“ฮา จัง เจ๊ก” ปัญหาหนักอกที่เชียงใหม่

17 กุมภาพันธ์ 2557 | โดย mermaid (1,186 เข้าชม)

แบ่งปัน:

 

 

“ฮา จัง เจ๊ก” ปัญหาหนักอกที่เชียงใหม่

 

วันนี้อยากจะแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน ถ่ายทอดโดย คุณ กิตตินันท์ นาคทอง ถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่คนไทยยี้ ซึ่งเหตุเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ เมืองเหนือของไทย ที่ใครๆก็อยากไปเที่ยว ถึงขนาดตั้งเพจ “ฮา จัง เจ๊ก” ขึ้นมากันเลย ลองไปอ่านดู

 

ปัญหาที่หนักอกสำหรับคนเชียงใหม่ในฐานะเจ้าบ้านเวลานี้ก็คือ ความไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ปีที่แล้วมีชาวจีนเดินทางมาเชียงใหม่มากถึง 4.7 ล้านคน ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสภาพยนตร์เรื่อง The Lost in Thailand ที่ออกฉายในปี 2555 ทำให้มีนักท่องเที่ยวจีนพากันหลั่งไหลมาเที่ยวเมืองไทยมากยิ่งขึ้น

 

หนังสือ “ไม่รักไม่บอก” ฉบับที่ 8 ของภาคีคนฮักเชียงใหม่ ซึ่งตีพิมพ์ในช่วงปลายปี 2556 เขียนถึงสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เตรียมสร้างกระเช้าลอยฟ้าจากเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี-อุทยานหลวงราชพฤกษ์-ดอยผาดำและดอยปุย โดยในนั้นได้ใบ้ปริศนาถึงปัญหานักท่องเที่ยวบางกลุ่ม แม้จะไม่ใช่ชาวจีนแต่ก็เป็นที่เข้าใจกันได้ ระบุเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า

 

“ท่านคะ นักท่องเที่ยวแบบไหนเหรอคะ ที่ท่านต้องการอำนวยความสะดวก หวังว่าคงไม่ใช่นักท่องเที่ยวประเภทซื้อน้ำเต้าหู้ถุง ขอหลอด 4 ไปกินข้าวต้มซุปกระดูก บ้วนกระดูกออกมาเต็มโต๊ะ ใต้โต๊ะยิ่งดูไม่ได้ เรอดัง ขากถุยไกลมาก เข้าส้วมอึไม่เคยกดชักโครก สูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบตลอดเวลา ขี่จักรยาน มอเตอร์ไซค์ไม่สนกฎจราจร ขับกลางถนนไม่พอ ยังส่ายไปส่ายมา หยุดถ่ายรูปกลางถนน ชมวิว ทำ MV รถติดยาวก็ยาวไปสิ ชิ ไม่สน! แซงคิวได้ทุกที่ทุกเวลา เดินถือกระติกน้ำร้อนขอน้ำร้อนไปทุกร้าน (ร้านทำผมยังโดนขอ) ตะโกนคุยกันเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องคุยค่อยๆ เลือกของกระจุยกระจายแล้วไม่ซื้อ อะแฮ่ม...มีร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังย่านถนนนิมมานเหมินท์ เจอนักท่องเที่ยว 5 คน สลับกันไปอาบน้ำสระผมในห้องน้ำร้านก๋วยเตี๋ยว โดยไม่มีใครซื้อก๋วยเตี๋ยวสักชาม!”

 

 ต่อมาเมื่อไม่นานมานี้ ผมนั่งดูกระทู้ในเว็บไซต์พันทิป ปรากฎว่ามีกระทู้หนึ่งโพสต์ภาพนักท่องเที่ยวจีนรายหนึ่งกางเต็นท์นอนบริเวณอ่างแก้ว ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทั้งที่ปกติในช่วงกลางคืน รปภ.จะไม่ให้ใครเข้ามาใช้บริการ หนำซ้ำยังมีนักท่องเที่ยวบางคนทำลายสถานที่ด้วยการเขียนอักษรภาษาจีนลงบนพื้นด้วย

 

กระทั่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ออกประกาศของมหาวิทยาลัย ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย ต้องแสดงพาสปอร์ต บัตรประชาชน และแลกบัตรเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ไม่รู้ว่ามาตรการนี้ในที่สุดจะช่วยยับยั้งพฤติกรรมได้มากน้อยแค่ไหน

 

สมาชิกเว็บไซต์พันทิป นามว่า PetchSprinteR อธิบายพฤติกรรมของชาวจีนที่เข้าไปในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไว้อย่างน่าสนใจ ทำนองว่าชอบทำอะไรตามใจตัวเอง ทิ้งเศษขยะตามสถานที่ต่างๆ ศาลาธรรม อ่างแก้ว พ่นสี กางเต็นท์ แย่งอาหารและที่นั่งนักศึกษาตามโรงอาหารคณะ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (อมช.) ขึ้นรถม่วงแย่งนักศึกษา

 

ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นแนวหน้ากระดานกลางถนนเป็นกลุ่ม แม้จะบีบแตรไล่แล้ว แต่นักท่องเที่ยวจีนก็ยังเฉยขณะเดียวกัน นึกจะจอดรถที่ไหนก็จอด ถ่ายรูปเฉยๆ ไม่เท่าไหร่ แต่เล่นจอดกลางสี่แยกตรงหอนาฬิกา กีดขวางการจราจรมาก ยิ่งช่วงเย็นที่นักศึกษาหรือคนทำงานเลิกเรียน ปกติแล้วรถจะติดเป็นพิเศษ ยิ่งมีนักท่องเที่ยวจีนแล้วก็ยิ่งหนัก

 

ต่อมา นักท่องเน็ตชาวไทยรายหนึ่งได้มาเห็นบล็อกของนักท่องเที่ยวชาวจีนไปหาซื้อชุดนักศึกษามาใส่เพื่อถ่ายรูปบริเวณอ่างแก้ว ซึ่งบางภาพถึงกับมีการกอดจูบกันอย่างเปิดเผย ทำเอาชาวไทยเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นภาษาไทยว่ากรุณาให้เกียรติสถานที่บ้างเพราะไม่เหมาะสม กระทั่งเจ้าของบล็อกต้องลบเนื้อหาทิ้ง
      

ล่าสุดร้านอาหารซีฟู้ดแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ ได้โพสต์ภาพร้องเรียนว่า นักท่องเที่ยววัยรุ่นชาวจีนกลุ่มหนึ่ง 9 คน มาทานอาหารที่ร้าน โดยที่ไกด์ชาวไทยพามา ปรากฏว่านักท่องเที่ยวชาวจีนสั่งอาหารมา 19 จานใหญ่ ซึ่งแต่ละเมนูล้วนมีราคาแพง อาทิ ข้าวผัด ปูตัวใหญ่ 3 ตัว ปลาเต๋าเต้ยตัวใหญ่ กุ้งแม่น้ำ กุ้งแชบ๊วยใหญ่ ฯลฯ เบ็ดเสร็จคิดเงิน 7,553 บาท

 

ปรากฏว่านักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้หัวหมอ บอกว่าไม่ได้สั่ง ต้องเอาของทุกอย่างให้ดูก่อนทำถึงจะจ่าย เถียงกันไปมาก็บอกว่าจะยอมจ่าย 3,000 บาท โดยอ้างว่ากินที่กรุงเทพฯ แค่ 3,000 บาทก็เยอะเหมือนกัน ทั้งที่ทางร้านลดเหลือ 6,000 บาทแล้ว พอไปคุยกับตำรวจก็ขอตำรวจคนอื่นเพิ่มเพื่อมาไกล่เกลี่ย แถมยังร้องขอตำรวจที่พูดภาษาจีนได้

 

ไกด์ที่พานักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาก็จนปัญญา เพราะนอกจากจะต้องช่วยออกเงินให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเพื่อให้ครบ แล้ว ยังถูกนักท่องเที่ยวจีนซัดทอดว่าไกด์เป็นคนสั่งอาหารให้ แถมยังถ่ายรูปทั้งเจ้าของร้าน ไกด์ และตำรวจ หวังจะนำไปดิสเครดิตทางอินเตอร์เน็ต ท้ายที่สุดก็จบลงคือนักท่องเที่ยวจีนยอมจ่าย 4,000 บาท ไกด์ออกเงินอีก 2,000 บาท

 

ล่าสุดผลจากความไม่พอใจของนักท่องเที่ยวชาวจีน ในเฟซบุ๊กได้มีการตั้งแฟนเพจ “ฮา จัง เจ๊ก” เพื่อรวบรวมและประจานพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยมีคนเข้าร่วมกดไลค์มากกว่า 2 พันคน และยังมีแฟนเพจ "เรารักนักท่องเที่ยวจีน" (เป็นการตั้งชื่อในเชิงประชดประชัน) ที่คอยแชร์ภาพโดยมีผู้เข้าร่วมกดไลค์กว่า 6 พันคน นอกจากแฟนเพจข่าวสารอย่าง “จังหวัดเชียงใหม่ CM108.com” ซึ่งเปรียบเสมือนกระบอกเสียงของชาวเชียงใหม่ ก็มีเรื่องนี้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันตลอด

 

สิ่งที่ผมเสนอแม้ในทางปฏิบัติจะสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่บ้าง จากทัศนคติที่เมืองไทยถูกมองว่าเป็นดินแดนอิสระเสรี แต่ก็ถือโอกาสได้คัดกรองนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ไม่เอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน ไปพร้อมๆ กับการอยู่ร่วมกันกับคนในสังคมได้อย่างสงบสุขนั่นเองครับ

 

อ่านบทความทั้งหมด

 

ขอบคุณข้อมูล : คุณ กิตตินันท์ นาคทอง จาก http://www.manager.co.th , เพจ ฮา จัง เจ๊ก

บทความที่เกี่ยวข้อง :

แสดงความคิดเห็น