รีวิว อะโลฮา โฮมสเตย์

นราวดี มหาปัน
2011-11-21 12:50:15

ถ้าอยากไปเที่ยวแบบธรรมชาติสุดๆก็ที่นี่เลยค่ะ อะโลฮา โฮมสเตย์ ที่ถูกซ่อนตัวอยู่ในป่าชายเลน กลางแม่น้ำล้อมรอบไปด้วยต้นไม้นานาชนิด การเดินทางก็ไม่ได้สบายเท่าไหร่ค่ะ เริ่มจากกรุงเทพฯ เข้าทางด่วนมอเตอร์เวย์ เลี้ยวลงสายชลบุรี-บ้านบึง วิ่งไปเรื่อยๆเลี้ยวขวาไปแกลง วิ่งไปอีกเรื่อย ๆ ถึงแยกอำเภอแกลงเลี้ยวซ้ายไปจันทบุรีแต่ตรงไปน่ะค่ะ ไม่ต้องเข้าตัวจังหวัดจันทบุรี ไปจนถึงแยกปากแชงให้เลี้ยวขวาตามป้ายจังหวัดตราด หรืออำเภอขลุง วิ่งตรงไปอีกประมาณ 13 กิโลเมตร จะถึงแยกแหลมสิงห์ ตรงกับศูนย์วิจัยการเกษตรให้เลี้ยวขวาเข้าทางแหลมสิงห์ค่ะ ตรงไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตรถึงโรงพยาบาลแหลมสิงห์ เลยโรงพยาบาลไปหน่อยถึงสามแยกจะมีป้ายเกาะเปริด วัดเทพขาหยั่ง และป้าย ALOHA ให้เลี้ยวซ้านเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร เจอป้ายชาวตำบลหนองชิ่มยินดีต้อนรับเป็นป้ายไม้ใหญ่แบบไทย ๆ ให้เลี้ยวซ้านเข้าไปเลยค่ะ ตรงเข้าไปเรื่อยๆจะมีป้าย ALOHA และป้ายวัดเทพขาหยั่งเป็นระยะ แต่ต้องทำใจนิดนึงน่ะค่ะว่าถ้าเข้ามาเส้นนี้แล้วถนนจะเป็นลูกรังและมีหลุมพอสมควรเลยล่ะค่ะ แต่ตรงเข้าไปก็ดูป้ายเรื่อยๆน่ะค่ะ สุดท้ายก็จะต้องข้ามสะพานแม่น้ำแล้วตรงไปอีกนิดจะถึงวัดเทพขาหยั่งด้านซ้ายมือ เราก็เลี้ยวขวาเข้าที่จอดรำได้เลยค่ะ เป็นโรงจอดรถธรรมดาน่ะค่ะ แต่ก็มีหลังคาค่ะ ทาง ALOHA เค้าก็จะมีเรือมารับเราไปที่พักนั่งเรือชมธรรมชาติแค่ 5 นาทีก็ถึงแล้วล่ะค่ะ<br/><br/>พอมาถึงที่โฮมสเตย์ก็หายเหนื่อยจากการเดินทางแล้วล่ะค่ะ ด้วยความเป็นกันเองของเจ้อ๋า เจ้าของโฮมสเตย์ และธรรมชาติที่สุดจะบรรยายของที่นี่ โฮมสเตย์แห่งนี้จะต้องนั่งเรือมาเท่านั้นน่ะค่ะเพราะไม่มีถนน อยู่ท้ามกลางธรรมชาติจริงๆ ค่ะ ล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำ เต็มไปด้วยต้นโกงกางและสัตว์น้ำนานาชนิด บ้านพักของที่นี่จะมีประมาณ 10-15 หลังเห็นจะได้ค่ะ เป็นกระต๊อบแบบธรรมชาติ หลังคามุง แต่ก็มีมุ้งลวดให้น่ะค่ะไม่ต้องกลัวว่ายุงจะกัด มีที่นอน หมอน มุ้ง พัดลม ให้ด้วยค่ะ แต่จะไม่ได้หรูหราอะไรน่ะค่ะเค้าจะเน้นธรรมชาติค่ะ แถมหน้าบ้านยังมีระเบียงเป็นมุมพักผ่อนไว้ชื่นชมธรรมชาติอีกด้วยค่ะ มองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าและพระอาทิตย์ตกในยามเย็นอย่างสวยงามเลยค่ะ<br/><br/>ตอนแรกที่มาที่นี่คิดว่าคงได้แค่ชื่นชมธรรมชาติเท่านั้นคงไม่มีกิจกรรมอะไรมากมาย แต่พอมาถึงที่นี่เข้าจริงๆ มีกิจกรรมให้เราได้สนุกมากมายเลยค่ะ<br/><br/>กิจกรรมแรกกันเลยน่ะค่ะ พอเราเข้าที่พักแล้วทางโฮมสเตย์เค้าก็จะมาติดตั้งเครื่องคาราโอเกะให้เราที่ระเบียงหน้าบ้านค่ะ รับรองร้องกันได้จนถึงเที่ยงคืนเลยล่ะค่ะ ถ้าจะร้องไปด้วยดื่มทานอะไรไปด้วยทางโฮมสเตย์เค้าก็จะมีมินิมาร์ทเล็กๆ ไว้บริการด้วยน่ะค่ะ ครบครันเลยทีเดียวค่ะ<br/><br/>กิจกรรมที่ 2 ก็สามารถพายเรือเล่นได้ค่ะ เค้าจะมีเรือผูกติดไว้หลังบ้านให้เราได้พายเล่นกันด้วยน่ะค่ะ หรือจะว่ายน้ำเล่นก็ได้ค่ะ <br/><br/>กิจกรรมที่ 3 กันเลยน่ะค่ะ นั่งเรือชมการจับปูค่ะ เป็นกิจกรรมที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลยค่ะ บอกได้คำเดียวว่าวิเศษมากค่ะ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ง่ายๆ และไม่ทำลายธรรมชาติด้วยน่ะค่ะ เค้าวางลอบที่ดักปู ซึ่งภายในใส่เหยื่อไว้ เมื่อปูได้กลิ่นคาวของเหยื่อก็จะเข้าไปกินเหยื่อในลอบ แต่ปูจะหาทางออกไม่ได้ก็เลยติดอยู่ในนั้น จากนั้นเค้าก็จะพาเราไปกู้ลอบ คือการนำปูออกจากลอบนั่นเองค่ะ เค้าจะคัดแต่ปูที่ตัวโตเต็มที่เท่านั้นน่ะค่ะ ถ้าตัวไหนยังเล็กอยู่เค้าก็จะปล่อยลงน้ำไปค่ะ แล้วยังมีการสอนเรามัดปูอีกด้วยน่ะค่ะ ยากและหวาดเสียวมากเลยล่ะค่ะเพราะปูตัวใหญ่มากค่ะ<br/><br/>กิจกรรมที่ 4 ก็เป็นการตกปลาค่ะ เราสามารถนำเบ็ดตกมานั่งตกที่บริเวณที่พักได้เลยน่ะค่ะ มีปลาหลากหลายชนิดเลยล่ะค่ะ เจ้อ๋าเจ้าของโฮมสเตย์ บอกเราว่ามีทั้งปลาเก๋า ปลาดุกทะเล ปลากระพง ปลาขนุน ปลาเห็ดโคน และอีกมากมายค่ะ แต่วันที่ไปไม่ได้เอาเบ็ดตกปลาไปก็เลยทำกิจกรรมอื่นแทนค่ะ<br/><br/>กิจกรรมสุดท้ายยามค่ำคืนของที่นี่ก็คือ นั่งเรือชมหิงห้อยค่ะ ตอนแรกก็ยังแปลกใจว่ามีหิงห้อยด้วยเหรอ เพราะไม่เห็นมีต้นลำพู แต่เจ้อ๋าบอกเราว่าบนต้นแสมและต้นโกงกางตามป่าชายเลน ก็มีหิงห้อยค่ะ แต่จะมีเฉพาะเดือน สิงหาคม-กันยายน น่ะค่ะโชคดีมากค่ะเพราะตอนที่ไปเป็นช่วงที่มีหิงห้อยพอดี สวยไม่แพ้หิงห

ส่งคำชมเชย :