Travel Update!

แนะนำที่เที่ยวเปิดใหม่ ปี 2020

Udon Water World

เมืองอุดรธานี ,อุดรธานี

Khao Laem Skywalk

ทองผาภูมิ ,กาญจนบุรี

Long Rak Na

ท่ายาง ,เพชรบุรี

แนะนำร้านอาหารเปิดใหม่ ปี 2020

Great&Grand Sweet Destination

บางละมุง ,ชลบุรี

Rise.bkk

สาทร ,กรุงเทพมหานคร

Hydrangea Cafe Khaokho

เขาค้อ ,เพชรบูรณ์

แนะนำที่พักเปิดใหม่ ปี 2020

Kram Pattaya

บางละมุง ,ชลบุรี

Oxy Resort

แม่จัน ,เชียงราย

Hideout Koh Kood

เกาะกูด ,ตราด
Krukulchaya
(1 Reviews)
มีที่พัก นะคะ ข้างบน ห้องโล่ง โถงใหญ่ และมีห้องแบ่งเป็นเล็ก ถ้อยคำส่งเสริมกำลังใจ ประจำวันที่ 1 ธ.ค. 63 ชีวิตคือการต่อสู้ตลบอดเวลา กับความกังวลความเป็นห่วงและปัญหายิ่งเราเผชิญกับความยากลำบากมากเท่าไหร่เรายิ่งมีโอกาสยกระดับชีวิตของตนเองด้วยความพากเพียรที่ไม่ย่อท้อและไม่รุ้จักเหน็ดเหนื่อยและเอาชนะจิตใจที่อ่อนแอภายในตัวเราเองได้
Kulchaya shop
(1 Reviews)
latest review on 24/11/2020
by กุลชญา ศิริไทย
ไปไหนไม่ได้ติดตามกันว่าจะเปิดเมื่อไหร่นะคะร้านเราจะเป็นเล็ก ๆ ทำอาหารกินแบบชาวบ้าน สบาย ๆ
Phra that doi kham Temple
(2 Reviews)
latest review on 03/11/2020
by Kunakorn Ruksitanondha
การเดินทางขึ้นไปวัดพระธาตุดอยคำทางที่สะดวกที่สุดคือมุ่งหน้าสู่อุทยานราชพฤกษ์ เมื่อมาถึงวงเวียนที่มีรูปปั้นช้างหน้าทางเข้าอุทยานราชพฤกษ์ให้วนขวาไปจนสุดจะเป็นถนนเลาะไปข้างๆอุทยานราชพฤกษ์ ขับรถตรงไปจนสุดจะเห็นป้ายทางขึ้นอยู่ทางขวามือครับ ถ้าศรัทธาแรงกล้าจะเดินขึ้นบันไดวัดไปไหว้พระธาตุดอยคำก็เลยไปนิดนึงจะเป็นลานจอดรถ และจะมีบันไดขึ้นครับ แต่ถ้าคิดว่าแรงไม่สู้ก็สามารถเอารถขึ้นไปได้ครับ แนะนำให้ไปเช้าๆ วันธรรมดา ลานจอดรถจะโล่งมากๆครับ วัดพระธาตุดอยคำ เป็นวัดที่มีความสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ เฉพาะตัววัดก็มีอายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี ตั้งอยู่บริเวณดอยคำ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตัวเมืองเชียงใหม่ ด้านหลังอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร มีความสูงจากระดับที่ราบเชียงใหม่ราว 140 เมตร และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 465 เมตร วัดพระธาตุดอยคำมีลานชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบเมืองเชียงใหม่ และยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทันใจซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่าห้าร้อยปี วัดพระธาตุดอยคำ ยังเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของการบินไทยที่ใช้กำหนดพื้นที่ทางสายตาสำหรับเครื่องบินที่จะลงจอดที่สนามบิน ด้วยเหตุผลนี้การบินไทยก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบูรณะถาวรวัตถุภายในวัดพระธาตุดอยคำ ตามตำนานเกี่ยวกับวัดพระธาตุดอยคำมีอยู่ว่า .... เทือกเขาถนนธงชัย ด้านทิศตะวันตก บริเวณที่เป็นจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน เคยเป็นที่อยู่อาศัยของยักษ์สองผัวเมีย ชื่อ จิคำและตาเขียว มาก่อน ซึ่งต่อมาชาวบ้านได้เรียกยักษ์ทั้งสองนี้ว่า “ปู่แสะ – ย่าแสะ” ปู่แสะย่าแสะมีลูก 1 คน ชื่อว่า “สุเทวฤๅษี” “ปู่แสะ – ย่าแสะ” ได้รับพระเกศาธาตุจากพระพุทธเจ้า เกิดฝนตกหนักหลายวันทำให้น้ำฝนเซาะและพัดพาแร่ทองคำบนไหล่เขาและลำห้วยไหลลงสู่ปากถ้ำเป็นจำนวนมากจึงเรียกภูเขาลูกนี้ว่า “ดอยคำ” เทวดาได้นำพระเกศาธาตุที่พระพุทธเจ้าได้ประทานแก่ปู่แสะและย่าแสะนำขึ้นมาฝังและก่อสถูปไว้บนดอยคำ ต่อมาในปี พ.ศ. 1230 เจ้ามหันตยศ และเจ้าอนันตยศ พระโอรสแฝด 2 พระองค์ของพระนางจามเทวีแห่งหริภุญชัยนครได้เสด็จขึ้นมาก่อเจดีย์ครอบพระสถูปเกศานั้นไว้ และสร้างวัดพระธาตุดอยคำ ตั้งชื่อว่า “วัดสุวรรณบรรพรต” ใครก็ตามที่เดินทางมายังวัดพระธาตุดอยคำนั้นจะต้องทำการสักการะปู่แสะย่าแสะก่อนเป็นลำดับแรก โดยศาล “ปู่แสะ – ย่าแสะ” จะตั้งอยู่ที่ทางขึ้นพระธาตุดอยคำ เมื่อขึ้นวัดพระธาตุดอยคำจะสังเกตเห็นพระธาตุดอยคำตั้งอยู่อย่างเด่นชัด พระธาตุดอยคำเป็นพระธาตุสำคัญของเชียงใหม่ จึงได้รับการบูรณะอยู่ตลอดมาจนเมื่ออาณาจักรล้านนาเริ่มเสื่อมอำนาจและตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าวัดพระธาตุดอยคำจึงกลายเป็นวัดร้าง กระทั่งในปี พ.ศ. 2509 มีการค้นพบวัตถุโบราณล้ำค่าหลายชิ้นเพราะกรุในวัดแตก เช่น พระรอดหลวง พระหินทรายปิดทององค์ใหญ่ พระสามหมอ (เนื้อดิน) พระอุโบสถวัดพระธาตุดอยคำ ตั้งอยู่ห่างจากพระเจดีย์และพระวิหาร บริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) เป็นผู้สร้างอุทิศถวาย พระธาตุดอยคำกับพระวิหารจะอยู่ภายในกำแพงแก้ว ถ้าเดินเข้าไปจากพระอุโบสถจะเห็นพระเจดีย์ก่อน (แต่ทางขึ้นมาที่วัดสมัยโบราณจะขึ้นมาทางบันไดนาคก็จะเห็นพระวิหารก่อน) พระธาตุดอยคำ ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม มีการยืดท้องไม้ให้สูงขึ้นทำให้เป็นฐานสูง องค์เจดีย์มีลักษณะคล้ายๆพระธาตุดอยสุเทพ มีลวดบัว 5 เส้น องค์ระฆัง บัลลังก์ย่อมุม ปลียอด และฉัตรแบบพม่า พระวิหารตั้งอยู่ด้านหน้าพระธาตุดอยคำ วิหารมีขนาดเล็ก ศิลปะล้านนา มีโถงก่อนที่จะเข้าพระวิหาร หลวงพ่อทันใจ ประดิษฐานอยู่ด้านข้างพระวิหาร ว่ากันว่าสร้างขึ้นในรัชสมัย พญากือนา กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา ปัจจุบันมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์หลายต่อหลายครั้งที่มีผู้เดินทางมาขอพร บนบาน แล้ว ประสบความสำเร็จ เช่นถูกหวยรางวัลใหญ่ การงานสำเร็จ และได้เดินทางกลับมาถวายดอกมะลิเพื่อแก้บน ทางวัดพระธาตุดอยคำ ได้จัดงานประจำทุกปี โดยยึดถือเอาวันแรม 7 ค่ำ 8 ค่ำ หลังวันวิสาขบูชาทุกปี เป็นวันสรงน้ำพระธาตุ ซึ่งถือว่าเป็นวันถวายพระเพลิงพระพุทธศรีระของ สมเด็จพระสัม
Wat Muen Sarn
(1 Reviews)
latest review on 22/10/2020
by Kunakorn Ruksitanondha
วัดในเชียงใหม่แห่งต่อไปที่จะพาไปเที่ยวกันอยู่แถวๆถนนวัวลายครับ เป็นแหล่งผลิตเครื่องเงินที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่เลยครับ วัดหมื่นสาร เชียงใหม่ วัดหมื่นสาร ตั้งอยู่บนถนนวัวลาย ต.หายยา ประวัติ วัดหมื่นสาร มีปรากฏตั้งแต่สมัยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ราชวงศ์เม็งราย องค์ที่ 12 ครองนครเชียงใหม่ เมื่อจุลศักราช 804-840 (พ.ศ. 1985- 2021) ในตำนานพระสิลาว่า ในสมัยนั้น พระมหาญาณโพธิอยู่สำราญในวัดป่าแดงที่นั้น พระติโลกราชทรงสั่งให้ หมื่นคำภา เวียงดิน นำเอาพระศิลาไปถวายแด่พระมหาญาณะโพธิในวัดป่าแดง ส่วนพระมหาญาณะโพธิเถระเจ้าก็ให้ทำสักการะบูชาและสรงพระศิลาเจ้าด้วยสุคนธวารี มีประการต่าง ๆ ในขณะยามนั้นห่าฝนอันใหญ่ก็หลั่งไหลลงมาเป็นอันมากก็มีแล ในกาลเมื่อนั้นอำมาตย์ใหญ่ผู้หนึ่งมีนามว่า หมื่นหนังสือวิมลกิตติ เป็นสังฆการีนั้น ก็ให้สร้างวิหารในวัดหมื่นสารแล้วก็ไปอาราธนาเอาพระศิลาเจ้าจากวัดป่าแดงมาประดิษฐานไว้ในวัดหมื่นสาร เพื่อให้จำเริญรุ่งเรืองในพระพุทธศาสนาต่อไปภายหน้า มหาสวามีเจ้าตนเป็นสังฆนายกอยู่ในวัดหมื่นสารมีนามว่า พุทธญาณเถร ก็ไปยังวัดสวนดอกไม้แล้วก็อาราธนาพระสิลาเจ้าไปเพื่อกระทำสักการะบูชาแล้วนิมนต์กลับมาวัดหมื่นสารดังเดิมนั้นแล แสดงให้เห็นว่าวัดหมื่นสารมีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าติโลกราชแล้วและคงเป็นวัดสำคัญเพราะเจ้าอาวาสเป็นถึงชั้น “มหาสวามีสังฆนายก” (เทียบเท่าสมเด็จพระสังฆราชในปัจจุบัน) นอกจากนี้ยังปรากฏในพงศาวดารโยนก ฉบับหอสมุดแห่งชาติหน้า 401 บรรทัดที่ 10 กล่าวว่า ลุศักราช 884 (พ.ศ. 2065) พระเจ้าอาทิตยวงศ์ เสวยราชสมบัติ ณ กรุงเทพมหานครศรีอยุธยา (พระอาทิตยวงศ์แห่งกรุงศรีอยุธยา ในเรื่องภาพยนต์เรื่องสุริโยไท) แต่งราชทูตมาสืบทางราชไมตรีพระเจ้าเชียงใหม่จัดการรับรองราชทูตพอสมควรแปลพระราชสาส์นยังวัดหมื่นสารดังนี้ ซึ่งในสมัยนั้นตรงกับสมัยพระเมืองแก้ว ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 14 แห่งราชวงศ์เม็งราย และในตำนานวัดต่าง ๆ (ธรรมก้อมหรือธรรมประวัติเรื่องสั้น) จารไว้ในใบลานด้วยอักษรพื้นเมืองซึ่งพระมหาหมื่นญาณวุฑฒิ วัดเจดีย์หลวง ได้กล่าวถึง การตั้งชื่อวัด คำว่า “ หมื่นสาร ” ไว้ว่า ศักราช 888 (พ.ศ. 2069) สมัยแผ่นดินพระเมืองเกษเกล้า กษัตริย์นครพิงค์ องค์ที่ 15 แห่งราชวงศ์เม็งรายธานี แห่งแคว้นลานนาไทย สมัยนั้นมีเสนาอามาตย์ ผู้หนึ่ง ชื่อวิมลกิตติ (นายทหารยศชั้นหมื่น) ได้ฐาปนาพระอารามนี้ขึ้น โดยมีบาลีกล่าวไว้ซึ่งแปลได้ว่า อาวาสนี้ อันหมื่นวิมลกิตติ ผู้เป็นมหาโยธา (ทหารผู้ใหญ่) ในนครนี้ตั้งไว้แล้วสำหรับหมื่นวิมลกิตตินี้มีชื่อปรากฏอยู่หลายแห่งหลายสมัยหลายกษัตริย์ด้วยกัน เมื่อสร้างวิหารเพื่อประดิษฐานพระศิลานั้นอยู่ในสมัยพระเจ้าลกติโลกราช และปรากฏในศิลาจารึกวัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) เมื่อสร้างวัดร่ำเปิง เป็นสมัยพระเจ้ายอดเชียงราย และเมื่อฐาปนาอารามวัดหมื่นสารครั้งหลังนี้อยู่ในสมัยพระเมืองเกษเกล้าดังกล่าว ชื่อเต็มของท่านมีชื่อว่า “ หมื่นหนังสือวิมลกิตติสิงหละราชมนตรี ” เป็นสังฆการีและเกี่ยวกับการรับรองราชทูตและแปลพระราชสาส์น ท่านได้อุปถัมภ์วัดหมื่นสารมาตลอด วัดนี้จึงได้ชื่อว่า “วัดหมื่นสาร” ในอดีตวัดแห่งนี้เคยเป็นคลังเก็บเสบียง อาวุธ และเป็นที่พักสำหรับทหารบาดเจ็บของกองทัพญี่ปุ่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆ วัด ทหารเหล่านี้ยังสอนภาษาญี่ปุ่น และมอบอาหารให้แก่เด็กๆ หลังกองทัพญี่ปุ่นแพ้สงคราม จึงนำอาวุธสงครามหลายชิ้นทิ้งลงในน้ำบ่อหลวงภายในวัด ฯลฯ พระอุโบสถ เป็นสถาปัตยกรรมล้านนาประยุกต์ยกพื้นสูง สร้างขึ้นเมื่อปี 2534 หน้าบันประดับด้วยลายปูนปั้นพรรณพฤกษา โดยรวมมีลักษณะคล้ายกับพระวิหารขนาดย่อส่วน พระวิหาร เป็นสถาปัตยกรรมล้านนาประยุกต์ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก หน้าบันประดับด้วยปูปั้นลวดลายละเอียดประณีต ซุ้มประตูทางเข้า 3 ทาง ซุ้มที่อยู่ตรงกลางจะมีขนาดใหญ่กว่าด้านข้างทั้งสองด้าน บนผนังด้านหน้าประดับด้วยจิตกรรมฝาผนังเต็มผนัง พระเจดีย์ ตั้งอยู่บนฐานสูง มีบันไดทอดสูงขึ้นไปจนถึงซุ้มทั้งสี่ทิศ เหนือซุ้มเป็นองค์ระฆังทรงกลมศิลปะแบบพม่า
Sankampaeng Hot Spring
(4 Reviews)
latest review on 22/10/2020
by Kunakorn Ruksitanondha
บล็อกนี้เปลี่ยนจากเที่ยวทางภาคกลางมาเที่ยวภาคเหนือบ้างนะครับ สถานที่ท่องเที่ยวที่จะพาไปเที่ยวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเลยครับ จะเป็นที่ไหนตามกันมาเลยครับ น้ำพุร้อนสันกำแพง แม่ออน เชียงใหม่ น้ำพุร้อนสันกำแพง ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ออน (อันนี้เดาเอาเองนะครับ) เมื่อก่อนนี้อาจจะขึ้นอยู่กับอำเภอสันกำแพง ต่อมามีการตั้งอำเภอแม่ออนและแบ่งเขตปกครองใหม่จึงขึ้นอยู่กับอำเภอแม่ออน ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางอำเภอสันกำแพงประมาณ 34 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทาง เชียงใหม่ – สันกำแพง น้ำพุร้อนสันกำแพง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมานานแล้ว มีพื้นที่ทั้งหมด 75 ไร่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ทิวทัศน์สวยงาม ล้อมรอบไปด้วยภูเขาและต้นไม้ เดิมที่บริเวณนี้มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าและมีธารน้ำร้อน บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ ชาวบ้านจะมาใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์ อาบน้ำแร่ ต้มหน่อไม้ ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 น้ำมันมีราคาแพง รัฐบาลจึงมองหาแหล่งพลังงานทดแทนที่จะนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าแทนน้ำมัน ซึ่งพื้นที่ของน้ำพุร้อนสันกำแพงอยู่ในโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพงตามพระราชดำริ จากการสำรวจของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2515 - 2526 พื้นที่นี้มีพลังงานความร้อน เพีองพอสำหรับใช้ประโยชน์ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า แต่ต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าแพงกว่าต้นทุนการผลิตไฟฟ้าด้วยน้ำมันโครงการนี้จึงถูกระงับไว้เป็นพลังงานทดแทนในอนาคต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและสหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพงจำกัด โดยมี ฯพณฯ ดร. ประกอบ หุดสิงห์ เป็นประธานโครงการฯ ให้การสนับสนุนให้บริเวณน้ำพุร้อนเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งบริเวณนี้มีพื้นที่ทั้งหมดอยู่ในความดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 31 ไร่ และอยู่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทยจำนวน 44 ไร่ จึงได้มีการร่วมลงทุนกันระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและสหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพงจำกัด ใช้ชื่อว่า น้ำพุร้อนสันกำแพง โดยร่วมลงทุนฝ่ายละ 1 ล้านบาท ทำการก่อสร้างอาคาร อาบน้ำแร่ ร้านอาหาร ซุ้มพักผ่อน สถานที่จะหน่ายของที่ระลึก ตกแต่งไม้ดอกไม้ประดับ ทำการเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2527 เวลา 15.00 น. โดยมี ฯพณฯ ดร. ประกอบ หุดสิงห์ เป็นประธานในพิธีเปิด เมื่อซื้อบัตรเข้าเที่ยวชมที่ด้านหน้าก่อนถึงบริเวณน้ำพุร้อน เดินผ่านร้านขายของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์จากชุมชนมาไม่ไกลก็จะถึงบ่อน้ำพุร้อนหลายบ่อ แต่บ่อใหญ่ที่มีน้ำพุพุ่งจากพื้นดินขึ้นสูงมีจำนวน 2 บ่อ ลักษณะของน้ำพุร้อนสันกำแพงเป็นแบบ ไกเซอร์ คือลักษณะของน้ำใต้ดินที่ได้รับความร้อนจากหินเหลวความร้อนสูงส่งผ่านหินเนื้อแน่นมายังน้ำทำให้น้ำร้อนขึ้นมากๆ จนหาทางแทรกตามรอยแตกร้าวของหินและดันตัวขึ้นมายังดินเป็นน้ำพุร้อน ความสูงของของการพุ่งของน้ำพุร้อนขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่ทำให้น้ำมีความร้อนขนาดไหน น้ำพุร้อนสันกำแพงมีระดับอุณหภูมิจากใต้ดิน 105 องศาเซลเซียส จึงทำให้พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 10 เมตร จากสายน้ำที่มีอุณหภูมิสูงมากจากใต้ดิน เมื่อพุ่งไปสู่ด้านบนละอองน้ำเมื่อกระทบกับแสงแดดจะมองเห็นเป็นรุ้งกินน้ำ อุณหภูมิของน้ำจะค่อยๆลดลงกลายเป็นละอองน้ำเย็นๆ สบายๆ พอลมพัดผ่านมาสัมผัสกับผิวกายก็จะยิ่งสดชื่นมากขึ้น ประโยชน์ของน้ำพุร้อนไม่ได้มีเพียงแค่ต้มไข่ สามารถนอนแช่น้ำร้อน ที่มีแร่ธาตุตามธรรมชาติ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แก้ปวดเมื่อย รักษาโรคผิวหนัง ทำให้ระบบหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น ที่น้ำพุร้อน สันกำแพง มีบ่อให้แช่ทั้งบ่อเด็ก, บ่อผู้ใหญ่ หรือจะแช่เท้าเพียงอย่างเดียวก็ได้
Dr. Phat clinic
(1 Reviews)
คลินิกแพทย์ภัทรพงศ์ ตรวจโรคทั่วไป เบาหวาน ความดัน ผู้ใหญ่ เด็ก ผิวหนัง ภูมิแพ้ ฉีดยาคุมกำเนิด เจาะเลือด ใบรับรองแพทย์ ตรวจสุขภาพ
Lakmuang 2 Hotel
(1 Reviews)
latest review on 30/08/2020
by วรรณา ทองดี
ขอชื่นชมเรื่องความสะอาด กับความสะดวกค่ะ แต่เสียความรู้สึกตรงเอาห้องเหลือให้เราแล้วคิดเงินกับเราเต็ม จ่ายค่าห้อง 800 แต่ในห้องไม่มีตู้เย็น ตู้เสื้อผ้าพัง สัญญาณอินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้ ถ้าวันธรรมดาอาจจะดี แต่นี่ฉวยโอกาสวันสอบทำให้จำใจต้องอยู่
Jackal Club
(1 Reviews)
latest review on 31/07/2020
by Barnaby Bastien
ร้านสวยมาก พนักงานบริการเป็นกันเองสุดๆ เครื่องตรวจวัดมีมาตรฐาน ร้านสะอาด ที่สำคัญไม่แพงเลย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแว่นตาดี ในราคาประหยัด หากคิดถึงร้านแว่นตาซักร้านในเชียงใหม่ แนะนำร้านแว่นตา Jackalclub เชียงใหม่ สาขาหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร้านนี้เลยจ้าาาา หากใครได้มีโอกาสไปสัมผัสมาแล้ว อย่าลืมถ่ายรูปมาอวดกันด้วยน๊าาา