รีวิว เกาะช้าง

ป๋าเดฟ พ่อหมีน้อย
2012-10-24 22:25:13

ตอนที่ 1 :: ทริปนี้ขอเริ่มจากท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้าง เฟอร์รี่ (อ่าวธรรมชาติ) ก็แล้วกันนะครับ ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2555 เวลาประมาณเกือบๆ เที่ยง เราซื้อตั๋วเพื่อขึ้นเรือกันเพื่อไปยังเกาะช้าง เป้าหมายการเดินทางทริปวันหยุดยาวของเรา ค่าตั้วคนละ 80 บาท ถ้าเอารถขึ้นด้วยก็คันละ120 บาท เรามากัน 5 คน กับรถ คัน ก็จ่ายไป 520 บาท แล้วจึงนำรถขึ้นเรือ และลงจากรถเพื่อขึ้นไปชั้นบนขึ้นเรือ เพื่อหาที่นั่ง บางคนก้อยกกล้องถ่ายรูป ขึ้นมาเก็บภาพบรรยากาศ ซึ่งผมเองก็ไม่เคยพลาดเช่นกัน มองไปข้างหน้า เห็นเกาะช้างอยู่ไกลๆ

ความรู้เพิ่มเติม : เรือเฟอร์รี่เกาะช้าง ลักษณะคล้ายเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากไปเกาะสมุย เป็นเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น สามารถบรรจุผู้โดยสารได้ 300 คน รถยนต์ 40 คัน และมีอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยครบครัน สะดวก สบาย ปัจจุบัน ท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้าง มีการปรับปรุงตัวเรือให้มีความทันสมัยมากขึ้นและมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น มีน้ำ และอาหารบริการบนเรือ ห้องน้ำปรับเปลี่ยนให้มีความสะอาดมากขึ้น และสามารถแล่นได้เร็ว โดยใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้นก็ถึงเกาะช้างแล้ว เพราะทำเลที่ตั้งอยู่ในจุดที่แคบที่สุด ระหว่างเกาะช้างกับแผ่นดินใหญ่

ใช้เวลาข้ามไปถึงเกาะช้างประมาณ 30 นาทีเราก็ข้ามมาถึงเกาะช้าง (ไวมาก) ตรงท่าเรือตรงอ่าวสับปะรด เราเดินทางต่อมาอีก 15 นาทีมาถึงที่พักเพื่อทำการเช็คอินที่ (1) “เกาะช้างแกรนด์ออร์คิดแอนด์สปา” รีสอร์ทหรูไทยล้านนาสไตล์บาหลีการ์เดนท์วิว ที่เราจะใช้เป็นที่พักหลับนอนกันถึง 3 วัน 2 คืน ต้องบอกว่ารีสอร์ทนี้ไม่ติดทะเลนะครับ ซึ่งเราจ่ายค่าที่พักกันคนละ 2990 บาท ซึ่งรวมทริปเที่ยวเกาะช้างที่ทางรีสอร์ทจัดให้ด้วย เรามาถึงที่รีสอร์ทกันตอนประมาณซํกบ่ายโมงน่าจะได้ ซึ่งทริปที่รีสอร์ทจัดให้วันนี้ เริ่มตอนบ่าย 3 โมง หลังจากที่เก็บข้าวของเข้าที่พักแล้วเราจึงขับรถตระเวณหาอะไรทานรองท้องกันก่อน และสุดท้ายก้อจบที่ร้านส้มตำนั่นเอง

ได้เวลาบ่าย 3 โมงเราก็ขึ้นรถตู้ของรีสอร์ท เพื่อตระเวนรอบเกาะกัน โดยเริ่มต้นที่การสักการะ (2) “ศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง” ซึ่งคนที่เผ้าที่นี่บอกว่า ถ้าใครมาเกาะช้างแล้วไม่มาที่นี่ ถือว่ายังมาไม่ถึง (เย้ ผมมาถึงแล้ว) ต่อจากนั้นเราจึงหัวรถมาต่อที่ (3) “หาดทรายขาว” ซึ่งคนขับรถบอกว่า ให้เล่นน้ำที่นี่ อีก 5 โมงเย็นจะมารับ ต้องบอกว่าที่นี่หาทางหาดยากมากครับ เพราะถ้าคนขับรถไม่พามา เราคงหากันเองไม่เจอ เพราะมีแต่สิ่งปลูกสร้างบดบังชายหาดไว้หมดเลย เราลงมาเดินริมทะเลได้แปบเดียว เลยตัดสินใจกันว่า ยังไม่ลงเล่นน้ำทะเลกันดีกว่า เพราะพรุ่งนี้เราต้องเจอน้ำทะเลเต็มๆ จากทริปดำน้ำอยู่แล้ว จึงโทรหาคนขับรถ เพื่อให้พาเราไปที่อื่นกันก่อน (ซึ่งอยู่นอกโปรแกรม ซึ่งคนขับรถสั่งเราห้ามพูดเรื่องนี้ที่รีสอร์ท) คนขับรถแนะนำให้เราไปชมน้ำตกคลองพลู ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหาดทรายขาวมากนัก

เมื่อมาถึง (4) “น้ำตกคลองพลู” เราจ่ายเข้าชมให้กับอุทยานกันคนละ 40 บาท ก่อนรีบลงเดินเท้าเพื่อเข้าไปชมน้ำตกกัน เพราะใกล้ 5 โมงเย็นเต็มที เพราะทางอุทยานเปิดให้ชมน้ำตกกันถึงแค่เวลา 5 โมงเย็นเท่านั้น ส่วนรายละเอียดน้ำตก ขอเก็บไปเล่าให้ฟังตอนรีวิวน้ำตกคลองก็แล้วกันนะครับ

5 โมงเย็นปุ๊บ รถก้อมารับเราเพื่อไปที่สุดท้ายของวันนี้ นั่นก็คือ (5) “จุดชมวิวไก่แบ้” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะช้าง เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่นอกจะได้เห็นบรรยากาศยามเย็นของเกาะช้าง เพราะวิวเกาะน้อยใหญ่ด้านหน้า อย่างเช่น เกาะมันใน เกาะมันนอก เกาะปลี และเกาะหยวก ก่อนจบทริปวันแรกที่สระว่ายน้ำของรีสอร์ท และมื้อค่ำที่รีสอร์ท (ขอบอกว่ามีเรื่องเล่าด้วย แต่เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังในรีวิวเกาะช้างแกรนด์ออร์คิดแอนด์สปานะครับ :) ไปอ่านต่อกันตอนที่ 2 ต่อนะครับ

ส่งคำชมเชย :