อัพเดท เรื่องเที่ยว!

คลินิกทันตกรรมเดนทัลเวิลด์
(3 รีวิว)
รีวิวล่าสุด เมื่อ 24/02/2564
โดย Pop Sompong
พาลูกไปตรวจสุขภาพฟันที่นี่มาครับ เลยได้ทำหลายอย่างตั้งแต่เคลือบหลุมร่องฟัน รักษารากฟันและทำครอบด้วยเลยเพื่อยืดอายุฟันน้ำนมให้อยู่ทันก่อนฟันแท้จะออกมา T_T คุณหมอวรรณภา คุณหมอเด็กที่นี่เก่งและใจดีมาก แนะนำเลยครับ ที่นี่เดินทางสะดวก ผมไปรับลูกที่โรงเรียนแล้วก็รวดไปหาหมอได้ โดยรวมแล้วประทับใจครับ ตัวลูกสาวเองก็จะเริ่มจัดฟันกับคุณหมอดนธยาที่นี่ครับ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน
(2 รีวิว)
รีวิวล่าสุด เมื่อ 23/02/2564
โดย Kunakorn Ruksitanondha
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน ใกล้ประตูป่าสักและวัดเจดีย์หลวงครับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน ก่อตั้งขึ้นในปี พุทธศักราช 2500 เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำแหล่งโบราณคดีเมืองเชียงแสน ทำหน้าที่ในการเก็บรักษาและจัดแสดง โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ได้จากการสำรวจ ขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานในเขตเมืองโบราณเชียงแสน ตลอดจนพื้นที่อื่น ๆ ในเขตจังหวัดเชียงราย สู่สาธารณชน โดยเป็นหน่วยงานในกำกับของกรมศิลปากร อาคารจัดแสดงของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสนเป็นอาคารชั้นเดียว ห้องจัดแสดงเป็นห้องต่อๆกันสามารถเดินวนได้รอบ การจัดแสดงมุ่งเน้นการนำเสนอหลักฐานและข้อมูลที่เกี่ยวกับการตั้งหลักแหล่งของชุมชน ตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์เรื่อยมาจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ ความเป็นอยู่ พื้นที่การจัดแสดงช่วงหลัง นำเสนอเรื่องราวของกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองเชียงแสนและใกล้เคียง หลังจากที่คัดกรองลงทะเบียนและซื้อบัตรสำหรับเข้าชมเสร็จ ก็เข้ามาอยู่ในห้องจัดแสดงกลาง ห้องนี้จัดแสดงลักษณะภูมิศาสตร์ของอำเภอเชียงแสน ประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงแสน เครื่องทองโบราณทีมีลักษณะคล้ายกับเครื่องทองของพม่าในรัชกาลพระเจ้ามินดง ซึ่งพบในป่าใกล้กับโรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอเชียงแสน ประกอบไปด้วย กำไล แหวน ปิ่นปักผม ลานหู (ต่างหู) และส่วนของทับทรวงแบบพม่า เครื่องทองที่พบเหล่านี้สันณิฐานว่าเป็นของใช้ของชนชั้นสูงที่เข้ามาปกครองเชียงแสนก่อนที่จะกลับมาเป็นดินแดนของไทยอีกครั้ง กลางห้องจัดแสดงพระพุทธรูปศิลปะล้านนา 3 องค์ ที่มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 16-23 ที่มีความงดงามและแสดงถึงเทคโนโลยีการหล่อโลหะของช่างในสมัยโบราณ เช่น พระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ จะใช้วิธีหล่อแยกส่วน แล้วนำมาประกอบเข้าด้วยกัน ก่อนทำการตกแต่งด้วยกรรมวิธีลงรักปิดทองจารึกที่มีเนื้อหากล่าวถึงการอุทิศถวายที่ดิน คน เงิน ทอง ให้วัดเก็บเกี่ยวผลประโยชน์และใช้แรงงาน เพื่อเป็นพุทธบูชาและสืบพระพุทธศาสนาที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 21-22 จารึกด้วยอักษรล้านนา และก่อนที่จะเดินเข้าสู่ห้องต่อไปจะมีส่วนจัดแสดงโบราณวัตถุซึ่งเป็นพระพุทธรูปและปูนปั้นประดับเจดีย์วัดป่าสักที่เป็นโบราณสถานที่สำคัญและมีชื่อเสียงของอำเภอเชียงแสน เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าเมืองเชียงแสนได้รับอิทธิพลรูปแบบทางศิลปกรรมจากอาณาจักรพุกาม อาณาจักรสุโขทัย แคว้นหริภุญไชย หรือจีน มาปรับปรุงจนเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งเจ้าของบล็อกจะพาไปชมแบบเต็มๆตาในบล็อกหน้าครับ ห้องจัดแสดงห้องต่อไปเป็นห้องจารึก จัดแสดงจารึกต่างๆทั้งที่พบในอำเภอเชียงแสนเองและอำเภออื่นๆในจังหวัดเชียงราย จารึกส่วนใหญ่จารึกด้วย “อักษรฝักขาม” หรือ “อักษรธรรมล้านนา” ซึ่งเป็นตัวอักษรโบราณที่ใช้กันอย่างทั่วไปในดินแดนล้านนา ส่วนจัดแสดงถัดมาจัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาเมืองเชียงแสน เครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง บริเวณบ้านป่าล้าน บ้านทุ่งม่าน ตำบลหัวฝาย อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เครื่องปั้นดินเผาเชียงแสนจะต่างกับเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลงครับตรงที่เครื่องปั้นดินเผาเชียงแสนจะเป็นเครื่องปั้นดินเผาแบบไม่เคลือบ เนื้อแกร่ง นิยมผลิตเป็นคนโท กระปุก และคนที ในขณะที่เครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลงจะเป็นแบบเคลือบ มีน้ำหนักเบา เนื้อละเอียด และบางกว่าเครื่องปั้นดินเผาจากแหล่งอื่นๆ ส่วนใหญ่จะมีสีขาว เหลืองนวล และสีเทา นิยมผลิตเป็น จาน ชาม แจกัน โถ ผางประทีป บางทีก็พบตัวตุ๊กตา หรือตัวหมากรุกบ้าง เอกลักษณ์เฉพาะตังของเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลงคือ นิยมเขียนลายดอกไม้และกลีบดอกไม้ ซึ่งเรียกว่า “ลายกา” ลายช่อดอกไม้ ลายสัตว์ และลายพรรณพฤกษา เครื่องเขิน (Laccquerwears) ทำจากไม้ไผ่สานหรือไม้ที่มีน้ำหนักเบาให้มีรูปร่างตามการใช้งาน แล้วทำไปทารักและชาด หรืออาจจะทำลวดลายแล้วประดับด้วยทองคำเปลวหรือแผ่นเงินเปลว
ชนบทคาเฟ่
(1 รีวิว)
รีวิวล่าสุด เมื่อ 19/02/2564
โดย Kunakorn Ruksitanondha
ชนบทคาเฟ่ เขาใหญ่ ตั้งอยู่ริมถนนธนะรัชต์เลยครับ ใกล้ทางแยกไปหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดครับ ด้านหน้ามีที่จอดรถเยอะเชียวครับ ชนบทคาเฟ่ เขาใหญ่ เป็นร้านอาหารในรีสอร์ท ( ..... หรือจะเรียกว่ารีสอร์ทในร้านอาหารดี เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของร้านเค้าเน้นอะไร อิอิ) ขนาดใหญ่ ด้านในมีที่นั่งทานอาหารเยอะทีเดียวครับเกือบๆ 20 โต๊ะ มีทั้งที่เป็นโต๊ะที่เหมาะกับการรับประทานอาหารหนักๆ และโต๊ะนั่งสบายๆเหมาะสำหรับทานกาแฟ ด้านนอกในสวนสวยๆก็ยังมีโต๊ะอีกหลายโต๊ะเลยครับ ชนบทคาเฟ่ เขาใหญ่ ต้องไปสั่งเครื่องดื่มและขนมที่เค้าน์เตอร์และชำระเงินก่อนนะครับ พนักงานจะให้เครื่องเรียกคิวมาให้ เครื่องจะส่งเสียงเรียกเมื่อออร์เดอร์พร้อม เราจะต้องบริการตัวเองครับ แต่ถ้าเป็นอาหารหนักจะมีพนักงานมารับออร์เดอร์ที่โต๊ะและเสิร์ฟให้ตามปกติครับ เจ้าของบล็อกชอบการตัวอาคารและการตกแต่งของ ชนบทคาเฟ่ เขาใหญ่ มาเลยครับ อยากจำลองมาสร้างที่บ้านจังเลย ดูแล้วมันโล่งๆ โปร่งๆ สบายๆ ดีมากเลยครับ เจ้าของบล็อกไปนั่งทานที่ร้าน ชนบทคาเฟ่ เขาใหญ่ เป็นเวลา coffee break ตอนเช้านะครับ เลยไม่ได้สั่งอะไรมาทานมากนักเพราะเดี๋ยวก็จะไปทานมื้อกลางวันแล้วครับ เครื่องดื่มที่สั่งก็มี ลาเต้เย็น ชามะนาว มะนาวน้ำผึ้งโซดาเย็น ทั้งหมดจำราคาไม่ได้เลยครับ เครื่องดื่มก็รสมาตรฐานนะครับ แต่กาแฟเข้มดีครับ ใครชอบกาแฟรสเข้มๆเหมือนเจ้าของบล็อกคงชอบครับ เค้กมะพร้าวอ่อน ราคา 120 บาท ร้าน ชนบทคาเฟ่ เขาใหญ่ ใส่ gimmic ลงไปในเค้กมะพร้าวอ่อนด้วยโดยการใช้ใบตองห่อเค้ก จริงๆแล้วเค้กก็อร่อยในระดับหนึ่งนะครับ แต่พอใช้ใบตองห่อเค้กจะมีกลิ่นหอมๆของใบตองด้วยครับก็เลยได้บรรยากาศไทยๆเข้ากันกับเค้กมะพร้าวอ่อนเลยครับ บลูเบอรี่ชีสเค้ก จำราคาไม่ได้ครับ ชิ้นนี้เป็นของหลานสาวของเจ้าของบล็อกครับ นางโปรดชีสเค้กมากๆ ถามไถ่มาแล้วนางบอกว่าอร่อยครับ ชนบทคาเฟ่ เขาใหญ่ เป็นร้านคาเฟ่ ร้านอาหาร และรีสอร์ท ที่มีบรรยากาศน่านั่ง น่าพักผ่อนเป็นอย่างยิ่งครับ
วัดร่องเสือเต้น
(1 รีวิว)
รีวิวล่าสุด เมื่อ 09/02/2564
โดย Kunakorn Ruksitanondha
วันนี้จะกลับมาพาเที่ยววัดเหมือนเกิดครับ อิอิอิ แต่ไม่ใช่วัดเก่านะครับ เป็นวัดที่สร้างด้วยศิลปะสมัยใหม่ สวยงาม เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเชียงราย เรียกได้ว่าใครไปใครมาถึงจังหวัดเชียงรายแล้วต้องมาชมวัดนี้ครับ วัดร่องเสือเต้น เชียงราย วัดร่องเสือเต้น หรือที่เรารู้จักกันในนาม “วัดสีน้ำเงิน” ตั้งอยู่หมู่บ้านร่องเสือเต้น เลขที่ 306 หมู่ 2 ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57100 มีเนื้อที่ทั้งสิ้นบนเนื้อที่ของวัด 6 ไร่ 1 งาน 23 ตารางวา โดยตั้งอยู่ริมแม่น้ำกก ฝั่งด้านซ้ายทางทิศตะวันออกของเทศบาลนครเมืองเชียงราย ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงรายมากนัก จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่เล่าว่าเคยเป็นวัดร้าง สำหรับที่มาของชื่อ “ร่องเสือเต้น” ก็มาจากการที่บริเวณวัดร้างไม่มีบ้านเรือนและผู้คนอาศัยอยู่มากนัก จึงมีสัตว์ป่าจำนวนมากโดยเฉพาะเสือ ชาวบ้านที่ผ่านแถวนั้นมักชอบเห็นเสือกระโดดข้ามร่องน้ำไปมา จึงเรียกบริเวณนี้ต่อๆกันมาว่า “ร่องเสือเต้น” รวมทั้งได้เรียกหมู่บ้านใกล้เคียงบริเวณนี้ว่า “บ้านร่องเสือเต้น” วัดร่องเสือเต้นถูกสร้างขึ้นเนื่องจากชาวบ้านร่องเสือเต้นไม่มีที่ทำบุญในหมู่บ้าน เวลาทำบุญในวันสำคัญต้องไปทำบุญที่วัดอื่นที่อยู่ไกลออกไป ทำให้คนในหมู่บ้านต่างกระจัดกระจายกันไปไม่มีศูนย์กลางเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ จึงได้ร่วมกันบูรณะวัดร้างแห่งนี้เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านร่องเสือเต้นและเป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในวันสำคัญ ให้ชื่อว่า “วัดร่องเสือเต้น” วัดร่องเสือเต้น สร้างและออกแบบโดยศิลปินพื้นบ้านชาวเชียงราย นายพุทธา กาบแก้ว หรือที่คนรู้จัดในนาม สล่านก หลังจากที่จบการศึกษาใหม่ๆก็มีโอกาสได้มาเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ในการสร้างวัดร่องขุ่น จนได้ซึมซับศิลปะแนวพุทธศิลป์มาจากอาจารย์เฉลิมชัย เรียกว่าเป็นศิษย์ก้นกุฏิเลยก็ว่าได้ ได้ดำเนินการสร้างวิหารวัดร่องเสือเต้นเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2548 โดยมีขนาดกว้าง 13 เมตร ยาว 48 เมตร และสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2559 รวมใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จถึง 11 ปี โทนสีที่ใช้ในการสร้างถาวรวัตถุภายในวัดเป็นโทนสีน้ำเงินฟ้าตัดกับสีทองเพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับวัดโดยสีน้ำเงินฟ้านั้นแสดงถึงธรรมะขององค์สมเด็จพระพุทธเจ้าที่ขจรขจายไปทั่วโลก ซึ่งเป็นหลักคำสอนที่เป็นความจริงตามหลักเหตุและผล เปรียบเสมือนดังท้องฟ้าที่สดใส เป็นศิลปะแนวพุทธศิลป์ร่วมสมัยที่แฝงด้วยธรรมของพุทธองค์ ที่หน้าประตูวัดมีทวารบาล ถัดมาเป็นวงเวียนหน้าพระวิหารที่จัดสร้างเป็นพระอุปคุต พระอัครสาวกของพระพุทธเจ้า ส่วนพญานาคที่อยู่หน้าวิหาร สล่านก ได้รับอิทธิพลจากศิลปะของอาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี ที่เน้นลักษณะโครงสร้างที่เข้มแข็ง เขี้ยวเล็บแหลมคมดูน่าเกรงขามแต่มีความอ่อนช้อยในแบบล้านนา พระวิหารแห่งนี้ให้นิยามว่าเป็นทิพยสถาน คือ เป็นการสรรเสริญพระพุทธเจ้าทั้งในรูปแบบของประติมากรรมและจิตรกรรม เมื่อคนเข้าไปมีจิตใจดีก็จะรักษาศีลก่อให้เกิดสมาธิ และปัญญาตามมา มีประติมากรรมบันไดพญานาคที่ใช้เฉดสีเดียวกันนั้นมีความชดช้อยและลวดลายแตกต่างจากประติมากรรมทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะช่วงเขี้ยวของพญานาคมีความพลิ้วไหวอ่อนช้อย ภายในวิหารมีผลงานจิตรกรรมภาพวาดฝาพนังเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ โดยใช้เฉดสีน้ำเงินฟ้ามีลวดลายที่อ่อนช้อยงดงาม พระประธานปรจำพระวิหารเป็นพระพุทธรูปสีขาว สูง 6.50 เมตร หน้าตักกว้าง 5 เมตร สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายกได้ประทานพระนามว่า “พระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ” ซึ่งเป็น โดยมีพระรอดลำพูนจำนวน 88,000 องค์ และแก้วแหวนเงินทองหลายสิ่งถูกฝังอยู่ใต้พระพุทธรูป รวมทั้งบริเวณพระเศียรได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ด้วย ด้านหลังวิหารมีพระพุทธรูปสีขาวปางห้ามญาติองค์ใหญ่ประดิษฐานตรงด้านหลัง ถัดไปคือ “พระธาตุเกศแก้วจุฬามณีห้าพระองค์” มีความสูง 20 เมตร โดยยอดขององค์พระธาตุได้บรรจุพระบรมสาริกธาตุ จากสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินาย
แพรเพียงพอ
(1 รีวิว)
รีวิวล่าสุด เมื่อ 04/02/2564
โดย Kunakorn Ruksitanondha
ร้านอาหารร้านนี้จะเป็นร้านอาหารลำดับที่รองบ๊วยจากทริปเชียงรายนะครับ เป็นร้านอาหารที่ประทับใจในระดับหนึ่ง (ส่วนร้านอาหารในเชียงรายร้านสุดท้ายเป้นร้านที่ไม่ประทับใจเลย แต่ที่เอามาโพสเป็นร้านท้ายๆก็เพราะว่าไปทานคืนสุดท้ายที่อยู่ในเชียงรายครับ) แต่คุณนายแม่กับหลานสาวตัวดีประทับใจมากครับ จะประทับใจยังไงลองติดตามดูครับ แพรเพียงพอ เชียงราย ร้าน แพรเพียงพอ เชียงราย ตั้งอยู่บริเวณตำบลบ้านดู่ แถวๆมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงรายครับ เจ้าของเปิด Google map ไปเลยครับ รับรองถึงแน่ๆครับ ร้าน แพรเพียงพอ เชียงราย เป็นร้านอาหารสำรองในลิสต์ที่ทำเอาไว้ก่อนเดินทางไปเที่ยวเชียงรายครับ วันที่ไปทานอาหารที่ร้าน แพรเพียงพอ เชียงราย เป็นคืนสุดส้ายที่จะอยู่ในเชียงราย หลานสาวอยากไปร้านเอกโอชาอีกเพราะติดใจเป็ดย่าง แต่ลูกทัวร์คนอื่นๆสั่นหัวเพราะเบื่อแล้วไปมาติดๆกัน 2 ครั้งแล้วก็เลยจะเปลี่ยนไปกินที่ร้านอื่นบ้าง เลยเลือกร้าน แพรเพียงพอ เชียงราย ขึ้นมาจากในลิสต์ที่ทำไว้ครับ เหตุผลหลักๆที่เลือกร้าน แพรเพียงพอ เชียงราย เพราะร้าน แพรเพียงพอ เชียงราย มีเมนูที่หลากหลายให้เลือกและดูจากรีวิวแล้วร้านสวยมากๆครับ เราไปทานที่ร้าน แพรเพียงพอ เชียงราย ในคืนวันอังคารครับ ที่ร้านจึงเงียบๆนิดนึงครับ แต่ที่ร้านก็มีนักร้องมาร้องเพลงกับคาราโอเกะแทบทุกวัน เจ้าของร้านออกมารับออร์เดอร์เองแล้วเลยยืนโอภาปราศรัยต่อ แล้วก็ชวนหลานสาวตัวดีออกไปร้องคาราโอเกะ ........... ชวนได้ถูกคนมาก เพราะหลานสาวตัวดีเป็นนักร้องของวงดนตรีโรงเรียนที่นางเรียนอยู่ นางจึงไม่ขัดเขินเดินขึ้นเวทีแบบเนียนๆและยืนร้องเพลงอยูครึ่งคืนจนร้านจะปิดแทบจะไม่ลงมากินอะไรเลยครับ เจ้าของร้านก็สนุกไปด้วยออกมายืนคุยกับคุณนายแม่สักพักก็ทักคุณนายแม่ว่า “หน้าคุ้นๆ เคยรู้จักกันหรือเปล่า” สอบถามกันไปมาก็ปรากฏว่าเจ้าของร้านเป็นคนเมืองนนท์เหมือนกับครอบครัวของเจ้าของบล็อก และที่สำคัญ “บ้านเดิมของเจ้าของร้านอยู่ใกล้ๆกับบ้านเกิดของคุณนายแม่ของเจ้าของบล็อกด้วย” ไล่สาแหรกตระกูลกันแล้วก็มีดองกันอยู่บ้างห่างมากๆ แต่ก็ยังรู้จักคนแถวๆนั้นอยู่บ้าง ที่เด็ดสุดคือ “เจ้าของร้านเป็นพี่โรงเรียนมัธยมของน้องสาวเจ้าของบล็อกแบบไม่ห่างมากครับ 1-2 ปี เท่านั้น” ก็เลยรำลึกความหลังกันสนุกสนานเลย เจ้าของร้านเล่าว่าเมื่อก่อนเปิดร้านอาหารอยู่ที่เมืองนนท์นั่นแหละครับ แต่เกิดรู้สึกเบื่อความเป็นเมืองมากๆเลยมาหาดูที่แถวๆจังหวัดเชียงราย เห็นว่าทำเลดี จึงย้ายขึ้นมาเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เปิดร้านอาหารเล็กๆ ปลูกผักออร์แกนิคใช้เองในร้าน รสชาติของอาหารร้าน แพรเพียงพอ เชียงราย จึงค่อนข้างจะถูกปากของเจ้าของบล็อกและครอบครัว เพราะคล้ายๆกับรสชาติที่ทำกินที่บ้านของเจ้าของบล็อกครับ ร้าน แพรเพียงพอ เชียงราย เป็นร้านอาหารแบบ stand alone ที่นั่งในร้านมีอยู่สิบกว่าโต๊ะได้นะครับ แต่รอบๆร้านมีสวนกว้างมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เจ้าของร้านบอกว่าถ้าเป็นฤดูแล้งจะตั้งโต๊ะด้านนอกอีก แล้วในสวนของร้าน แพรเพียงพอ เชียงราย ยังมีไม้ดอกไม้ประดับโดยเฉพาะอย่างยิ่งดอกกุหลาบเต็มไปหมด หอมอบอวลมากๆครับ เมนูของร้าน แพรเพียงพอ เชียงราย มีหลากหลายครับ มีอาหารไทยทั้งกลาง อีสาน ใต้ อาหารทะเล และอาหารฝรั่ง ยำมะเขือยาวกุ้งสด ราคา 129 บาท เป็นยำมะเขือยาวรสชาติเดียวกับที่บ้านเจ้าของบล็อกทำเลยครับ แต่ใส่เครื่องแบบยำธรรมดาเลยไม่ถูกใจเท่าไหร่ แต่ชอบรสชาติมากๆครับ ยำสามกรอบ ราคา 159 บาท จานนี้ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เค้าทำมาเป็นยำแบบใส่น้ำพริกเผา ใส่ปลาชิ้งช่างปรุงรสมาด้วย สำหรับเจ้าของบล็อกรู้สึกมันติดหวานๆ แต่คุณชายกับคุณนายมาท่าทางจะชอบมาก เพราะสังเกตุดูตักซ้ำหลายครั้งเลย ทอดมันกุ้ง ราคา 119 บาท จานนี้สั่งมาเป้นของกินเล่นให้เด็กครับ สปาเกตตี้คาโบนาร่า ราคา 159 บาท จานนี้เป็นเมนูของเด็กๆครับ นึกว่าไม่หมดเพราะเด็กมัวแต่ขึ้นเวทีร้องเพลง แต่สุดท้ายก็หมดครับ ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง ราคา 199 บาท เมนูนี้อร่อยมากๆครับ เค้าจะใช้ซี่โครงส่วนที่ติดกระดูกใบพาย คือกระดูกอ่อนๆ เพราะฮะนั้นถ้าชอบคี้ยวก
ศาลากลางเก่า เชียงราย
(1 รีวิว)
รีวิวล่าสุด เมื่อ 01/02/2564
โดย Kunakorn Ruksitanondha
อาคารศาลากลาง (เก่า) จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ที่ ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ติดกับโรงพยาบาลโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 2 ศาลากลางหลังเก่าจังหวัดเชียงรายเป็นสถาปัตยกรรมที่มีอายุกว่า 116 ปี ก่อสร้างเมื่อ ปี พ.ศ.2443 ดำเนินการออกแบบและก่อสร้างโดยนายแพทย์วิลเลี่ยม เอ.บริกส์ (Dr.William A. Briggs) แพทย์ชาวอเมริกันในนามคณะมิชชั่นนารีอเมริกันเพรสไบทีเรียน (American Presbyterian Mission) แห่งกรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา เป็นอาคารแบบโคโลเนียล ก่ออิฐถือปูน 3 ชั้น ด้านหน้าอาคารก่ออิฐเป็นรูปโค้ง (Arch) มีโถงทางเดินเชื่อมถึงกันโดยตลอด จุดเด่นของอาคารศาลากลางเชียงรายเป็นโครงสร้างกำแพงรับน้ำหนัก (Wall Bearing) สังเกตุได้จากการก่อสร้างผนังซึ่งมีความหนาถึง 50 เซนติเมตร ไม่ใช้เสาและคานคอนกรีตเสริมเหล็ก เหมือนการสร้างโบสถ์วิหารในอดีตฐานรากใช้ซุงเป็นฐานรับน้ำหนักอาคาร โดยทำเป็นแพ ส่วนโครงสร้างคาน ตง พื้นเป็นไม้สักทองทั้งหลัง หลังคาทรงปันหยามุงกระเบื้องซีเมนต์ ส่วนประกอบทั่วไปของอาคาร หน้าต่างประตู 2 ชั้น ด้านนอกสุดเป็นบานเกร็ดไม้ชนิดเปิดได้ ด้านในเป็นหน้าต่างบานเลื่อนกระจกใส ประตูทำจากไม้สักแบบบานเปิดคู่ ทุกห้องมีช่องแสงเหนือประตู กระจกฝ้า ปี พ.ศ.2434 นายถัว วิริยศิริ ซึ่งเป็นพี่ชายของพระยามหาอำมาตยาธิบดี หรือ พระยาศรีสหเทพ (เสง วิริยศิริ) ท่านได้ขึ้นมาทำแผนที่เมืองเชียงราย จากนั้นอีก 2 ปีก็ได้มีการส่งข้าหลวงขึ้นมารักษาราชการ 3 หัวเมืองฝ่ายเหนือ ได้แก่ เมืองฝาง เชียงราย เชียงแสน โดยมี พ.ต.หลวงภูวนาทนฤบาล ขึ้นมาเป็นข้าหลวงคนแรกปกครองเมืองเชียงรายร่วมกับเจ้าที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าหลวงจากเมืองเชียงใหม่ ปี พ.ศ.2512 นายชูสง่า ไชยพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายสมัยนั้น เห็นว่าอาคารศาลากลางมีความคับแคบจึงได้ย้ายศูนย์ราชการมาทำการปฏิบัติราชการที่อาคารศาลากลางหลังใหม่ตั้งแต่นั้นมา อาคารศาลากลางหลังเก่าถูกใช้เป็นที่ทำการหอวัฒนธรรมนิทัศน์เฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับโบราณวัตถุ เอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ และภาพเก่าๆของจังหวัดเชียงราย ประกอบสื่อวีดีทัศน์ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2538 ภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ปัจจุบันชำรุดทรุดโทรมมากจึงปิดให้เข้าชม รอการบูรณะอยู่ครับ
เอกโอชา
(2 รีวิว)
รีวิวล่าสุด เมื่อ 31/01/2564
โดย Kunakorn Ruksitanondha
เอกโอชา เชียงราย เป็นร้านอาหารเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆของจังหวัดเชียงรายมานานแล้วครับ เป็นร้านอาหารที่ชาวเชียงรายเอาไว้รับแขกเมือง ตามประวัติ (ที่มีคนเล่าให้ฟังว่า ....) ดั้งเดิมแล้วร้าน เอกโอชา เชียงราย เป็นรถเข็นขายเย็นตาโฟ และบะหมี่เกี๊ยวครับ เปิดมาเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว ขายตั้งแต่ชามละ 5 บาท ต่อมาก็เปิดเป็นร้านอาหารใหญ่โต มีเมนูให้เลือกทานเป็นร้อยๆเมนูเลยครับ ตอนแรกให้ร้าน เอกโอชา เชียงราย เป็นร้านสำรองในทริปเชียงรายครับ คือไม่ได้เป็นร้านอาหารในทริปหลัก เป็นร้านที่เลือกเผื่อเอาไว้เวลามีเหตุฉุกเฉิน ...... วันที่ไปกินที่ร้าน เอกโอชา เชียงราย ก็มีเหตุฉุกเฉินต้องเปลี่ยนแปลงร้านอาหารจากร้านหลักที่อยู่ในทริปเพราะร้านที่ตั้งใจไว้ว่าจะไปทาน (เป็นร้านดัง ริมแม่น้ำกก) คนเยอะมว๊ากกกก แน่นร้านเลย (แต่พนักงานที่ร้านก็ดีมากๆเลยครับ พยายามหาโต๊ะว่างให้จนได้แต่ทีมเจ้าของบล็อกไม่สะดวกจริงๆเพราะต้องขึ้นบันไดไปที่ชั้นสอง คุณนายแม่เจ้าของบล็อกไม่ไหวจริงๆครับ) เลยกล่าวขอบคุณน้องๆ พนักงานแล้วเปลี่ยนร้านดีกว่า พอดีว่าร้านที่อยู่ใกล้ที่สุดคือร้าน เอกโอชา เชียงราย ครับ ร้าน เอกโอชา เชียงราย เป็นร้านอาหารแบบ stand alone มีเนื้อที่กว้างขวางมากๆ แอบเห้นว่าลานจอดรถด้านในรองรับรถได้หลายสิบครับทีเดียว ตัวร้านมีหลายโซนครับ มีทั้งโซนห้องแอร์แบบส่วนตัว หรือโซนห้องรวมแบบไม่มีแอร์ ที่สำคัญที่เด็กๆทุกคนต้องตื่นตาและติดใจก็คือ สนามเด็กเล่นขนาดใหญ่มหึมามาก ขอเล่าต่อว่าครั้งแรกที่ไปที่ร้าน เอกโอชา เชียงราย ได้นัดกับรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยที่ย้ายมาทำงานที่จังหวัดเชียงรายมาทานข้าวกัน เพราะไม่ได้เจอตัวกันเลยตั้งแต่งานรับปริญญาบัตรเป็นเวลา 20 กว่าปี ได้สั่งเป็ดย่างให้หลานสาวตัวยุ่งทาน นางบอกว่าเป็นย่างอร่อยมากๆ อร่อยกว่า MK ซะอีก เนื้อนุ่ม หนังกรอบ วันรุ่งขึ้นนางก็ร้องจะไปกินข้าวเย็นที่ร้าน เอกโอชา เชียงราย อีกครับ นางบอกว่าอยากกินเป็ดย่างอีก สรุปว่าทริปเชียงราย 4 คืน ไปทานอาหารเย็นที่ร้าน เอกโอชา เชียงราย ซะ 2 ครั้ง เมนูของทางร้านเป็นเมนูแบบภัตตาคารครับ มีอาหารจีน ไทย อาหารพื้นเมืองให้เลือก เมนูแรกเป็นเมนู original ของร้าน เอกโอชา เชียงราย ครับ เย็นตาโฟต้มยำทะเลหม้อไฟ ราคา 240 บาท เจ้าของบล็อกชอบทานเย็นตาโฟรสจัดๆ อยู่แล้ว เลยถูกใจเมนูนี้เป็นพิเศษครับ รสชาติแซ่บมากๆ ได้รสของเย็นตาโฟ แล้วมีความแซ่บของรสต้มยำ เครื่องที่ใส่มาก็แน่นมากครับ ทั้งกุ้ง หมึก ลูกชิ้นต่างๆ เจ้าของบล็อกชอบเต้าหู้ทอดกรอบที่ชุ่มๆน้ำเย็นตาโฟมากที่สุดครับ เวลากัดเต้าหู้ทอดกรอบที่ชุ่มๆน้ำเย็นตาโฟมันสะใจมากๆครับ หมูมะนาว ราคา 120 บาท เมนูนี้ก็อร่อยครับ หมูนุ่มๆ น้ำยำก็แซ่บกำลังดีครับ กินแกล้มก้านคะน้าสดแช่เย็นเข้ากันมากๆครับ ยำตะไคร้กุ้งกรอบ ราคา 150 บาท เมนูนี้เป็นเมนูเด็ด เมนูแนะนำของทางร้าน เอกโอชา เชียงราย ครับ ยำรสแซ่บๆ หอมตะไคร้อ่อนๆซอย กินพร้อมกับกุ้งชุบแป้งทอดกรอบเข้ากันที่สุดครับ ออส่วนกระทะร้อน ราคา 150 บาท เมนูนี้เป็นเมนูโปรดคุณชายครับ ก็อร่อยนะครับ หอยนางรมตัวค่อนข้างใหญ่ๆ สดมากๆ และให้มาอย่างเยอะเลยครับ กุ้งอบสับปะรด ราคาตามน้ำหนักนะครับ ไม่ได้ดูราคามาครับ เมนูนี้เป็นเมนูแนะนำของทางร้าน เอกโอชา เชียงราย กุ้งแม่น้ำทอดกรอบ เอาไปอบกับซอสรสหวานๆ เปรี้ยวๆ ใส่สับปะรดด้วย อร่อยมากครับ จะกินเปล่าๆก็ได้ หรือกินกับข้าวสวยร้อนๆก็ได้ครับ ห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน ราคา 180 บาท กลัวคุณนายแม่จะไม่เจริญอาหารเลยสั่งมาให้อีกเมนูนึง เจ้าของบล็อกว่าเครื่องทะเลเยอะเต็มลูกมะพร้าวเลยครับ แต่น้ำพริกแกงเยอะไปนิดครับ ร้าน เอกโอชา เชียงราย เป็นร้านเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงราย ถ้าได้มาเชียงรายตองมาลองชิมกันดูนะครับ
ภัตตาคารหยิงปิงยูนนาน
(1 รีวิว)
รีวิวล่าสุด เมื่อ 21/01/2564
โดย Kunakorn Ruksitanondha
ร้าน หยิงปิงยูนนาน แม่สาย เชียงราย อยู่ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ครับ เนื่องจากร้านมีการย้ายร้านหลายครั้งการอ้างอิงแผนที่จากเวบต่างๆอาจจะสับสน ให้เปิด Google Map ไปเลยครับ รับรองถึงร้านแบบสวยๆ สบายๆ เลยครับ ก่อนจะไปเชียงรายได้หาร้านอาหารไว้สำรองจำนวนหนึ่ง ซึ่งร้านอาหารจีนยูนนานก็จัดอยู่ในหมวดร้านอาหารสำรองด้วย ประการแรกเลย อำเภอแม่สายไม่ได้เป็นจุดหมายหลักของเรา ประการที่สอง คิดเอาเองว่าการเดินทางไปอำเภอแม่สายไกลมากๆ ก็เลยเฉยๆ ไม่ค่อยอยากไป ..... แต่เนื่องจากเราไม่ได้ไปเที่ยวไร่ชาฉุยฟงกันแล้วก็เลยเคว้ง ไม่รู้จะไปไหนดี จากดอยตุงที่เราตั้งใจจะไปเที่ยวกันตั้งแต่ต้นอยู่แล้วก็เลยไปถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จากตรงนั้นอีก 10 กิโลเมตรก็ถึงแม่สายแล้วครับ เราเลยตัดสินใจไปทานอาหารจีนยูนนานกันครับ ร้านอาหารจีนยูนนานที่อำเภอแม่สายที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็มีหลายร้านนะครับ เราเลยจิ้มเอาร้าน หยิงปิงยูนนาน แม่สาย เชียงราย นี่แหละครับ เลือกร้านนี้เพราะว่า “จิ้ม” ถูกจริงๆครับ ร้าน หยิงปิงยูนนาน แม่สาย เชียงราย เป็นร้านที่เป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหาติดกัน เป็นร้านอาหารหรูเลยนะครับ ติดแอร์เย็นฉ่ำ ตกแต่งสวยงาม สะอาดสะอ้านมากๆ พนักงานในร้านก็มารยาทดี๊ดีครับ พยายามจะถ่ายเมนูมาให้หมด แต่บางหน้าก็ไม่ชัดซะงั้น เพราะว่าแสงน้อย ไม่เล็งกล้องให้ดี จานแรก กุ้งเหรียญทอง ราคา 200 บาท จานนี้ตอนที่สั่งบอกกับพนักงานว่า “แฮ่กึ๊น” นะครับ เป็นเมนูที่พนักงานเค้าแนะนำ แต่พอมาดูในเมนูกลับไม่มีแฮ่กึ๊น เลยเดาเอาว่าชื่ออย่างเป็นทางการของเมนูแฮ่กึ๊นน่าจะเป็น “กุ้งเหรียญทอง” มากกว่า ก่อนไปทานอาหารจีนยูนนานก็คิดไปต่างๆนานา ว่าอาหารจะมีรสชาติเป็นแบบไหน แต่พอได้ทานจริงๆก็คืออาหารจีนแบบที่เรากินกันทั่วไปนี่แหละครับ ยกเว้นเมนูแปลกๆ เฉพาะอย่างจริงๆ เช่น สุกี้ยูนนนาน (ซึ่งเราไม่ได้สั่งมาทาน ต้องสั่งล่วงหน้าเพราะต้องเตรียมส่วนประกอบเยอะมาก และที่สำคัญปริมาณเยอะมากๆ ถ้าสั่งสุกี้ยูนนานแล้วคงไม่ได้กินอาหารอย่างอื่น) กุ้งเหรียญทองกรอบนอก นุ่มในครับ รสชาติกำลังดี ทานร้อนๆกับน้ำจิ้มบ๊วยอร่อยมากครับ ซุปกระเพาะปลาเนื้อปู จำราคาไม่ได้ครับ รสชาติก็เหมือนกับร้านอาหารจีนในภัตตาคารใหญ่ๆครับ กระเพาะดีมากๆ เป็นชิ้นๆเลยครับ รสอ่อนๆ เด็กก็ทานได้ครับ ขาหมูยูนนาน ราคา 300 บาท จานนี้เป็นจานเด็ดที่มาร้านอาหารจีนยูนนานต้องสั่งครับ เค้าไม่ได้เสิร์ฟทั้งขานะครับ แต่จะเป็นส่วนที่ใกล้ๆกับคากิ เนื้อหนังนุ่มมากๆครับ เลาะจากกระดูกง่ายมากๆ รสชาติจะเหมือนกับขาหมูพะโล้ที่เราคุ้นเคยครับ แต่ว่าไม่เข้มข้นเท่า ให้กินเล่นๆไม่ต้องกินข้าวได้ครับ ถ้าสั่งขาหมูมาแล้วก็ต้องสั่งหมั่นโถวครับ หมั่นโถว นึ่ง + ทอด ราคา ลูกละ 15 บาท เจ้าของบล็อกชอบแบบทอดมากกว่าแบบนึ่งครับ เพราะรู้สึกว่าแบบทอดจะมีรสชาติหวานๆที่ปลายลิ้นมากกว่าแบบนึ่งที่ไม่มีรสชาติอะไรเลยครับ แต่มีคนบอกว่าแบบนึ่งจะเอาไปจิ้มน้ำขาหมูได้อร่อยกว่า ได้ซอสติดไปกับหมั่นโถวเยอะกว่า เจ้าของบล็อกลองดูแล้วก็เห็นว่าจริงดังเค้าว่า แต่ก็ยังชอบหมั่นโถวแบบทอดมากกว่าอยู่ดี อิอิอิ เต้าหู้หม่าโผว ราคา 150 บาท จานนี้เคยกินแบบเผ็ดจัดๆที่ฮ่องกงครับ รู้สึกชอบมากกว่า สะใจมากกว่า จานนี้เผ็ดกลางๆถึงแทบไม่เผ็ดเลย แต่ก็อร่อยไปอีกแบบนึง (เพราะเป็นอาหารจานโปรดอยู่แล้ว) เพียงแต่ว่ามันไม่ค่อยสะใจเท่านั้นเองครับ อิอิอิ ถั่วลันเตาผัดน้ำมันหอย ราคา 150 บาท จานนี้ต้องเทดาวทั้งฟ้าให้เลยครับ เป็นอาหารธรรมดาๆ แต่อร่อยมากๆ ถั่วกรอบ หวานมากกกกก ขนาดเอาไปผัดแล้วยังกรอบอยู่เลย แล้วมีรสหวานๆของถั่วลันเตา เค็มน้อยๆ หอมน้ำมันหอยครับ ข้าวผัดกุ้ง ราคา 100 บาท สั่งข้าวผัดกุ้งเพราะกลัวว่าเด็กจะกินอะไรไม่ได้แล้วจะสั่งมาให้คุณนายแม่ด้วย ส่วนผู้ใหญ่อีก 3 คนกะจะให้กินแต่กับ แต่เด็กกับคุณนายแม่กินข้าวผัดจนอิ่มแล้วยังเหลือพอให้ผู้ใหญ่อีก 2 คนทานได้อีกคนละถ้วยครับ ถือว่าปริมาณเยอะพอสมควรเลย รสชาติก็อร่อยใช้ได้เลยครับ หอมกระทะไหม้มากๆ ข้าวก็เม็ดสวย ร่วน