ดีเดย์ 1 มกราคม 2560 ขนส่งฯ เข้ม เตรียมปรับหลักสูตรสอบใบขับขี่ชนิดชั่วคราว อบรม 5 ชั่วโมงเต็ม

23 ธันวาคม 2559 | โดย กรมการขนส่งทางบก (2,045 เข้าชม)

แบ่งปัน:

ดีเดย์ 1 มกราคม 2560 ขนส่งฯ ปรับหลักสูตรสอบใบขับขี่ชนิดชั่วคราว อบรม 5 ชั่วโมงเต็ม!!

          ดีเดย์ 1 มกราคม 2560 กรมการขนส่งทางบกเตรียมยกระดับมาตรฐานคุณภาพผู้ขับรถตามโครงการ Sure Driving/Smart  Driver โดยจะปรับหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตขับรถให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น และจะมีการปรับเพิ่มเนื้อหาอบรมสำหรับการขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ (ชนิดชั่วคราว) จากเดิม 4 ชั่วโมงเป็น 5 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มคุณภาพของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ และลดปัญหาอุบัติเหตุทางถนนของประเทศ

ทำใบขับขี่

          นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้จัดทำโครงการยกระดับมาตรฐานคุณภาพผู้ขับรถ Sure Driving/Smart Driver เพื่อเพิ่มคุณภาพมาตรฐานของผู้ขับรถให้มีทักษะและความรู้การขับรถอย่างปลอดภัยขึ้นมา ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ต้องการลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนและลดสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยนั้น

          กรมการขนส่งทางบกได้มีการปรับหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตขับรถให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยปรับเพิ่มเนื้อหาอบรมสำหรับการขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ (ชนิดชั่วคราว) จากเดิม  4 ชั่วโมง เป็น 5 ชั่วโมง โดยเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และการขับรถอย่างปลอดภัยให้มากขึ้น โดยจะเริ่มใช้หลักสูตรใหม่ตั้งแต่วันที่  1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป 

          ทั้งนี้ผู้ที่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถชั่วคราวแล้ว แต่ใบอนุญาตขับรถเดิมสิ้นอายุเกินกว่า 1 ปี ต้องเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรใหม่ด้วยเช่นกัน

          อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า สำหรับหลักสูตรที่มีการปรับปรุง เนื้อหาประกอบด้วย (กฎหมายว่าด้วยรถยนต์, กฎหมายว่าด้วยทางหลวง และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก) จำนวน 1 ชั่วโมง 30 นาที การขับรถอย่างปลอดภัยจำนวน 2 ชั่วโมง จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถจำนวน 1 ชั่วโมง และข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและการให้ความช่วยเหลือและปฐมพยาบาล จำนวน 30 นาที 

          ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกยังได้เพิ่มทางเลือกให้ประชาชนที่อาจไม่สะดวกในการติดต่อเข้ารับการอบรมกับกรมการขนส่งทางบก ในวันและเวลาราชการ สามารถเลือกเข้ารับการอบรมกับโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก หรือหน่วยงานภาครัฐที่ทำความตกลงกับกรมการขนส่งทางบก ภายใต้หลักสูตรเดียวกัน และนำหนังสือรับรองผ่านการอบรมมายื่นแสดงเป็นหลักฐานขอเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ทดสอบข้อเขียน (E-exam) และทดสอบขับรถกับสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ

 
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการขนส่งทางบก , kapook.com 

แสดงความคิดเห็น