รีวิว อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

Milun A. Miruntee
2011-11-21 14:51:50

“แบกเป้ตะลุยเกาะตะรุเตา”  ทริปนี้เดินจากจากกรุงเทพฯ แบบประหยัด ๆ แต่ถึงจุดหมายแบบรวดเร็วด้วยสายการบินต้นทุนต่ำอย่าง Air Asia ถึงสนามบินหาดใหญ่ตอนแปดโมงนิด ๆ จากนั้นเดินทางต่อไปยังท่ารือปากบาราโดยรถตู้ถึงเกือบ ๆ  11 โมงเช้าได้ค่ะ ทริปนี้มีเวลาน้อย ต้อง Save เวลากันหน่อย  แต่ถ้าใครขับรถมาเองก็ไม่ยากค่ะ เมื่อเข้าสู่จังหวัดสตูลแล้ว ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 406 แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 416 ก่อนที่จะถึงอำเภอละงู ให้แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4052 มายังท่าเรือปากบารา เรือลำแรกจะออกเดินทางตอน 11.00 น. ค่ะ ตอนนี้นักท่องเที่ยวเริ่มเยอะแล้วหล่ะ ไม่นานเรือก็ออกจากท่าพร้อมเดินทางสู่เกาะตะรุเตา  ด้วยจำนวนผู้โดยสารเต็มลำ<br/><br/>เกาะตะรุเตา เดิมทีเป็นที่คุมขังนักโทษทางการเมืองกลางทะเล จนเรียกได้ว่าเป็น อัลคาทราชเมืองไทย รอบ ๆ เกาะเต็มไปด้วยปลาฉลาม เพื่อให้นักโทษไม่กล้าหลบหนี  แต่ก็มีนักโทษแหกคุกมาออกมาได้จำนวนนึงและมาตั้งเป็นกลุ่มโจรสลัด  ต่อมากองทัพอังกฤษได้เข้ามาช่วยปราบโจรสลัดกลุ่มนี้ได้สำเร็จ และได้ตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติตะรุเตาจนมาถึงทุกวันนี้ค่ะ <br/><br/>อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เต็มไปด้วยเกาะต่าง ๆ มากมาย เกาะแรกที่มาถึงในวันนี้เป็นเกาะไข่ มีซุ้มสะพานหิน เป็นสัญญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา และยังเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดสตูลอีกด้วยค่ะ  สามารถเดินลอดซุ้มเดินชมทัศนียภาพอันสวยงามไปยังเกาะไข่ได้ค่ะ เก็บภาพเป็นที่ระลึกอยู่พักใหญ่ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังที่พัก <br/><br/>ถึงที่พักประมาณบ่าย ๆ  หลังจากทานอาหารเสร็จก็รีบจัดแจงเก็บสัมภาระเข้าที่พัก  จุดหมายต่อไป คือชมความสวยงามของกองหินขาว ลักษณะจะเป็นหินใหญ่ค่ะ  มีประการังอ่อนสีแดง สีฟ้า  แนวประการังแข็ง ประการังเขากวางพุ่ม ลักษณะเป็นสีเขียว  กัลปังหา เต็มไปหมด สวยมากๆ ค่ะ  มีปลามากมายหลากหลายสายพันธ์ให้ได้พบเห็นที่นี่ รวมถึงดอกไม้ทะเลก็ยังสามารถพบเห็นได้ทุกบริเวณบนเกาะแห่งนี้  ธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์มากค่ะ แต่ถ้าในอนาคตมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะขึ้น และขาดการมีจิตสำนึกในการรักษาธรรมชาติ ก็นึกไม่ออกเหมือนกันค่ะว่าจะเป็นยังไง ทำให้คิดถึงภาพทีลอซูเมื่อสิบปีที่แล้ว กับปัจจุบัน แตกต่างไปจากเดิมเยอะเลยค่ะ <br/><br/>เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากทานอาหารเสร็จ  ได้เวลาออกเดินทางไปยังเกาะหินซ้อน ลักษณะเป็นหินใหญ่ 2 ก้อนวางซ้อนกัน ซึ่งเกิดขึ้งเองตามธรรมชาติ สวยงามแปลกตาและคงจะเป็นที่มาของชื่อเกาะนี้  รอบ ๆ บริเวณเต็มไปด้วยประการังอ่อนให้ได้ชื่นชม ก่อนเดินทางต่อไปยัง อ่าวกำนันบนเกาะผึ้ง ที่นี่จะมีประการังแข็งตลอดแนว ซึ่งเป็นปะการังลายดอกไม้ ระดับน้ำไม่ลึก สามารถมองเห็นประการังได้อย่างชัดเจน  นอกจากเจ้าปลานี่โม่ กุ้งการ์ตูน และปลาสวยงามอื่น ๆ แล้วที่นี่ยัง หอยมือเสือตัวใหญ่ๆ  ให้ได้พบเห็น ลักษณะเป็นสีม่วงครามนอนอ้าปากพริ้ม แอบสงสัยอยู่เหมือนกันค่ะว่าหอยชนิดจะกินได้หรือเปล่านะ แต่ว่าเอาไว้มองสวย ๆ งาม ๆ น่าจะดีกว่าเนอะ ^_^   ที่ชอบที่สุดของทริปนี้ก็คงจะเป็นเกาะหินงาม เกาะนี้เป็นเกาะที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก อยู่ทางทิศใต้ของเกาะอาดัง ทั้งเกาะเต็มไปด้วยหินสีดำ กลมเกลี้ยง มันวาว ที่เรื่องเล่ากันว่าหินทุกก้อนมีคำสาปของเจ้าพ่อตะรุเตา หากใครนำติดตัวไปจะเกิดแต่หายนะ แต่หากไปชมแล้วเรียงก้อนหินได้ 12 ชั้น แล้วอธิษฐานขอพรก็จะได้สมปรารถนาทุกสิ่งทุกอย่างค่ะ จะรออะไรอยู่หล่ะค๊ะ เร็ววว พยายามเข้า (เอ่อ...ไม่ได้เรียงง่าย ๆ เลยนะเนี่ย) <br/><br/>จบทริปนี้ที่บ้านพักบนเกาะ พระจันทร์ตอนกลางคืนสวยจังค่ะ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อน ถ้าซัมเมอร์นี้ใครมองหาสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักผ่อนในบรรยากาศดี ๆ ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคุณ ที่ที่จะทำให้คุณรู้ว่าครั้งนึงในชีวิตบนเกาะแห่งนี้  สามารถสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ความสุข และ ความทรงจำดี ๆ มากมาย  เรียกรอยยิ้มได้ทุกครั้งเมื่อนึกถึง<br/>

ส่งคำชมเชย :