Review Wat Muen Sarn

Kunakorn Ruksitanondha
2020-10-22 15:32:34

วัดในเชียงใหม่แห่งต่อไปที่จะพาไปเที่ยวกันอยู่แถวๆถนนวัวลายครับ เป็นแหล่งผลิตเครื่องเงินที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่เลยครับ




วัดหมื่นสาร เชียงใหม่


วัดหมื่นสาร ตั้งอยู่บนถนนวัวลาย ต.หายยา ประวัติ วัดหมื่นสาร มีปรากฏตั้งแต่สมัยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ราชวงศ์เม็งราย องค์ที่ 12 ครองนครเชียงใหม่ เมื่อจุลศักราช 804-840 (พ.ศ. 1985- 2021) ในตำนานพระสิลาว่า ในสมัยนั้น พระมหาญาณโพธิอยู่สำราญในวัดป่าแดงที่นั้น พระติโลกราชทรงสั่งให้ หมื่นคำภา เวียงดิน นำเอาพระศิลาไปถวายแด่พระมหาญาณะโพธิในวัดป่าแดง ส่วนพระมหาญาณะโพธิเถระเจ้าก็ให้ทำสักการะบูชาและสรงพระศิลาเจ้าด้วยสุคนธวารี มีประการต่าง ๆ ในขณะยามนั้นห่าฝนอันใหญ่ก็หลั่งไหลลงมาเป็นอันมากก็มีแล ในกาลเมื่อนั้นอำมาตย์ใหญ่ผู้หนึ่งมีนามว่า หมื่นหนังสือวิมลกิตติ เป็นสังฆการีนั้น ก็ให้สร้างวิหารในวัดหมื่นสารแล้วก็ไปอาราธนาเอาพระศิลาเจ้าจากวัดป่าแดงมาประดิษฐานไว้ในวัดหมื่นสาร เพื่อให้จำเริญรุ่งเรืองในพระพุทธศาสนาต่อไปภายหน้า มหาสวามีเจ้าตนเป็นสังฆนายกอยู่ในวัดหมื่นสารมีนามว่า พุทธญาณเถร ก็ไปยังวัดสวนดอกไม้แล้วก็อาราธนาพระสิลาเจ้าไปเพื่อกระทำสักการะบูชาแล้วนิมนต์กลับมาวัดหมื่นสารดังเดิมนั้นแล



แสดงให้เห็นว่าวัดหมื่นสารมีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าติโลกราชแล้วและคงเป็นวัดสำคัญเพราะเจ้าอาวาสเป็นถึงชั้น “มหาสวามีสังฆนายก” (เทียบเท่าสมเด็จพระสังฆราชในปัจจุบัน)



นอกจากนี้ยังปรากฏในพงศาวดารโยนก ฉบับหอสมุดแห่งชาติหน้า 401 บรรทัดที่ 10 กล่าวว่า ลุศักราช 884 (พ.ศ. 2065) พระเจ้าอาทิตยวงศ์ เสวยราชสมบัติ ณ กรุงเทพมหานครศรีอยุธยา (พระอาทิตยวงศ์แห่งกรุงศรีอยุธยา ในเรื่องภาพยนต์เรื่องสุริโยไท) แต่งราชทูตมาสืบทางราชไมตรีพระเจ้าเชียงใหม่จัดการรับรองราชทูตพอสมควรแปลพระราชสาส์นยังวัดหมื่นสารดังนี้ ซึ่งในสมัยนั้นตรงกับสมัยพระเมืองแก้ว ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 14 แห่งราชวงศ์เม็งราย และในตำนานวัดต่าง ๆ (ธรรมก้อมหรือธรรมประวัติเรื่องสั้น) จารไว้ในใบลานด้วยอักษรพื้นเมืองซึ่งพระมหาหมื่นญาณวุฑฒิ วัดเจดีย์หลวง ได้กล่าวถึง การตั้งชื่อวัด คำว่า “ หมื่นสาร ” ไว้ว่า ศักราช 888 (พ.ศ. 2069) สมัยแผ่นดินพระเมืองเกษเกล้า กษัตริย์นครพิงค์ องค์ที่ 15 แห่งราชวงศ์เม็งรายธานี แห่งแคว้นลานนาไทย สมัยนั้นมีเสนาอามาตย์ ผู้หนึ่ง ชื่อวิมลกิตติ (นายทหารยศชั้นหมื่น) ได้ฐาปนาพระอารามนี้ขึ้น โดยมีบาลีกล่าวไว้ซึ่งแปลได้ว่า อาวาสนี้ อันหมื่นวิมลกิตติ ผู้เป็นมหาโยธา (ทหารผู้ใหญ่) ในนครนี้ตั้งไว้แล้วสำหรับหมื่นวิมลกิตตินี้มีชื่อปรากฏอยู่หลายแห่งหลายสมัยหลายกษัตริย์ด้วยกัน เมื่อสร้างวิหารเพื่อประดิษฐานพระศิลานั้นอยู่ในสมัยพระเจ้าลกติโลกราช และปรากฏในศิลาจารึกวัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) เมื่อสร้างวัดร่ำเปิง เป็นสมัยพระเจ้ายอดเชียงราย และเมื่อฐาปนาอารามวัดหมื่นสารครั้งหลังนี้อยู่ในสมัยพระเมืองเกษเกล้าดังกล่าว ชื่อเต็มของท่านมีชื่อว่า “ หมื่นหนังสือวิมลกิตติสิงหละราชมนตรี ” เป็นสังฆการีและเกี่ยวกับการรับรองราชทูตและแปลพระราชสาส์น ท่านได้อุปถัมภ์วัดหมื่นสารมาตลอด วัดนี้จึงได้ชื่อว่า “วัดหมื่นสาร”



ในอดีตวัดแห่งนี้เคยเป็นคลังเก็บเสบียง อาวุธ และเป็นที่พักสำหรับทหารบาดเจ็บของกองทัพญี่ปุ่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆ วัด ทหารเหล่านี้ยังสอนภาษาญี่ปุ่น และมอบอาหารให้แก่เด็กๆ หลังกองทัพญี่ปุ่นแพ้สงคราม จึงนำอาวุธสงครามหลายชิ้นทิ้งลงในน้ำบ่อหลวงภายในวัด ฯลฯ



พระอุโบสถ เป็นสถาปัตยกรรมล้านนาประยุกต์ยกพื้นสูง สร้างขึ้นเมื่อปี 2534 หน้าบันประดับด้วยลายปูนปั้นพรรณพฤกษา โดยรวมมีลักษณะคล้ายกับพระวิหารขนาดย่อส่วน


พระวิหาร เป็นสถาปัตยกรรมล้านนาประยุกต์ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก หน้าบันประดับด้วยปูปั้นลวดลายละเอียดประณีต ซุ้มประตูทางเข้า 3 ทาง ซุ้มที่อยู่ตรงกลางจะมีขนาดใหญ่กว่าด้านข้างทั้งสองด้าน บนผนังด้านหน้าประดับด้วยจิตกรรมฝาผนังเต็มผนัง


พระเจดีย์ ตั้งอยู่บนฐานสูง มีบันไดทอดสูงขึ้นไปจนถึงซุ้มทั้งสี่ทิศ เหนือซุ้มเป็นองค์ระฆังทรงกลมศิลปะแบบพม่า




Send compliment :