รีวิว ทุ่งทองรีสอร์ท

OHMYGOD LOVE GOD
2011-11-21 14:53:20

         เพื่อน ๆ คับ เพื่อน ๆ ที่มีโอกาสได้รู้จักผมแล้ว คงจะทราบกันดีนะคับ ว่าผมเป็นนักเดินทางตัวยง เพราะงานที่ผมทำก็จะต้องเดินทางไปตามต่างจังหวัดเรื่อย ๆ  และเมื่อสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาผมก็มีโอกาสเดินทางไปทำงานที่ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ต้องพักค้างคืน 1 คืน <br/><br/>          ผมออกจาก จ.สกลนคร ประมาณ 5 โมงเย็นตรงมาเส้น ถนน สกลนคร - อุดรธานี มุ่งหน้าตรงไปเรื่อย ประมาณ 65 กม. ถึง อ.พังโคน จากนั้นพอถึงสี่แยกอ.พังโคน ก็เลี้ยวขวาตรงป้อมตำรวจ ตรงมุ่งหน้าไปทางอ.วานรนิวาส อีก 30 กม. ผมก็เดินทางถึง อ.วานรนิวาส  ประมาณ เกือบ ๆ 1 ทุ่มได้ครับ เนื่องจากระหว่างทางก็แวะพักเรื่อย ๆ ตามปั้มน้ำมัน <br/><br/>          พอถึงที่ อ.วานร ผมก็ขับรถหาที่พัก เข้าไปตัวเมือง ขับไปเรื่อย ๆ ประมาณ 4  กม. ได้ ก็ออกจากตัวเมืองตรงไปทาง อ.คำตากล้า ผมก็คิดว่าที่พักน่าจะอยู่นอกเมืองหน่อย ก็จอดถามข้างทาง ที่ร้านอาหารว่า  พี่คับ ที่พักที่อำเภอนี้ มีที่ไหนดีบ้าง เขาก็แนะนำว่า ตรงไปทาง อ.คำตากล้าก็ได้ ออกจาก อ.วานรไปประมาณ 3 กม. เลยโค้งของถนนไปหน่อยให้เลี้ยวขวา จะเจอรีสอร์ท ชื่อ "ทุ่งทองรีสอร์ท" เป็นรีสอร์ทที่น่าพัก หลังจากที่ผมได้คำแนะนำจากพี่ในร้านอาหารแล้ว ก็ขับรถตรงมุ่งหน้าไปยังรีสอร์ทดังกล่าว พอออกจากตัวอำเภอ โอ้โหพี่น้องคับ มันมืดมาก ๆ ไม่มีไฟข้างทางเรียกได้ว่าบ้านนอกจริง ๆ และก็น่ากลัว  อิอิอิ ล้อเล่นคับ ไม่น่ากลัวหรอกคับ<br/><br/>          ผมตรงไปได้ประมาณ 3 กม. ถึงโค้งซ้าย และตามด้วยโค้งขาวนิด ๆ ตรงไปหน่อย เจอแล้วครับป้ายรีสอร์ท อยู่ขาวมือ "ทุ่งทองรีสอร์ท" อยากบอกว่ารีสอร์ท ที่อำเภอนี้น้อยมากคับ ก็เลยตัดสินใจเข้าพักที่นี้หละ ขี้เกียจหาละคับ ผมก็เลี้ยวขวา ตรงเข้าไป โอ้ยพี่น้องคับ ถนนแคบ เป็นดินแดง แถมฝนเพิ่งตก เป็นหลุมบ่อนิด ๆ 55555 บ้านนอกสุด ๆ ตรงไปประมาณ 100 เมตร ก็เจอป้ายรีสอร์ท ผมก็เลี้ยวขวาเข้ารีสอร์ท <br/><br/>          ทางรีสอร์ทติดป้ายหน้ารีสอร์ทว่ามาแล้วกรุณาบีบแตรเรียกได้ 24 ชม. พอผมเลี้ยวขวาเข้ารีสอร์ท ก็บีบแตรเรียกเลยคับ มีลุงแก่ ๆ ออกมา 1 คน ถามว่าชั่วคราว หรือค้างคืน ผมก็แกล้งถามว่าชั่วคราวเท่าไหร่ลุง ลุงบอก 250 ผมก็ถามต่อว่าแล้วค้างคืนเท่าไหร่คับ ลุงบอก 300 ผมก็ถามอีกว่า แพงสุดแล้วเหรอลุง ลุงบอกคับ ดีสุด 300 บาท ผมก็บอกลุงว่างั้นผมค้างคืนนะลุง จะได้นอนนาน ๆ บรรยากาศดี หลังจากนั้นลุงก็บอกตามมา และลุงแกก็เข้าไปเอากุญแจ พร้อมหิ้วกระติ๊กน้ำ 1 ใบเล็ก ๆ นำหน้ารถผมตรงไปยังรีสอร์ทห้องสุดท้าย <br/><br/>          ผมต้องขับรถผ่านไปประมาณ 5 ห้อง จนถึงห้องสุดท้ายในสุด โดยห้องพักของรีสอร์ทจะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง เป็นตึกเหมือนกัน หลังคาสีฟ้า ตัวห้องรีสอร์ทสีออกชมพูโอรส แหมสียังกะเรือนหอเลยทีเดียว นี่ถ้าได้มากับแฟนคงนึกว่าเป็นเรือนหอของตัวเอง 55555 ห้องก็มีอยู่ประมาณ 12 หลัง เป็นรีสอร์ท แยกชัดเจน เป็นเหมือนบ้านเดี่ยวแยกเป็นหลัง ๆ มีโรงจอดรถใหญ่โต เออ ปลอดภัยดีนะ สามารถเลี้ยวเข้าไปจอด ที่โรงจอดรถสามารถจอดรถได้อย่างปลอดภัยไม่น่าเป็นห่วง แต่ดีหน่อยที่ไม่มี ผ้าม่านกั้นรูด ถ้ามีผ้าม่านกั้นรูดผมคงนึกว่าเป็นม่านรูดแน่ ๆ อิอิอิ หลังจากเข้าไปจอดรถแล้ว ลุงแกก็เปิดห้องให้ <br/><br/>          ผมก็เริ่มขนของต่าง  ๆ ที่เอามากับรถ เข้าไปในห้องพัก โอ้โห ห้องพัก กว้างครับ สำหรับราคา 300 บาท นี่ถือว่าถูกจริง ๆ ห้องกว้าง เตียงใหญ่ โดยเตียงจะเป็นเตียงปูนก่อฉาบยกสูงติดกระเบื้องสวยงาม แล้ววางด้วยที่นอนใหญ่ บนเตียงปูนนั้น มีหมอนสองใบ ผ้าปู และผ้าห่ม ทุกอย่างเป็นสีชมพู นึกว่าเรือนหอ มาพักแบบนี้คนเดียวแล้วคิดถึงแฟนแล้ว 5555 มองไปด้านผนังข้างเตียง โอ้ พระเจ้า มีกระจกบานใหญ่ขนาดแนวนอนยาวพอ ๆ กับเตียง สงสัยเอาไว้ ส่องเวลาตื่นนอน 5555 ดีคับ กระจกส่องแล้วหน้าตาดี ลุงแกเอากระติ๊กน้ำวางให้ และก็มีน้ำเปล่า 1 ขวด ทิชชู 1 กล่อง มองไปที่ด้านหน้าห้องน้ำ มีตู้เสื้อผ้า 1 ตู้ มีทีวีวางบนตู้เสื้อผ้า ผมก็เปิดแอร์ ไปสักพัก แอร์ใหม่ครับ ไม่นานก็อากาศเริ่มเย็น เปิดทีวีดู ไม่มีเคเบิ้ลครับ แต่มีช

ส่งคำชมเชย :