รีวิว วัดเชิงท่า

Arnon Thongtem
2015-06-04 14:33:09

อยุธยาเป็นเมืองที่มีวัดมากมาย แต่ละวัดมีประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหา ถ้าคุณผ่านมาแถวหน้าวัดพระเมรุ อาจสงสัยกับวัดที่มีพระปรางค์เด่นเป็นสง่าว่าเป็นวัดอะไร ก็คือวัดที่มารีวิวนี่แหละครับ วัดเชิงท่า เดิมทีชื่อวัดคลัง ก่อนหน้านั้นชื่อวัดโกษาวาสด้วยพระยาโกษาปานผู้เป็นราชทูตไทยกลับมาจากฝรั่งเศสแล้วได้ปฏิสังขรณ์วัดนี้ ที่มีอายุเก่าแก่สร้างขึ้นในรัชสมัย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ หรือ พระเจ้าอู่ทอง นอกจากนี้วัดเชิงท่ายังผูกพันกับพระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ด้วยวัดโกษาวาส หรือ วัดคลัง เป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียนหนังสือไทย ขอม และพระไตรปิฏกของ สิน หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

โบราณสถานที่ยังปรากฏอยู่ทุกวันนี้ คือ อุโบสถ 1 หลัง วิหาร 1 หลัง พระปรางค์ใหญ่ 5 ยอด 1 องค์ กับพระเจดีย์อีกเป็นจำนวนมากกับมีศาลาการเปรียญ ผนังก่ออิฐถือปูน มีช่อฟ้าใบระกา หลังคามุงกระเบื้องไทย ภายในมีภาพเขียนสีแบบไทยหรือที่เรียกกันว่า จิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติในปฐมสมโพธิกถา โดยครูแขและคณะเป็นผู้เขียนในรัชกาลที่ 4 ภายในศาลาการเปรียญด้านทิศตะวันตก มีธรรมาสน์สำหรับพระสงฆ์ 4 รูป สวดรับเทศนั่งได้ 4 รูป เป็นสังเค็ตไม้ 1 หลัง สลักปิดทองอีก 1 หลัง ฝีมือประณีตงดงามมาก กล่าวกันว่า เป็นฝีมือช่างครั้งสมัยอยุธยา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปนั่งและยืน โดยมีอาคารมุขด้านทิศใต้เป็นพระวิหารมีขนาดใหญ่สุด ไม่เหมือนวัดทั่วไปที่หันไปทางทิศตะวันออก หมือนกับวัดโพธิ์ที่กรุงเทพ เดิมพระอุโบสถหันหน้าไปทิศตะวันตกยังแม่น้ำเจ้าพระยา ตามการค้าขายสัญจรทางน้ำ ก่อนจะสร้างอุโบสถใหม่ ขนาดใหญ่และหันไปทางทิศมงคลตะวันออก

วัดเชิงท่าอยู่ที่จังหวัดอยุธยา ไปไม่ยากเลย จากกรุงเทพขับรถขึ้นทางด่วนอุดรรัถยามุ่งหน้าไปบางปะอิน ลงทางด่วนแล้วจะเข้าถนนวงแหวนนิดนึงก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 347 ตรงไปจนถึงสี่แยกเข้าตัวเมืองอยุธยา ก็เลี้ยวขวา พอข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนอู่ทองเลียบแม่น้ำไป มุ่งหน้าตลาดหัวรอ ก่อนเข้าตลาดจะมีสะพานเล็กๆข้ามคลองเมือง หรือแม่น้ำลพบุรีเดิม ซึ่งเป็นแม่น้ำสายแยกจากเจ้าพระยาไป วัดเชิงท่ามีหลายแห่ง แต่ที่นี่คือที่บ้านเชิงท่า ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา

ที่นี่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวไทยมากนัก แต่มีไกด์เยอะเหลือเกิน เป็นเด็กนักเรียนชั้นประถม น่ารักมาก พูดจาฉะฉานคล่องแคล่ว แม้นักท่องเที่ยวเป็นชาวต่างชาติ เด็กๆเหล่านั้นก็สามารถเจรจาภาษาอังกฤษ เล่าเรื่องราวของวัดได้อย่างน่าทึ่งทีเดียว

โดดเด่นที่สุดคือศาลาการเปรียญหลังใหญ่ริมน้ำ พื้นไม้กระดานแผ่นใหญ่ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง เป็นภาพเขียนสีแบบไทยที่สวยงามมาก แม้ว่าบางส่วนจะมีสภาพไม่สมบูรณ์นัก รวมไปถึงคราวที่ถูกอภิมหาอุทกภัยปี 2011 ก็เกิดความเสียหายมากพอควร แต่อีกหลายๆส่วนก็ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์มากแม้ว่าจะมีอายุผ่านมาเป็นร้อยปี

เราค่อยๆเดินเก็บบรรยากาศแบบไม่ต้องรีบร้อนเพราะในวัดมีนักท่องเที่ยวเพียงกลุ่มเล็กๆ จนบ่ายคล้อยก็ขับรถกลับเมืองกรุง

ส่งคำชมเชย :