ดั่งต้องมนต์ 8 อำเภอเล็กๆ ที่มาแล้วไม่อยากกลับ (ต่อ)

28 กันยายน 2564 | โดย PauLLie (3,435 เข้าชม)
แบ่งปัน:

ผ่านไปแล้วสำหรับ 4 อำเภอเล็กๆ ที่มาแล้วไม่อยากกลับ เป็นยังไงกัน ถูกอกถูกใจแฟนๆ PaiNaiDii มั้ย?? ถ้างั้นจะช้ากันอยู่ทำไม ไปชมกันต่อเลยจ้า..

 

 

05

สังคม  หนองคาย

 

ที่เที่ยว สังคม หนองคาย

ที่เที่ยว สังคม หนองคาย

ที่เที่ยว สังคม หนองคาย

ที่เที่ยว สังคม หนองคาย

ที่เที่ยว สังคม หนองคาย


Photo : ชานมชงเอง

หากพูดถึง “อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย” อำเภอเล็กๆ สุดเขตแดนสยามริมฝั่งโขง หลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่หากพูดถึง “ภูห้วยอีสัน” “ทะเลหมอกภูหอ” และ “จุดชมวิวภูโล้น” เชื่อว่านักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบการสัมผัสทะเลหมอกสวย ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ผ่านเลนส์ รวมทั้งคอยเก็บเกี่ยวประสบการณ์แบบ Unseen ต้องคุ้นและรู้จักเป็นอย่างดีแน่นอน อำเภอสังคม คือที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อเหล่านี้นี่เอง ว่ากันว่าที่นี่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่สงบและเรียบง่าย ทั้งยังเป็นอำเภอที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากที่สุดของจังหวัดหนองคายอีกด้วย เสน่ห์ของที่นี่ที่ต้องยกนิ้วให้กับความงดงามทางธรรมชาติที่มีความหลากหลาย ทั้งแบบทะเลหมอก , บรรยากาศริมน้ำฝั่งโขง , บรรยากาศบนภูเขาสูง ไปจนถึง วัดวาอารามและแหล่งปฏิบัติธรรมที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ว่ากันว่าที่นี่เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความนิยมมาก บางรายมาบ่อยจนสนิทสนมกับชาวบ้านเป็นอย่างดี แล้วคนไทยอย่างเราล่ะ เคยมาที่ “สังคม”  อำเภอเล็กๆ ขนาด 440 ตร.กม. แห่งนี้กันแล้วหรือยัง

 

 

06

อัมพวา  สมุทรสงคราม

 

ที่เที่ยว อัมพวา สมุทรสงคราม

ที่เที่ยว อัมพวา สมุทรสงคราม

Photo : net-mania

ที่เที่ยว อัมพวา สมุทรสงคราม

ที่เที่ยว อัมพวา สมุทรสงคราม

Photo : วัด.ใทย

ถ้าพูดถึงอำเภอเล็กๆ แต่มีเสน่ห์เหลือร้าย แล้วไม่พูดถึง “อัมพวา”  จังหวัดสมุทรสงคราม หลายคนคงว่าเอาได้ว่าข้อมูลไม่แม่น เพราะอำเภอเล็กๆแห่งนี้ เต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ และวิธีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำ ที่ยังคงใกล้เคียงกับอดีต ไฮไลท์ของการมาเยือนอัมพวาแห่งนี้ คงต้องยกให้กับ “ตลาดน้ำอัมพวา” ตลาดน้ำยามเย็นที่คงไว้ซึ่งเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมไทย มีวิถีชีวิตชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์อย่างโดดเด่น บ้านไม้เรือนแถวแบบดั้งเดิมริมสองฝั่งคลองอัมพวา ที่ยังคงดำเนินวิถีชีวิตอย่างเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ  นอกจากนี้ “อัมพวา” ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็น ค่ายบางกุ้ง , วัดปรกโพธิ์ , อุทยาน ร.2 ,  ตลาดน้ำท่าคา หากไม่อยากสัมผัสกับความพลุกพล่านจอแจ และอยากสัมผัสกับเสน่ห์แห่งการใช้ชีวิต แนะนำมาเยือน “อัมพวา” แห่งนี้ ในวันธรรมดา ที่ไม่มีตลาด ความสงบเงียบแห่งวิถีริมน้ำ การตักบาตรพระยามเช้าทางเรือ และ การทำน้ำตาลมะพร้าวแท้ๆ จะเป็นเสน่ห์ที่เชื่อว่า มาแล้วไม่อยากกลับ...แน่นอน

 

 

07

วังน้ำเขียว นครราชสีมา

 

ที่เที่ยว วังน้ำเขียว นครราชสีมา

ที่เที่ยว วังน้ำเขียว นครราชสีมา

ที่เที่ยว วังน้ำเขียว นครราชสีมา

Photo : ชานมชงเอง

ที่เที่ยว วังน้ำเขียว นครราชสีมา


อำเภอเล็กๆ อำเภอต่อไป ไปกันที่อำเภอเล็กๆใกล้กรุง ที่บอกเลยว่า อากาศดีอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นคือ “วังน้ำเขียว จังหวัด นครราชสีมา” อำเภอที่ได้ชื่อว่าเป็น สวิสเซอร์แลนด์แดนอีสาน แหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก มีอากาศเย็นสบายตลอดปี ที่สำคัญ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น เขาแผงม้า , เขื่อนลำพระเพลิง หรือ สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ที่ถูกสร้างขึ้น เช่น วิลเลจฟาร์มแอนด์ไวนเนอรี่ โรงบ่มไวน์ที่มีชื่อเสียงของวังน้ำเขียว ภายในให้บริการที่พัก และร้านอาหารซึ่งบรรยากาศค่อนข้างดี  , วังน้ำเขียวฟาร์ม ฟาร์มเห็ดที่ใหญ่สุดในภาคอีสาน , ดูแกะชมสวนสวย ที่   มอนทาน่า ฟาร์ม หรือ จิบกาแฟเคล้าบรรยากาศสวย ที่ร้านกาแฟขึ้นชื่อ ของวังน้ำเขียว  A Cup of Love  เป็นต้น หากมีเวลามากกว่า 1 วัน แนะนำให้ค้างคืนที่นี่สัก 1 คืน ในยามเช้าที่อากาศเย็นสบาย สายหมอกจะโอบกอดและเข้ามาทักทายคุณถึงหน้าประตูห้องพักกันเลยทีเดียว ด้วยธรรมชาติที่งดงาม อากาศเย็นสบาย  และใกล้กรุงแค่เพียงไม่เกิน 3 ชม. ทำให้ “วังน้ำเขียว” เป็นอีก 1 อำเภอเล็ก ที่ใครได้ไป ต้องโดนมนต์สะกด และหาเวลาว่างแม้เพียงเล็กน้อย กลับไปเยือนดินแดนแห่งนี้อีกครั้ง

 

กลับหน้าแรก...คลิก 

 

08

พะโต๊ะ  ชุมพร

 

ที่เที่ยว พะโต๊ะ  ชุมพร

ที่เที่ยว พะโต๊ะ  ชุมพร

ที่เที่ยว พะโต๊ะ  ชุมพร

ที่เที่ยว พะโต๊ะ  ชุมพร

Photo : Pato Rafting Festival

อำเภอต่อไป ปิดท้ายกันที่ประตูแดนใต้กันที่อำเภอเล็กๆแห่งนี้ “พะโต๊ะ” จังหวัด ชุมพร กับคำขวัญที่บรรยายเรื่องราวของอำเภอแห่งนี้ได้อย่างดีเยี่ยมที่ว่า  ดินแดนภูเขาเขียว เที่ยวล่องแพ แลหมอกปก น้ำตกงาม ลือนามผลไม้ ทั้งที่มีพื้นที่เพียงแค่ต้นๆ 1,000 ตร.กม. แต่ดินแดนแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยพื้นที่เขียวขจีของป่าไม้ ขุนเขาและความสมบูรณ์ของต้นน้ำลำธาร  ไฮไลท์การมาเที่ยวที่นี่ นอกจากจะได้มาสัมผัสบรรยากาศแห่งเมือง 3 ทะเล  นั่นคือ  กลางคืนดูทะเลดาว ตอนเช้าดูทะเลหมอก  พอแดดออกดูทะเลป่า  แล้ว “การล่องแพพะโต๊ะ” และ “การพักแบบโฮมสเตย์” สัมผัสวิถีความเป็นอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแห่งสายฝนที่โปรยปราย  นับเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด 

 

แม้จะเป็นแค่อำเภอเล็กๆ แต่เชื่อเหลือเกินว่า 8 อำเภอเล็กๆ ที่แนะนำมาข้างต้น จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนต้องมนต์ มาแล้วไม่อยากกลับอย่างแน่นอน


กลับหน้าแรก...คลิก 

แสดงความคิดเห็น