอุทยานนกน้ำทะเลน้อย แต่ไปถึงก่อนเวลา (และหาทางเข้าไม่เจอ) ก็เลยจอดรถริมทะเลน้อยนี่แหละ



- ลุงคนขับเรือ บอกว่า น้ำลึกสุดแค่หน้าอกเองครับ .. ของจริง สวยกว่าในภาพมากครับ สีชมพูเต็มไปหมด บัวที่ขึ้นเป็นบัวสายครับ



- ใช้เวลาราวๆชั่วโมงเศษ แกพาออกไปจนถึงสะพานเฉลิมพระเกียรติ ถึงจุดที่ไปเจอกับทะเลสาบสงขลา ครับ รวมถึง พาแวะถ่ายเจ้าควายน้ำ ที่นอนสบายเชียว ด้วยครับ







- คนไม่เยอะเท่าไหร่ นั่งริมน้ำสบายๆ อาหารหายห่วงครับ สดๆ อร่อยๆ จริงๆหอยนางรมเค้า ก็ตัวใหญ่ครับ แต่พอดีต้องเดินทางกลัวจู๊ดๆแหละ สนนราคาเท่าไหร่หว่า .. เกือบพันๆมังครับ เอาว่า อร่อยจนไม่น่าจะมีใครบ่นว่าแพงแน่นอนครับ
    
- ทานเสร็จราวๆเที่ยงครึ่ง ฟ้ามามืด เลย แข่งกับเวลาครับ พอดี นัดญาติดูที่ทาง  ที่ท่าศาลา นี่แหละ ว่าจะลงไปเป็นชาวสวนตอนหลังเกษียณละ แต่ช่วงนี้ ให้ที่ดินมันหาเงินให้เราเป็นทุนไปก่อนครับ

บ้านท้องชิงรีสอร์ท



- ผมจองหลังนี้ครับ เป็นแถวที่สอง ถัดจากริมหาด สนนราคาคืนละ 3,6XX บาทครับ เหมือนจะแพง แต่ใจเย็นๆดูรายละเอียดกันก่อนครับ









มื้อเย็น ขอกับข้าวสองอย่างพอละ
1. มัสมั่นไก่ .. เมนูแนะนำของโรงแรม ก็ใช้ได้นะ
2. ปลาหมึกทอดกระเทียม



- เป็นอันจบทริปสงกรานต์ปีนี้ ตรงนี้แหละ เพราะรุ่งเช้า ผมขอออกตั้งแต่ ตี 4 หนีรถติดครับ กว่าจะถึง กทม. ก็บ่ายสอง กลับปราจีนอีก 2 ช.ม. เป็น 4 โมงเย็นพอดีครับ
    
- รวมระยะทางรอบนี้ 2,835 กม. (จริงๆ 2,9XX แหละ เพราะผมเติมน้ำมันบ้านโพธิ์ ไม่ได้เติมที่ นิคม 304)
    
- ค่าน้ำมัน 6,170 บาท ตก กม.ละ 2.17 บาท ก็ไม่เลวนะครับ อัดๆช่วงแรกด้วย แต่ขากลับนี่ ขับเนียนๆก็แตะ 14 กม./ลิตร นะ
    
- แล้วพบกันใหม่ .. ว่าแต่ ปีหน้าไปไหนดีนะ สุคิริน นราธิวาส ดีไหมนะ อิอิ

 

cr : เด็กบูรพา

แสดงความคิดเห็น