Review Nan National Museum

ป๋าเดฟ พ่อหมีน้อย
2012-08-13 09:56:45

ออกจากวัดพระธาตุช้างค้ำ เราก้อข้ามฝั่งมายังพิพิธภัณฑสถานแห่งนี้ครับ เดินหาทางเข้าอยู่นานเหมือนกัน ก่อนจะมาถึงตัวอาคารทรงไทยก่อนอิฐถือปูนหลังคาสีเขียวหลังนี้ ซึ่งเคยเป็นที่อยู่ของอดีตเจ้าผู้ครองนครน่านมาก่อน ต่อมาก้อเคยใช้เป็นศาลาว่าการเมืองน่าน และกลายมาเป็นพิพิธภัณฑเมืองน่านในที่สุด ด้านหน้าจะเป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์ พระเจ้าสุริยพงศ์ผลิตเดช ผู้เป็นเจ้าของหอคำแห่งนี้

เราต้องซื้อบัตรเข้าชมด้วยครับ คนไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท พร้อมกันคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ว่า ห้ามส่งเสียงดัง และห้ามถ่ายรูป (อดเลย) พิพิธภัณฑ์ที่นี่มี 2 ชันครับ เริ่มด้วยการเดินชมด้านล่างกันก่อน ซึ่งจะแสดงเรื่องราวชาติพันธ์วิทยาของชาวน่าน ทั้งชนเผ่า บ้านเรือน เสื้อผ้าการแต่งกาย และวิธีชีวิตของคนเมืองน่าน ตั้งแต่ครั้งเก่าก่อน หลายสิ่งหลายอย่างก้อยังมีให้เห็นในปัจจุบัน หลายสิ่งหลายอย่างก้อคงเห็นแต่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้ว ย้อนให้เห็นอดีตของตัวเองเช่นกัน (แต่ผมเป็นคนใต้นะ)

จากนั้นก้อขึ้นชั้น 2 ครับ ชั้นนี้จะจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์น่าน เช่นผังรายชื่อเจ้าผู้ครองน่านในแต่ละราชวงศ์ ในเห็นถึงการเปลี่ยนราชวงศ์กันไปมา ก้อคล้ายๆ กับอีกหลายๆ เมือง นึกภาพอย่างเช่นอยูธยาก้อมีหลายราชวงศ์เช่นกัน

นอกจากนี้แล้วยังมีวัตถุโบราณต่างๆ จัดแสดงด้วย เช่น เครื่องเงิน เหรียญตรา เครื่องถ้วยชาม รูปถ่ายโบราณ แล้วยังมีศิลาจารึกหลักที่ 64 อักษรสุโขทัย กล่าวถึงการกระทำสัตย์สาบานช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อเกิดศึกสงครามระหว่างเจ้าพระยาผากอง เจ้าผู้ครองนครน่าน และพระมหาธรรมราชาที่ 2 กษัตริย์แห่งสุโขทัย และศิลาจารึกหลักที่ 74 อักษรธรรมล้านนา กล่าวถึงพญาพลเทพกุรไชย เจ้าเมืองน่าน ได้ทำการบูรณะพระมหาวิหารให้วัดหลวงกลางเวียง (วัดช้างค้ำ)

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก้อคือ งาช้างดำ ซึ่งเป็นปูชนียวัตถุคู่เมืองน่าน เป็นงาปลี ยาว 94 ซม. เปลือกสีน้ำตาลเข้ม ส่วนปลายมน มีจารึกอักษรธรรมล้านนา ภาษาไทย กำกับไว้ว่า "กิ่งนี้หนักหนึ่งหมื่นห้าพัน" หรือประมาณ 18 กิโลกรัมนั่นเองครับ

สุดท้ายก้อออกมานั่งรอเพื่อนๆ ที่ด้านหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นแผ่นขนาดใหญ่ ใหญ่มากกกกกกก ซึ่งคงหั่นจากต้นไม้ (หั่นแบบกลมๆ นะครับ) ผมว่าคงมากกว่า 10 คนโอบละครับ...

ลุงซุป เชียงใหม่
Sent a compliment Thank you on 2014-08-08 10:43:27
Send compliment :