แชร์เพียบ-โพสต์แฉยับ เมื่อผมถูกช่างภาพระดับโลกรังแก !

23 ธันวาคม 2559 | โดย Bhanuwat Jittivuthikarn (5,422 เข้าชม)

แบ่งปัน:

Diaspora Smile

หลังเกิดกรณีสะเทือนวงการถ่ายภาพไทย เมื่อทางสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพิ่งมีมติให้ช่างภาพชื่อดังระดับประเทศคนหนึ่ง พ้นจากสมาชิกภาพ เพราะตรวจสอบแน่ชัดแล้วว่า ช่างภาพดังรายนี้มีพฤติกรรมแอบอ้างว่าเป็นผู้ถ่ายภาพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่พระองค์เสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร ในงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี 

ล่าสุด (16 ธันวาคม 2559) มีรายงานว่า ที่เฟซบุ๊กของคุณ Bhanuwat Jittivuthikarn ก็ได้โพสต์เปิดใจถึงเรื่องราวในอดีตที่ตนต้องประสบพบเจอ โดยตั้งชื่อเรื่องว่า "ครั้งหนึ่งที่ผมเคยถูกช่างภาพระดับโลกรังแก"

สำหรับเนื้อหาในโพสต์ มีดังนี้

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 ผมเพิ่งเรียนจบมหาลัย กำลังเป็นเด็กหนุ่มไฟแรงที่ต้องการตามล่าความฝันของตัวเอง ผมโชคดีมากที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมทำ workshop ของมหาวิทยาลัยเพาะช่าง เป็นเวทีที่ผมจะได้แสดงผลงานร่วมกับศิลปินแห่งชาติอย่าง อาจารย์ถวัล ดัชนีย์ และอาจารย์กมล ทัศนาญชลี 

แน่นอน ผมเลือกงานที่ดีที่สุดในชีวิตผมคือ งานชุด Diaspora Smile มานำเสนอ ในงาน workshop ส่วนใหญ่เป็น จิตรกร และประติมากร มีเพียงผม และช่างภาพระดับโลก ชาวไทย ที่มาในฐานะช่างภาพ (คนที่กำลังเป็นคดีว่าขโมยรูปในหลวงของคนอื่นมาเป็นของตัว) ในระหว่าง workshop อาจารย์ถวัลย์ และอาจารย์กมล ได้เดินชมงานพร้อมแนะนำศิลปินรุ่นน้อง พอมาถึงคิวผม ปรากฏว่า ช่างภาพระดับโลกผู้นี้ ก็เดินแทรกเข้ามาพร้อมกับ คำถามที่ทำให้ผมหน้าซีด

"น้องถ่ายเองรึเปล่า ?" 

ช่างภาพระดับโลกถาม

"ครับถ่ายเองครับ" ผมตอบ

"ไม่น่าใช่นะ งานแบบนี้ ผมเคยเห็นช่างภาพต่างประเทศถ่าย คุณไปขโมยไฟล์เขามารึเปล่า"

ช่างภาพรุ่นใหญ่ พูดกับผมต่อหน้า อาจารย์ถวัลย์

"ผมไปถ่ายมาที่อินเดียครับ" ผมตอบยืนยัน

"น้องถ่ายเอง แต่ให้อีกคนจัดกล้องให้ใช่มั้ย"

คำถามของเขาทำให้อาจารย์ถวัลย์ เดินผ่านงานผมไปโดยแทบไม่พูดอะไร ส่วนผมก็ฝันสลาย เหมือนโอกาสที่จะแจ้งเกิดในวงการศิลปะไทยดับไปในพริบตา

ผมคิดแล้วคิดอีกว่า ทำไมเขาถึงทำกับผมเช่นนี้ เขาเป็นช่างภาพที่ประสบความสำเร็จแล้ว ส่วนผมมันแค่เด็กเพิ่งเรียนจบ ทำไมเขาต้องรังแกผมด้วย ?

"มันทำอย่างนี้เพราะงานมึงมีดีไง มันกลัวงานมึงเด่นกว่างานมัน" อาจารย์เพาะช่างตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเดินมาคุยกับผม

ในปีนั้น ผมส่งรูปชุดนี้เข้าประกวดรางวัลของ ปตท มีกรรมการท่านหนึ่ง บอกผมว่า งานผมถูกคัดออก เพราะ อาจารย์ถวัลย์ บอกว่า งานชุดนี้ไปลอกช่างภาพต่างประเทศมา แสดงว่า อาจารย์ถวัลย์เชื่อช่างภาพคนนั้นมากกว่าผม ที่เป็นเจ้าของผลงาน หลังจากนั้น ผมหมดศรัทธาในตัวอาจารย์ถวัลย์ และไม่เคยเข้าหาแกอีกเลย

ผมท้อมาก แต่ด้วยภาพชุดนี้มันเกี่ยวเนื่องกับการได้ช่วยผู้ลี้ภัยชาวทิเบต มันทำให้ผมคิดได้ ผมทำงานของผมไป ไม่ต้องเด่น ไม่ต้องดัง แต่มีศักดิ์ศรีเป็นพอ ผมภูมิใจที่งานชุดนี้ได้ช่วยทำให้ฝันของผู้ลี้ภัยชาวทิเบตในการเข้าเฝ้าองค์ดาไลลามะเป็นจริง งานชุดนี้ไม่เคยแสดงที่เมืองไทย เพราะผมรับไม่ได้หากเจอเหตุการณ์ข้างต้นอีก ลึก ๆ แล้วผมยังเจ็บแค้นจากการกระทำของช่างภาพคนนั้นอยู่ ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนทุกครั้งที่เห็นเขาในทีวี

แต่ผมรู้ว่ามันจะต้องมีวันนี้ วันที่คำกล่าวหาของเขาที่มีต่อผมมันจะทำลายเขาเอง ทุกวันนี้คนทั่ววงการถ่ายภาพรู้แล้วว่าคุณขโมยภาพคนอื่นมาเป็นของตัวเอง ทุกคนรู้แล้วว่าคุณโกหกลวงโลก จนถึงวันนี้ ผมอาจจะไม่ประสบความสำเร็จในการถ่ายภาพเท่าคุณ แต่วันนี้แน่นอนแล้วว่าผมยังมีศักดิ์ศรีมากกว่าคุณ ป.ล. ภาพของผมสี่ภาพที่ถูกกล่าวหาว่าขโมยงานคนอื่นมา

ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้นะครับ หากท่านใดสนใจข้อมูลเกี่ยวกับงานชุดนี้ สามารถเข้าไปชมได้ที่เว็บนี้นะครับ http://diasporasmile.squarespace.com/

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก kapook.com , FB - DIASPORA SMILE

แสดงความคิดเห็น