รีวิว ลาทอสคาน่ารีสอร์ท

พาไป เที่ยวที
2011-11-21 11:41:41

“ อิตาลี “ เป็นประเทศในฝันของใครหลายคนรวมทั้งดิฉันด้วยค่ะ เพราะหลงไหลกับบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติก มีทั้งทะเลสาบ ภูเขา แสงแดดอันอบอุ่นในตอนเช้า  บ้านเรือนที่สวยและมีเสน่ห์เมื่อมองไปทั้งเมืองจะเห็นบ้านสไตล์แบบเดียวกัน  แต่ว่า!!!!  ไม่มีตังค่าตั๋วเครื่องบินค่ะ (ปัญหาใหญ่ระดับชาติ ) จนได้ดูรายการ SME ตีแตก ทางช่อง 5   ก็อยากจะร้องดังๆว่า  โอพระเจ้า เมืองไทยก็มีรีสอร์ทสไตล์อิตาลีด้วย  แถมเขาบอกว่ามีภูมิประเทศคล้ายคลึงกับบรรยากาศของ Tuscany เมืองชนบทในอิตาลีตอนกลาง โอว้าว!!!   ไม่ต้องเสียค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว....ค่ะ อย่างนี้ต้องไปค่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลาและตรงกับวันหยุดต่อเนื่อง  เราไปสัมผัสความเป็นอิตาลี ในสไตล์ ไทยแลนด์<br/>     โทรไปสอบถามห้องแบบธรรมดาๆ ปรากฎว่าเติม  ด้วยความที่อยากไปมากๆๆ จึงกัดฟันจองห้องพักแบบ Penthouse Suite   ห้อง Quilt   ไปค่ะ  เพราะยังอยู่ในช่วง  High Season   ราคาก็เลยแพงขึ้นมานิดหนึ่งแต่ก็พอสู้ราคาไหว ราคาห้องพัก   5,500 บาท พักได้ 2 คน รวมอาหารเช้า  ( เขาจะแบ่งการจองห้องออกเป็นช่วง  Low Season ,  High Season ,วันอาทิตย์ - พฤหัสบดี  ,วันศุกร์ - เสาร์ ราคาจะต่างกันอยู่ประมาณ  500 บาทค่ะ ) เมื่อวันเดินทางมาถึงตื่นเต้นมากๆว่าบรรยากาศและห้องพัก จะเหมือนที่ดูในเว็บและในรายการหรือเปล่า อาจจะไม่เหมือนเป๊ะแต่ขอบอกว่าไม่ผิดหวังเลยค่ะ  ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศแบบชนทบที่เงียบและสงบ  มีกลิ่นไอความเป็นอิตาลีในแบบไทยๆ  และล้อมรอบไปด้วยภูเขาลงตัวแบบสุดๆๆ  เช็คอินเรียบร้อยแล้วเราก็พร้อมที่จะเข้าสำรวจห้องพักกัน  ห้องพัก Quilt จะอยู่บนห้องพักแบบ Spa Suite บันไดทางขึ้นน่ารักมากๆเลยค่ะ  พอเปิดประตูเข้าไป โอ้..ว้าว....อลังการงานสร้างมากๆ   ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอนแบบเตียงเดี่ยวที่อยู่ติดหน้าต่างของห้องพัก  มุมนั่งเล่นที่มีหมอนอิงสีแจ่มๆ  ทีวีจอแบน   ตู้เย็นที่มีน้ำอัดลมแทบจะแข่งกันกับตู้แช่ของ  7-11 เลยค่ะ( น้ำอัดลมจ่ายตังค์เพิ่มค่ะ) ห้องน้ำที่ใหญ่พอๆกับห้องนอน  และที่สำคัญมีอ่างจากุชชี่กลางแจ้งที่อยู่บนดาดฟ้าของบ้าน    และบนดาดฟ้ายังมีมุมไว้จัดปาร์ตี้ด้วยค่ะ ส่วนเฟอร์นิเจอร์เกือบทุกชิ้น เป็นฝีมือและพรสวรรค์ของคนในชุมชนอันนี้พี่ ๆ เขาบอกมาค่ะ เมื่อสำรวจห้องพักจนเป็นที่พอใจแล้ว เราก็พร้อมจะสำรวจรอบๆรีสอร์ทกันแล้ว.......  เราจึงมุ่งหน้าไปหาน้องแพะเพื่อให้อาหาร   เล่นกับน้องแพะและถ่ายรูปกันจนอิ่มแล้ว  ลำดับต่อไปก็แวะบริเวณสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านในสุดของรีสอร์ท มีเคาน์เตอร์บาร์เล็ก ๆ และมีมุมนั่งเล่นให้เราได้ชมวิวด้วย นั่งกินบรรยากาศแถวสระน้ำจนอิ่มแล้ว   กระเพาะของเราก็ร้องหาอาหารทันที  ส่วนอาหารมื้อเย็นของเราก็คือ ทอดมันกุ้ง  ไข่เจียวหมูสับ  ต้มยำทะเลน้ำข้น  และเมนูพิเศษยำเห็ดโคนญี่ปุ่น ( พนักงานแนะนำค่ะ ส่วนราคาอาหารจำไม่ได้เพราะว่าไม่ได้จ่ายเองกินอย่างเดียวค่ะ )  <br/><br/>และแล้วสิ่งที่เรารอคอยก็มาถึงไม่ว่าจะเป็น.... "ท่านจะได้เห็นพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ภูเขาหน้าบ้าน"  ในเว็บบอกมาอย่างนั้น   เราก็ตั้งหน้าตั้งตารอกันเลยค่ะพูดได้คำเดียวว่าสวยสมคำล่ำลือจริงๆ  และที่รอคอยอีกอย่างก็คือ การนอนแช่น้ำในอ่างน้ำพร้อมกับนอนชมดาวในอ่าง ถึงจะหนาวแต่ก็คุ้มค่ากับความสวยและโรแมนติก ถ้าจะให้ได้อารมณ์มากกว่านี้ต้องจุดเทียนรอบๆอ่างด้วยค่ะ  โรแมนซ์อย่าบอกใครเลยค่ะ  ส่วนตอนเช้าอากาศดีมากจนต้องตื่นมารับโอโซนบริสุทธิ์   มีน้ำค้างและหมอกลงนิดๆๆ เราจึงแอบไปจิกจักรยานที่ข้างหลัง Lobby  แฮ่ ๆ เขามีให้บริการฟรีค่ะ ปั่นออกกำลังกายตอนเช้าสดชื่นสุดๆๆ นอกจากจักรยานแล้วยังมี ATV   และมีกิจกรรมให้เราทำอีกมากมาย<br/><br/>สรุปแบบเข้าข้าง “ ลาทอสคานา “ ประทับใจทุกอย่างของเขาไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศทั้งรอบรีสอร์ทและภายในห้องพัก  ที่สุดของที่สุดก็คงต้องยกให้กับอ่างน้ำจากุซซี่แบบโอเพ่นค่ะได้ใจเต็มๆๆ และคุ้มค่ากับค่าที่พักมาก "ไม่ต้องทำพาสปอร์ต" "ไม่ต้องขอวีซ่า" "ไม่ต้องจองตั๋วเครื่องบิน" ให้มันยุ่งยาก เราก็ได้ไปถึงเมืองเล็กแถวชนบทในประเทศอิตาลีได้ อาจจะไม่เป๊ะ( คงขาดทะเลสาบ ) แต่เราก็สามารถสัมผัสมันได้ หรือถ้าโครนึกไม่ออกว่ารีสอร์ทเป็นอย่างไงก็เขาไปชม

ส่งคำชมเชย :