Review Prapiganesh National Park

** NokLek ***
2011-11-21 14:10:34

วันหยุดนี้พาท่านพักผ่อนกับอุทยานพระพิฆเนศวรที่ใหญ่ที่สุด  อยู่ที่ จ.นครนายก นี่เองการเดินทางก็แสนจะสะดวกใกล้กรุงเทพฯ เพียง 110 กม. ก็ถึงกันแล้ว วิ่งมาถนนเส้นน้ำตกสาริกาเลยตัวจังหวัดขึ้นมาเพียง 6 กิโลเมตร ถึงแยกไฟแดงแรกเลี้ยวซ้ายเข้าไปเพียง 200 เมตร อยู่ซ้ายมือมีที่จอดรถมากกว่า 1,000 คัน<br/><br/>อุทยานแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปพระพิฆเณศวรขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 9 เมตร สูง 15 เมตร ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สถานที่แห่งนี้จัดสร้างโดย พระราชพิพัฒน์โกศล หรือ หลวงพ่อเณร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม บางขุนนนท์ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ดินล้อมรอบด้วยคลองธรรมชาติ เดิมที่นั้นท่านตั้งใจจะสร้างเป็นบ้านพักคนชรา แต่ต้องพับโครงการไปจนที่ดินถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งท่านเกิดแนวความคิดสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม พร้อมกับการสร้างพระพิฆเนศองค์ใหญ่ พร้อมกับสร้างศาลาที่พักรวมสำหรับผู้มาปฏิบัติธรรมเป็นหมู่คณะครั้งละประมาณ 100 คน ศาลาฝึกอบรมผู้ปฏิบัติธรรม มีสระว่ายน้ำ ซึ่งอาจจะเรียกว่า ศูนย์ปฏิบัติธรรมสไตล์รีสอร์ท และนอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงพระพิฆเนศปรางค์ ต่างๆ ถึง 108 ปรางค์  และ หอมหาเทพ ซึ่งประดิษฐานมหาเทพสูงสุดทั้ง 3 พระองค์คือ พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ  เดี๋ยวเราจะพาท่านเที่ยวไปกับเรา<br/><br/>มาเริ่มกันเลยหลังจากทราบที่มา พร้อมทั้งประวัติกันแล้วนั้น เมื่อจอดรถเสร็จ ผ่านเข้าประตูมาจะเจอรูปั้นยักษ์ตัวใหญ่ๆให้เดินมาตรงศาลาแดงก่อน เข้าไปอ่านป้าย บูชาสักการะ มหาเทพ  ซึ่งมี พระอิศวร ส่วนตรงกลางด้านซ้ายจะเป็น พระศิวะ ต่อจากพระศิวะ ก็จะเป็น พระนารายณ์ องค์ใหญ่เหมือนกัน สวยด้วย และขาดไม่ได้ คือ พระพรหม มาแล้วก็ต้องมาบูชากันนะจ๊ะ เป็นสิริมงคลแก่ตัวดีแท้<br/><br/>หลังบูชาสักการะเรียบร้อยแล้วเมื่อเดินออกมาทำบุญต่ออีกโดยการทำบุญให้ช้าง ให้อาหารช้าง ลอดท้องช้าง ณ อุทยานแห่งนี้จะมีช้างประจำอยู่ 2 เชือก ทั้งฉลาด เเละ เก่งมาก สามารถเป่าเมาท์ออร์แกนได้ด้วย รับรองว่าท่านได้เจอแล้วอมยิ้มแน่นอน <br/><br/>ฟังเมาท์ออร์แกนจากช้างน้อยเรียบร้อยแล้วเรามาต่อกันที่ พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ 108 ปรางค์ กันบ้างดีกว่าในพิพิธภัณฑ์นี้ติดแอร์เย็นฉ่ำไม่ต้องกลัวร้อน ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์นี้มีพระพิฆเนศปรางค์ต่างๆ  แปลกๆ ที่เราไม่เคยเห็นเยอะมาก และที่สำคัญมีปรางค์ที่มาจากอินเดียด้วยสวยดีเป็นสีแดงสด ก่อนออกจากพิพิธภัณฑ์ลืมไม่ได้เลย ทำบุญบูชา พระพิฆเนศประจำวันเกิด  มีให้เลือกครบทุกวัน<br/><br/>และจากนี้เรากำลังจะเข้าถึงองค์ที่ใหญ่ที่สุดกันแล้ว ก่อนถึงจะเจอ “หนูหูทิพย์” ซึ่งตามตำนานความเชื่อของคนชาวปูเน่ประเทศอินเดียที่มีความเคารพในองค์พระพิฆเนศเพื่อให้เกิดความสัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่ขอจึงกระซิบข้างหูหนู (มุสิกะ) ถ้ากระซิบหูช้ายให้เอามือปิดหูขวาไว้ และ ถ้ามากระซิบหูขวาให้เอามือปิดหูซ้ายไว้ โดยหนูจะคอยกราบทูลเตือนพระพิฆเนศให้ประทานความสัมฤทธิ์ผลตามที่ท่านปราถนาไว้ทุกประการ ดังนั้นมาแล้วก็อย่าลืมกระซิบบอกความฝากหนูไปกราบทูลขอพรจากพระพิฆเนศด้วยนะคะจะได้สมหวังดังใจปราถนา<br/><br/>ที่สุดแล้วเรามาบูชาสักการะพระพิฆเนศที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งสวยงามมากองค์ใหญ่มีหน้าตักกว้าง 9 เมตร สูง 15 เมตร ซึ่งด้านหน้าพระองค์จะมีของบูชามากมายสามารถเลือกเพื่อนำไปบูชา  และขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเราและครอบครัวคนนครนายกเค้าว่าที่นี่ศักดิ์สิทธิ์ขอสิ่งใดได้สิ่งนั้นจริงๆ<br/><br/>เอาล่ะสุดท้ายแล้วหลังจากพาท่านเที่ยวชมอุทยานมาดูหน่อยว่่าเค้าเปิดปิดกันตอนไหน เปิดทุกวัน ไม่่มีวันหยุด ตั้งแต่ 08.00 - 18.00 น.สัการะได้ตลอดไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นใด ยกเว้น ท่านศัทธาอยากบูชาพระพิฆเนศวร กลับไปที่บ้านอันนี้แล้วแต่ศัทธาน้อยมากต่าง กันไปนะคะ<br/><br/>บริเวณอุทยานก็มีของกินมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง  ก๋วยเตี๋ยว  ขนมพื้นบ้าน  ไม่ต้องกลัวอดนะคะ คนมากมาย ยิ่งถ้าตรงวัดหยุดล่ะก็ไม่ต้องพูดถึง ต้องการพบกับความศักดิ์ ขอพรเพื่อความสบายใจขอเชิญได้ที่อุทยานพระพิฆเศวร  อ.เมือง  จ.นครนายก นะคะแล้วพบกันค่ะ<br/><br/> <br/>

Send compliment :